[FIC] Hiddlesworth [ChrisXTom]#1 Life Farm

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : http://jrasmason.wordpress.com

 

 

 

C : Chris H. X Tom H.

R : T

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

********************************

 

 

 

ทอมขยับตัวน้อยๆเพื่อมองออกไปยังนอกหน้าต่างรถยนต์ มองดูทุ่งหญ้าที่ไกลสุดลูกหูลูกตา ชานหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนตัดสั้นหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายอย่างอารมณ์ดี นึกพอใจอยู่มากๆในยามที่รถยนต์ขับผ่านทุ่งข้าวโพดที่สุงท้วมหัวแบบนี้ หลังจากที่เขาต้องทนอยู่ที่โรงพยาบาลสัตว์สุดหรูแสนแพงมานานหลายต่อหลายเดือน เขาก็สามารถขอร้องพี่ชายหัวดื่อให้ยอมใจอ่อนเพื่อมาทำงานที่นี้จนได้ เขารักสัตว์และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเรียนเป็นสัตว์แพศย์ และในที่สุดก็สามารถได้มาทำงานเป็นสัตว์แพศย์ให้กับฟาร์มแกะแห่งหนึ่งในรัฐไอโอวา เขายอมแม้ว่าจะได้เงินเดือนลดลงจนเหลือเพียงแค่30เปอร์เซนเท่านั่นจากเงินที่เขาได้หากทำงานกับโรงพยาบาลเอกชนที่ยังโทรมาวุ่นวายให้เขากลับไปทำงานอยู่จนถึงตอนนี้ เขาชอบมากและยอมแลกทุกอย่างหากได้มาอยู่ในสถานที่แบบนี้..ไร่ข้าวโพด ฟาร์มวัว ฟาร์มม้า ทุ่งหญ้าสีเขียวและสีทองสวย ผืนป่าเย็นสบายและทานน้ำเย็นๆดับอากาศร้อน ให้ความรู้สึกดียิ่งการการดูหนังคาวบอยเสียอีก ทอมยิ้มออกมาอย่างมีความสุขและรีบกดถ่ายรูปอีกเมื่อเห็นนกสองตัวบินขึ้นมาจากแนวหญ้าสูง เรื่องเงินไม่ใช่ปํญหาอะไรสำหรับเขา เพราะเขารักชีวิตแบบนี้แล้วแทบจะทนไม่ไหวที่จะตกแต่งบ้านของเขาเองด้วยสิ่งที่เขาเฝ้าสะสมมากนาน

 

ทอมขยับตัวเพื่อหยิบกล้องอีกตัวที่ดีไซน์ใหม่กว่าและถ่ายรูปได้ชัดกว่ามาถ่ายรูปท้องฟ้าตัดกับหญ้าสีทองสวยอีกครั้ง และค่อนข้างพอใจทีเดียวกับทีแห่งนี้จนโทรบอกเจ้าของบ้านที่เขาซื้อไว้ว่าจะย้ายเข้ามาเร็วกว่าปกติสองอาทิตย์ เขาช่างโชคดีจริงๆที่สามารถหาซื้อบ้านได้ใกล้ฟาร์มขนาดนี้แถมยังไม่ไกลจากตัวเมืองมากนักด้วย ถ้าหากขับรถไปไม่นานก็น่าจะถึง..คิดๆดูแล้วเขายังไม่มีรถยนต์เลย เพราะคันเก่าก็ขายไปแล้วหลังจากเรื่องทุกอย่างลงตัวแล้วเขาไปร้านรถยนต์มือสองดีกว่า เลือกดูรถรุ่นเก่าท่าทางใช่ได้ซักคันมาให้เหมาะกับบ้านของเขา ยิ่งคิดชายหนุ่มก็แทบจะหุบยิ้มไม่ได้จึงได้แต่กดถ่ายรูปต่อไปอย่างมีความสุข มองเก็บทุกรายละเอียดในระหว่างทางไปยังบ้านหลังน้อยๆที่เขาพออกพอใจตั้งแต่แรกเห็น

 

