SF : ThorxLoki : #R. Poison 2 [END] By Alice in boots

SF : Thor x Loki : Poison 2 <<END>>


แสงแดดยามเช้าส่องผ่านเข้ามาตามแนวผ้าม่านโปร่งที่เปิดแเง้มอยู่
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ก่อนแพขนตาที่ปิดสนิทจะค่อยๆลืมขึ้นเผยดวงตาสีเขียวสวย โลกิกระพริบตาเบาๆด้วยความง่วงก่อนจะสะดุ้งตัวลุกขึ้นนั่งแล้วทรุดลงไปนอนนิ่วหน้าอีกรอบเพราะความเจ็บแปร๊บที่เอว
ท่อนแขนหนาปกคลุมไปด้วยไรขนสีทองที่พาดโอบกอดอยู่กลางตัวสร้างความหงุดหงิดให้เค้าไม่ใช่น้อย
โลกิผลักซุงหนังอึ้งนั้นออกไปให้พ้นตัวด้วยความรำคาญ เจ้าของท่อนแขนละเมอโงหัวงึมงัมแล้วเอื้อมมือกลับมากอดก่ายเอวบางไว้เหมือนเดิมทั้งที่ยังไม่ลืมตา
โลกิฮึดฮัดอย่างอารมณ์บูดแต่ก็ปวดเมื่อยเกินกว่าจะออกแรงอีกครั้ง

เมื่อคืนมันบ้าอะไรกันเนี่ย

ธอร์รุกเค้าราวกับม้าก็ไม่ปาน คนตัวเล็กกว่าโดนกลั่นแกล้งสารพัด ถูกทำให้ถึงไม่รู้ตั้งกี่รอบ แต่กระนั้นร่างกายของเค้าก็ดูจะไม่ยอมสงบลงง่ายๆ แถมธอร์ยังเล่นตัว เอาแต่ทำเป็นหาวิธีต่างๆนานามาช่วยให้เค้าปลดปล่อย ทั้งกอดทั้งฟัดจนเป็นเจ็บยอกไปทั้งตัว ดึงทึ้งเสื้อผ้าเค้าออกราวกับเล่นตุ๊กตา


…..





..


“เลิกแกล้งข้า แล้วทำให้มันเสร็จๆ” โลกิกัดฟันข่มความอายเค้นเสียงรอดไรฟันด้วยความโมโห แทบไม่เชื่อตัวเองจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้ เสื้อเชิ้ตขาวที่ใส่อยู่ถูกปลดกระดุมออกหมดเผยแผ่นอกขาวเปลือยเปล่าสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหอบแรง และลอนกล้ามท้องเล็กๆยั่วสายตา

“ข้าแกล้งเจ้าที่ไหน เจ้าดูทรมาน ตรงนั้นตรงนี้” ธอร์ส่งยิ้มกวนประสาท จนเค้าอยากจะกระโดดข่วนหน้าซะให้รู้แล้วรู้รอด ติดอยู่ที่มือสองข้างยังถูกมัดแน่นกับหัวเตียง ทำได้เพียงแยกเขี้ยวใส่ราวกับแมวที่กำลังขู่ฟ่อ

“บอกพี่ชายซิว่าอยากให้ทำอะไร” เค้าไล้มือไปตามแนวกล้ามเนื้อที่สวยงามของคนข้างใต้ ผิวตึงมือให้ความรู้สึกดีจนไม่อยากหยุดเคลื่อนไหว

“แกะนี่ออก” โลกิส่งสายตาอาฆาตไม่เลิก กระตุกมือที่ถูกพันธนาการอยู่เหนือศีรษะให้ดูแรงๆ

มือหนาเลื่อนขึ้นไปตามลำคอลูบไล้ใบหน้าขาว ก่อนขยับไปปิดดวงตาทั้งสองข้างแน่น

“อ้ะ!” โลกิร้องผวา นิ้วโป้งของมืออีกข้างดึงดันเข้าไปสัมผัสภายในช่องปาก
ลิ้นเรียวเล็กขยับหนีด้วยความตระหนก พยายามจะกัดนิ้วแข็งที่รุกรานอยู่ในโพรงปาก แต่ก็ถูกบังคับให้อ้าออกเล็กน้อย ธอร์ประกบจูบส่งลิ้นอุ่นตามเข้าภายใน หลอกล่อให้คนตัวเล็กกว่าจูบตอบโดยไม่รู้ตัว เค้าตามขบเม้มทั้งปลายลิ้นและริมฝีปาก ดึงดันไล้เลียลงลึก พลางถูไถเป้ากางเกงเข้ากับส่วนกลางลำตัวที่เปลือยเปล่า โลกิเผลอขยับอ้าขาออกเล็กน้อยให้ธอร์ได้สัมผัสมันได้ง่ายยิ่งขึ้นอย่างลืมตัว

“อื..อืม…”

คนด้านบนเบี่ยงหน้าเล็กน้อยให้เค้าสามารถกดจูบริมฝีปากบางได้ลึกขึ้นอีก ไรเคราสีทองบดเบียดผิวหน้าขาวจนรู้สึกจั๊กกะจี้ รสจุมพิตดูดดื่มแฝงไปด้วยความต้องการอัดแน่น ธอร์เบียดตัวเข้าหาร่างข้างใต้จนแทบจะจมลงไปบนที่นอนสีขาวยับยู่ยี่

“ตามรับสั่ง ฝ่าบาท” เค้าเอื้อมมือไปกระตุกปมเน็คไทสีดำที่รัดข้อมือขาวออก สอดประสานนิ้วมือเข้าด้วยกันกดแน่นลงบนเตียง เค้ายังตามจูบริมฝีปากบางอย่างไม่ลดละจนโลกิเริ่มหัวหมุน

ธอร์ปลดเข็มขัดแล้วดึงกางเกงตัวเองลงเล็กน้อย เค้าลากมือขาวไปสัมผัสแก่นกายร้อนของตัวเองแผ่วเบา ชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัวพยายามดึงมือตัวเองออกแต่โดนขืนบังคับให้จับแน่นขึ้นจนแทบจะกรี๊ด

โลกิสะบัดหน้าออกจากจุมพิตร้อนแรงแล้วร้องลั่น

“อร๊าคคค ปล่อยนะ!!! ไอ้บ้า!!! ไอ้ลามก!!! ให้ข้าจับอะไรเนี่ย?!!!!”

ธอร์ขำพรืด ยันตัวขึ้นนิดนึงแล้วกระชับอุ้งมือขาวในมือให้สัมผัสแก่นกายร้อนไปมาแน่นขึ้น อีกมือสอดเข้ารั้งเอวบางให้แอ่นเข้าหาอีกเล็กน้อย

“เจ้าทำให้ข้าเป็นถึงขนาดนี้”

“ข้างั้นเหรอ ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย เจ้าต่างหาก!!” โลกิใช้อีกมือปิดหน้าแล้วหันหนีด้วยความอาย ธอร์ก้มลงกัดซอกคอขาวยั่วยวนด้วยความหมั่นเขี้ยว เบียดแกนตัวร้อนของตัวเองเข้ากับของน้องชายแล้วบังคับมือขาวให้จับรวบไปด้วยกัน ลูบเบาๆก่อนขยับเร็วขึ้น กระชับเอวบางแน่น เน้นปลายนิ้วลูบไล้ส่วนกลางตัวของทั้งคู่ด้วยกันรุนแรงจนส่วนปลายเริ่มมีน้ำซึมขึ้นมาอีกรอบ

“อึ่ก…พอ.. ” แพขนตาชื้นน้ำตาช้อนมองขึ้นอ้อนวอน แก้มนวลแดงก่ำไปถึงใบหู น่ารักจนธอร์กดจูบลงไปอีกรอบอย่างอดใจไม่ไหว

” มือเจ้า รู้สึกดีเหลือเกิน ” ธอร์ครางเสียงกระเซ่า

มือแข็งขยับแยกท่อนขาขาวออกกว้างพลางแทรกตัวเข้ากลาง กดแก่นกายร้อนที่แข็งขืนเข้ากับปากช่องทางที่โดนเตรียมให้พร้อมหลายต่อหลายรอบมาเป็นชั่วโมง
เค้าเลียริมฝีปากแห้งผากพลางเหลือบมองสีหน้าทุรนทุรายของคนข้างใต้ ปลายผมสีดำชื้นเหงื่อดูยุ่งเหยิงสะบัดพรืดอย่างขัดใจ เมื่อเค้าเพียงสัมผัสเพียงตื้นๆราวกับแกล้ง

” เข้ามา..”

” หื้ม? “

” เข้ามาในตัวข้าซักที! ” โลกิเค้นเสียงข่มความอาย ดวงตาสีเขียวจ้องมาราวกับจะฆ่า

ธอร์กระตุกยิ้มด้วยความพึงใจ กระชับลากเอวบางเข้าหาอีกรอบ แล้วกระแทกตัวเข้าสู่ภายในอบอุ่นอย่างแรงจนน้องชายเริดหน้า เค้าดึงมือขาวให้โอบรอบคอ โลกิดึงตัวเองเข้าซุกหน้ากับกล้ามอกแน่น

” เจ็บ… “

” รอก่อน… อีกนิด ” ร่างใหญ่ดึงดันแทรกตัวเข้าไปช้าๆ หายใจหอบถี่อย่างอดกลั้น

” พอ … ไม่ไหว.. อึ่ก มันใหญ่… ” โลกิสะอื้น

” เจ้าโง่ ใครสอนให้เจ้ายั่วข้าแบบนี้ ” ธอร์เดาะลิ้นอย่างสุดกลั้น ผลักอกขาวลงนอนแล้วยกเรียวขาข้างนึงขึ้นพาดบ่า พลางเสือกตัวรวดเดียวเข้าสู่ภายในตลอดความยาวจนโลกิร้องลั่น

” อ้ะ เดี๋ยว อ้ะ อ้ะ… ” สะโพกเริ่มขยับเข้าออกเชื่องช้าก่อนเร่งความเร็ว กระแทกตัวรุนแรงจนร่างข้างใต้บิดเร่าด้วยความเสียวซ่าน เอื้อมดึงมือโลกิที่กำลังปิดปากตัวเองแน่นพยายามกลั้นเสียงครางอย่างสุดความสามารถออก

” ให้พี่ได้ยินเสียงเจ้า “

“.. ไม่เอา อ้ะ อื้ออออ ” ริมฝีปากบางกัดเม้มแน่น

” ดื้อนัก ” ธอร์ระบายยิ้มพึงใจ เอวหนาขยับเข้าออกถี่ โยกตัวเข้ารังแกจุดลึกสุดในร่างกายติดๆกันยาวนานราวกับไม่มีที่สิ้นสุด เค้าคำรามอย่างพึงใจเมื่อช่องทางยิ่งบีบรัดแน่นยามเค้าสัมผัสโดนจุดที่ทำให้รู้สึกดี สะโพกเล็กถูกเกี่ยวจนลอยขึ้นจากเตียงให้ธอร์ได้แทรกตัวเข้าลึกอีก ความรู้สึกเสียวซ่านรุนแรงถาโถมจากทุกทิศเนิ่นนานจนแทบจะทนไม่ไหว โลกิปลดปล่อยออกมาก่อนสติจะดับวูบลง

เค้ากระแทกตัวเข้าหาสะโพกเล็กแรงๆอีกสองสามที เกร็งตัวแล้วปลดปล่อยตามมาในที่สุด

ร่างสูงใหญ่ทรุดลงทาบทับคนตัวเล็กกว่าอย่างหมดแรงหอบหายใจแรงอยู่เป็นนาที เค้าจุมพิตไปทั่วใบหน้าขาวที่นอนนี้แพขนตาหนาปิดสนิท ขบเบาๆที่ริมฝีปากนิ่ม ก่อนค่อยยอมถอนกายออกเชื่องช้า

เค้ากลิ้งตัวลงนอนข้างๆพลางเอื้อมมือลากเอวบางที่เจ้าของหลับสนิทเข้ากกกอด

ธอร์ยอมรับว่าอาจจะรุนแรงไปซักหน่อยสำหรับน้องชายที่ไม่ค่อยเจนจัดเรื่องบนเตียงเหมือนกับเค้า แต่โลกิค่อนข้างจะอันตรายต่อจิตใจอันแสนจะอ่อนโยนของสุภาพบุรุษเช่นเค้าอยู่ไม่น้อย ยั่วกันขนาดนี้จะให้เค้าทนไหวได้ยังไง ธอร์คว่ำปากยักไหล่เหมือนยกโทษให้ตัวเอง เค้าดึงผ้านวมสีขาวผืนหน้าขึ้นห่ม จ้องมองใบหน้าชื้นเหงื่อที่หลับสนิทด้วยความอ่อนเพลีย

….หรือจะเรียกว่าหมดสติดีกว่านะ

เค้าระบายยิ้มอย่างพึงใจ ก่อนซุกหน้าลงบนลาดไหล่ขาวแล้วจมดิ่งสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับคนในอ้อมกอด


…….


….


..


