[FIC] Killchalla [Eric X T’Challa]#2 Waiting

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://j2erica.wordpress.com

C : Eric K. X T’Challa

R : M

G : Romantic ,

L : Thai

W : Yujean Rasmason

*****************************

ทิชาล่านั่งอยู่ท่ามกลางภูเขาขนาดใหญ่ในตอนเหนือของประเทศ เขามารับอากาศเย็นๆจากภูเขาแสนตระหง่าตรงหน้า มองออกไปยังหน้าผาขนาดใหญ่ที่ให้ความรู้สึกเกรงขามและน่าอันตราย ทิชาล่าได้แต่มองมันพลางคิดถึงเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เรื่องที่บางทีเขาอาจจะสร้าง…ปีศาจด้วยตัวเขาเองไปแล้วหรือเปล่า ดวงตาสีน้ำตาลกลมหลุบมองลงต่ำยังแม่น้ำเย็นเฉียบที่ไหลผ่าน 

เสียงแกร๋กเบาๆด้านหลังทำให้ร่างสูงหันควับกลับมาในทันที ชายหนุ่มจ้องยังภูเขาหิมะเรียบๆที่ไม่มีสิ่งใด แต่เขารู้ว่ามีบางอย่าง ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกตั้งรับเมื่ออยู่ๆก็มีคนกระโดดลงมาจากด้านบน เขายืนนิ่งในยามที่ถูกรายล้อมไปด้วยคนของเผ่าวานร ดวงตาสีเข้มยังคงไม่หวั่นไหวและสีหน้ายังคงเรียบเฉย

“ข้าไม่ได้มารบกวนพวกเจ้า..” เขาบอกออกไป เหล่าทหารหน้าตาขึงขังไม่ตอบทำให้ทิชาล่าเองเริ่มคิดแล้วว่านี่คงจะมีปัญหาแล้วกระมัง เขาได้แต่ยืนเตรียมตัวพร้อมจะใส่เกราะได้ทุกเมื่อแต่แล้วก็ต้องหยุดเมื่อเห็นใครบางคน ทิชาล่าเลิกคิ้วกับบุรุษร่างสูงใหญ่เจ้าของผิวสีเข้มและชุดคลุมขนสัตว์บ่งบอกสถานะของตัวเอง เจ้าตัวกระโดดลงมาจากด้านบนมองมาที่เขาด้วยท่าทีขึงขัง

“ทิชาล่า…” เสียงทุ้มต่ำเรียก

“เอ็มบักกู” เขาตอบกลับเบาๆ มองราชาของเหล่าวานรที่มองนิ่งมาทางเขา

“คนของข้าบอกว่าเจอเสือดำนอนอาบแดดชมวิวเทือกเขาของข้าอยู่ ข้าก็เลยมาดูกับตาว่าจริงไหม?” ดวงตาสีเข้มตวัดมอง

“จริง..แต่ข้าเพียงแค่อยากชมบรรยากาศอันงดงามและเงียบสงบ เพียงไม่นานเพราะข้ากำลังจะจากไปแล้ว” ทิชาล่าเลิกคิ้วยามที่ได้ยินเสียงหัวเราะของอีกฝ่าย เจ้าตัวหันไปหัวเราะกับเหล่าทหารแต่เขาไม่ขำด้วย ทิชาล่าได้แต่มองและเมื่อไม่หยุดเขาจึงหันไปทางอื่น แต่น่าแปลกใจที่นั่นทำให้ร่างสูงหยุด

“จะรีบไปไหน…ไหนว่าอยากชมบรรยากาศ” บากุบอกเขาด้วยน้ำเสียงแสนแข็งกร้าว

“เจ้าไม่อยากให้อยู่ ข้าจะอยู่ทำไม” น่าแปลกที่คำพูดนั้นทำให้อีกฝ่ายหุบยิ้มเปลี่ยนมาหน้าบึ้งตึง เอ็มบักกูบอกให้ลูกน้อยถอยไปด้วยน้ำเสียงแสนแข็งกร้าวจนทิชาล่าเองก็เริ่มหวั่นๆใจ เมื่อทุกคนจากไปจนหมดเหลือเพียงแค่พวกเขาสองคน ทิชาล่ากำลังรอดูว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรกันแน่

“…เจ้าชอบภูเขาหรือ?” บนสนทนาแรกดังออกมาหลังจากผ่านไปนานทีเดียว ฝ่าบาทยิ้มให้กับคนตรงหน้า

“ชอบ” เขาตอบรับ “มันสวยมาก สงบ และแข็งแกร่ง”

“ลึกเข้าไปข้างหุบเขา มีที่ที่หนึ่ง…ที่เจ้าจะมองเห็นได้ไกลสุดสายตา จะมองฟ้าก็ดูใกล้เพียงเอื่อม” ร่างสูงกระแอมไอด้วยท่าทีขึงขัง ทิชาล่ายิ้มให้ชายหนุ่มตัวสูง

“น่ายินดีที่เขตปกครองของท่านมีที่ที่งดงามเช่นว่านั้น” เอ็มบักกูพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงอาการอะไรนอกจากใบหน้าที่เรียบเฉย ร่างสูงหันมองซ้ายขวาว่ามีใครแอบดูอยู่หรือไม่ แต่เมื่อไม่มีเขาจึงหันหลังเพื่อตรงไปยังทางเดินยาว

“ตามข้ามา…”

.

.

.

.

.

/*/

.

.

.

.

.

“…” ทิชาล่านั่งขัดสมาธิอยู่บนยอดเขาที่เปิดโล่ง เขากำลังมองไปยังท้องฟ้าด้านบนที่เป็นจริงดั่งเอ็มบักกูว่า สวยงามไปเสียหมด ดวงดาวราวกับอยู่แค่เอื่อม ถ้าเป็นไปได้เขาละอยากพาซูริมาด้วยกันเสียเหลือเกิน ถ้าน้องสาวเขาได้เห็นรับรองได้เลยว่าหล่อนจะต้องชอบมากแน่ๆ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ยิ่งพอใจเข้าไปใหญ่กับความเงียบสงบนี้

“เจ้าแต่งตัวแบบนี้ไม่หนาวหรือยังไง” ฝ่าบาทหันมามองเจ้าของร่างใหญ่ยักษ์ข้างกาย เอ็มบักกูกอดอกจนขึ้นมัดกล้ามทำทีเป็นมองไปทางอื่นไม่สนใจเขา แต่ทิชาล่าไม่ได้รู้สึกแปลกอะไร เขาแกล้งจ้องทำให้รับรู้ว่าอีกฝ่ายยิ่งเหงื่อตก