หลังจากผ่านมาสองวันอย่างมีความสุข เขาก็ได้รู้จักเพื่อนบ้านสุดหน้ารักเจ้าของไร่ข้าวโพดที่เขาแอบไปเดินถ่ายรูปบ่อยๆ สองสามีภรรยากับลูกชายและลูกสาวสามคน ส่วนไร่ใกล้ๆกันก็คือเจ้าของฟาร์มวัว แต่เจ้าของไร่ที่เขาต้องไปทำงานด้วยเขายังไม่เจอเลย และเขาคิดว่ามันคงจะไม่ดีเท่าไรหากจะไปทำตัวกดดันเจ้าของไร่ ก็ในเมื่อเขามาถึงก่อนเวลาเกือบๆจะสองอาทิตย์ อาจจะสร้างความไม่สบายใจก็ได้ และมันทำให้เขาพึ่งรู้ว่าห่างไปไม่ถึงสองไมล์ก็เป็นหมู่บ้านเล็กๆสำหรับคนที่ทำงานในเมือง และมันทำให้ชีวิตเขาดูสะดวกมากยิ่งขึ้นเมื่อนายอำเภอรู้จักกันดีกับพ่อของเขา และมันทำให้เขาสบายขึ้นจนเกือบจะเป็นอึดอัดเมื่อดูออกว่าหลายๆคนเกรงใจเขา มันทำให้เขาพยายามอบขนมเพื่อเอาไปให้คนที่สถานีตำรวจและโรงพยาบาลสัตว์ที่อยู่ไม่ไกลมากนัก พยายามเป็นมิตรให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และนั่นเองที่ทำให้เขาใช่เวลาในตอนเย็นของวันนี้อบคุกกี้ช็อกโกแลต เตรียมไปแจกเด็กๆที่โรงเรียนประถม เขาอยากจะใช่ชีวิตแบบนี้มานานมากแล้วถ้าไม่ติดที่ว่าบ้านเขาค่อนข้าง…มีฐานะเล็กน้อย มันเลยทำให้เขาลำบากในการทำอะไรพวกนี้

 

ชายหนุ่มเช็ดมือกับผ้าสีฟ้าที่อยู่ใกล้ๆระหว่างมองดูคุ้กกี้ในเตาอบอย่างดี ถอดผ้ากันเปื้อนและเดินย้อนกลับมายังทีวีขนาดใหญ่ราคาแพงไม่ค่อยเข้ากันนักกับโปสเตอร์หนังย้อนยุคที่แปะอยู่ใกล้ๆ เขาอยากจะเปลี่ยนให้มันเป็นแบบทีวีจอนูนเครื่องเล็กๆเหมือนกัน ถ้าไม่ติดที่ว่ามันดูอะไรไม่ชัดละก็ จริงๆบ้านเขาก็ค่อนข้างตกแต่งเป็นสไตล์คันทรี่แบบยุคคาวบอยเลยด้วยซ้ำ แต่ของใช่ส่วนใหญ่คือยุคนี่ทั้งนั่นและตัวเขาเองก็เป็นยุคนี้..เขาแค่ชอบสะสมแต่ไม่ใช่พวกใส่รองเท้าบูตเดินในบ้านหรอกน่ะ ยกเว้นตอนฮาโลวีน ชายหนุ่มเดินไปเปิดเพลงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่เขารักมาก มองดูตัวเองในกระจกให้มั่นใจว่าชุดแขนยาวสีดำไม่ได้เปื้อนแป้งทำขนมจนต้องเอาไปซักมือ เดินกลับมายังกาน้ำชาแบบใหม่ล่าสุดที่ส่งกลิ่นชาหอมได้ที เอามันออกมารินน้ำชาใส่กาแบบโบราณ จัดเตรียมทุกอย่างลงมายังถาดไม้และเดินกลับมายังโซฟาตัวยาวที่เขาสั่งทำเองกับมือให้ออกมาเป็นแบบเก่าแต่นุ่นสบายที่สุด เมื่อทุกอย่างได้ที่แล้วเขาเพียงแค่นั่งอยู่ตรงนั่นฟังเพลงที่เล่นเป็นจังหวะช้าๆด้วยเสียงไวโอลิน มองออกไปยังหน้าต่างที่เปิดไว้นิดๆรับลมและกลิ่นหญ้าในตอนกลางคืน ในระหว่างที่รอคุกกี้ที่กำลังอบอยู่

 