โลกิกลั้นใจเบี่ยงตัวเองออกจากแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของธอร์อีกครั้ง เค้ายกตัวขึ้นนั่งก่อนนิ่วหน้าด้วยความปวดเมื่อยไปทั่ว กระจกบานใหญ่ตรงปลายเตียงสะท้อนภาพผิวขาวจัดของตัวเองแต่ที่เห็นเด่นชัดกว่าคือปื้นแดงทั้งเข้มทั้งอ่อนกระจายนับไม่ถ้วนอยู่ทั่ว
หน้าขาวซีดเปลี่ยนเป็นสีแดงแปร๊ดอย่างรวดเร็ว เค้ายกมือขึ้นปิดปากตัวเองแน่น แล้วยกขาขึ้นถีบคนตัวใหญ่ที่นอนอยู่ข้างๆอย่างแรงจนตกเตียงเสียงดังสนั่น การออกแรงกระทันหันทำเอาสะโพกเจ็บแปร๊บจนแทบจะหน้ามืด เค้าเปลี่ยนใจไม่ลุกออกจากเตียงตามที่คิดไว้ แต่คว้าโทรศัพท์ที่หล่นอยู่ข้างตัวแล้วดึงผ้านวมหนาขึ้นคลุมร่างเปลือยเปล่าแทน  ธอร์ที่นอนหลับราวกับหมีโงหัวขึ้นมาจากพื้นอย่างงุนงง เค้าสะบัดหัวไปมาก่อนไต่กลับขึ้นเตียง มองหาหมอนข้างมีชีวิตที่นอนกอดมาทั้งคืนแต่พบเพียงโปงผ้านวมก้อนใหญ่ม้วนแน่นจนหาชายไม่เจอขดกองอยู่มุมเตียง มีเพียงปลายผมดำสนิทโผล่พ้นด้านหนึ่งออกมา

ธอร์ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างสุดกลั้น ตะปปคว้าลากก้อนผ้านวมเข้าหาตัว

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นแทรกช่วงเช้าอันแสนสุข เค้าเดาะลิ้นอย่างขัดใจก่อนคว้าโทรศัพท์มาพลิกดู เมื่อเห็นชื่อคนโทรก็ถอนหายใจยาวเหยียดแล้วกดรับอย่างเสียไม่ได้

” ว่าไง ไทกะ ” เค้าตอบโทรศัพท์พลางเกี่ยวพันปลายผมสีดำเข้ากับปลายนิ้วเล่น ริมฝีปากยกยิ้มเมื่อปอยผมค่อยๆหดเข้าไปในโปงผ้านวมช้าๆ น้องชายเค้างอนได้น่ารักชะมัด

“ไม่ว่านายจะทำอะไรลงไป ขอโทษซะ” เสียงในสายโพร่งออกมาแทนคำทักทาย

“ห๋า? ว่าไงนะ”

“ชั้นไม่สนว่านายจะทำยังไง แต่นายต้องขอโทษ แล้วทำให้เค้าอารมณ์ดี”

“ชั้นไม่เข้าใจที่นายพูด”

“โลกิ text มาว่า ใน ragnarok ธอร์ต้องตาย แบบทรมาน ตายแล้วตายลับ หรือไม่มีโลกิ และเค้าบอกว่าเค้าพูดจริง”

ธอร์ระเบิดหัวเราะขึ้นมาอีกรอบ เค้ากลิ้งลงงอตัวอย่างสุดกลั้น

“นายอาจจะไม่เข้าใจ หนังเรื่องนี้ชื่อ Thor … แต่มัน จำเป็น ต้อง มี โลกิ ” เสียงใสสายเน้นทีละคำระหว่างรอธอร์หยุดหัวเราะ

“ไม่ๆๆ ชั้นเข้าใจ ฮ่าๆๆๆๆ”

“ชั้นสัญญา ชั้นจะแก้ไขมัน ไทกะ … เจอกันวันจันทร์นะ ” ธอร์กดตัดสายโดยไม่รอคำตอบ แล้วโยนโทรศัพท์ทิ้ง

“นี่จะเอาอย่างงี้จริงๆเหรอ” โปงผ้าห่มยังนิ่งสนิท คนตัวใหญ่เลื้อยตัวทาบทับไปบนผ้านวมหนานุ่ม มือใหญ่กดจูบแรงๆและโอบกอดคนตัวเล็กกว่าผ่านผืนผ้าหนา สัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆของมือถือที่ดังเป็นระยะอยู่ภายใน

โลกิคงกำลังส่งข้อความไปฟ้องทุกคนในโลกอย่างบ้าคลั่ง อาจจะบังคับให้ตัดบทพระเอกของเค้าออก เขียนบทให้ดูโง่น่าสมเพท หรือแม้แต่ออกแบบชุดใหม่ของธอร์ให้ออกมาตลกๆ

“ไม่มีใครขัดใจเจ้าได้หรอก”

“เพราะหนังเรื่องนี้โลกิสำคัญกว่าพระเอกเสียอีก”

“ยอดรัก?”

ธอร์ยังเฝ้านัวเนียคนใต้ผ้านวมที่ยังนิ่งเงียบ เค้าสอดมือเข้าไปในปลายข้างนึงจนได้ เค้าลูบมือไปตามแนวสันหลังที่โค้งตัวขดเป็นก้อนกลมไม่หือไม่อือ ท่าทางจะยังโกรธเค้าอยู่ไม่น้อย

แต่ก็ไม่เป็นไร ยังมีเวลาตามง้ออีกทั้งวัน ริมฝ่ปากหนาระบายยิ้มกว้างอย่างเอ็นดู

หรือไม่ซิ น่าจะเรียกว่าทั้งชีวิตอาจจะดีกว่า



>> T H E      E N D <<


จบแล้วจ้า โอ้ย เหนื่อย ฮ่าๆๆๆ
อ่านแล้วรู้สึกยังไง เม้นต์บอกเป็นกำลังใจหน่อยนะ พี่ท้อโหดร้ายไปมั้ยเนี่ย ^^”
ถ้ารู้สึกสนุกแม้เพียงนิดหน่อย ไรท์ก็ดีใจมากแล้วจ้า

แล้วเจอกันค่ะ

Alice in Boots

โพสท์ใน Z All Fiction | 1 ความเห็น

SF : ThorxLoki : #R. Poison 1 By Alice in boots

SF : ThorxLoki : Poison 1

W : Alice in boots

R : E

*****************

ธอร์ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษหลังจากวันแรกในกองถ่ายอันแสนยาวนาน
น้องชายเค้าก็ดูจะสนุกสนานที่จะเข้ามานัวเนียตัวเค้าทั้งวี่ทั้งวัน เรียกเสียงกรี๊ดกระหึ่มจากแฟนสาวๆที่เฝ้าสังเกตุการณ์อยู่เป็นระยะ
โลกิเดินไปพลางไถหน้าจอสมาร์ทโฟนในมือไปพลาง ส่งเสียงหัวเราะกิกกักอย่างพึงใจเป็นระยะ
วันนี้ในโลกออนไลน์มีแต่รูปของเค้ากับธอร์ พร้อมแฮชแทคตลกๆให้อ่านได้ไม่จบสิ้น
“ไม่รู้ว่าเจ้าก็ชอบเป็นจุดสนใจ” ธอร์ถามยิ้มๆ ระหว่างพาตัวเองเดินกลับห้องพักในโรงแรม 6 ดาวที่ทีมงานจัดเตรียมไว้ให้
“สตรีมนุษย์พวกนั้นตลกดี พอข้าแตะตัวเจ้าหน่อยก็ส่งเสียงกรีดร้องดังราวกับจะไปออกรบ” โลกิหัวเราะร่วน
“ก็เลยเข้ามากอดข้างั้นซิ”
“ฮ่าๆๆ ตอนนั้นหูข้าแทบจะแตก” ชายหนุ่มหัวเราะจนงอตัว มือนึงคว้าไหล่หนาพยุงตัวแล้วชกเบาๆเข้าที่ลอนกล้ามแน่นของคนตัวใหญ่กว่า
มือใหญ่ยกขึ้นหมายจะคว้าเอวบาง แต่เปลี่ยนใจปล่อยลงข้างตัวตามเดิม

อดทนทำเป็นไม่สนใจอะไรมาทั้งวัน เค้ามีแผนที่ดีกว่าจะให้โลกิรู้ตัวตอนนี้

ขายาวๆของทั้งคู่ก้าวมาหยุดที่หน้าห้องสูทห้องหนึ่ง

“ข้าว่าเป็นนักแสดงบนโลกมนุษย์ก็สนุกไม่เลว ฮ่าาาาาา แต่เหนื่อยชะมัด ข้าควรจะพักผ่อนซักหน่อย พวกในเน็ตบอกว่าหน้าข้าเริ่มจะมีริ้วรอย” โลกิยกมือขึ้นลูบคางเบาๆ ยกแขนบิดขี้เกียจจนเสื้อสูทสีดำเข้ารูปลอยพ้นสะโพกยั่วสายตา เค้าแตะการ์ดที่ประตูก่อนส่งยิ้มหวานให้คนตรงหน้า
“ฝันดีนะพี่ชาย”
ธอร์สอดมือจับบานประตูดึงไว้ก่อนที่มันจะปิด เค้าก้มลงใกล้ส่งสายตาใสซื่อให้คนตรงหน้า

“เจ้ายังไม่เหนื่อยขนาดนั้นหรอก เราน่าจะดื่มกันก่อนนอนซักหน่อย คืนแรกบนโลก”

“เจ้าน่ารำคาญ” โลกิจ้องตอบตาสีฟ้าที่ออกจะอยู่ใกล้จนเกินไป เค้าเอียงหัวนิดนึงแล้วถอยก้าวนึงให้คนตัวใหญ่เดินเข้ามาในห้อง

“เอาเถอะ ยังไงวันนี้ข้าก็อารมณ์ดี”

“ฮ่าๆๆๆ นั่งเถอะ เดี๋ยวข้าจะเป็นคนบริการเจ้าเอง” โลกิมองตามพี่ชายที่เดินตรงไปยังบาร์เหล้าเล็กๆมุมห้องอย่างร่าเริงจนน่าหมั่นไส้ เค้ากรอกตานิดนึงก่อนหมุนตัวกระโดดลงโซฟากลางห้อง เริ่มต้นจดจ่อกับการไถหน้าจอสมาร์ทโฟนในมืออีกครั้ง

…………

…….

..

ผ่านไปหลายชั่วโมง เค้ารู้สึกแปลกใจที่ตัวเองรู้สึกมึนงงเล็กน้อย ปกติเค้าคอแข็งเป็นที่หนึ่ง กะแค่บรั่นดีจางๆที่ธอร์ชงส่งให้ไม่กี่แก้ว บางทีเค้าอาจจะเหนื่อยมากจริงๆก็ได้

โลกิเบียดตัวเองเข้ากับโซฟาอย่างกระวนกระวาย ความรู้สึกร้อนวูบวาบที่ไม่คุ้นชินนี่มันอะไรกัน เค้าปัดปลายผมสีดำสนิทที่ปรกหน้ารุ่ยร่ายออกด้วยความหงุดหงิด แต่เพียงปลายนิ้วสะกิดโดนติ่งหูถึงกับสะดุ้งราวกับไฟช็อต ชายหนุ่มเผลอส่งเสียงครางราวกับลูกแมวตัวน้อยก่อนกัดริมฝีปากปิดเสียงด้วยความตกใจ

สมาร์ทโฟนที่ถือติดมืออยู่ค่อนคืนถูกโยนทิ้งไม่ใยดีนานแล้ว เพียงแค่การสั่นเตือนเบาๆก็สร้างความรำคาญให้อุ้งมือเค้าจนทนแทบไม่ไหว

“เจ้าดูไม่ค่อยสบาย” ชายหนุ่มผมสีทองราวกับพระอาทิตย์ที่นั่งฝั่งตรงข้ามของโซฟาเอ่ยปากถามอย่างห่วงใย แต่ท่าทางและน้ำเสียงเจือเสียงกระหยิ่มแปลกๆจนโลกิตวัดตามอง

“ข้าสบายดี” ชายหนุ่มกัดฟันเค้นเสียงกึ่งเจ็บปวดกึ่งโมโห ตาสีเขียวรื้อน้ำตาส่งประกายระยิบ
ธอร์ลอบมองอาการน้องชายอย่างตื่นเต้น โลกิหายใจถี่และหนัก หน้าที่เคยขาวเหมือนกระดาษเปลี่ยนเป็นสีพีชระเรื่อ ริมฝีปากบางสีสดแห้งผาก จนเจ้าตัวแลบลิ้นเลียช้าๆก่อนเม้มปิด
ธอร์เผลอเลียริมฝีปากตัวเองตามก่อนเดาะลิ้นพร้อมทั้งขยับขาขึ้นไขว้ห้างโดยอัตโนมัติ
จะเซ็กซี่เกินไปแล้วนะ

ยาปลุกที่เค้าไปแอบได้มาจากสหายชาวมนุษย์เมื่อคืนก่อน ดูเหมือนจะได้ผลเกินคาด
เค้าแอบหยดนิดหน่อยใส่บรั่นดีที่โลกิดื่มก่อนนอนทุกวัน ก่อนจะเปลี่ยนใจเทใส่หมดทั้งขวด
น้องชายเค้าออกจะคุ้นชินกับบรรดาพิษมากมายทั่วสารทิศ แค่นิดหน่อยจะไปเห็นผลอะไรกัน
หลังจากทั้งขู่ทั้งปลอบคะยั้นคะยอให้น้องชายดื่มไปมากกว่าปกติ ธอร์ก็ทำนั่งทำไม่รู้ไม่ชี้อยู่ในห้องโลกิราวกับเป็นห้องของตัวเอง

“เจ้าควร ..กลับห้องได้แล้ว” โลกิบังคับเสียงให้พูดเป็นปกติอย่างยากลำบาก
“ข้าว่าจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้าอีกซักหน่อย” ธอร์ฉีกยิ้มกว้าง ยกขาขึ้นพาดโต๊ะอย่างสบายอารมณ์ไม่มีท่าทีจะขยับตัวไปไหน

ชายหนุ่มส่งสายตาถมึงทึงให้คนตัวใหญ่กว่าตรงหน้า เข่นเขี้ยวฟันจนกรามขึ้นสันนูน แต่ดูเหมือนธอร์จะไม่สนใจท่าทีหงุดหงิดของเค้าซักนิดเดียว

จะทำให้โมโหไปถึงไหนนะ

แค่บังคับร่างกายไม่ให้สั่นก็ยากเต็มที ข้างในร่างกายร้อนผ่าว ลำคอก็แห้งผาก อยากจะโดดลงสระน้ำหน้าโรงแรมซะให้รู้แล้วรู้รอด
เค้าผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ แต่ก็ทำให้ยอดอกที่แข็งตึงไปสัมผัสถูกเนื้อผ้าลื่นๆของเชิ้ตผ้าไหมที่สวมใส่อยู่จนเผลอครางออกมาอีกครั้ง
โลกิปิดตาเม้มปากราวกับจะตั้งสติ หรือเค้าจะไม่สบายจริงๆ?