“หนาวสิ ตอนแรกข้าอยู่แค่ชายเขาไม่หนาวนัก…แต่ยามนี้ขึ้นมาสูงมาก ย่อมหนาวเป็นธรรมดา แล้วท่านไม่หนาวหรือ? มีเพียงเสื้อคลุมตัวเดียว” เขาเงยหน้าคุยกับคนข้างกาย 

“ข้าไม่หนาว…ข้าอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด คุ้นเคยกับอากาศที่นี่ราวกับอยู่ในห้องนอนตัวเอง” อีกฝ่ายตอบด้วยท่าทีขึงขัง

“โอ๋…งั้นข้าคงอยู่ในห้องนอนท่าน” ทิชาล่ายิ้มยามที่เห็นใบหน้าคมแดงก่ำราวกับลูกมะเขือเทศ แม้เจ้าตัวจะยิ่งปั้นหน้าเครียดแต่เขารับรู้ได้ เอ็มบักกูทำเป็นมองดินมองฟ้าราวกับสิ่งที่เขาพูดเป็นเพียงอากาศ เพียงไม่นานเจ้าตัวก็เดินมาหาเขาก่อนที่อุ้งมือหยาบจะยกขึ้น ร่างสูงปลดผ้าคลุมขนสัตว์ขนาดใหญ่ของตัวเองออกตามด้วยคลุมมันลงบนตัวของเขาที่นั่งอยู่

.

.

.

“ท่านไม่จำเป็น-“

“ใส่ไว้ซะ เดี๋ยวราชาจะมาตายเพราะความหนาว คนคงต่อว่าข้าว่าคิดใช้แผนสกปรกกับเจ้า” ทิชาล่ากอดผ้าขนสัตว์ที่อบอุ่นอย่างน่าเหลือเชื่อเอาไว้ ไม่ได้ว่าอะไรเมื่อเอ็มบักกูนั่งลงข้างกายเขา ยืดตัว ทำทีราวกับกอลิล่าหนุ่มที่อวดแผงอกอันกำยำของตัวเอง เขาได้แต่ยิ้มขำๆกับภาพนั้น

“ท่านไม่ใช้แผนสกปรกกับข้าหรอก.. ใช่ไหม?” เขาแกล้งกระซิบ

“..ไม่” เจ้าตัวว่า “อันที่จริง…เรื่อง…ในฐานะราชาด้วยกันทั้งคู่ เจ้าเองก็รู้ว่ามันถึงเวลาที่น่าจะหา..แบบ-“ 

“คู่ครอง” ทิชาล่าว่า

“…”

“เจ้าไม่ควรกังวลเรื่องนั้น เจ้าแข็งแกร่งมาก ข้ารับรองได้เลยว่าไม่ว่าหญิงใดก็แสนยินดีที่จะได้อยู่ข้างกายเจ้าในฐานะราชินี ที่เหมาะสม” เอ็มบักกูยิ้มเมื่อได้ยิน อีกฝ่ายทุบแผ่นอกกำยำของตัวเองก่อนจะเบ่งกล้ามให้เขาได้ดู ทิชาล่ายิ้มกับภาพนั้น

“พละกำลังของข้ายิ่งใหญ่ ข้าสามารถยกเจ้าได้ด้วยมือเดียว ตัวบางๆของเจ้าต้านทานข้าไม่ได้หรอก” ทิชาล่าไหวไหล่เล็กน้อยเมื่อได้ยิน แพขนตายาวกระพริบปริบ เขาปลดเสื้อคลุมออกเล็กน้อยก่อนจะเลิกแขนเสื้อขึ้น โชว์มัดกล้ามแข็งของตัวเองให้อีกฝ่ายได้เห็นบ้าง

“ข้าตัวเล็กกว่าเจ้าเพียงเล็กน้อย แต่ก็ชนะเจ้าได้” เขาตอบ ยืดตัวเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มต่ำ

“ข้ารู้ว่าเจ้าแข็งแกร่ง…ข้าชอบ” อีกฝ่ายเงียบ “ข้าหมายถึง!!!-“

“ทิชาล่า!!!” ทั้งสองคนหันไปข้างหลังเมื่อได้ยินเสียงบางอย่าง ยานสีดำกำลังลงจอดตามหลังคนตัวสูงท่าทีขึงขังที่เดินดุ่มมาทางพวกเขา ทิชาล่ากลอกตาแล้วหันกลับมาดังเดิมเพื่อดื่มด่ำกับวิวตรงหน้า

“ใครอนุญาตให้เจ้าเข้ามาในเขตแดนของข้า ไอ้กันน่ารังเกียจ” อีริคขบกรามมองหน้าอย่างเอาเรื่องกับกอลิล่าที่ลุกเดินดุ่มมาหาเขา ขัดขวาง อีริคผลักอกเอ็มบักกูทันที ทำให้อีกฝ่ายผลักอกเขากลับอย่างแรง

“ไอ้กอลิล่าอ้วนไร้สมอง…ดมไม่รู้หรือไงว่าคนมีเจ้าของกลิ่นเป็นยังไง ห้ะ!” อีริคขึ้นเสียง

“คนมีเจ้าของบ้าอะไรของเจ้า! ถอยไป!” เอ็มบักกูแยกเขี้ยว 

“…” ทิชาล่าถอนหายใจยาวเหยียดกับคำหยาบคายที่ทั้งสองคนพูดใส่กันอยู่ข้างหลัง ผลักอกกันไปมาจนเขารับรู้ว่าคงจะสู้กันในอีกไม่นาน เขาลุกขึ้นตามด้วยถอดเสื้อคลุมของเอ็มบักกูว่างไว้อย่างเรียบร้อยบนก้อนหินเพื่อไม่ให้เปื้อน เดินไปใกล้ผาเพื่อดูวิวอีกซักหน่อย พยายามไม่สนใจเสียงโครมจากด้านหลังของทั้งสองคน

.

.

.

ทำไมเอ็มบักกูกับอีริคถึงไม่ถูกกันนะ…? สงสัยเรื่องนี้จะเป็นปริษนาของจักรวาล

.

.

.

.

.

/*/

.

.

.

.

.