ทอมสะดุ้งเฮือกขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างที่ชั้นล่าง ชายหนุ่มเอื่อมมือไปเปิดไฟที่หัวเตียงขณะที่พยายามเงียบข่มหัวใจที่เต้นถี่ด้วยความตื่นเต้นและตกใจ ทำให้เขาได้ยินเสียงนั่นอีกครั้ง เสียงประตูที่เปิดออกช้าๆกับเสียงคล้ายกับรองเท้าที่เดินไปทั่วที่ชั้นล่าง มันทำให้เขารีบลุกขึ้นมาทันทีเพราะมั่นใจว่าเป็นขโมยแน่ๆ ขายหนุ่มในชุดนอนสีน้ำเงินผ้าบางๆเดินไปอย่างเงียบเชียบในขณะที่มือเอื่อมไปหยิบอะไรก็ได้ที่พอจะเป็นอาวุทได้ และเขาก็ไปคว้าเข้าที่ไม้เบสบอลที่มีลายเซนของนักเล่นเยาวชนที่เขาไปขอมาตอนอายุ16 ถือมันแน่นในมือก่อนจะค่อยๆเดินไปใกล้ประตูและเปิดมันออกช้าๆ งานนี้เป็นไงเป็นกันละ เพราะของที่เข้ามีในบ้านนี้แม้จะดูเก่าแต่ทุกชิ้นเขามั่นใจว่าถ้าเอาไปขายก็คงได้เงินเยอะมากแน่ๆ  และเขาจะไม่ยอมเสียอะไรไปทั้งนั่นโดยเฉพาะแผ่นเสียงที่เขาสะสมมา นั่นและของสำคัญที่สุด

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

เจ้าของร่างสูงใหญ่กำยำมองอย่างไม่ไว้ใจไปรอบห้องที่มืดสนิทอยู่ตอนนี้ เขากำปืนลูกซองในมือไว้แน่นเพื่อเตรียมพร้อมในทุกๆอย่างที่อาจจะเกิดขึ้น สายตาคมกริบสีฟ้าพยายามเพ่งมองไปรอบๆอย่างพยายามหาคำตอบ เขามั่นใจว่าสิ่งของในห้องเปลี่ยนไปเอามากๆหลังจากอาทิตย์ที่แล้วที่เขามาดูครั้งล่าสุด เขามั่นใจว่าบ้านของน้องชายเขาที่ประกาศขายหลังนี้ไม่มีใครมาอยู่แน่นอน และเขาไม่คิดด้วยว่าจะมีใครกล้ามาอยู่เพราะมันอยู่ในที่ดินของเขา…ฟาร์มของเขา ชายหนุ่มขยับตัวน้อยๆเพื่อหลบอะไรซักอย่างที่มันยื่นออกมา อาศัยแสงจากนอกประตูเพื่อนำทางในเขาเดินตรงไปยังสวิตไฟที่อยู่ห่างออกไป เขามั่นใจว่าอาจจะมีพวกคนจรจัดหรือไม่ก็ใครซักคนที่แอบมาอาศัยอยู่ที่นี้ และเขาจะไล่พวกมันไปให้หมดเพราะสิ่งของในนี้ถ้าถูกเอาไปขายละก็น้องชายเขาคงร้องไห้แน่ๆ เขาเองก็เอะใจตั้งแต่ที่ว่าทำไมประตูบ้านถึงถูกล็อกเอาไว้แต่ไม่ใช่ล็อกอย่างที่เขาเคยล็อกไว้อาทิตย์ที่แล้ว มันทำให้เขาต้องงัดเข้ามา นึกดีใจที่เขาขี่ม้าจากที่ฟาร์มมาเลยไม่มีเสียงเครื่องยนต์ให้อะไรก็ตามรู้ตัวแล้วหนีไป

 

ท่อนแขนแข็งแรงเอื่อมมือออกไปเปิดสวิตไฟที่อยู่ใกล้ๆ แล้วเขาก็ต้องขมวดคิ้วออกมากับการตกแต่งบ้านที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนกลับมายุคที่เขาต้องใส่หมวกปีกกว้างไล่ต้อนฝูงวัว จนเขาไม่แน่ใจว่าตอนนี้อยู่ยุคไหนกันแน่และมันทำให้เขาเตรียมปืนให้พร้อมทันทีเพราะคิดสภาพคนที่แอบมาอยู่คงเป็นชายตัวอ้วนๆกลิ่นเหม็นเหล้าท่าทางอันตรายแน่ๆ มันทำให้คนตัวสูงเดินอย่างระวังมากยิ่งขึ้นเดินผ่านเตาผิงขนาดย่อมๆมายังบันไดที่ยังคงมืดสนิตอยู่ เขามองออกไปยังห้องครัวทันทีเมื่อเหมือนได้ยินอะไรบางอย่าง มันทำให้เขายกปืนขึ้นมาเล่งไว้ในระดับสายตาค่อยๆย่างเท้าเข้าไปใกล้อีกฝั่งมากยิ่งขึ้นแต่บางอย่างมันทำให้เขาหยุดเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาจากบันไดทางด้านหลัง

 

 

 

 

เคร้ง!.