ธอร์จับจ้องทุกอิริยาบทของคนตรงหน้าอย่างรื่นรมย์ เค้าจิกเล็บเข้ากับฝ่ามือตัวเองเพื่อเรียกสติ
สวยงามจนน่าจับมาจูบซะให้หนำใจ อยากจะลากร่างผอมๆตรงหน้าขึ้นเตียงจนทนไม่ไหว ทึ้งเสื้อผ้าน่ารำคาญนั่นออกให้หมด แล้วจับกินซะทั้งๆอย่างงั้น
โลกิคงจะโวยวายน่าหนวกหูตามเคย แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงเค้าก็ชอบที่จะปราบพยศเอาชนะท่าทางหยิ่งๆนั่นอยู่แล้ว ถ้าดิ้นนักก็จะจับมัดซะ แล้วทำให้ร้องครางอยู่ใต้ร่างเค้าทั้งคืน

ลองทำเยอะๆดูจนกว่าจะท้องได้มั้ยนะ

แค่คิดก็แทบจะทนไม่ไหว เผลอส่งยิ้มแปลกๆให้คนตรงหน้าออกไปจนได้

ชายหนุ่มตัวเล็กกว่าขนลุกเกรียว รู้สึกไม่ปลอดภัยจากสายตาน่าสงสัยของพี่ชาย เค้ากลั้นใจยันตัวขึ้นยืนอย่างยากลำบาก
ธอร์เด้งตัวออกจากโซฟาบ้าง จะหนีงั้นเรอะ?

“เจ้าอยู่นี่แหละ.. ข้าจะไปสูดอากาศ.. ซักหน่อย” โลกิพูดพลางก้าวขาออกเดิน แต่ขาเจ้ากรรมดันเปลี้ยจนเกือบเสียหลักล้ม ธอร์ปราดเข้ามาคว้าเอวบางไว้ พลางกระชับร่างเล็กกว่าเข้าหาตัวอย่างทันท่วงที
โลกิหน้าตาตื่น ผลักอกแกร่งของพี่ชายออกพัลวัน
“อย่าจับ!”
“อะไรของเจ้า อยู่เฉยๆซิ ข้าบอกแล้วว่าเจ้าไม่สบาย” ธอร์ระบายยิ้มเยาะ คว้ามือข้างนึงของโลกิที่ผลักหน้าของเค้าออกห่างกุมไว้แน่น

“ปะ..ปล่อย ปล่อยนะ”
ยิ่งมือแข็งโอบกระชับเอวของเค้าแถมลูบเบาๆไปกลางหลัง โลกิก็สั่นราวกับโดนไฟช็อตไปทั้งตัว ไม่ว่าสัมผัสโดนตรงไหน ก็เจ็บซ่านเหมือนโดนเข็มเล็กๆทิ่มไปทั่ว
มือขาวตวัดข่วนท่อนแขนแข็งๆจนเลือดไหลซิบ ธอร์แอบเบียดต้นขาเข้าแทรกกลางหว่างขาคนตรงหน้า สัมผัสส่วนที่แข็งขืนเหมือนกับไม่ได้ตั้งใจ มุมปากกระตุกยิ้มเมื่อร่างเล็กกว่าพยายามบีบขาต้านอย่างไร้ประโยชน์
“ข้าบอกให้ปล่อยไงล่ะ! เจ้าคนหยาบคาย!”
“ข้าจะไม่ฟังคนเมาหรอกนะ” ริมฝีปากที่มีไรเคราเบียดชิดใบหน้าเรียว กระซิบพลางตั้งใจพ่นลมเข้าไปในหูกลมนิ่มที่แดงจัดจนเหมือนจะระเบิด
เค้าอดใจไม่ไหวเผลอแลบลิ้นเลียชิมซอกคอคนตัวเล็กกว่าที่กำลังดิ้นพล่าน

หวานจริง

เส้นอดทนในสมองขาดผึง ธอร์ตวัดร่างของน้องชายขึ้นพาดบ่าอย่างง่ายดายจนโลกิร้องลั่น ถึงจะไม่ใช่คนตัวเล็ก แต่เทียบกับพี่ชายที่ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้าม โลกิก็ยังดูผอมเกินไปอยู่ดี
เค้าก้าวยาวๆผ่านโซฟาไม่ลืมคว้าขวดบรั่นดีที่ตั้งทิ้งอยู่บนโต๊ะติดมือไปด้วย
ร่างบนบ่าถูกโยนลงบนเตียงหนานุ่มอย่างไม่ถนอมนัก โลกิตะกายตัวหนีแต่โดนมือแกร่งคว้าข้อเท้าไว้ก่อนลากกลับมากลางเตียง
ชายหนุ่มกระดกขวดบรั่นดีใส่ปาก แล้วทิ้งตัวลงทับน้องชาย
ธอร์ประคองบังคับริมฝีปากบางให้เปิดออกก่อนกดจูบเบียดร้อนแรงส่งต่อเหล้ารสเข้มในปากให้ชายหนุ่ม ไล้เลียจนโลกิกลืนของเหลวในปากลงไปจนหมด ธอร์ยกขวดบรั่นดีขึ้นอีกครั้งแล้วทำแบบเดิมจนร่างเล็กกว่าเริ่มดิ้นน้อยลง
เค้าป้อนเหล้าสลับกับส่งเรียวลิ้นหยอกเย้าริมฝีปากบางลึกล้ำจนโลกิหัวหมุน
จุมพิตยาวนานและดูดดื่ม ธอร์ยกยิ้มเมื่อเรียวลิ้นเล็กๆเริ่มสัมผัสตอบเค้าอย่างกล้าๆกลัวๆ
“เจ้าดูท่าทางกระหายน้ำ ข้าก็เลย” ธอร์หยอกยิ้มๆ
“…เจ้ามันแย่ที่สุด” โลกิ กระแอมสำลักสองสามที ไม่แน่ใจว่ามึนเพราะจูบหรือเหล้าที่ธอร์บังคับเค้าดื่มกันแน่
“ข้าทำอะไรรึ?”
“เจ้าทำบางอย่าง!”
มือหนากระตุกเน็กไทคนข้างล่างออก ก่อนไล้มือไปตามเสื้อเชิ้ตไหมนิ่มลื่นที่เปรอะเปื้อนบรั่นดีจนเปียกไปหมด
ปลายนิ้วเขี่ยยอดอกแข็งตึงผ่านผ้าที่เรียบลู่ไปกับแผ่นอก
“อ้ะ!” โลกิเด้งตัว ธอร์จึงเปลี่ยนเป็นใช้นิ้วโป้งขยี้เบาๆลงบนตุ่มไตแข็งสู้มืออย่างต่อเนื่อง ยิ้มอย่างตื่นเต้นเมื่อร่างตรงหน้าบิดเร่าครวญครางยามเค้าเน้นปลายนิ้วไปยังองศาต่างๆ
“เสื้อเจ้าเปียก ข้าแค่จะถอดออกให้ ทำไมเจ้าต้องทำเสียงลามกขนาดนั้นด้วย” ยิ่งบดขยี้ ร่างโลกิก็ยิ่งแอ่นรับแรง
“อื้อ อือ อย่า”
“ได้ซิ” ธอร์หยุดรังแกยอดอกอย่างฉับพลัน โลกิถึงกับตาค้าง
“เจ้า!!” มือนึงพยายามผลักอกร่างหนาที่ทาบทับให้ลุกออกไป อีกมือเผลอไล้ลงสอดเข้าไปในขอบกางเกงตัวเอง มือหนาไวกว่าคว้าดึงข้อมือขาวทั้งสองข้างกดลงข้างตัว
“จะทำอะไรหึ เจ้าเด็กลามก”
“ปล่อยนะ ไอ้บ้า แกนี่มัน!!”
ธอร์เบียดตัวเข้ากับร่างบางข้างล่าง ใช้ส่วนกลางลำตัวที่เริ่มแข็งขึ้นถูไถกับของน้องชาย เค้าเผลอดื่มไปนิดหน่อยตอนป้อนเหล้าให้โลกิ แค่สัมผัสกันเบาๆแบบนี้ก็แทบจะทนไม่ไหว โลกิดื่มไปขนาดนั้น…

“อะ อะ อะ จะถึง..”
แล้วธอร์ก็หยุดเคลื่อนไหวอีกครั้ง โลกิชะงักตาค้างก่อนร้องด่าลั่น
ชายหนุ่มหัวเราะอย่างอารมณ์ดี พลางดึงรวบข้อมือขาวผูกไว้ด้วยกันแล้วมัดติดกับซี่หัวเตียงด้วยเน็กไทสีดำของโลกิ
“เด็กไม่ดี รอพี่อนุญาตก่อนซิ”
เค้ากระชากสาบเสื้อเชิ้ตสีขาวจนเปิดออก ลิ้นร้อนบรรจงไล้เลียจากต้นคอขาวไปตามแนวไหปลาร้าสลับกับขบกัดไปทั่วอย่างมันเขี้ยว เมื่อมาถึงยอดอกสีเชอรี่ที่แข็งตึง ชายหนุ่มวนลิ้นรอบๆก่อนครอบครองด้วยริมฝีปากและดูดเลียราวกับเป็นขนมแสนอร่อย
“อื้อออออ ” ร่างบางยกตัวขึ้นให้มือแกร่งดึงกระชากกางเกงสแลกของตัวเองออกอย่างว่าง่าย
“ตัวเจ้ามีแต่รสเหล้าเต็มไปหมด” เค้าบรรจงลากลิ้นดูดดุนไปทั่วแผ่นอกที่หอบถี่ ก่อนไล้ลงต่ำผ่านหน้าท้องแบนราบที่มีกล้ามเนื้อบางๆ เผลอกัดขย้ำสีข้างด้วยความมันเขี้ยวราวกับจะกินเข้าไปจริงๆจนโลกิร้องผวา

รสชาติเหมือนผลไม้ที่เคลือบไปด้วยเหล้า นี่น้องชายเค้ายั่วยวนเกินไปหน่อยหรือเปล่าเนี่ย

ธอร์จับขาเพรียวบางแยกออกกว้างแล้วฝังหน้าลงบนช่องทางแสนยั่วของน้องชาย ริมฝีปากหยอกเย้ากับปากทางเข้าที่ตอนนี้เต้นตุบอย่างเชิญชวน ลิ้นอุ่นแตะแผ่วๆก่อนค่อยๆดึงดันเข้าสู่ภายใน
โลกิบิดตัวด้วยความเสียวซ่าน ต้นขาขาวซีดบีบเข้าหากันจนศีรษะชายหนุ่มยิ่งกดลึกลงไปในช่องทาง
ลิ้นร้อนชอนไชเข้าลึกจนคนตัวเล็กกว่าดิ้นพล่าน
“อ้ะ ไม่นะ อ้ะ อ้ะ พอ ”
ยิ่งโลกิครวญคราง ธอร์ยิ่งลงลิ้นเข้าลึกราวกับแกล้ง ไรเคราสีทองบดเบียดผิวอ่อนๆยิ่งทำให้สติกระเจิดกระเจิง
“สัมผัส… อ้ะ…. จับข้างหน้า …ที” โลกิอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร
ชายหนุ่มทำหูทวนลม แต่ยังตั้งอกตั้งใจใช้ลิ้นขยับเข้าออกช่องทางที่ตอนนี้เริ่มคลายออกจนเปียกชุ่ม
นิ้วแข็งสอดเข้าลึกก่อนขยับไปมาภายใน ปลายนิ้วสัมผัสโดนบางส่วนจนโลกิกรี๊ดลั่น

“อย่า!!”
“ตรงนี้งั้นเหรอ” ธอร์กระตุกยิ้ม เพิ่มจำนวนนิ้วแข็งพร้อมทั้งกดย้ำๆไปยังจุดเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“อย่า อ้ะ อ้ะ พอแล้ว ได้โปรด” นิ้วแข็งเพิ่มเป็นสี่ ขยับเข้าออกรวดเร็วรังแกจุดอ่อนไหวในทิศทางต่างๆจนร่างข้างใต้เกร็งตัวแล้วปลดปล่อยออกมาในที่สุด

“อื้อออออ….” โลกิเริ่ดหน้าเม้มปากแน่น น้ำขุ่นขาวพุ่งกระจายจนเลอะทั่วหน้าท้องแบนราบ

“ลามกจริงๆ ข้ายังไม่ได้แตะส่วนหน้าของเจ้าด้วยซ้ำ”

โลกิ หอบหายใจถี่ ก่อนก้มมองแก่นกายตนที่ยังตั้งตระหง่านแม้จะเพิ่งปลดปล่อยออกมาอย่างรุนแรง

” WTF …. นี่มันอะไรกันเนี่ย..”

โพสท์ใน Z All Fiction | ติดป้ายกำกับ , , | 10 ความเห็น

http://wp.me/p4f9hB-3V

โพสท์ใน Z All Fiction | ใส่ความเห็น

เปิดจองหนังสือออกใหม่งานMC4

http://wp.me/p4f9hB-3V

“เปิดจอง+โอนเงิน” หนังสือออกใหม่ในงานMC4ค่ะ เข้ามาอ่านรายละเอียดก่อนนะคะ ><! #superbat #stony #stucky #thorki #hiddlesworth #yujean #MC4

โพสท์ใน Z All Fiction | ใส่ความเห็น

*ประกาศฟิคลงงานMovie Carnival 4 แบบย่อ*

image

พบกันได้ที่งาน Movie Carnival 4 บูทที่B02  

**วันอาทิตย์ที่ 3 July 2559**

สำหรับปีนี้ มีรายชื่อหนังสือใหม่สองเล่ม คือ

– King Of Mind [Thor x Loki] + SF [Thor x Loki]

– Once upon a time [All]
       + [SF] Evanstan [Chris E. X Sebastian S.]
        + [SF] Stony [Steve R. X Tony S.]
        + [SF] Superbat [Clark K. X Bruce W.]

และรีปริ้นสำหรับ 3 เรื่อง

– Travel Trip [Chris H. X Tom H.] + 2 [SF] Hiddlesworth

– Trickster [Chris H. X Tom H]       + [SF] Hiddlesworth

– The Wishing Star [All]
     + Chris H. X Tom H.
     + Micheal F. X James Mc.
     + Steve R. X Bucky B. X Tony S.