“…เสือกับลิง เลือกมา” ทิชาล่าเลิกคิ้วยามที่นั่งทำแผลให้อีริค อีกฝ่ายไปต่อยกับเอ็มบักกูชนิดที่ว่าเกือบจะฆ่ากันไปข้าง แม้จะโชคดีที่เพราะเขาขอให้หยุดทั้งสองเลยยอมแยกออกจากกัน อีริคนั้นยอมไปรักษาตัวแม้ว่าจะได้ไม่นานเพราะทำให้ซูริรำคาญ หน้าที่จึงตกแก่เขาที่กำลังใช้ยาป้ายไปตามรอยฟกช้ำที่ตัว ผิวสากระคายมือของอีริคยังคงอบอุ่นเหมือนเดิม

“พักไม่กี่วันคงหาย.. เจ้าไม่ตายง่ายๆ” เขาเลี่ยงไม่ตอบ

“เป็นห่วงข้าอยู่ใช่ไหม? ไม่ห่วงคงไม่ทำแผลให้ แบบนี้เรียกว่าซึนนะ” อีริคขยิบตาให้เขา

“…ถ้าเจ้าไม่ทำตัวอนาจารทุกครั้งที่ใครทำแผลให้คงจะไม่ได้มีแต่ข้าที่ทำ” ทิชาล่าตอบ

“ข้าเห็นเจ้ายิ้มให้มัน ทีกับข้าไม่เห็นจะยิ้ม ทีกับมันยิ้มให้นักหนา บอกมันไปสิว่ามีแฟนแล้ว ไปให้ความหวังไม่เข้าเรื่อง…ร้ายนัก” ทิชาล่าเลิกคิ้วเมื่อถูกต่อยที่ไหล่ แม้จะไม่แรงมากแต่ก็ไม่ได้เบามือ เขายังคงไม่ตอบแม้ว่าอีริคจะยังจ้องหน้าเขาเป็นจริงเป็นจัง

“เจ้ากำลังเข้าใจผิด ในหลายๆเรื่อง…และหนึ่งในนั้นคือ ข้าไม่มีแฟน” ทิชาล่าตอบอย่างจริงจัง

“โกรธเรื่องที่ข้าตามไปอเมริกาใช่ไหม?” ราชาหนุ่มแส่หน้าหนี “โอเค…ยอมรับผิดก็ได้ หันมาคุยกันแมนๆนี่ ไม่พอใจอะไร…หรือเรื่องที่อยากรุกฉัน? ได้นะ ยอม คำสั่งราชายอมหมด…พอใจหรือยัง” ทิชาล่าสูดหายใจเข้าลึกแล้วปล่อยออกมาช้าๆ ดวงตาคมสีดำมองตอบอีริค อีกฝ่ายแม้จะยิ้มแต่ดวงตาบ่งบอกและฉายแววอย่างชัดเจนว่ากำลังกังวลอยู่ 

“…หึงหรือ?” ทิชาล่ากระซิบถาม ยกยิ้มเมื่อพบว่าอีกฝ่ายนิ่งลงไปราวกับว่าคำถามของเขาไปแทงใจดำเสียอย่างนั้น อีริคหันหน้าหนีไปทางอื่น เจ้าตัวราวกับว่าพยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เลือกที่จะไม่พูด ร่างสูงยกมือขึ้นจับๆที่แขนของตัวเองที่ทายาเอาไว้

“จะให้ทำยังไงละ..” อีริคยอมเอ่ยออกมาในที่สุด พวกเขาทั้งคู่ยังคงมองสบตากันนิ่ง “…ก็เจ้าบอกว่าแฟนก็ไม่ใช่.. แถมยังไม่ยอมให้ข้าเข้าใกล้อีก ไปอี๋อ๋อกับไอ้กอลิล่านั่น” ริมฝีปากหนายกยิ้มเมื่อได้ยินเสียงบ่นงุบงิบของร่างสูง อีกฝ่ายแส่มองไปทางอื่น

“…จริงหรือเปล่าที่จะยอมให้ฉันรุก” อีริคถอนหายใจเฮือกใหญ่

“นี่คนสวย..!” 

“ข้าไม่ได้คิดอะไรในเชิงชู้สาวกับเขา…” ทิชาล่าตอบ

“แบบนี้ยอมก็ได้” อีริคยกยิ้ม

“…หรือกับเจ้า” เขาอมยิ้มเมื่อร่างสูงมีท่าทีฉุนเฉียวงุ่นง่านอีกครั้ง อีริคหันหนีทั้งตัวทำเป็นมองออกไปนอกหน้าต่างไม่สนใจเขาที่นั่งหลังตรงอยู่ข้างๆ ทิชาล่ายอมวางมือลงบนอุ้งมือหยาบที่จับอยู่บนต้นขาของเขา ราวกับพยายามแสดงความเป็นเจ้าของ

“…แต่ข้าดีใจที่เจ้าหึงข้านะ” ทิชาล่ากระซิบตอบยิ้มๆ

“ไม่ต้องมาง้อ…อย่าหวังเลยว่าจะได้แอ้มก้นงอนๆของฉัน รอชาติหน้าเหอะ” ร่างสูงเชิดหนี

“โกรธจริงหรือ?…” เขาแกล้งเบียดไหล่กับอีริคเบาๆ บีบอุ้งมือหยาบและมันได้ผลเมื่ออีริคยอมบีบมือเขาตอบ

“…”

“จะให้ทำยังไงถึงจะหายโกรธข้า” ทิชาล่าอยากจะหัวเราะดังๆเมื่อบุรุษร่างสูงยอมหันควับมาอย่างรวดเร็ว

“ทุกอย่าง?…”

“ยกเว้นตำแหน่งราชา” เขาตอบกลับไป

“คร่อมตักสิ” อีริคกระซิบเสียงพร่า ทิชาล่ารักเสียงทุ้มๆแสนมีสเน่ห์ของร่างสูง เขายอมขยับทำตามแต่โดยดีและมันได้ผลเมื่ออุ้งมือหยาบจับหมับเข้าที่เอวของเขาราวกับกลัวว่าทิชาล่าจะเปลี่ยนใจ เจ้าตัวดึงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวของตัวเองออกแล้วชูขึ้นมาให้เขาได้เห็นชัดๆ ทิชาล่าเชิดหน้าอย่างไม่กลัว เขานั่งลงไปช้าๆบนบางอย่างที่เริ่มร้อนผ่าว

“เอาละ… ทีนี้ก็ถอดเสื้อผ้าตัวเองออกช้าๆ โชว์ให้ดูหน่อยสิว่าราชาคนเก่งทำได้ทุกอย่างจริงไหม” อีริคไล่สายตาคมมองต่ำลงมายังผิวสีเข้มเนียนละเอียดน่าสัมผัส

“…ช่างเอาแต่ใจ ขี้งอน…” ทิชาล่ายอมทำตามแต่โดยดี 

.

.

.