 

 

 

 

 

เขาคำรามออกมาอย่างโมโหเมื่อแรงฟาดจากไม้เบสบอลลงมายังตัวเขาแต่เขาก็เอื่อมมือออกไปปัดมันทิ้งอย่างแรงจนไม้เบสบอลกระเดนไปไกล ก่อนที่เขาจะยกปืนขึ้นมาเล่งอีกฝ่ายไม่ให้ทางฝั่งนั่นทันตั้งตัวอะไรมาก และเมื่อทุกอย่างจบลงเขาก็เห็นเพียงแค่ชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนพื้น มองมาที่เขาด้วยดวงตาสีฟ้าออกไปทางสีเขียว ที่ฉายแววตื่นตระหนกและหวาดกลัว มันทำให้เขาเผลอลดปืนลงแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั่น ซึ่งมันทำให้อีกฝ่ายในชุดนอนสีน้ำเงินเหมือนพวกคนรวยขยับตัวหนีเขามากกว่าเดิม

 

“นายเป็นใคร..”เขาแยกเขี้ยวออกมาขู่อีกฝ่าย มันทำให้ชายหนุ่มอ้าปากออกมาน้อยๆ

 

“ฉ-ฉันสาบาน จะไม่ร้องโวยวาย จะไม่บอกใครแค่อย่ายิงฉัน อย่าทำร้ายฉันไม่ว่านายอยากได้อะไรนายเอาไปได้หมดเลยแต่เหลือแผ่นเสียงปี1964ไว้น่ะ แผ่นนั่นมันหายากมาก..”เขาขมวดคิ้วน้อยๆกับน้ำเสียงสั่นเครือของอีกฝ่าย มันทำให้เขาขยับเข้าไปใกล้มากยิ่งขึ้นและมันทำให้ชายหนุ่มถอยหนีทันที

 

“อ-อย่า..อย่ายิงๆ โอเคๆ..ฉันจะเอามือวางไว้บนหัว แค่อย่าทำร้ายฉัน”เขาเห็นมือเรียวยกขึ้นมาวางไว้ท้ายทอยอย่างหวาดๆ ทำให้เขาเฆ้นดวงตากลมโตที่คลอน้อยๆไปด้วยน้ำตาในขณะที่มันช้อนขึ้นมองเขาอย่างกล้าๆกลัวๆ มันทำให้เขารู้ตัวว่ายังเล่งปืนไปที่อีกฝ่ายอยู่และเขารีบยกมือให้อีกฝ่ายเห็นทันที

 

“ฉันไม่ทำร้ายนาย..ขอโทษ”เขารีบพูดออกไปในขณะก้าวถอยหลังหลายก้าว วางปืนลูกซองของเขาลงบนโต๊ะที่อยู่ไม่ห่างมากนัก พยายามเว้นระยะห่างจากชายหนุ่มเพื่อให้อีกคนเลิกทำท่าทางอย่างกับเขาเป็นพวกโจรเสียที และแม้ว่าอีกฝ่ายจะยังมองเขาอยู่ด้วยสายตาแปลกๆ แต่ก็ยอมลดมือลงจากท้ายทอยและลุกขึ้นช้าๆ

 

“ฉันไม่ใช่โจรขโมยที่ไหน…ฉันเป็นเจ้าของฟาร์มแกะเจ้าของที่ดินตรงนี้ และเจ้าของบ้านหลังนี้ด้วย..ฉันอยากจะรู้ว่านายเป็นใครและมาทำอะไรในบ้านของฉัน”เขาพูดออกมาอีก ทำให้อีกฝ่ายอ้าปากน้อยๆ

 

“ผมซื้อบ้านหลังนี้มาแล้ว จากคนที่ชื่อลุคเขาเป็นเจ้าของบ้าน”ร่างสูงมองสำรวจคนตัวเล็กกว่าอย่างไม่ไว้ในนัก แต่เพราะสายตาที่มองมาอย่างไม่ไว้ใจปนสับสนทำให้เขายกมือขึ้นเท้าเอวนิดๆ ขณะมองดูชายหนุ่มเดินออกห่างเขาไปน้อยๆ