ติดต่อรายละเอียด

jrasmason2@gmail.com

โพสท์ใน Z All Fiction | ติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

[FIC] Hiddlesworth (JamesXAdam) #9 Bloody body [END]

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

C : James H. X Adam

R : M

G : Romantic ,

L : Thai

W : Yujean Rasmason

*****************************

อดัมเดินไปมาอยู่ในห้องอ่านหนังสืออย่างกระวนกระวายใจ ในยามกลางวันเขาไม่อาจจะหลับลงได้เมื่อได้ยินจากคนรับใช้ว่าจู่ๆที่หน้าปราสาทก็เกลื่อนไปด้วยเหล่าแกะและกวางตัวเล็กๆ ถูกฆ่าจนเลือดอาบไปทั้งลานด้านหน้า กลิ่นเลือดฉุนจมูกขึ้นมาจนถึงชั้นบน เขาสั่งให้เอาเหล่าซากสัตว์ไปฝั่งเพื่อป้องกันหมาป่าไม่ให้เข้ามาใกล้บริเวณหมู่บ้าน แต่ถึงอย่างนั้นอย่างเดียวที่ไม่อาจจะปฎิเสธได้คือมันคงเป็นสารเตือนจากแวมไพร์ตัวนั้น เตือนที่เขามีฮันเตอร์อยู่ในปราสาทหรือ? มันจะฆ่าลูกชายเขาหรือเปล่านะ
อดัมลูบใบหน้าแรงไม่อาจจะนอนหลับได้ เขาพบว่าเวลานอนของเขาเริ่มเปลี่ยนมาเป็นยามกลางคืนและตื่นตอนกลางวันอย่างช้าๆ มันไม่ดีเลยซักนิด ตราบใดที่เขายังคงต้องปกป้องลูกชายละก็ เขาจะต้องทำตัวให้สมกับเป็นแวมไพร์ เขาจะต้องทำตัวโดดเด่นเป็นเป้าหมายของฮันเตอร์เพื่อไม่ให้ใครพุ่งเป้าหมายเปลี่ยนจากตัวเขาเป็นคริส
ดวงตาสีอ่อนหลุบลงต่ำเมื่อตัดสินใจนั่งลงบนโซฟาตัวยาว เรื่องของเจมส์เขาตัดสินใจมาข้อนข้างนานแล้ว เขาคิดว่าเขาจะเลิกรั้งเจมส์เอาไว้ที่นี้ เพื่อทุกๆฝ่าย เพื่อเจมส์ที่ไม่ต้องการอยู่ เพื่อคริสที่จะปลอดภัยจากการที่ไม่มีนักล่าแวมไพร์อยู่ใกล้ๆ โดยไม่ต้องคำนึงถึงตัวเขา
เจมส์แสดงออกชัดเจนในสองสามวันมานี้ว่าต้องการฆ่าเขาให้ตายตามด้วยฆ่าคริสซะ แต่เพราะเหตุผลบางอย่างทำให้เจมส์ไม่ทำ จากคืนนั้นที่ผ่านมา เขาพบว่าเจมส์หายไปจากปราสาท เขาคดเข้าข้างตัวเองว่าร่างสูงตัดสินใจจากไป
จากไปในตอนที่เจ้าตัวอันตรายนั้นกลับมาใกล้ยิ่งขึ้น
อดัมอยากจะพักผ่อนแต่ก็ทำไม่ได้ เขาไม่กล้าพาคริสออกไปนอกปราสาทเลยซักนิด มีแต่อันตรายที่ทำให้เขากลัว อดัมเสียลูกชายคนเล็กไปแล้วและจะไม่ยอมเสียไปอีก
“ข้าคิดว่าเจ้ามีเรื่องต้องอธิบายข้า…”อดัมลืมตาขึ้นมาเมื่อประตูถูกเปิดออกพรวด เขาเห็นเจมส์ยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าคมดูตึงเครียดและใส่ชุดเต็มยศเต็มไปด้วยอาวุธเงิน
“เรื่องอะไร”ร่างสูงกระซิบถาม เขาเหนื่อยเกินกว่าจะต่อปากต่อคำกับเจมส์ตอนนี้
“เรื่องสัตว์ที่ตายอยู่ข้างล่างนั้น และข้าได้ยินว่าเจ้าสั่งให้เหล่าคนรับใช้กลับบ้านไปจนหมด ไม่เหลือแม้แต่คนเดียวหลังจากฝังพวกสัตว์ที่ตาย” เจมส์เดินเข้ามาในห้องด้วยฝีเท้าที่มั่นคง เขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่าอดัมไม่ได้นอนเต็มอิ่มนัก เรื่องไอ้ตัวดูดเลือดตัวนั้นคงจะรบกวนจนอีกฝ่ายไม่ได้นอน
“ใช่ เจ้าพูดถูกแล้ว…ข้าไล่ทุกคนออกไปจากปราสาทเพื่อความปลอดภัย ให้เหลือแค่ข้ากับคริส” อดัมลุกขึ้นมาจากโซฟาตัวยาว เดินเข้ามาหาร่างสูง พอใจเมื่อพบว่าในยามกลางวันเจมส์ยิ่งหล่อเหล่ายิ่งกว่ายามอยู่ใต้แสงเทียน เขาเพียงแค่มองสบดวงตาคมที่ไม่ไหวติง
“จะบอกว่าต้องการทำศึกเช่นแวมไพร์กับมันอย่างนั้นหรือ? ลืมไปหรือเปล่าว่ายังมีข้าอยู่”เจมส์ทำเสียงขึ้นจมูก เขายิ่งไม่พอใจเมื่ออดัมเริ่มทำตัวโง่เง่า
“เจ้าอยู่…หรือไม่อยู่ก็สิทธิของเจ้า ฮันเตอร์ขึ้นตรงกับศาสนจักร ไม่ได้ขึ้นตรงกับข้า”อดัมบอกระหว่างยกมือลูบแผ่นอกกว้างเบาๆ
“หากเจ้าจะฆ่าข้าตอนนี้ หรือฆ่าข้าหลังจากนี้ หรือจะฆ่าลูกชายของข้าด้วยก็เป็นเรื่องของเจ้า แต่ข้าจะให้ทุกอย่างจบลงในครั้งนี้ ข้าเหนื่อยที่จะหลบซ้อน และข้าค้นพบว่าข้าไม่สามารถปกป้องคริสได้ตลอดไป”เจมส์ขบกรามเมื่อมองเห็นรอยยิ้มเล็กๆของอดัม
“หากเจ้ากำลังคิดว่าจะตายพร้อมลูกละก็เจ้าโง่มาก มายลอร์ด…มันจะไม่ฆ่าท่านแล้วเก็บคริสไว้ แต่มันจะฆ่าคริสและเก็บเจ้าเอาไว้ มนุษย์สามัญจะทำอะไรกับแวมไพร์ได้ เจ้าเคยสบตาพวกมันตรงๆหรือไม่? เคยเห็นมันกลายเป็นสีแดงและไม่อาจจะห้ามตัวเองไม่ให้เดินไปหามันได้หรือไม่?”เจมส์จับท่อนแขนให้อดัมเข้ามาใกล้เพื่อฟังเขาพูดให้ชัดเจน
“ที่ผ่านมาเจ้ารอดเพราะอยู่แต่ในปราสาทจนมันจากไป แต่ครั้งนี้มันพบว่าเจ้าอยู่กับข้า…กลิ่นฮันเตอร์อยู่บนตัวเจ้า มันโกรธที่เจ้ากลายเป็นของคนอื่น”เจมม์พึมพำบอกแต่ราวกับบอกตัวเขาเองมากกว่า อดัมกลายเป็นของเขา ในระหว่างที่เจ้าหมาล่าเนื้อเฝ้ามาหลายปีกลับไม่ได้แม้แต่จะเข้าใกล้ เขาเดาได้เลยว่ามันคงจะไม่ฆ่าอดัมแน่นอน
“เจ้าพูดเรื่องอะไร” อดัมขมวดคิ้วมองคนตัวสูงที่ดูเหมือนจะไม่ได้พูดในเรื่องที่เขาพยายามบอก
“เจ้าเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา บ้าจริง! เลิกทำตัวเหมือนเจ้าสู้กับมันหรือข้าได้ ไม่! เจ้าทำไม่ได้” อดัมทั้งแปลกใจและดีใจในเวลาเดียวกันอย่างบอกไม่ถูก เขาดีใจที่ในที่สุดเจมส์ก็รู้ว่าเขาไม่ใช่เเวมไพร์จริงๆ แต่ที่เขาแปลกใจคือทำไมเจมส์ใช้เวลานานมากขนาดนี้
“ข้า…ไม่ได้จะสู้กับมัน ข้าจะต้องจับมันให้คริสดูดเลือดมันซะ”อดัมว่า
“นี่เจ้าไม่ใช่เเวมไพร์จริงหรือ?”เจมส์เท้าเอวมองคนตัวเล็กกว่า เขาอยากจะบีบเจ้าตัวแสบแรงๆพอกับที่อยากกอดอดัมให้เต็มอ้อมกอด เขารู้สึกโล่งอกจนเกือบเผลอยิ้มออกมา ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาดูไม่ออก…หรือบางทีอาจจะดูออกชายหนุ่มจับใบหน้าอดัมให้เงยขึ้นและใช้นิ้วเปิดริมฝีปากบางเพื่อมองหาเขี้ยวเล็กๆคมๆ แต่เขาก็หาไม่เจอและได้รับเพียงแค่สายตาเคืองๆกับคนที่งับลงบนนิ้วของเขา
“เจ้ากัดข้า!?”
“เจ้าหยาบคายนะสิ กล้าดีเช่นไร”อดัมปิดปากทันที ใบหน้าแดงระเรือมองค้อนเขาแต่เพียงไม่นานชายหนุ่มก็แส่มองไปทางอื่น พวกเขาทั้งสองคนได้แต่เงียบอยู่อย่างนั้น ไม่มีใครพูดอะไรออกมาราวกับไม่รู้จะคุยกันเช่นไร
“แล้วเจ้าจะทำเช่นไร แผนการ”เจมส์กระแอม
“ข้าจะพาคริสหนีออกไป…”อดัมตอบ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรเหมือนกัน ชายหนุ่มหลุบตาลงต่ำและในที่สุดก็หันกลับมาหาเจมส์
“เจ้าจะช่วยข้าหรือไม่”
“….”เจมส์ไม่ได้ตอบเมื่ออดัมถาม เขาเพียงแค่จับมือนุ่มของชายหนุ่มขึ้นมา ตามจริงแล้วหน้าที่ของเขาคือการตรวจดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่เมืองนี้ แต่ในเมื่ออดัมไม่ใช่แวมไพร์และคริสไม่ใช่ตัวการที่โจมตีชาวเมือง เขาคิดว่าเขาสามารถกลับไปรายงานได้แล้ว แต่หากว่าเขากลับไป…เขาเองก็กลัวว่าจะเสียอดัมไปตลอดกาล
ช่วงระยะเวลาอันสั้นแต่เขากลับผูกพันธ์กับท่านขุนนาง ถึงแม้ส่วนมากเขาจะทำตัวไม่ดีก็เถอะ แต่หากเพียงแค่…ถ้าเขาอยู่ที่นี้อย่างน้อยเขาก็สามารถปกป้องอดัมได้ ครั้งนี้เขามีโอกาสที่จะปกป้องคนที่เขารัก
รักหรือ!?
“ข้าคิดว่า…ข้าน่าจะอยู่ฆ่าแวมไพร์ที่ฆ่าชาวบ้านในเมือง”เจมส์กระแอมไอ หัวใจเต้นรัวและใบหน้าร้อนเมื่อพบว่าความคิดตัวเองกับคำขอของรางวัลหลังจากนี้จะทำให้เขาพอใจที่จะอยู่ต่อแค่ไหน
“ข้ารู้ว่าเจ้าจะอยู่ทำงาน..ไม่อยู่เพื่อเหตุผลอื่น”อดัมใบหน้าหมองลงเมื่อได้ยินคำตอบที่แสนห่างไกลจากความคาดหวังลึกๆในใจ
“เขาจะพาตัวลูกข้าไป” อดัมพูดต่อ แต่เจมม์ก็เพียงแค่หัวเราะขึ้นจมูก ร่างสูงกอดอกจ้องคนตรงหน้า มองด้วยสายตาชวนสงสัย แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังสงสัยว่าเหตุใดอดัมถึงยังไม่ถูกฆ่าตายทั้งๆที่ยุ่งกับพวกแวมไพร์จนเป็นอันตรายขนาดนี้
“เพราะเจ้าเป็นแบบนี้ไง ข้าถึงต้องอยู่”เจมส์บอก
“แบบไหนกัน”