จะยอมง้อเสียซักครั้งก็ได้

Advertisements
โพสท์ใน SF Another pair | ติดป้ายกำกับ | 7 ความเห็น

[FIC] Killchalla [Eric X T’Challa]R. #1 Waiting

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://j2erica.wordpress.com

C : Eric K. X T’Challa

R : M

G : Romantic ,

L : Thai

W : Yujean Rasmason

*****************************

ดวงตาคมกล้ามองสำรวจไปรอบๆเมื่อเขากลับมาที่วังแล้วพบว่าคนที่กำลังตามหาตัวไม่อยู่เสียอย่างนั้น เขามองหาว่าเมื่อไรถึงจะเจอเสียที จำได้ว่าเคยบอกเอาไว้ว่าให้รออยู่ที่ห้อง มันช่างน่าโมโหที่คนคนนั้นไม่ยอมทำตามที่บอก ร่างสูงใหญ่เดินไปมาใส่เพียงเสื้อคลุมสีดำยาวกับกางเกงซักตัว ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่สิ่งที่อีริคทำได้ไม่มีอะไรมากไปกว่าออกทำภารกิจอยู่บริเวณรอบนอก เขาไม่ออกไปไหนไกลและไม่คิดจะทำอะไรไกลเพราะไม่ต้องการห่างจากที่นี่ไปนานนัก

.

.

.

ไม่ใช่เพราะติดบ้าน แต่เพราะใครบางคนต่างหาก

.

.

ร่างสูงเดินไปเรื่อยระหว่างสอดส่องมองหาเกือบทั่วทั้งวัง ในยามนี้วังเงียบเชียบมีเพียงทหารเฝ้ายามท่าทีขึงขัง พวกหล่อนไม่เคยพูด ไม่มีกริยาใดๆได้แต่มองตามเขา อีริคยกยิ้มเมื่อพบคนเฝ้าประตูอย่างแน่นหนาอยู่ห้องหนึ่ง เขาเดินตรงเข้าไปและถูกทหารยกหอกใส่ทันที

“ข้ามาพบเขา” อีริคบอก “นัดไว้แล้ว หลบ”

“…” ทหารทั้งสองยอมทำตามแต่โดยดีเมื่อได้ยินเสียงจากด้านใน ร่างสูงก้าวเข้าไปตามด้วยรีบปิดประตูตามหลัง เขาเห็นคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นพิงกับโต๊ะเอกสารมองเหม่อออกไปด้านนอก ท้องฟ้าที่มืดมิดและพราวไปด้วยดวงดาวประกายแสงวิบวับราวกับอัญมณี อีริคเลิกคิ้วแต่ก็เดินเข้าไปหาเจ้าตัว

“กริยาการเดินของเจ้า…สายตา รอยยิ้ม” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นมาก่อนที่เขาจะถึงตัว

“ทำไม”

“มันทำให้ทหารในวังเกลียดชังเพราะกลัวว่าเจ้าจะลอบฆ่าข้าเสีย เจ้าเดินเหมือนกับนักฆ่าโรคจิตที่มองหาเหยื่อไปทั่วทั้งวัง” อีริคทำเสียงขึ้นจมูกให้คนอายุมากกว่า เดินตรงดิ่งมาหาฝ่าบาทจนเจ้าตัวต้องหันมาหาเขา การขยับตัวของทิชาร่าบอกได้เป็นอย่างดีว่ากำลังตั้งรับ เจ้าของดวงตาคมสีดำกลมโต ไหนจะขนตางอนๆนี่อีก อีริคประชิดตัวฝ่าบาทได้ไม่ยากแต่

.

.

.

ทิชาล่าเดินอ้อมโต๊ะไปอีกทาง

.

.

“มีเรื่องอะไรหรือ? ถ้าจะรายงานภารกิจละก็…ข้าได้รับรายงานทุกอย่างแล้ว” ทิชาล่าเดินเลียงมาทางชั้นหนังสือไม่สนใจคนที่หยุดยืนอยู่ที่จุดเดิมที่เขาเคยยืน

“ข้าบอกให้เจ้ารอข้าอยู่ในห้องนอน ของข้า แล้วทำไมไม่รอ ห้ะ? ฝ่าบาท” ริมฝีปากอวบเหยียดยิ้ม ทิชาล่าเลิกคิ้วตามด้วยหันกลับมาหาคนที่ยืนตัวเป็นตึกบดบังแสงจากภายนอกอยู่

“ข้าไม่ได้สัญญาว่าจะอยู่” ราชาหนุ่มตอบ

“ข้าบอกให้ท่านอยู่ ก็ต้องอยู่” อีริคถอดเสื้อคลุมสีดำออกวางไว้บนโต๊ะอ่านหนังสือ ช่วยไม่ได้ที่ทิชาล่าจะมองตามร่างกายของอีริคได้ อีกฝ่ายเต็มไปด้วยมัดกล้าม แข็งตึงกำยำ ไหนจะร่องรอยตามผิวจากรสนิยมจนทำให้ผิวสีเข้มสากระคายไปหมด อีกฝ่ายเดินดุ่มมาหาเขาอีกครั้งและครั้งนี้ทิชาล่าไม่ได้หนี

“ข้าเป็นแผล…ทำแผลสิ” ร่างสูงกระซิบในเชิงออกคำสั่ง ยกแขนข้างหนึ่งขึ้นทำให้ทิชาล่าเห็นชัดกว่าเดิมถึงรอยถลอกยาวจากการถูกมีด มันไม่ลึกแต่ก็ไม่ตื้นขนาดที่เลือดจะหยุดไหลง่ายๆ เขายกมือขึ้นจับต้นแขนกำยำพลิกดูระหว่างที่อีริควางมือลงบนเอวของเขา

“ข้าจะเรียกทหารพาเจ้าไป..” หน้าตาของอีริคบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าไม่ชอบใจคำตอบของเขา

“ไม่” ร่างสูงตอบกลับ เขาทั้งคู่มองสบตากันอย่างใช้ความคิดว่าควรจะทำเช่นไรต่อ อีริคมีสิ่งที่ต้องการและราชาตรงหน้าก็รู้ว่าเขาต้องการสิ่งใดแต่เลือกที่จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเสียอย่างนั้น ราชาหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกเมื่ออีริคก้มลงมาหาริมฝีปากที่อยู่ตรงหน้า ร่างสูงตั้งใจจะขยับหลบทันทีแต่ถูกอุ้งมือหยาบของอีริคยึดเอาไว้อีกฝ่ายใช้แรงยึดข้อมือทั้งสองที่ตั้งใจจะผลักออก ยื้อยุดกันจนขึ้นมัดกล้ามแต่ทิชาล่าก็หันหน้าหนี 