 

“ใช่ๆ นั่นน้องชายฉันเจ้าของบ้านนั่นและ..แต่ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลยซักนิดว่าบ้านหลังนี้มีคนซื้อไปแล้ว ลุคไม่ได้บอกฉัน”เขาบอกออกมาเสียงแข็งพลางมองสำรวจไปรอบๆ ก่อนจะหันมายังชายหนุ่มผมน้ำตาลที่ดูจะห่างออกไปมากขึ้นและมันทำให้เขาเหลือบไปเห็นโทรศัพท์ที่อยู่ติดผนังห่างชายที่ที่ชายหนุ่มอยู่ไม่มากนัก มันทำให้เขาขบกรามน้อยๆก่อนจะเดินตรงไปยังอีกฝ่ายที่แทบจะเอื่อมไปคว้าโทรศัพท์แต่เขาไวกว่าเลยทำให้โทรศัพท์เครื่องเล็กมาอยู่ในอุ้งมือเขาแทนแต่ยังไม่ละสายตาไปจากชายหนุ่มตรงหน้าแม้แต่นิด

 

“จะแจ้งตำรวจทำไมฉันไม่-ใช่-ขโมย”ทอมสะดุ้งเฮือกเมื่อเจ้าของร่างสูงใหญ่ตรงหน้ากระแทกโทรศัพท์ลงไปตรงที่รับดังปังจนเขานึกกลัวว่ามันจะพังหรือเปล่า แต่ตอนนี้เขาแทบจะเข้าไปเบียดเป็นกำแพงอยู่แล้วในเมื่อ ชายตัวสูงใหญ่ตรงหน้าขยับเข้ามาใกล้จนเขาต้องพยายามขยับหนี ชายหนุ่มตัวสูงที่ท่าทางอันตรายแต่เหมือนพวกคันทรี่บอยอย่างที่เขาเคยจิตนาการไว้ ผมสีทองที่ถูกมันไว้ลวกๆกับผิวสีแทนสวยอย่างคนทำงานที่ฟาร์ม เสื้อลายสก็อตสีแดงที่พับแขนขึ้นมาจนถึงข้อศอกคลุมทับเสื้อยืดสีดำพอดีตัวจนเขาเห็นแผ่นอกกว้างในยามที่อีกฝ่ายหายใจ ทอมเงยหน้าขึ้นมองดูคนตัวสูงจนเขารู้สึกว่าเขาดูตัวเล็กลงไปเลยทั้งที่ปกติเขาเป็นคนที่สูงมาก และมันทำให้เขารีบหลบตาทันทีเพราะไม่รู้ว่าจะถูกทำอะไรบ้าง

 

“ถ้านายพยายามโทรไปแจ้งตำรวจอีกฉันจะจับนายโยนออกจากบ้าน”เขารีบพยักหน้าทันทีเมื่อชายหนุ่มพูดจบ ซึ่งมันทำให้เขาพยายามขยับตัวอย่างไม่สบายใจนักออกห่างจากอีกฝ่ายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ถูกกันเอาไว้จนเขาได้แต่อยู่นิ่งๆ มองดูคนที่ยกมือขึ้นมากอดอกและมันทำให้กลามแขนของอีกฝ่ายชัดขึ้นมามากจนเขาแทบจะเป็นลมเพราะถ้าหากถูกหักคอขึ้นมาจริงๆเขาน่าจะตายแน่ๆ

 

“ฉันชื่อคริส…คริสโตเฟอร์ เจ้าของฟาร์มแกะและเจ้าของที่แถบนี้ ทีนี้บอกมาว่านายเป็นใคร..”เขาไม่รู้ว่าน้ำเสียงแบบนี้มันใช่น้ำเสียงของคนที่พยายามแนะนำตัวไหม แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร

 

“ฉันชื่อทอม.. ทอม ไฮเดลตัน…เอ่อ..เป็นสัตว์แพศย์ ฉันเองก็มาที่นี้เพราะได้งานที่ฟาร์มแกะเหมือนกัน..ฟ-ฟาร์มใหญ่ๆทางฝั่งนู่น”เขาบอกอย่างกล้าๆกลัว และมันทำให้เขายิ่งใจแป้วเขาไปใหญ่เมื่ออีกฝ่ายขมวดคิ้วในคำพูดของเขา

 