“แบบที่ว่าทำตัวกล้าหาญ ช่างปกป้องแต่ก็ไม่รู้อะไรเลยซักอย่าง ยังคิดอยู่อีกหรือว่าเป้าหมายของมันคือบุตรของเจ้า? นี่เจ้าเป็นตัวอะไรกันถึงทำเก่งขนาดนี้ แม่หมีหวงลูกหรือ?” อดัมสูดหายใจขึ้นลึกอย่างตกอกตกใจกับความหยาบคายของคนตัวสูง มันน่าอายและน่าขบขันจนเขาหน้าแดงขึ้นมา
“เจ้ากล้าว่าข้าเป็นแม่หมีหรือ? เจ้าช่างหยาบคาย ข้านี่และจะปกป้องบุตรของข้า!”อดัมขู่ฟ้อ ต่อยเข้าที่แผ่นอกคนตัวสูงแรงๆหลายต่อหลายครั้งแต่ถึงเช่นนั้นก็ยังถูกเจมส์ดึงเข้สไปกอด ร่างสูงได้แต่กอดเขาเอาไว้ในความเงียบเชียบจนเขาเลิกดิ้น แนบใบหน้ากับบ่ากว้าง เขาไม่เคยอยู่ใกล้ใครมานานมากเกินไปจนลืมความรู้สึกแบบนี้
“ข้าอยากทำข้อตกลง”เจมส์กระซิบ “ข้าจะช่วยเจ้าและคริส แลกกับการที่ปราสาทนี้ สมบัติของเจ้าทั้งหมดจะเป็นของข้า”อดัมตัวแข็งทื่อมองร่างสูง เขารู้สึกเจ็บแปรบในอกเมื่อพบว่าเจมส์ไม่ได้ช่วยเขาเพราะว่ารักอย่างที่เขาคาดหวัง แต่ถึงอย่างนั้นอดัมก็ไม่ได้กรนด่าออกไปอย่างที่อยากทำ เขาทำเพียงแค่กอดตอบร่างสูงเอาไว้ แนบมือกับแผ่นหลังกว้าง ซึมซับความอบอุ่นที่เขาพึงพอใจ
“ข้าตกลง..ทุกอย่างจะเป็นของเจ้าเท่าที่เจ้าต้องการ”เขากระซิบบอก
“แต่ก่อนจะถึงตอนนั้นข้าคิดว่าข้าต้องการมัดจำ” อดัมหรี่ตามองร่างสูง เขาอยากจะหัวเราะดังๆและตบใบหน้าคมแรงๆซักที แต่ก็ไม่ได้ทำแบบนั้น
“ข้าไม่มีอารมณ์จะทำตามใจเจ้าตอนนี้หรอกนะ”อดัมบอก ขืรตัวออกมาจากอ้อมกอดของคนตัวสูง
“ข้าคิดว่าข้าแก้ปัญหาการไม่มีอารมณ์ร่วมของข้าได้ หากเพียงเจ้าอนุญาติให้ข้าช่วย” อดัมอมยิ้มกับคนตัวสูงที่ทำตัวราวกับสุนัขตัวโตซักตัวที่เริ่มอ้อนขออาหาร เขากอดอกเชิดหน้าขึ้นมาเล็กน้อย
“เจ้า…จะทำยังไง”เขาใช้นิ้วจิ้มลงไปบนแผ่นอกกำยำ ไม่ขยับเมื่ออุ้งมือหยาบวางลงบนเอวของเขาทั้งสองมือ เขาเผลอสูดหายใจเข้าลึกเมื่อพบว่าเจมส์ก้มลงมาหาเขา
“ข้าจะใช้ความสามารถทุกอย่างที่ข้ามี” อดัมหลับตาเมื่อพบว่าริมฝีปากหยักแสนร้อนผ่าวแนบลงบนลำคอของเขา หากเพียงแค่จูบแผ่วเบาก็ทำให้เขาพอใจได้ ความร้อนในกายที่สูงขึ้นจนตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ที่เขาบอกตัวเองว่าจะยอมทุกอย่างที่เจมส์ต้องการ
“ข้า…ไม่อยาก…”
“แต่ข้าอยาก”อดัมไม่อาจโทษน้ำเสียงเอาแต่ใจนั้นได้ เจมส์รวบกายเขาขึ้นในอ้อมกอดและพาเขาตรงกลับไปที่เตียงนอนด้านหลัง
/*/
อดัมนั่งอยู่ปลายเตียงในยามที่ราตรีเคลื่อนกายเข้ามาใกล้ ลมเย็นแผ่วเบาและแสงจันทร์ที่ทอดกายไปทั่วห้องราวกับต้องการให้เขาเปิดเผยตัวเองต่อสายตาของแสงดาว อดัมยืนขึ้นช้าๆและเริ่มต้นปลดผ้าคลุมสีแดงออกให้พ้นตัว เขาวางมันไว้บนพื้นใกล้ๆก่อนจะนั่งลงแบบเดิม เขากำลังรอคอยโอกาส เสียงที่แสนเงียบสงบในยามกลางคืนของปราสาทที่เหลือเพียงแค่เขา มันช่างสงบเยือกเย็นและน่ากลัว
ชายหนุ่มลูบมือไปตามต้นขาและลูบขึ้นมาจนถึงลำคอ เขานวดเบาๆระหว่างควบคุมลมหายใจให้เป็นจังหวะสม่ำเสมอ นึกถึงใบหน้าคมของเจมส์ก็เพียงพอให้เขาได้ทำอย่างที่อยากทำโดยไม่ต้องกลัวใครจะเห็นยกเว้นแค่เพียงคนเดียวที่เขาอย่างให้มาอยู่ตรงนี้ เจ้าของมืออบอุ่นที่เคยกอดเขา
“ท่านควรจะรู้ไว้ว่าแม้แสงดาวแสงเดือนจะแข่งกันสาดแสงซักเพียงใดก็ไม่อาจจะงดงามเทียบได้กับตัวท่านเลย มายลอร์ด” อดัมลืมตาและหันกลับมามองยังระเบียง เขาสูดหายใจเข้าลึกเมื่อพบชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ อีกฝ่ายมองมาที่เขาด้วยสายตาเล้าโลมอย่างเปิดเผย ดวงตาสีแดงก่ำและรอยยิ้มน่าขนลุกที่สุดเท่าที่อดัมเคยเจอ
“ข้าพบว่าท่านช่างไร้มารยาทที่แอบดูข้าตอนนี้”อดัมกระซิบบอก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ปิดบังตัวเองจากสายตาของคนแปกลหน้า
“ข้าสมควรถูกควักลูกตาเมื่อได้เชยชมท่านเช่นนี้ หากเพียงท่านต้องการข้ารับใช้ซักคนในตอนนี้ บางทีข้าอาจจะเป็นตัวเลือกที่ท่านควรชายตามอง”อดัมมองอีกฝ่ายก่อนที่จะลุกขึ้นเดินไปยืนอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม เชิดหน้าขึ้นเมื่อเห็นสายตาของอีกฝ่ายที่มองตรงมาที่เขา
“เจ้าจะช่วยข้าได้อย่างไรบ้าง”อดัมยกยิ้มเล็กน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายมองตรงมาที่ดวงตาเขา
“ข้าเป็นแวมไพร์ที่แสนต่ำต่อย แต่ข้าเชื่อเหลือเกินว่ากลิ่นของข้าหากติดอยู่บนผิวกายของท่านจะดีกว่ากลิ่นสกปรกของฮันเตอร์เป็นไหนๆ…”อีกฝ่ายบอก นั้นทำให้เขาแทร้งถอนหายใจ
“ฮันเตอร์ผู้นั้นทิ้งข้าไปจากปราสาทแล้ว แต่กลิ่นของเขายังอยู่ในตัวข้า… เจ้าสามารถเอามันออกไปได้หรือไม่”อดัมกระซิบถาม เขายกยิ้มเมื่อพบแววกระหายในดวงตาคมสีแดงสด
“หากเพียงแค่ท่านอนุญาติให้ข้าเข้าไปในห้อง ข้าสาบานว่าข้าจะทำให้ท่านเห็นสิ่งที่สวยงามยิ่งกว่าดวงดาว หรือจะพาท่านเอื่อมถึงดวงจันทร์ก็ย่อมได้ อดัมช้อนตามองชายหนุ่มอย่างใช้ความคิด เขาทำเป็นเล่นตัวแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยอม
“สาบานว่าจะไม่กินข้าจนกว่าข้าจะอนุญาติ และข้าจะยอมให้เจ้าเข้ามา”อดัมยอมอนุญาติและทันทีที่เขาพูดจบ อีกฝ่ายก็รีบถลาเข้ามารวบตัวเขาขึ้นทันที อ้อมกอดแข็งแรงกับท่อนแขนกำยำรัดตัวเขาเอาไว้กอดจะกดกายเขาลงบนเตียงด้านหลัง อีกฝ่ายลากลิ้นไปทั้วผิวกายของเขาอย่างหิวกระหาย
“ฮันเตอร์อยู่ในตัวท่าน ข้าได้กลิ่นมันเต็มไปหมด..ในเลือดท่าน ท่านกลืนกินมันเข้าไป”อดัมยกยิ้มเล็กน้อย เขาอ้าขาเพื่อดึงความสนใจของอีกฝ่ายในสนใจเพียงแค่ตัวเขาเท่านั้น ซึ่งแวมไพร์หนุ่มก็ทำตามอย่างโดยดี อดัมหลับตาลงสูดหายใจเข้าลึกเมื่อรับรู้ถึงลิ้นอบอุ่นของชายหนุ่มอยู่บนต้นขาและลากลงมาถึงช่องทางของเขา
“ข้าอยากรู้ชื่อของเจ้า”อดัมครางแผ่ว ลืมตาเมื่อพบว่าริมฝีปากหยักดูดกลื่นกายของเขาอยู่จนอดัมทำได้แค่จิกที่นอนเอาไว้
“แซ็คเคอร์รี่” เขาครางออกมาเมื่ออีกฝ่ายเริ่มใช้นิ้วดุนดันไปตามช่องทางของเขา กัดริมฝีปากเล็กน้อย แวมไพร์หนุ่มเปลี่ยนมาคร่อมตัวเขาเอาไว้ ทั้งสองคนได้มองสบตากันอีกครั้ง
“เรียกชื่อข้าสิ”อีกฝ่ายสั่งเขา
“….สวัสดี แซ็คเคอร์รี่”อดัมสูดหายใจเข้าลึกเมื่อเลือดสีแดงไหลลงมาบนหน้าท้องของเขาตามด้วยคมดาบวาววับที่ปักทะลุที่นอนและเฉียดเอวของเขาไปไม่มากนัก ดวงตาคมแดงก่ำและเบิกโพลงอย่างตื่นตกใจ เจมส์อยู่บนหลังของแวมไพร์หนุ่มจากการกระโดดลงมาจากขื่อไม้ด้านบน หลังจากรอคอยอย่างเงียบเชียบตั้งแต่ต้น
แซ็คเคอร์รี่ก้มลงมองตัวเอง มือหยาบยกขึ้นมามองเงือดที่เปื้อนบนมือ ความร้อนทรมานจากดาบเงินทำให้มันหมดแรง เจมส์จิกเส้นผมสีเข้มและดึงให้อีกฝ่ายออกมาจากตัวอดัม
“สงสัยไหมว่าทำไมกลิ่นฮันเตอร์ถึงได้แรงนัก คงคิดว่าเพราะน้ำรักที่อดัมดื่มเข้าไปงั้นหรือ? โอ้ ไม่หรอก เพราะข้าอยู่ข้างบนมองดูเจ้าที่คลานเข้ามา จ้องกระหายจะครอบครองอดัมของข้ายังไงละ… เจ้าอยากรู้ไหมว่าเขาเป็นเช่นไร เขาช่างนุ่มเหมือนครีมสีขาวประดับด้วยเชอร์รี่เชื่อมสีแดง หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้ง อบอุ่นเหมือนแสงอาทิตย์ช่วงฤดูร้อน และเขาจะมีแค่ข้า กลิ่นของข้า และแกนกายของข้าในตัวเข้า”เจมส์เอ่ยคำรามเสียงเย็นจนอดัมต้องห่อกายเอาไว้อย่างตื่นๆ อีกฝ่ายทำราวกับอยากจะฉีกแวมไพร์ตนนั้นออกด้วยมือเดียวแต่เจมส์ไม่ได้ทำ ร่างสูงดึงดาบออกและแทงเข้าไปใหม่อีกครั้ง
“….”เจมส์หยุดตัวเองไม่ให้ฆ่าเจ้าปลิงนี้ทิ้งเพื่อคริสที่เปิดประตูห้องอาบน้ำออกมา แววตาของเด็กหนุ่มดูตื่นตระหนกแต่เขาที่สั่งให้เข้ามาใกล้
“ดูดเลือดไอ้แมลงนี้ซะก่อนที่ข้าจะฉีกตัวมันออกเป็นสองซีก!”เจมส์คำรามสั่งทันทีด้วยอารมณ์ที่ร้อนระอุ
/*/