“นี่..!” ฝ่าบาทสะดุ้งเมื่อถูกกัดเข้าที่ต้นคอ ดวงตาสีเข้มค้อนควับไม่พอใจยังหนุ่มรุ่นน้องที่แสยะยิ้มใส่เขาอยู่

“สมยอมดิ” อีริคยังคงพยายาม รวบแขนของฝ่าบาทเอาไว้โดยใช้อีกมือหนึ่งจับแก้มของทิชาล่าจนฝ่าบาทดิ้นขัดขืนไม่ได้ ในที่สุดอีริคก็ได้ทิ่งที่ต้องการเมื่อฝ่าบาทไม่อาจหลบจูบของเขาได้อีกต่อได้ อีริคกึ่งบีบบังคับให้ร่างสูงชิดกับชั้นหนังสือขณะที่จูบริมฝีปากของราชาหนุ่มเนิ่นนานราวกับกำลังขาดน้ำ ทิชาล่ายอมจูบตอบเขา ตวัดลิ้นตอบรับแต่ในบางครั้งก็เหมือนจะตั้งใจจะกัดลิ้นกัน เขาใช้อุ้งมือหยาบบีบรัดเอวสอบเพียวให้เข้ามาแนบชิดตัวเอง ล้วงมือหายเข้าไปในแผ่นหลังเนียนลื่นมือที่เขาชอบมาตลอด

“!!” อีริคสะดุ้งหลบเมื่อทิชาล่าจิกเล็บลงบนแผลของเขาที่แขน ร่างสูงเผลอปล่อยเจ้าแมวดำให้หลุดมือไปชั่วขณะ ขบกรามเล็กน้อยมองราชาที่หันหน้าหนีทั้งมือทั้งสองที่พยายามดันเขาออก

“นี่จูบก็ข่วน แมวหรือเสือไม่ทราบ”

“แล้วเจ้าเองไม่ต้องหายใจหรืออย่างไร… สงสัยจะเป็นก้อนหินไม่ใช่เสือ” ทิชาล่าพยายามหายใจเข้าลึกๆโดยไม่ให้คิลมองเกอร์รับรู้ว่าเป็นเขาเองที่หายใจไม่ทัน อีริคยิ่งดูหัวเสีย งุ่นง่าน เจ้าตัวจับเขาดึงเข้ามาใกล้ตัวอีกครั้งตามด้วยช้อนอุ้มจนทิชาล่าตัวลอย เขาเริ่มดิ้นและดันหน้าคมๆออกในทันทีแต่ไม่เป็นผล อีริคตัวใหญ่เกินไป แรงเยอะเกินไป แถมยังเอาแต่ใจอย่างกับเด็ก

ฝ่าบาทครางแผ่วยามที่ถูกวางกระแทกดังตึงลงบนโต๊ะ บนเสื้อสีดำนุ่มที่ถูกปูเอาไว้อย่างเหมาะเจาะ ร่างสูงพยายามจิกแผลของอีริคหวังให้ร่างสูงปล่อยแต่ครั้งนี้กลับไม่ได้ผล ซ้ำยังทำให้เจ้าของร่างสูงใหญ่หัวเราะหึๆในลำคอราวกับตัวร้ายโรคจิตเสียอย่างนั้น

“แผนเดิมไม่ได้ผลหรอก” เจ้าตัวอยู่ๆก็ฉีกชุดของเขาออกพรึบจนกระดุมหลุด ฝ่าบาทนิ่งค้างด้วยความตื่นตระหนก เขาพยายามลุกเมื่ออีกริคเผลอแต่ถูกจับกระแทกปึงลงบนโต๊ะอีกครั้ง มองเจ้าเด็กอายุน้อยกว่าที่อยู่ตรงกลางขาทั้งสองของตัวเอง

.

.

“ฝ่าบาท!” พวกเขาสองคนนิ่งค้างเมื่อประตูถูกเปิดออกพรึบ ทหารสาวสองคนที่กำลังชี้หอกมาทางอีริคนิ่งค้างและใบหน้าแดงก่ำ

“เอาเขาออกไป!” ทิชาล่าสั่ง

“ข้ายังไม่ได้เข้าเลยจะให้เอาออกได้ยังไง อยากเล่นบทร้อนแรงแบบโจรหนุ่มกับเจ้าบ้านหรือ? ข้าขอโทษที่ลืมบอกพวกเจ้า แต่ข้ากับฝ่าบาทกำลังจะเข้ากัน..ข้ากำลังจะเข้าเขา” ทิชาล่ายิ่งตื่นตระหนก เขาพยายามมองทหารหวังให้ช่วยแต่พวกหล่อนยิ่งหน้าแดงก่ำ

“เร็วเข้าสิ!” เขาว่า อีริคจึงจัดการประกบจูบปิดริมฝีปากทำให้ทิชาล่าเริ่มผลักออกเขาอีกครั้ง ร่างสูงใช้มือหนึ่งเริ่มปลดกางเกงตัวเองลง แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้วให้พวกหล่อนรีบปิดประตูดังเดิม ร่างสูงหัวเราะหึๆในลำคออย่างผู้มีชัย

“ข้าขอสั่งให้เจ้าถอยออกไปก่อนที่ข้าจะหมดความอดทนแล้วทำโทษเจ้า” เจ้าตัวยังคงขู่ ขืนตัวแข็งทื่ออย่างน่ารักในยามที่เขาพยายามถอดเสื้อออกจากไหล่มน ผิวสีเข้มแสนนวลเนียนต่างกับเขามันยิ่งเย้ายวนใจ อีริคจัดการกัดไหล่มนไปทีอย่างหมั่นเขี้ยว

“คิดว่าหนีพ้นหรือ? สั่งได้หรือ? ข้าไม่ฟังคำสั่งเจ้าว่าจะให้พอหรือไม่ให้พอ” อีริคตอบ ไล่ลิ้นยาวลงมายังหน้าท้องแบ่นราบที่มีลอนกล้ามเล็กๆพอประมาณ

“ข้าเป็นราชา!”