“หมอหรือ? นายเนี่ยน่ะหมอ…คนเดียวกับที่จะมาช่วยงานที่ฟาร์มนะหรือ?”เขาหรี่ตามองอีกฝ่ายกับคำพูดในเชิงที่เขามั่นใจว่าดูถูกแน่ๆ และมันทำให้เขายกมือขึ้นกอดอกน้อยๆ

 

“ฉันเนี่ยและหมอ..”เขาบอกมันทำให้อีกฝ่ายเงียบ และเขาเองก็เงียบ..ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีกซึ่งเขาก็ได้แต่มองสบดวงตาคมกริบสีฟ้าที่มันมองมา มันมีทั้งแววท้าทาย แววเคลือบแคลงและอะไรอีกหลายๆอย่างซึ่งมันทำให้เขาทำอะไรไม่ถูกในยามที่สายตาคมกล้านั่นมองต่ำลงมายังตัวของเขา

 

“โอเคหมอ…แต่นายบอกว่าจะมาเริ่มงานในอีก…สองอาทิตย์? มาเร็วไปน่ะ”เขาถอนหายใจน้อยๆกับคนที่ยังคงมีท่าทางเหมือนพยายามจับผิดอยู่ และมันทำให้เขาเหนื่อยทีเดียว

 

“ฉันอยากมาดูสถานที่ก่อน ขอโทษที่ไม่ได้บอกนายก่อน..ก็ฉันไม่รู้นิน่า ฉันนึกว่าลุคเขาเป็นเจ้าของฟาร์มแล้วเขาก็รู้แล้วด้วย”เขาพยายามพูดเสียงอ่อนอย่างสำนึกผิด มันทำให้ท่าทางของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปน้อยๆ เขาเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่แส่หน้าไปทางอื่นก่อนที่สายตาคมจะหันมามองเขาอีกครั้ง

 

“ฉันเองก็ขอโทษที่ทำให้นายตกใจ..”เขากอดอกแน่นพยายามหันหนีในยามที่ได้ยินเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่ม ซึ่งมันทำให้เขาค่อยๆเดินออกมาจากทางห้องครัว เหลือบมองดูชายหนุ่มตัวสูงที่เดินตามมาน้อยๆแล้วเก็บไม้เบสบอลของเขาขึ้นมา นึกเสียดายจริงๆที่ทำของดีแบบนี้ตกพื้น และมันทำให้เขารู้ว่าคริสเองน่าจะแรงเยอะเอามากๆ

 

“นั่นปืนจริงหรือเปล่า”เขาถามออกไปอย่างไม่แน่ใจเมื่อคริสหยิบมันขึ้นมา คำถามนั่นทำให้สายตาคมมองกลับมายังเขาและมันทำให้เขาขยับหนีทันที

 

“จริง..มีลูกกระสุนพร้อมด้วย ถ้าหากฉันใจร้อนละก็นายตายไปแล้ว…อีกอย่างถือไม้ลงมาแบบนั่นถ้าหากเป็นโจรจริงๆขึ้นมานายตายแน่ๆ”เขาอดหน้าแดงขึ้นมาไม่ได้เมื่อได้ยินอีกฝ่ายบอก และมันทำให้เขายู่หน้าน้อยๆเท่านั่น

 

“ฉันแค่พยายามป้องกันตัวเท่านั่น จู่ๆนายก็แอบเข้าบ้านมาจะให้ฉันทำยังไง”เขาบอกซึ่งทำให้อีกฝ่ายค่อยๆนั่งลงบนพนักโซฟา มองดูเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกนัก

 

“ที่นี้ไอโอวาน่ะครับ…ทุกอย่างต้องป้องกันเอาไว้ก่อน ท่าทางแบบนั่นจะทำยังไงหากเจอขโมยขึ้นมาจริงๆ หมอ”เขาเงียบลงไปกับสายตาคมกริบและน้ำเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่ม มันทำให้เขานิ่งราวกับคิดอะไรไม่ออกและยิ่งออกมาตรงแสดงไฟเขายิ่งรู้สึกว่าคริสให้ความรู้สึกว่าเป็นหนุ่มคันทรี่เหลือเกิน และมันทำให้เขาก้มหน้าลงไปเพราะสายตาที่อีกฝ่ายมองมา

 

“…ฉันจะแจ้งตำรวจ”เขาตอบในที่สุด ทำให้ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆอย่างอารมณ์ดีจนเขาไม่รู้ว่าพูดอะไรผิดไป แต่เสียงหัวเราะทุ้มต่ำนั่นมันทำให้เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายเองก็อาจจะใจดีก็ได้