“ไหวไหม หรือว่าเจ้าต้องการน้ำอีก”อดัมลูบใบหน้าลูกชายอีกหลายต่อหลายครั้ง เขาทั้งเป็นห่วงและดีใจอย่างไม่อาจจะเปรียบเปรยได้ คริสดีขึ้นมากจากครั้งสุดท้ายถึงแม้จะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเช่นร่างกายที่อยู่ๆก็สูงขึ้นและริ้วรอยเล็กน้อย เสียที่พร่าขึ้นและเจ้าตัวทรุดฮวบลงไปร้อนถึงเขาที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยความเต็มใจ
คริสหลับไปเพราะอ่อนแรงอยู่สองวัน หมอที่เก่งที่สุดเท่าที่เขากาได้บอกว่าลูกชายที่แสนดีของเขาขาดสารอาหาร แต่จะดีขึ้นในไม่กี่วันแน่นอน เขายิ้มตอบรับยามทีาเด็กหนุ่มลืมตาขึ้นมาและพยักหน้าให้เขา อดัมหันซ้ายหันขวาสั่งให้เหล่าคนรับใช้ไปนำผลไม้คั้นหวานๆมาให้บุตรชายของเขา พร้อมกับขนมซักสองสามชนิด
“ข้าดีใจมากท่านพ่อ ข้ารู้สึกหิวและอยากกินขนมปัง ไม่ใช่เลือดวัว”คริสไหวไหล่ หันกลับไปมองออกไปยังนอกหน้าต่าง พ่อของเขาเปลี่ยนให้ปราสาทเต็มไปด้วยแสงอุ่นๆของอาทิตย์เท่าที่จะทำได้เพื่อให้คริสคุ้นชินกับแสงสว่าง ชายหนุ่มเองก็ดูจะพอใจไม่น้อยและชอบที่จะอ่านหนังสืออยู่ริมหน้าต่างต้นรับแสงอุ่นๆ
“ข้าอยากจะออกไปฝึกฟันดาบท่านพ่อ” อดัมอมยิ้มอย่างพออกพอใจ เขายอมพยักหน้ารับทันที ดูเหมือนว่าหลังจากแวมไพร์ตัวนั้นตายคริสจะได้วิญญาณทั้งหมดคืนกลับมา ชายหนุ่มดันให้เด็กหนุ่มนอนต่อไปดังเดิมและเขาที่ลุกขึ้นเพื่อจะไปหายามาให้ เป็นเครื่องดื่มที่จะทำให้คริสฝื้นตัวไวมากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ชะงักเมื่อพบกับฮันเตอร์หนุ่มที่เดินไปมาอยู่มุมห้อง ดวงตาคมยังคงจ้องเขาอยู่อย่างนั้น เจมส์ไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่มองอยู่อย่างนั้น ราวกับดวงตาของสุนัขป่าจนอดัมเผลอกระแอมไอเล็กน้อย
“เจ้าจะไม่ได้ออกไปข้างนอกจนกว่าจะหายดี และข้าจะพาเจ้าออกไปฝึกขี่ม้า และฟันดาบ”ชายหนุ่มบอกคริสด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ท่านพ่อ ให้ท่านเจมส์ช่วยสอนดาบข้าได้หรือไม่”คริสว่า เขานิ่งเงียบหันกลับมามองคนตัวสูง เจมส์ไม่ได้ตอบหรือปฎิเสธอะไรเขา
“ข้าจะลองถามเขาดู”ชายหนุ่มบอก จูบหน้าผากเจมส์ไปทีหนึ่งและลุกขึ้นจากเตียง หันกลับมามองคนตัวสูงที่ดูเหมือนกำลังรอเขาอยู่ จริงสิ…เขายังคงต้องคุยกับเจมส์เรื่องค่าตอบแทน
“ข้ามีเรื่องจะคุยกับท่าน”อดัมเดินไปหาคนตัวสูง เจมส์ทำเสียงหึขึ้นจมูกและเดินนำออกมาจากห้องนอนของบุตรชายเขาอย่างรวดเร็ว เขาเองก็เดินตามไปในทันที จริงที่ว่าตามที่เขาสัญญาเอาไว้ ตอนนี้เขาก็ไม่มีสิทธิในปราสาทและที่ดินนี้อีกแล้ว บางทีหากเจมส์จะกรุณา เขาอาจจะพอขอบ้านหลังเล็กๆเอาไว้อยู่กับคริส บุตรชายเขายังเด็กเกินกว่าจะลำบาก
“ข้าไม่รู้ว่าพวกขุนนางเลี้ยงลูกกันยังไง แต่คริสโตมากพอเกินกว่าที่เจ้าจะทำราวกับเขาเป็นทารก เขาอายุ20แล้ว และแก่มากพอจะแต่งงานหาที่ดินและปราสาทของตัวเอง” อดัมยิ่งไม่พอใจเมื่อเขาถูกเจมส์พามาที่ห้องว่างๆซักห้องหนึ่ง และเรื่องแรกที่พูดกับเขาคือตำหนิเรื่องที่เขาเลี้ยงดูคริส
“เขาเป็นบุตรชายของข้า เขายังอ่อนแอ เกินกว่าจะคิดเรื่องแต่งงานหรือหาที่อยู่ใหม่”อดัมกอดอก ยังคงเผชิญหน้ากับคนตัวสูงที่ยังดูฉุนเฉียว
“ข้าคาดหวังให้มีใครซักคนสอนดาบและการต่อสู้ที่ถูกต้องกับเขา เจ้าคงทำได้แค่สอนเรื่องอย่างนักปราช และการเขียนหนังสือ”อดัมอยากจะบีบคอคนตัวสูงให้เลิกพูดจาหยาบคายแต่ก็ห้ามตัวเองเอาไว้
“ถึงเจ้าจะหยาบคาย แต่ข้าก็อยากจะขอบคุณเจ้าที่ช่วยเหลือข้า… หากไม่มีเจ้า ข้ากับคริสอาจจะเอาวิญญาณคืนมาไม่ได้”อดัมพูดต่อแผ่วเบา เขามองตอบสายตาคมที่ตวัดกลับมามองเขา ชายหนุ่มเดาไม่ออกว่าเจมส์กำลังคิดอะไรอยู่
“ข้ามีเรื่องจะคิดบัญชีกับเจ้าด้วย มายลอร์ด”เจมส์ยกนิ้วขึ้นมาระหว่างเดินเข้าไปใกล้คนที่ใช้ดวงตาสีเขียวกลมโตจ้องมองเขา ชายหนุ่มเข้าไปใกล้จนกระทั้งอยู่ห่างกันไม่มากนัก เขานึกถึงเรื่องคืนนั้นก็ยิ่งไม่พอใจจนอยากจะเขยาตัวเจ้าขุนนางตัวแสบแรงๆ กล้าดีเช่นไรถึงได้ให้ไอ้สกปรกนั้นแตะต้องตัว ยิ่งคิดเจมส์ก็ยิ่งหน้าบึ้งกว่าเดิม
“ถ้าเรื่องปราสาท ข้ายินดีทำตามสัญญาที่ให้ท่านไว้ ท่านจะได้ทุกอย่างที่ท่านต้องการ…แต่ข้าขอเพียงที่ดินและบ้านหลังเล็กๆซักหลังให้ข้าและบุตรชายได้อยู่ซุกหัวนอน”เจมส์ยืนกอดอกมองเจ้าตัวแสบที่ไม่รู้ว่าพูดถึงเรื่องอะไร
“เจ้าให้มันแตะต้องเจ้า ข้างล่างนี้… ข้ากรุณามากแล้วที่ปล่อยให้เจ้าใช้เวลาดูแลบุตรของเจ้าจนเขาดีขึ้น ข้าต้องการลากเจ้าออกมาจากห้องใจจะขาด และข้าต้องการจะทำโทษเจ้า”เจมส์แยกเขี้ยว ทั้งสองคนได้แต่มองหน้ากันและนิ่งเงียบ
“ท่านพูดถึงเรื่องอะไรอยู่” อดัมถามขึ้นมาเป็นคนแรก
“ข้าพูดถึงตอนที่เจ้าเปลือยกายและอ้าขายั่วเจ้าแวมไพร์สวะที่ตายไปแล้วตัวนั้นยังไงละ! แถมยังให้มันแตะต้อง ข้าบอกเจ้าว่าเช่นไร? ข้าบอกให้เจ้าแต่งตัวและคุยกับมันห่างๆ เจ้ามันยั่วชายทุกคนเลยหรืออย่างไร แม้แต่ตอนกลางวันเจ้าก็ยังแต่งตัวยั่วข้า!!” อดัมเลิกคิ้วและก้มมองดูตัวเอง เขาใส่เสื้อสีครีมแขนยาวและโบว์สีแดง กับเสื้อกั๊กน้ำตาลเข้ม อดัมไม่รู้ว่านี้เรียกว่ายั่วได้อย่างไรกัน
“ข้ายั่วท่านหรือ?” อดัมพองตัวอย่างปกป้องตัวเอง
“ใช่เจ้าทำ” เจมส์ทำเสียงขึ้นจมูก
“ข้าเพียงแค่คิดว่าถ้าข้าเปลือยกาย เขาน่าจะตกหลุมได้มากกว่า ก็ท่านบอกเองว่าเขาพึงพอใจในตัวข้า” อดัมเถียงกลับ
“เจ้ามันคิดอะไรไม่เข้าท่า เจ้าจะยั่วทุกคนที่ผ่านมาใช่หรือไม่ แม้แต่ข้าหรือคนอื่นๆ ข้าจะทำโทษเจ้าเดี๋ยวนี้ละ”เจมส์ดึงอีกฝ่ายเข้ามาและกอดเอาไว้ ตามด้วยอุ้มและเดินตรงดิ่งไปยังโซฟาตัวยาวที่อยู่มุมห้อง
“เจ้าไม่อาจจิตนาการได้หรอกว่าข้าต้องทนนานแค่ไหนให้เจ้าเลี้ยงลูกนกของเจ้าก่อน ข้าใจดีมากพอแล้วสำหรับคริส ทีนี้ถึงตาข้าได้ตัวเจ้าบ้าง” อดัมถูกโยนลงบนโซฟาและคนตัวสูงที่ตามลงมา
“เรื่องปราสาท…ท่านจะจากไปหรือไม่” อดัมยันตัวเจมส์เอาไว้ก่อนให้ถอยออกไปเพื่อคุยกันให้รู้เรื่องก่อน ชายหนุ่มยังคงมองสบดวงตาคมหาคำตอบที่เขาเองก็คาดหวังเอาไว้ลึกๆในใจ เขาอยากจะอยู่กับเจมส์ต่อไปให้นานกว่านี้ แต่บางที…เขาอาจจะไม่อยู่ในฐานะที่เป็นฝ่ายเลือก
“ข้าจะเลือกอะไรก็ได้ไม่ใช่หรือ?”เขาทำเสียงขึ้นจมูก “ข้าจะเลือกเจ้า…และปราสาทนี้ด้วย ข้าจะกลับไปขอกษัตริย์ให้ปราสาทนี้และตัวเจ้ากับข้า”ชายหนุ่มยกยิ้มกับแผนการของตัวเอง ก้มลงไปหาริมฝีปากบางจูบปิดริมฝีปากนุ่มจนอดัมนิ่งค้างเอาไว้
“…หมายถึง เจ้าจะไม่ไปใช่ไหม”อดัมกระซิบ กอดคนตัวสูงเอาไว้
“ข้าจะขอเจ้ากับกษัตริย์และปราสาทนี้ เจ้าไม่เข้าใจตรงไหนกัน ข้าจะสอนคริสให้เป็นดังนักรบที่แท้จริง” คนตัวสูงบอกอีกครั้งอย่างจริงจัง เขาสบตากับอดัมที่ดูเหมือนยังคงมีบางอย่างอยู่ในใจแต่ไม่ยอมพูดออกมา เหมือนอดัมเพียงแค่รอฟังบางอย่างจากเขาเท่านั้น เจมส์ไม่รู้ว่ามันคืออะไรเขาจึงทำได้แค่ค้างกายอยู่อย่างนั้น
“แล้ว ทำไมเจ้าถึงอยากได้ตัวข้ากับปราสาทนี้” อดัมกระแอม เขาลองเปลี่ยนเชิงคำถามแม้ในใจจะเต้นโครมครามด้วยความคาดหวัง เจมส์จะรักเขาหรือเปล่านะ ต้องการเขาไว้ข้างกายไปชั่วชีวิต ได้อยู่กับเขาและดูแลคริสราวกับบุตรคนหนึ่ง เจมส์จะคิดแบบนั้นบ้างไหมนะ
อดัมรู้อย่างหมดใจมานานแล้วว่าเขามีใจให้กับท่านฮันเตอร์หนุ่ม ถึงบางครั้งเจมส์จะหยาบคายต่อเขาไปบ้างแต่อดัมเชื่อว่าชายหนุ่มไม่ได้ตั้งใจแน่นอน ดวงตาสีอ่อนมองสบชายหนุ่ม พยายามอย่างยิ่งที่จะสื่อออกไปว่าเขาเองก็หลงรักเช่นกัน รักข้าตอบได้หรือไม่….อดัมพยายามจะบอกคนตัวสูงด้วยสายตา
“ข้าอยากได้”เจมส์ยักไหล่
“….” อดัมกระพริบตาช้าๆมองชายหนุ่มที่ตอบกลับมาเหมือนจะไม่เข้าใจเขานัก…หรือ หรือว่าแท้จริงแล้วเจมส์จะไม่ได้คิดอะไรเลย ชายหนุ่มเม้มปากเล็กน้อย
“ท่านไม่ได้รักข้าเลยหรือ?” เขาเผลอถามออกมา
“แล้วเจ้ารักข้าไหมละ”เจมส์ถามกลับ เมื่อเห็นว่าอดัมไม่ยอมตอบเขาเลยทำเป็นไม่ใส่ใจ ยันกายขึ้นมาแต่ก็ถูกยึดตัวเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“ข้า-“
“เจ้าคิดยังไง ข้าคิดยังไงเจ้าดูไม่รู้หรือ? เอาเถอะ เรื่องของเจ้า เย็นนี้ข้าจะสอนคริสจับดาบก่อนจะถึงตอนนั้นข้าจะจัดการตัวเจ้า”เจมส์เปลี่ยนเรื่องทันที เขาอยากจะกินเจ้าตัวแสบตัวเล็กจะตายอยู่แล้ว