“รู้แล้วๆ” อีริคคำรามต่ำกับแมวน้อยตรงหน้าที่ส่งเสียงงุ้งงิ้งไม่หยุด

“ถ้าเจ้าไม่หยุดข้าจะสั่ง-“ ทิชาล่ากรีดร้องอยู่ในใจเมื่ออีริคกระชากกางเกงขายาวแบบสบายตัวของเขาออกเสียพรวดเดียว ฝ่าบาทรีบหุบขาเข้าหากันพยายามปกปิดร่างกายของตัวเอง มองคนตัวสูงที่เมื่อมองมุมนี้อีริคก็ยิ่งใหญ่โตไปหมด 

“ให้ข้าเป็นราชาสิ แล้วเจ้าเป็นราชินี ข้าจะฟัง” เขาเตะเข้าเต็มแรงใส่แผ่นอกกว้างแต่อีริคก็ขยับเพียงเล็กน้อย เจ้าตัวจับขาของเขาตามด้วยเอาไปถูกับแผ่นอกสากๆจนเขายิ่งหน้าแดงก่ำ เขาไม่ชอบเลยซักนิด ในระหว่างที่มัววุ่นวายกันอยู่อุ้งมือทั้งสองก็จับเข้าที่หัวเข่าตามด้วยดันให้อ้าออกจนทิชาล่าตัวแข็งทื่อ 

“ข้าขอโทษ…ข้าจะคุกเข่าให้เจ้าเป็นการขออภัยฝ่าบาท” อีริคแสยะยิ้มร้ายเมื่อเห็นสีหน้าอันตื่นตระหนกของฝ่าบาท เจ้าตัวพยายามหุบขาแต่ทำไม่ได้ และเมื่อเขาก้มลงไปหาสิ่งที่หน้าสนใจกว่าทิชาล่าก็เลิกดิ้น

ลิ้นร้อนชื้นไล่เล็มไปตามความยาวที่สั่นระริกอยู่ในปากของเขา ไล่เลียดูดเม้มแรงๆจนเจ้าตัวสะท้าน เขามองคนที่นอนนิ่งครางแผ่วราวกับหมดกรงเล็บที่จะขัดขืน อุ้งมือหยาบบีบก้นนิ่มๆจนแทบเป็นรอยมือ เมื่อทิชาล่าเลิกขัดขืนเขาก็ไล่ลิ้นต่ำลงมายังสิ่งที่น่าสนใจกว่า ช่องทางอ่อนนุ่มที่แสนเขินอายไม่ว่าเมื่อไรก็ราวกับเป็นครั้งแรกเสียเสมอ ทิชาล่าขี้อายกว่าที่เห็น หวงตัวอย่างถึงที่สุดก็เลยเป็นแบบนี้

“ถ้าไม่หวงตัวจนเกินไปและสมยอมง่ายๆ คงไม่ต้องเสียเวลาทำให้ท่านชินมากมาย” เขาตอบก่อนจะสอดนิ้วพรวดเข้าไป นิ่งค้างเมื่อพบว่ามัน…ก็ไม่ได้ยากนัก เขาลูบไปตามผนังแสนอ่อนนุ่มพอใจกับคนที่เต้นตุบตอบรับนิ้วของเขา ข้างในลื่นมือและนิ่มพร้อมจนอีริคยิ่งคิดไปไกล

.

.

“คนปากแข็งอย่าบอกนะว่า-..”

“เงียบ! ข้าสั่งให้เจ้าหุบปาก!! ห้ามเอ่ยอะไรออกมาไม่งั้นเจ้าจะได้ไปอยู่ในคุกแน่ๆ” ร่างสูงได้แต่ยกยิ้มกับน้ำเสียงแสนเกรียวกราดและคนปากแข็งที่หันหนีไปทางอื่นเสียแล้ว เขาปลดกางเกงตัวเองลงมากกว่าเดิมตามด้วยจับอุปกรณ์ของเขาที่แข็งพร้อมเสียดสีกับแกนกายสวยของคนที่นอนอยู่

“…ข้าดีใจ ที่เจ้ารอข้าอย่างดี…วันหลังทำให้ดูหน่อยสิ” ทิชาล่าทำเป็นไม่ได้ยินเมื่ออีกฝ่ายเสียดสีตัวเองกับเขา

“นี่..โกรธอะไร หรือถ้าไม่ชอบก็รอให้ข้าทำให้ก็ได้ ข้าชอบนะใช้ลิ้นจนกว่าเจ้าจะพร้อม”  ร่างสูงยังคงเซ้าซี้ ฝ่าบาทหันกลับมามองสบดวงตาคมกล้า ยิ่งมองยิ่งน่าโมโหเข้าไปใหญ่ ร่างสูงเลื่อนมือไปจับแขนกายของพวกเขาทั้งสองมือแล้วเริ่มขยับเบาๆ พอใจเมื่ออีริคหลับตายอมให้ฝ่าบาทได้คุมเกม

“ไม่… ข้าจะทำเองตลอด เพราะข้าจะไม่สบายตัวถ้าปล่อยให้เจ้าทำ” อีริคลืมตาเมื่อได้ยิน

“เจ็บหรือ? เจ้าไม่เคยบอกว่าเจ็บ” ฝ่าบาทรู้ดีว่าอีริคเชื่อเขา

“ราชาจะไม่ปริปาก…แม้ว่า-“

“ข้าเก่งเกินกว่าจะทำเจ้าเจ็บ ทุกครั้งก็เห็นชอบ จะเจ็บได้ยังไง” ร่างสูงเริ่มโวยวาย

“ไม่ใช่ทุกครั้ง ข้าหมายถึงบางที-“

“บางทีก็ไม่ได้ หรือเจ้าเจ็บเพราะขนาดข้า ถูกไหม? ใหญ่ไป? เจ้าชอบข้ารู้” อีริคแสยะยิ้มยืดอก แต่ทิชาล่าไม่ยิ้มด้วยเพราะรู้สึกเสียเปรียบในเรื่องนี้ เขาใหญ่แน่นอนละ มั่นใจว่าใหญ่กว่าหลายคน แต่น่าเสียดายที่1ในนั้นไม่ใช่อีริค เขาเกลียดคำว่า’เกือบเท่าตัว’เพราะมันใช้ได้กับสถานะการณ์นี้ แถมยังช่างน่าเสียดายด้วยเมื่อค้นพบว่าเขาอยู่ในระดับ ‘ปกติ’ ไม่ใช่ ‘ผิดปกติ’ แบบอีริค

“ไม่ได้เจ็บเพราะขนาด” เขาตอบกลับไปหน้าตายแม้ว่าจะไม่ใช่ความจริงเสียทีเดียว ในบางครั้งอีริครุนแรง ดิบเถื่อนทำให้เขาเจ็บ แต่ทิชาล่ารู้ว่าวิธีแก้มีเยอะมาก เช่นการใส่คอนด้อมหรือใช้เจลเยอะหน่อย วันนี้เขาจึงจัดการด้วยตัวเองเตรียมพร้อมเพราะรู้ว่าอีริคจะกระโจนใส่เขา

“….” ร่างสูงจ้องเขา “ได้” 

“…?”