 

“เป็นวิธีของพวกเด็กในเมืองจริงๆ นายย้ายมาจากไหน..นิวยอร์กหรือ? หรือว่ามาจากแอลเอ”เขาอดหน้าแดงขึ้นมาไม่ได้เมื่อได้ยินคำพูดแบบนั่น มันทำให้เขาก้มหน้าลงน้อยๆ

 

“ดี.ซี.ต่างหากล่ะ”เขาได้ยินเสียงผิวปากเบาๆและมันทำให้เขายิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่เพราะความอาย แทบไม่ต้องบอกก็รู้ว่าตอนนี้เขากำลังโดนดูถูกเอามากๆ และมันทำให้เขารู้สึกโหวงเอาสุดๆ ซึ่งเขาไม่ตอบเพียงแค่หันหน้าหนีอีกฝ่ายก็เท่านั่น กอดไม้เบสบอลไว้แน่นทำให้ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่

 

“หมอ..”คริสเรียกออกไปเบาๆ “..นายได้เอ่อไปที่ฟาร์มมาหรือยัง”ชายหนุ่มผมทองถามออกไปด้วยความรู้สึกผิดน้อยๆ เพราะทอมไม่ยอมพูดอะไรกับเขาอีกเลยได้แต่ยืนอยู่ตรงนั่นด้วยสีหน้าราวกับเด็กที่ถูกแกล้งจนเขารู้ตัวว่าทำอะไรแย่ๆออกไป เขาไม่ชินนิน่า…ใครบ้าที่ไหนจะย้ายมาจากกลางเมืองกรุงขนาดนั่นมาอยู่ที่ที่บ้านนอกแบบนี้ ยิ่งท่าทางเหมือนพวกคนรวยแบบนี้ด้วยมันยิ่งทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อเข้าไปใหญ่ และคำพูดของเขาทำให้อีกคนหันมามองด้วยแววตาที่วาวโรดไปด้วยความสนอกสนใจแต่ก็หลบตาเขาอีกครั้ง มันทำให้เขาขยับตัวลุกขึ้นมา เลียริมฝีปากน้อยๆอย่างใช่ความคิด

 

“จริงๆแล้วนายพึ่งย้ายมา ไปดูรอบๆฟาร์มก่อนก็ได้…ไปดูพวกแกะด้วยก็แล้วแต่นาย เวลาไปทำงานจะได้ชิน”เขาพูดออกมาอีก ซึ่งมันทำให้ทอมมองมาที่เขาด้วยแววตาที่ไม่ไว้ในนัก

 

“ได้หรือ?”ทอมถามเบาๆอย่างไม่แน่ใจ มันทำให้เขายกมือขึ้นลูบท้ายทอยเบาๆ ซึ่งเขาคิดว่ามันไม่ดีจริงๆที่เขาทำให้ทอมระแวงเขามากขนาดนี้ ทั้งที่การหาหมอดีๆซักคนมาช่วยงานที่ฟาร์มมันยากมาก ซึ่งเขาเคยได้อ่านประวัติของทอมคราวๆแล้วจากที่ลุคส่งมาให้ มันทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายเป็นหมอที่เก่งแต่เขาก็ดันเผลอตัวแสดงท่าทางไม่ดีออกไปซะแล้ว

 

“ได้ ได้แน่นอน…ถ้านายอยากไป”เขาบอกอีก ซึ่งทอมเพียงแค่มองเขาด้วยสายตาที่ไม่แน่ใจน้อยๆ ซึ่งมันทำให้เขาขยับเข้าไปใกล้อีกฝ่ายมากยิ่งขึ้น และพอเขาก้าวขาออกมาทอมก็แทบจะถอยไปติดกำแพงทั้งดวงตากลมโตก็จ้องเป้งอยู่ที่ปืนลูกซองในมือเขา มันทำให้เขาหยุดและรีบถอยหลังทันที

 

“ฟังน่ะ…ฉันขอโทษโอเค? ขอโทษที่ทำให้นายกลัวแล้วก็เรื่องที่บุกเข้ามาในบ้านด้วย ฉันไม่ใช่ฆาตรกรโรคจิตอะไรเลย เพราะงั้นอย่าทำท่าทางแบบนั่นได้ไหม”เขาพยายามพูดออกมาหน่ายๆแต่อีกฝ่ายก็เพียงแค่มองเขาเท่านั่น

 