“ถ้าเช่นนั้นท่านก็ตอบข้ามาก่อนสิ”อดัมยังคงไม่ยอมง่าย เขาคาดหวังเอาไว้มากและมั่นใจว่าจะต้องได้รับคำตอบดีๆซักอย่าง เรื่องวุ่นวายทุกอย่างจบแล้ว เขาได้ลูกชายกลับคืนมาแล้ว อย่างน้อยๆก็อยากจะทำอย่างที่อยากทำบ้าง อดัมยังคงจ้องร่างสูงพยายามสื่อออกมาว่าเขาจริงจังแค่ไหน ใช้มือทั้งสองวางลงบนแผ่นอกอีกฝ่าย
“ท่าน…ทำไมท่านถึงอยากอยู่ที่นี้ หากไม่ใช่เพราะท่านหลงรักข้ายังมีเหตุผลอื่นอีกหรือ”เขากระแอมบอก หลุบตาลงต่ำแทร้งมองไปทางอื่นเพื่อไม่ให้เจมส์รู้ตัว นี้เขาบอกใบ้ถึงขนาดนี้แล้วจะยังไม่รู้ตัวอีกหรือไร อดัใคิดเข้าข้างตัวเอง แต่ก็ยิ่งใจแป้วเมื่อคนตัวสูงไม่ยอมตอบอะไรเขา
“ข้ายังคงไม่เสร็จงานที่เมืองนี้ ข้ายังต้องตรวจดูให้แน่ใจว่าฆ่าแวมไพร์ทุกตัวแล้ว…หลังจากนั้นชาวบ้านจะได้ปลอดภัย อาจจะต้องใช้เวลาถึงอาทิตย์สองอาทิตย์”เจมม์ตอบ “ส่วนเรื่องของเจ้า…ก็เจ้าบอกข้าเองว่าข้าอยากได้สิ่งใดเจ้าก็จะให้ข้า ข้าตั้งใจจะอยู่นี้นี้ไปพักหนึ่ง ระหว่างนี้จะช่วยเจ้าสอนสิ่งที่จำเป็นกับคริส เขาเองก็เปรียบเสมือนบุตรของข้าคนหนึ่ง”อดัมสูดหายใจเข้าลึกเมื่อได้ยินคำพูดของร่างสูง
“อาทิตย์หรือ…ถ้าท่านเสร็จงานก็จะจากข้าไปหรือ?”อดัมไม่อาจจะซ้อนแววผิดหวังในน้ำเสียงได้เลย เขายึดตัวเจมส์เอาไว้แน่นมากยิ่งขึ้น
“ข้าคาดหวังว่าท่านจะไม่จากข้าไป…ข้ายกปราสาทนี้ให้ท่าน หน้าที่ของท่านคืออยู่ที่นี่เพื่อคอยดูแลปราสาทและหมู่บ้านโดยรอบ ในฐานะเจ้าของที่ดิน หากท่านจากไปมันจะเหมือนกับท่านละทิ้งหน้าที่ ท่านจะทำเช่นนั้นไม่ได้”อดัมยังคงยืนกราน เขาไม่ต้องการปล่อยเจมส์ไปและไม่สนใจสีหน้าลำบากใจของคนตัวสูง
“แล้วเจ้าจะให้ข้าทำเช่นไร”เจมส์เลิกคิ้ว
“ท่านก็ต้องอยู่ที่นี่สิ!”อดัมขู่ฟ้อ
“เจ้าพูดเรื่องอะไรของเจ้ามาตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว มายลอร์ด ข้าคิดว่าข้าตามท่านไม่ทัน”เจมส์หัวเราะเบาๆกับท่าทีร้อนอกร้อนใจของอดัม ราวกับเด็กน้อยที่รู้ตัวว่าจะถูกปล่อยให้เฝ้าบ้านจึงหาเหตุผลร้อยแปดให้พาไปด้วย เขาก้มลงจูบริมฝีปากนุ่มแรงๆไปครั้งหนึ่ง ดวงตาคมยังคงจ้องชายหนุ่มนิ่ง
“ข้า…เพราะข้ารักท่าน” อดัมพูดออกมาในที่สุด “และข้ามีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะได้อยู่เคียงข้างท่าน อย่างที่ท่านบอกไง เราจะเลี้ยงคริสไปด้วยกัน หากว่าคริสเปรียบเหมือนบุตรของท่านแล้วท่านจะปล่อยให้ข้าเลี้ยงดูเขาเพียงคนเดียวเช่นนั้นหรือ?”อดัมพยายามอธิบาย
“เหตุผลน่าฟังมาก.,..แต่ถ้าข้าปฎิเสธเจ้าจะทำอย่างไร”เจมส์ตีหน้าเครียดแม้จะใจอ่อนยวบเพราะความดีใจ หัวใจเขาเต้นรัวจนเจ็บไปหมด ราวกับมันกำลังพองโตเพราะคำบอกรักหวานหูของชายหนุ่มตัวเล็กกว่า อดัมดูจะนิ่งเงียบลงไปคิดไม่ตกว่าควรจะทำเช่นไรต่อไปดี
“ข้าจะจับท่านไปที่เมืองหลวง…ขอให้องค์เหนือหัวมีรับสั่งให้เราแต่งงานกัน “อดัมบอกอีกครั้ง เจมส์อดไม่ได้อีกต่อไปที่จะก้มลงจูบริมฝีปากบางยั่วยวน
“งั้นข้ายอมรับข้อเสนอนี้…ไปในเมือง ทันทีที่คริสหายดี แต่งงานกับข้านะ มายลอร์ด”เจมส์กระซิบด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง แต่กว่าอีกฝ่ายจะได้ตอบเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะ
“มายลอร์ด คุณหนูคริสต้องการพบขอรับ ดูเหมือนกับว่าคุณหนูจะอยากลงไปสูดอากาศที่สวนด้านล่าง”เจมส์กรอกตากับเสียงของอีริคที่ดังลอดเข้ามา
“ข้าเบื่อพ่อบ้านเจ้า เข้าเกะกะข้าตั้งแต่วันแรกที่เราพบกัน”เขาคำรามต่ำ
“ข้าตอบตกลง ข้าจะแต่งงานกับท่าน แต่ตอนนี้ข้าและท่านจะไปหาคริสด้วยกัน…ส่วนเรื่องของเราไว้คุยกันคืนนี้?”อดัมอมยิ้มอย่างมีความสุข เขามองเจมส์ด้วยแววตารักใคร่และอีกฝ่ายก็มองตอบเขาด้วยแววตาเช่นเดียวกัน
“ข้าจะไม่ลืมทำโทษเจ้าก่อน”เจมส์กำชับ แต่ถึงอย่างนั้นพงกเขาทั้งสองคนก็ลุกขึ้นจากโซฟาตัวยาวในห้อง เดินไปที่ประตูด้วยกันเพื่อไปหาคริสและจะใช้เวลายามบ่ายใต้แสงอาทิตย์ด้วยกัน