“ได้…รับรองได้เลยว่าหลังจากนี้ไม่มีทางเจ็บ” ทิชาล่าไม่รู้ว่าร่างสูงคิดจะทำอะไรก่อนจะนึกได้

“ไม่!”

.

.

.

.

.

/*/

.

.

.

.

ทิชาล่านอนหมอบกอดผ้าคลุมสีดำเตรียมตอบรับระลอกคลื่นที่จะถ่าโถมเข้ามาอีกครั้ง เขาทรมาณจนน้ำตาคลอไปหมดแล้ว อีริค ไม่-ยอม เข้ามาเสียที ร่างสูงเอาแต่ง่วนอยู่กับการใช้นิ้ว ใช้ปาก ทำทุกอย่างเพื่อเร้าอารมณ์เขาจนทิชาล่ากำลังจะขาดใจตาย เขาถูกจับให้นอนคว่ำหน้าโดยที่ร่างสูงอยู่ข้างหลัง นิ้วยาวทั้งสามนิ้วกับกำลังทำให้ราชาหนุ่มทรมาณ อีริคกระแทกเข้าหาจุดไวสัมผัสจนเขาบิดเร้าเกร็งตัว รู้สึกราวกับจะถึงฝั่งฝันโดยไม่ต้องสัมผัสข้างหน้าแต่ก็ถูกขัดขวางเมื่อร่างสูงหยุดมือ ทิชาล่าเกร็งกายเผลอไผลยกบั้นท้ายขึ้นมา

“พอแล้ว…” เขาพยายาม

“ไม่ ยังไม่พอ…ถ้าเจ้าเจ็บจะทำยังไง” ทิชาล่ายิ่งครางอื้อเมื่อนิ้วยาวสอดพรวดเข้ามาอีกครั้ง เขายิ่งน้ำตาคลอไม่อยากจะคิดเลยว่ายามนี้เขาเปิดกว้างไปถึงไหนแล้ว อีริคซ้อนอยู่ข้างหลัง เกร็งตัวหอบหายใจ เมื่อถอดนิ้วออกกลับใช้แกนกายร้อนของตัวเองเบียดกับบั้นท้ายของเขา 

“เข้ามาซักที” เขาเอ่ยสั่ง เมื่ออีริคไม่ตอบเขาจึงยิ่งอยากจะต่อว่า

“ข้าบอกว่า-“ ทิชาล่าอ้าปากค้างเมื่ออีริคดันกายเข้าลึกในตัวของเขาภายในครั้งเดียว น่าแปลกที่ครั้งนี้ต่างออกไป เขา…

“นิ่มขึ้นเยอะมาก” อีริคกระซิบข้างหูราชาที่อยู่ใต้ร่าง “แต่ทำแบบนี้ทุกครั้งคงไม่ไหว.. ทรมาณ อยากกดจะตายอยู่แล้วแต่ก็ต้องทน” เขายอมให้คนข้างหลังกัดไปตามไหล่ของตัวเอง 

“รู้จักรอเป็นแล้วนิ เก่งมาก” ทิชาล่าแกล้งว่า

“..ใครบอกว่ารู้จักรอ จะไม่รอแล้วต่างหาก” ทิชาล่ารีบเอื่อมมือออกมายึดโต๊ะเอาไว้เพราะคนข้างหลังที่อยู่ๆก็รุนแรง เหมือนกับจะแรงกว่าทุกๆครั้งจนขาของเขาแทบไม่มีแรง เสียงน่าอายดังขึ้นลั่นห้องและเขาที่พยายามอย่างหนักให้เสียงของตัวเองต่ำลงเพราะอาจมีคนได้ยิน อีริคยึดเอวของเขาเอาไว้ ทำตามใจตัวเองจนทิชาล่าลอบสาบานว่าจะไม่ยอมอีกแล้ว 

เพราะเขาถูกแกล้งเสียนานทำให้เพียงไม่กี่นาทีเขาก็ปลดปล่อยออกมา ทิชาล่าเกร็งตัวพยายามบอกให้อีริคช้าลงแต่ไม่ คนตัวสูงไม่สนใจฟังแถมยังเร่งจังหวะรุนแรงกว่าเดิมเสียอีก

.

.

.

ถ้าเป็นแบบนี้ทุกวันเขาต้องขาดใจตายแน่ๆ ทิชาล่าหลับตาแน่น

.

.

.

.

.

/*/

.

.

.

.

.

เมื่อยามเช้ามาถึงอีริคลุกขึ้นอย่างมึนงง เขาหันมาข้างกายหาคนที่เขานอนกอดอยู่บนพื้นห้องหนังสือ ร่างสูงใช้ชุดสีดำของเขาปูพื้นแล้วให้ทิชาล่านอนขณะที่เขายอมนอนพื้น แม้ว่ากิจกรรมของพวกเขาจะเลยมาจนเกือบถึงเช้าและเขาไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปตอนไหน เมื่อหาไม่เจอจึงจัดการหยิบกางเกงมาใส่ตามด้วยหยิบผ้าสีดำขึ้นพาดบ่า ร่างสูงเดินอย่างงัวเงียออกมาจากห้อง

“ฝ่าบาททิชาล่าอยู่ไหน” เขาถามทหารยามที่อยู่ตรงโถงทางเดินยาว

“อเมริกา” หล่อนตอบ

“ห้ะ?.. ไปเมื่อไร” เขาว่า

“ราวๆ2ชั่วโมงที่แล้ว ไปทำภารกิจที่ไม่ได้บอกใคร” อีริคแยกเขี้ยวสบทคำหยาบเมื่อนึกถึงเจ้าตัวแสบที่แอบหนีไปอีกแล้ว

แบบนี้ทุกทีสิ! พอเขาอยู่ก็หนีออกไป พอไม่อยู่ก็มารออยู่ที่วัง..

.

.

.

.

.

คิดว่าตามไปไม่ได้รึไง

โพสท์ใน SF Another pair | ติดป้ายกำกับ | 7 ความเห็น

[FIC] Charmie [Timothee C. X Army H.]#R. Child

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

C : Timothee C. X Army H.

R : M

G : Romantic ,

L : Thai

W : Yujean Rasmason

*****************************

หนาวจัง

.

.

.

.

.