“นั่นมันปืนจริงน่ะ ถ้ามันลั่นขึ้นมาจะทำยังไง ไม่มีทางที่ฉันจะเข้าใกล้นายหากมีมันอยู่แน่ๆ”เขากลอกตาน้อยๆก่อนจะเดินกลับไปยังประตูบ้านที่ห่างออกไป

 

“ได้ครับๆ ฉันจะไปแล้วกันนายจะได้สบายใจ…พรุ่งนี้ฉันจะรออยู่ที่ฟาร์ม หากอยากไปก็ไปแล้วกันฉันจะพาเดินดูรอบๆเอง”เขาบอกซึ่งทอมเองก็พยักหน้าให้เขาอย่างเข้าใจ

 

“ยินดีที่ได้รู้จักนะหมอ พรุ่งนี้เจอกัน”เขาคิดว่ามันคงจะดีที่สุดหากเขารีบไปให้พ้นๆจากที่นี้ เพราะดูท่าแล้วคนตัวเล็กกว่าไม่น่าจะตอนรับเขาดีนักกับการพบกันครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ซึ่งชายหนุ่มเพียงแค่เดินมาส่งเขาที่ประตูเท่านั่น ดวงตาคมมองดูรอบๆเพื่อสำรวจทุกอย่างเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินตรงไปที่ม้าของเขาที่ผูกไว้กับรั่วไม้

 

“นายขี่ม้ามาหรือ????”เขาหันไปมองทำให้เห็นชายหนุ่มยืนมองดูเขาด้วยสายตาสนอกสนใจ มันทำให้เขาหันกลับมาดูม้าหนุ่มตัวสีน้ำตาลก่อนจะหันกลับไปมองเจ้าของเรื่อนผมนุ่มสีน้ำตาล

 

“ใช่..แถวนี้มันไม่ไกลมากนัก ฉันขี้เกียจเดินแล้วก็ขี้เกียจขับรถมา”เขามั่นในว่าในดวงตากลมโตสีเขียวสวยมันฉายแววสนอกสนใจออกมามากจนเขาอดยิ้มไม่ได้ ยิ่งเห็นผิวขาวๆที่สะท้อนจากแสงจันทร์แล้วเขายิ่งคิดว่าอีกฝ่ายดูจะเหมือนพวกลูกคุณหนูมากจริงๆ

 

“ไง อยากขี่หรือหมอ..”เขาว่าขำๆแม้ว่าเขาจะขึ้นมานั่งบนอานม้าแล้วชายหนุ่มก็ยังมองอยู่ด้วยความสนใจที่ไม่ปิดบังเลย และเพราะคำถามนั่นชายหนุ่มไม่ได้ตอบเขาแต่สายตานั่นมันก็บอกเขามากพอ ดวงตาสีสวยนั่นช้อนขึ้นมามองเขาน้อยๆและบางอย่างมันทำให้เขาคิดว่าอีกฝ่ายดูดีจริงๆจนเผลอขยับม้าวนเข้ามาใกล้ มองสบดวงตาสีสวยคู่นั่นก่อนจะขยิบตาให้อีกฝ่าย เพราะแบบนั่นพวงแก้มขาวๆของชายหนุ่มจึงแดงขึ้นมาแม้มันจะแค่จางๆแต่เขาก็ยังสังเกตุเห็นอยู่ดี

 

“ราตรีสวัสดิ์..หมอ”เขาบอกออกมายิ้มๆซึ่งอีกฝ่ายเองก็ยิ้มตอบกลับมา

 

“ราตรีสวัสดิ์ครับ”เขาหัวเราะเบาๆอย่างชอบใจเมื่อได้ยินเสียงหวานตอบกลับมา มันทำให้เขาบังคับม้าหนุ่มให้หันกลับไปทางฟาร์มทันทีเพราะกลัวว่าจะไม่ถึงบ้านซักที เขาเริ่มจะถูกใจคุณสัตว์แพศย์คนใหม่ซะแล้วสิ

About these ads

เกี่ยวกับ jrasmason

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะค่ะ บล็อกนี้จีนจะลงเป็นFictionหรือว่าเป็นAUนะค่ะ คู่หลักก็จะเป็นHiddleswothและคู่อื่นๆอีกตามแต่อารมณ์ค่ะ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบและสนุกกับนิยายที่จีนเขียนนะค่่ะ ขอบคุณค่ะ //จุ๊บๆ
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Uncategorized และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s