โพสท์ใน Z All Fiction | ติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , | 1 ความเห็น

[FIC] Hiddlesworth (JamesXAdam) #8 Bloody body

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

C : James H. X Adam

R : M

G : Romantic ,

L : Thai

W : Yujean Rasmason

*****************************

เจมส์นั่งอยู่มุมหนึ่งของห้องระหว่างกำลังคิดแผนการ์ณว่าจะทำเช่นไรดี อดัมยอมบอกเขาเรื่องลูกที่ปกปิดเขามานาน ด้วยเหตุผลที่ว่ากลัวว่าเขาจะฆ่าคริส หรือทำอะไรก็ตามแต่ นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เขาค้นพบ เรื่องที่ว่าอดัมเป็นพวกที่รักลูกมาก เเน่นอนว่าเจมส์ไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนั้นมันเป็นอย่างไร เขาไม่คิดจะสนใจมันด้วยซ้ำ ไม่เคยนึกถึงเรื่องที่ว่าหากจะมีครอบครัวจะเป็นเช่นไร เขาจะได้สอนบุตรชายของเขาใช้อาวุธหรือไม่
หรือบางทีอาจจะเป็นบุตรสาว เขาคงจะมีบุตรสาวที่คอยซ่อมกางเกงหนังให้ คอยทำอาหารยามที่เขาออกไปทำงานที่ไร่ เจมส์เลิกสนใจความคิดไร้สาระเมื่อรู้ตัวว่ากำลังจิตนาการไปในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เขารู้มาจากอดัมว่าคริสถูกสั่งให้อยู่แต่ในส่วนหนึ่งของปราสาท ยิ่งยามที่ฮันเตอร์เช่นเขามา คริสยิ่งไม่อาจออกจากห้องไปไหนได้เลย เด็กหนุ่มที่ทำได้เพียงแค่อ่านหนังสือ ใต้แสงเทียน…ไม่อาจเข้าใกล้แสงอาทิตย์ได้
เจมส์นึกถึงยามที่เขาเคยเป็นเพียงเด็กหนุ่ม ยังไม่มีกล้ามเนื้อแบบชายชาตรี เขาข้อนข้างลำบาก พ่อเขาสอนให้เขาใช้ขวานเป็นอาวุธ ใช้ธนูไม้บ้างในการล่าสัตว์ ส่วนการต่อสู้ เขาเรียนมาจากตอนที่เป็นทหารให้กับกษัตริย์ แต่เพียงไม่นานมากนักเขาก็ออกจากการเป็นทหาร น่าเสียดายแทนคริสเหลือเกิน อุสาเป็นถึงลูกขุนนาง แต่ไม่มีโอกาสจะได้เรียนการต่อสู้นัก
ดวงตาคมหลุบมองลงต่ำยังมือหยาบฟของตัวเอง เขาได้เพียงแต่นั่งนิ่งๆ ตอนนี้คริสถูกสั่งให้ไปพักผ่อนที่ห้อง ให้ห่างไกลจากเขา ระหว่างที่เจมส์ต้องมาอยู่ในห้องเก็บของ โดยมีอดัมรื้อของอยู่อีกฝั่งกับแสงตะเกียง ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรกันมานานพักใหญ่ๆ อาจจะร่วมชั่วโมงหนึ่ง มีเพียงแค่เสียงข้าวของที่เบียดกันไปมา เจมส์เฝ้าทวนคำถามอยู่ในใจอย่างไม่รู้ตัว เขาอาจจะต้องชวนคุยอะไรบางอย่าง
“คนรับใช้ในบ้านเจ้าดูไม่วุ่นวาย” เจมส์เริ่ม
“…ข้าสั่งให้พวกเขาห้ามเข้ามาในเขตนี้ หมายถึงบริเวณตั้งแต่ห้องสมุด ห้องทำงาน ไปจนถึงห้องนอนของคริส”อดัมว่า
“บางส่วนทำงานที่นี้และนอนที่นี้ แต่ส่วนมาก…กลับบ้าน” เจมส์ยักไหล่กับคำตอบของชายหนุ่มที่ไม่แม้แต่จะหันมามองเขา เมื่อตอบจบ พวกเขาก็เงียบอีกครั้ง ไม่มีแม้แต่ใครจะพูดอีก ดวงตาคมสีฟ้ามองแผ่นหลังของขุนนางและเลียริมฝีปาก เขาอาจจะต้องลองอีกซักคำถาม หรือสองคำถาม
“เจ้ารู้เรื่องคนในหมู่บ้านใต้ปกครองของเจ้าที่ตายหรือไม่” เจมส์ว่า อดัมหยุดเล็กน้อยแต่เพียงไม่นานก็ทำกิจกรรมของตัวเองต่อไป
“ข้ารู้ แวมไพร์ตัวนั้นจะมาที่เมืองของข้าทุกๆปี… ฆ่าคน พยายามตามหาตัวคริส แต่เขาไม่มีทางหาเจอ เพียงไม่นานเขาจะจากไป และปีต่อมาเขาก็จะกลับมาอีก… ทางเดียวที่ข้าทำได้คือซ่อนตัวลูกของข้า จนกว่าเขาจะไป” อดัมตอบ ในน้ำเสียงเจือด้วยความเจ็บปวด
“แสดงว่าเจ้าจงใจให้คนของเจ้าตายเพื่อปกป้องลูกเจ้าจากชู้รักของเขา” เจมส์ทำเสียงขึ้นจมูก
“ข้าไม่ได้จงใจให้ใครตาย” อดัมสวนทันที “และข้าไม่ได้ปกป้องลูกชายข้าจากชู้รัก ข้าปกป้องเขาจากความผิดพลาด มีแค่พระเจ้าที่รู้ว่ามันจะทำอะไรกับลูกข้าหากว่าได้ตัวเขาไป” อดัมกระแทกหนังสือดังปึง ก้มหน้าเล็กน้อยอย่างเจ็บปวด
“เจ้าจะบอกว่าพวกฮันเตอร์ที่มาก่อนหน้าข้า กำลังตามล่าแวมไพร์ผิดตัวอย่างนั้นสิ? เจ้าจะให้ข้าเชื่อได้ยังไงว่าเป็นฝีมือแวมไพร์ที่เจ้าพูดถึง หรือบางทีความจริงคือ เจ้าปกป้องลูกชายเจ้าที่ฆ่าคนในหมู่บ้าน กุเรื่องขึ้นมาพยายามหลอกให้ข้าตายใจ” ครั้งนี้ทำให้เจมส์หยุดพูดเมื่ออดัมหันกลับมา ดวงตาสีอ่อนดูเข้มขึ้นจนเขารู้ตัวว่าหากอยู่ใกล้ๆอดัมคงบีบคอเขา หรือทุบเขาด้วยเชิงเทียนให้ตายไปเเล้ว
“ข้ามีโอกาสฆ่าเจ้ามากมาย ฮันเตอร์… แต่ข้าไม่ทำเพราะว่าข้า รู้ว่าเจ้าจะฆ่าแวมไพร์ตัวนั้นให้ข้า ข้าเชื่อว่าเจ้าจะช่วยเหลือข้า…” ทั้งสองคนสบตากันนิ่งอย่างไม่มีใครยอมใคร
“แล้วฆ่ามันแล้วจะมีประโยชน์เช่นไร นอกจากกำจัดแวมไพร์ไปตัวหนึ่ง”เจมส์ว่า
“ถ้าข้าฆ่าเจ้า ฆ่าลูกเจ้า และรอฆ่าแวมไพร์ตัวนั้น ฆ่าก็จะกำจัดได้สามตัว” เจมส์ยังคงทำเสียงอย่างไม่แคร์ แม้ตามจริงแล้วเขาจะอดยอมรับไม่ได้ว่ารู้สึกผิดเช่นกันเมื่อพบใบหน้าที่ดูราวกับผิดหวัง อดัมมองเขาด้วยสายตาที่’ผิดหวัง’ เจมส์ทำได้เพียงแค่มองสบตา แต่เพียงไม่นานเขาก็หลบตาและแส่มองทางอื่น
“เจ้ามองข้าว่าเป็นตัวอะไรหรือเจมส์…อ้อ ข้าลืมไปว่าข้าคงเหมือนตัวดูดเลือด อยากจะฆ่าให้ตายแต่ก็ยังทำไม่ได้เพราะข้ายังมีประโยชน์อยู่บ้าง” อดัมทำน้ำเสียงเฉยชา แม้ตามจริงจะปวดร้าวก็ตามที
“ข้าอ่านหนังสือมา ตำราของแม่มดที่ข้าซื้อมา มันเขียนว่าจะคืนวิญญาณให้คริสได้ ถ้าเขาฆ่าแวมไพร์ที่กัดเขาด้วสตัวเอง ข้าคาดหวังให้เจ้าช่วยจับมันมา และให้คริสเป็นคนฆ่า”อดัมเริ่มพูดอีกครั้ง “ข้าสามารถให้ทุกอย่างที่เจ้าต้องการได้ เงินทอง อำนาจ ที่ดิน ข้ารับใช้ ขอเพียงเจ้าช่วยข้า จับมันมา…ข้าไม่เคยเจอแวมไพร์ฮันเตอร์ที่เก่งเท่าเจ้ามาก่อน”อดัมพยายามเพื่อให้เจมส์เข้าใจและเห็นใจ เขาเพียงแค่ต้องการให้เจมส์เมตตา ช่วยเหลือเขาและบุตรชายเท่านั้น
อดัมยินยอมที่จะแลกกับความเจ็บปวด กดทุกอย่างลงในใจเพื่อที่จะไม่แสดงออกมา เป็นการยากที่จะยอมรับว่าเขารักฮันเตอร์ที่เป็นอันตรายต่อคริส แม้ตามความเป็นจริงเจมส์จะเกลียด….พวกเขา เจมส์ยอมรับอย่างชัดเจนว่าเกลียดแวมไพร์ด้วยเรื่องบางอย่าง ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีความสัมพันธ์กัน มากกว่าเพียงแค่เจ้านายกับคนรับใช้ หรืออย่างอื่น ที่คงไม่ได้ดีนัก
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมยิ่งนับวันเจมส์ยิ่งพูดจาแย่กับเขา ใจจริงอดัมอยากจะกรีดร้องและไล่ตะเพิดผู้ชายคนนี้ไปให้พ้นหน้า หากไม่อยากอยู่กับเขา หรือถ้ามันทรมานนักก็ไปซะ… แต่เขาก็ทำไม่ได้ คงได้แต่ขอร้องให้เจมส์เห็นใจ ยอมรับฟังคำด่า คำดูถูกต่างๆนาๆที่มาจากริมฝีปากหยัก
“ถ้าข้าปฎิเสธเจ้าละ” อดัมรู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยเต็มทน หาเป็นฮันเตอร์คนอื่นๆเขาคงพยายามหว่านล้อมมากกว่านี้ หรือบางทีเขาอาจจะถอดเสื้อผ้า ยั่วยวนเพื่อให้เจมส์ยอมจำนน
“…ข้ามีอาวุธของเหล่าฮันเตอร์คนอื่นๆ อยู่ในกล่องพวกนั้น รวมทั้งของเจ้าด้วย” อดัมเอ่ยเสียงเรียบ เจมส์ยืดตัวขึ้นเล็กน้อยกับน้ำเสียงไม่คุ้นชิน ราวกับหัวใจกระตุกเมื่อพบว่าชายหนุ่มหันหลังให้เขาและเดินออกจากห้องไป
ร่างสูงทำได้เพียงแค่มองตามแผ่นหลังของอดัม หากเพียงไม่นานท่านขุนนางหนุ่มก็หายลับไปและไม่กลับมาอีก เหลือเพียงแค่เขากับบานประตูที่เปิดอ้าอยู่อย่างนั้น อดัมจะเจ็บปวดจริงหรือ? หรือเพียงแค่เป็นแผนการหนึ่ง หาก่าเขาไม่ช่วยแล้วอดัมจะทำยังไงต่อไป… เรื่องที่จะได้วิณญาณคืนมันเป็นเรื่องจริงงั้นหรือ?? เจมส์กำมือระหว่างที่ใช้ความคิด มองกองอาวุธที่อยู่ในหีบตรงหน้า จะเป็นเช่นไรหากเขาเลือกกริชดีๆซักเล่ม ก่อนจะเริ่มตามหาตัวท่านขุนนาง และฆ่าทั้งสองคน
เจมส์ไม่อาจปฎิเสธได้ว่าความคิดนั้นทำให้เขาโกรธตัวเองวาบ ได้ยินเสียงคำรามอยู่ในอกว่าไม่ต้องการทำ เขาจะฆ่าอดัมลงได้เช่นไรกัน ร่างสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่ อย่างน้อยที่สุดเขาก็อยากจะลองถามคำถามที่เขาคาใจ
เขาอยากรู้ว่าอดัมเป็นแวมไพร์ได้เช่นไร
/*/
เจมส์ใช้เวลาในช่วงกลางวันอยู่ในป่า เพื่อตามหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตตัวอื่นๆ เขาพบศพของหญิงสาวที่หายไปพวกหล่อนถูกทิ้งอยู่ในป่าด้านหลังปราสาท แม้จะเป็นเรื่องที่น่าเศร้า แต่มันทำให้เจมส์มั่นใจว่าไม่มีแวมไพร์ตัวใหม่ และจะมีแค่เพียงเจ้าตัวนั้นที่กัดคริส แล้วจะมีตัวที่กัดอดัมหรือไม่
ร่างสูงยากที่จะยอมรับว่าอดัมเป็นแวมไพร์ที่ต่างจากตัวอื่นๆ ดูมีความเป็นมนุษย์มากกว่า ถึงแม้จะเปรียบเทียบกับคริส เจ้าหนุ่มคนนั้นมีความระวังอย่างสูงที่จำไม่เข้าใกล้เขา ไม่เข้าใกล้เงิน ไม่พยายามสนใจเลือด ขังตัวเองอยู่ในห้องกับกองหนังสือ และหงับสนิทในยามกลางวัน ไม่ลืมเขี้ยวเล็กๆกับเสียงขู่อย่างหวาดกลัวยามที่เขารวบลำคอขาวๆเอาไว้ตอนนั้น
เจมส์กลับเข้ามาที่ปราสาทในตอนมืด เขารอให้พระอาทิตย์ตกดิน เขาต้องการคุยกับอดัมเป็นการส่วนตัว อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อได้พูดคุย ร่างสูงรู้สึกราวกับจะขาดใจตายเมื่อนึกถึงสีหน้าของแวมไพร์ตัวน้อยของเขา อดัมจะยังเสียใจอยู่ไหมนะ หรือกำลังวางแผนจะกำจัดเขาออกไปกันแน่
“ข้าไม่เข้าใจเสียจริงว่าเหตุใดมายลอร์ดถึงยังได้ให้เจ้าอยู่ในปราสาท” เขาหันกลับมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงอีริค หรี่ตามองพ่อบ้านผมทองเล็กน้อย
“ข้ามีฐานะเหนือกว่าเจ้ามากอีริค” เจมส์ตอบปัดๆ เขาต้องการไปหาอดัม เขาต้องการเห็นหนังสือที่ชายหนุ่มบอกว่าพูดถึงเรื่องนี้ บางทีหากว่ามันเป็นความจริง เขาคงต้องหาวิธีจับเจ้าแวมไพร์ตัวนั้นให้ได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง การคิดที่จะช่วยอดัมเริ่มเข้ามาในหัวของเขามากขึ้นและมากขึ้น ไม่อาจจะปฎิเสธได้…อาจจะตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ แต่ปากเจ้ากรรมของเขาดูเหมือนจะไม่อาจบังคับให้พูดดีต่ออดัมได้เมื่ออยู่ใกล้ๆ
เขาเชื่อว่าอดัมล่อลองฮันเตอร์ทุกคนที่เข้ามา ด้วยร่างกาย
เขาเชื่อว่าอดัมเป็นต้สเหตุที่ทำให้คนบริสุทธิตาย
เขาเชื่อว่าอดัมเป็นแวมไพร์
จริงอยู่ที่อีกฝ่ายข้อนข้างเหมือนมนุษย์ธรรดาทั่วไป แต่มันไม่ได้แปลว่าเขาจะเชื่ออดัมได้ เจ้าตัวอาจจะวางแผนฆ่าเขา หรือฆ่าคนอื่นๆ เขาอยากจะเขย่าคออีกฝ่ายแรงๆให้บอกเขามาให้หมดถึงความจริง
แต่ลึกๆแล้วเจมส์รู้ว่าทุกอย่างมันมาจากตัวเขาตั้งแต่แรก หากในวันนั้นเขาตัดสินใจฆ่าอดัมทิ้งตั้งแต่ที่แม่น้ำ ทุกอย่างก็คงจบ ถ้าไม่มัวหลงใหลอยู่กับดวงตาสวยๆที่มองมาที่เขา ลึกลับ น่าค้นหา และสวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอ
ไหนเลยจะนิสัยของเจ้าตัว อดัมเป็นคนที่ดื้อรั้น ฉลาด แต่ดื้ออย่างหาใดเปรียบ เจ้าตัวมีความเชื่อมั่นใจตัวเองมากเกินไปจนเกือบจะเหมือนหัวโบราณ แต่จุดนั้นกลับทำให้เขาพบว่า.. ไม่อาจจะละสายตาจากท่านขุนนางได้
เขารักเวลาที่อดัมพยายามปกป้องคริส มันน่ารักและสวยงาม เหมือนเวลาที่เขานั่งดูแม่ไก่ตัวกลมๆสีขาวที่พยายามยืนบังลูกเจี๊ยบ บางครั้งก็ดูจะมากเกินไปจนเขาอยากจะจูบริมฝีปากเล็กๆให้เลิกพูด แต่จริงๆแล้วเจมส์รักยามที่อดัมพูดพอๆกับยามที่เงียบใส่เขา
เพราะแบบนี้เองเจมส์ถึงฆ่าอดัมไม่ลง ร่างสูงเดินมายังห้องของชายหนุ่ม เขาเปิดประตูเข้าไปอย่างคุ้นชิน ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะพูดให้รู้เรื่องในเรื่องของพวกเขา เจมส์จะบอกอดัมว่าเขายินดีจะช่วย แต่คิดอีกทีเขาอาจจะไม่บอก… ต่อให้เขาคิดเข้าข้างอดัมเช่นไร เจ้าตัวก็คือแวมไพร์ ฝั่งตรงข้ามกับเขาและพระเจ้า คือความชั่วร้ายที่เป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องทำให้ได้ แต่เมื่อไม่รู้จะทำเช่นไร เขาจะพูดเรื่องหนังสือก่อนแล้วกัน
แต่ทุกๆอย่างในใจของร่างสูงก็ต้องพับเก็บไป ดวงตาคมกำลังจ้องมองชายหนุ่มที่หลับใหลอยู่บนเตียง อดัมนอนหลับตาอยู่ใต้แสงเทียนพร้อมกับหนังสือที่เปิดค้างเอาไว้ เขาเดาว่าชายหนุ่มอาจจะกำลังเฝ้ารอเขาให้มาหา เจมส์พึงพอใจกับความคิดเข้าข้างตัวเอง
ไม่อาจห้ามตัวเองจากการไม่แตะต้องอดัมได้ เมื่อในที่สุดเขาก็มาหยุดอยู่ที่ข้างเตียง หย่นตัวลงนั่งอย่างแผ่วเบา ประทับจูบลงไปแรงๆบนหน้าผากมน และอีกหลายครั้งทั่วใบหน้าของอดัม เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขามีพันธะมากมายกับแวมไพร์ เขากำลังทำผิดกฎทุกอย่างในชีวิตที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้แข็งแกร่ง แต่อดัมต่างหากที่ทำให้เขาอ่อนแอ และกำแพงของเขาดูเหมือนจะละลายลงช้าๆ
ทุกคำพูดที่คิดจะปฎิเสธ เปลี่ยนให้เขาตอบตกลงในเวลาไม่นาน
“…งดงาม เจ้าว่าไหม?” เจมส์ชะงักเมื่อได้ยินเสียง ร่างสูงตวัดสายตาคมมองตรงไปยังระเบียงที่เปิดเอาไว้รับลมในยามราตรี เขาคว้ามีดพกออกมาทันที มองสบดวงตาคมสีแดงที่มองตรงมาที่เขา
“งาม งามที่สุดเท่าที่ข้าเคยเจอ… หากเพียงข้าเข้าไปได้ ข้าก็คงจะทำเหมือนเจ้า ประทับจูบแผ่วเบาที่หน้าผาก เพื่อให้เขาจดจำข้าตลอดไป” เจมส์จ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่ไหวติง เขาไม่พอใจกับน้ำเสียงอวดดีที่พูดราวกับเป็นเจ้าของ
“เจ้าก็คงเป็นยาจกที่ไล่ตามขุนนางอยู่หลายปี เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าบุตรชายของท่านขุนนางไม่แยแสสุนัขป่าสกปรกเช่นเจ้า” เจมส์ลุกขึ้นเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย เขายังคงยืดตัวเพื่อปกป้องอดัมหากมีอะไรเกิดขึ้น
“ปากเจ้าหวานมาก” อีกฝ่ายดวงตาวาวโรดขึ้นเล็กน้อย
“สำหรับแมลงแล้วข้าข้อนข้างปากหวาน ไม่ทราบว่ามีใครเชิญเจ้าหรือไร หรือบางทีเจ้าอาจจะหิว ข้าสามารถหาเศษอาหารเหลือๆของม้าให้เจ้าได้ เจ้ากินฟางไหม? โทษทีที่ข้าไม่รู้ว่าสัตว์แบบเจ้ากินอะไร หรือจะกินแบบเห็บ? สุนัข??” เจมส์ทำน้ำเสียงเย้ยหยันอย่างเต็มที่ เขาพอใจยามที่เห็นใบหน้าที่ดูจะบึ้งตึงอย่าฝเห็นได้ชัด
“ข้าอยากจะเตือนเจ้าฮันเตอร์ปากจัดแบบเจ้าให้ระวังตัวเอาไว้ ข้าจะฆ่าเจ้าและพาของที่เจ้าปกป้องอยู่ไปให้ได้ ทั้งคริสและมนุษย์คนนั้น” อีกฝ่ายแยกเขี้ยว
“ข้าก็อยากจะเตือนเจ้าไว้บางนะเจ้าเห็บตาแดง ข้าฆ่าแวมไพร์ไปมากกว่าที่เจ้าจะจิตนาการ… ข้าจะไม่ให้เจ้าพาตัวใครไปทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นแวมไพร์ที่ถูกเจ้าทำสกปรกใส่ หรือมนุษย์คนนี้” เจมส์ทำเสียงขึ้นจมูก
“มนุษย์หรือ?” เขาทวนคำแผ่วเบา
“ข้าเห็นพวกเจ้ามามาก…ฮันเตอร์ มนุษย์ ต่ำต้อย พยายามจะทำตัวราวกับพวกสุนัขป่า ไล่ล่าเราที่เป็นเผ่าสูงกว่า ข้าฆ่าพวกมันเหมือนกับที่ข้าจะทำกับเจ้า” เจมส์ยกยิ้มเขาอยากจะฆ่าเจ้าปากดีตัวนี้แต่ทำไม่ได้ เขาต้องจับมัน เช่นไรดี
“ทำไมไม่นอนอยู่ตรงนั้นรอให้ข้าไปหาดีๆละ บางทีข้าอาจจะไว้ชีวิตน้อยๆของเจ้าด้วยการที่…ไม่เลาะสันหลังเจ้าออกมาแล้วให้ตะกายขอชีวิต” เจมส์ไม่สบายใจนักเมื่อนึกถึงเรื่องที่ว่าอีกฝ่ายดูจะไม่สนใจจะหาคริสเท่าไร ต่างกับสายตาที่มองมายังอดัมที่นอนหลับอยู่
“เจ้ารู้ว่าข้าสะกดจิตมนุษย์ได้ ถึงแม้จะไม่ได้ผลกับพวกฮันเตอร์… ระวังสมบัติของเจ้าไว้แล้วกัน หากเขาอนุญาติข้าเข้าไปในห้องนี้ ข้ารับรองว่าข้าจะได้เขาไปตลอดกาล” เจมส์ปามีดเงินเข้าใส่เจ้าปากเสียที่ทำให้เขาโมโหวาบ เสียงร้องของมันยามที่มีดปักลงที่แขนทำให้อดัมสะดุ้งตื่น
และเมื่อมันหนีไปสิ่งแรกที่คนบนเตียงได้รับรู้คือรสจูบของเขา

โพสท์ใน Z All Fiction | ติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น