อาร์มี่ยืนกอดอกมองออกไปภายนอกที่แสนห่างไกล บ้านพักตากอากาศภายนอกเมืองของเขาในยามนี้ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะหนาไปทั่วไม่ว่าจะมองผ่านหน้าต่างบานไหน ภายในปราสาทอบอุ่นด้วยแสงไฟ ภรรยาของเขาในยามนี้กำลังกล่อมลูกน้อยวัยเยาว์อยู่ที่ชั้นบน อาร์มี่ยังคงไม่อาจนอนได้ เขายังคงต้องจัดการงานอีกมากมายเพื่อเพิ่มพูนทรัพย์สินที่มี

การทำให้การเงินของตัวเองมั่นคงคือเรื่องสำคัญที่ขุนนางจำต้องทำให้ได้ ชีวิตของเขามีทุกอย่างที่ต้องการ ทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็นอะไร ภรรยาของเขาคือบุตรสาวของเอิร์ทคนหนึ่งที่ร่ำรวย หล่อนมอบบุตรชายให้กับเขา ซึ่งเด็กหนุ่มในยามนี้ก็เกือบ6ขวบแล้ว และบุตรสาวอีกหนึ่งที่ยังคงไม่หย่านม 

ดวงตาสีอ่อนมองต่ำลงยังบางอย่างที่ไหววูบอยู่ด้านนอกทางคอกม้า เขามองมัน ใบหน้ายังเรียบเฉยแม้ว่าจะละจากหน้าต่างมายังเสื้อคลุมขนสัตว์และสวมมัน

เสียงฝีเท้าของอาร์มี่เงียบสนิทเมื่อยามที่ลมแรงขนาดนี้ เขามาพร้อมกับคนรับใช้ชายอีกสองคนที่เดินตามหลัง แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันสาดส่องไปทั่วผืนหิมะปุยขาว อากาศอันหนาวเหน็บสะท้านเสียดผิวจนอาร์มี่ยิ่งเร่งฝีเท้า เขาเข้ามาภายในคอกม้า เอียงคอเล็กน้อยมองนิ่งยังเด็กหนุ่มตัวเล็กที่นอนขดตัวอยู่ใต้กองฟาง ห่มด้วยผ้าปูโต๊ะสีขาวบางเฉียบเพราะความชื้น อีกฝ่ายหนาวสั่นหลับตา

“ใครกัน”เขาส่งเสียงถาม เมื่อไร้คำพูดตอบเขาจึงส่งตะเกียงให้ลูกน้องเพื่อเข้าไปดูใกล้ๆ คะเนคร่าวๆแล้วยังดูเด็กยิ่งนัก เดาได้ว่าน่าจะไม่เกิน13ปี เขามองคนที่สั่นสะท้านอยู่บนกองฟาง ม้าของเขายังคงขยับตัวเบาๆ มันคงไม่พอใจเท่าใดนักที่มีคนมาก่อกวนในยามนี้ 

“พาไปในปราสาท…หาห้องว่างซักห้องหนึ่ง จัดหาให้คนดูแล เขายังเด็กนักถ้าปล่อยไว้แบบนี้คงตายแน่” อาร์มี่เอ่ยสั่งเบาๆ

.

.

.

.

/*/

.

.

.

.

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มคนนั้นอายุ14ปีเห็นจะได้ กำพร้าและหนีมาเพื่อมาหางานทำ อาร์มี่ได้มอบหมายให้อีกฝ่ายดูแลม้าให้เขา เด็กเลี้ยงม้าที่อยู่กินในปราสาท ตามติดเขาแจยิ่งกว่าเงาตามตัว คอยทำให้อาร์มี่คลายเหงายามที่ภรรยาของเขามัวแต่ดูแลลูก

อาร์มี่สนุกมากในบ่ายแก่ๆเมื่อหน้าหนาวผ่านพ้นไป หน้าร้อนที่อากาศดี แสงแดดสาดส่องกับทุ่งหญ้าเขียวสุดสายตา เขาปล่อยให้ภรรยากลับไปลอนดอนเพียงคนเดียวกับบุตรอีกสองคนเพื่อที่เขาจะได้ดูแลการเพาะปลูกในที่ดินของตระกูล โดยมีเด็กหนุ่มคนนั้นที่คอยดูแลเขา 

อีกฝ่ายคอยมองมาที่เขาตลอดเวลา ในบางครั้งหรือหลายๆครั้งที่ทำให้อาร์มี่พอใจ เขาชอบเวลาที่เด็กหนุ่มมอง เขาชอบที่อีกฝ่ายใช้ดวงตาสีอ่อนสวยเป็นประกายมองตามยามที่อาร์มี่เล่นดนตรีหรืออ่านกลอน พวกเขาสบตากันบ่อยครั้ง ในยามที่ท่านขุนนางคอยสอนหนังสือให้

“…นายเมื่อยบ้างไหม” เขาเอ่ยถามขึ้นมาระหว่างนอนมองเด็กหนุ่มที่กำลังนวดขาให้เขาอย่างแข็งขัน ดวงตาสีอ่อนตวัดกลับมามองเขา เส้นผมหยักศกสีเข้มรับให้ใบหน้าคมยิ่งหล่อเหลา

“ไม่ครับ” อีกฝ่ายตอบ

“นวดขึ้นมาอีก” อาร์มี่กระซิบออกคำสั่ง ขยับขาข้างหนึ่งอ้าออกจนเสื้อสีขาวตกลงปิดบริเวณจุดสงวน เด็กหนุ่มพยักหน้ารับระหว่างขยับกายขึ้นมาใกล้เขามากยิ่งขึ้น เจ้าตัวนั่งอยู่บนเตียงและกำลังลงมือบีบนวดไปตามต้นขาด้านในของเขา

อาร์มี่หลับตารับความรู้สึกดีจากอุ้งมือของเด็กหนุ่ม ยิ่งเขาพอใจก็ยิ่งรับรู้ว่าอีกฝ่ายนวดได้ดีมากขึ้น เขารู้มาเสมอว่าไม่มีใครรู้ใจเขามากไปกว่าอีกฝ่ายอีกแล้ว ดวงตาสีอ่อนลืมขึ้นช้าๆยามที่สูดหายใจเข้าลึก อาร์มี่พ้นลมออกมาช้าๆอย่างผ่อนคลาย เขาเห็นว่าแม้เจ้าตัวจะบีบนวดไปบริเวณต้นขาแต่สายตาของเด็กหนุ่มกลับกำลังมองบางอย่างอยู่ เขามองตามดวงตาที่สำรวจร่างกายเขา

“อะไรหรือ?” เสียงกระซิบของอาร์มี่ทำให้เจ้าของเส้นผมสีดำสะดุ้งเล็กน้อย เด็กหนุ่มสายหน้าหวือแล้วรีบก้มหน้าก้มตานวดต่อ เขายิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับความไร้เดียงสาของเด็ก

“…ขา ปวดต้นขา ฉันอ้าไม่ค่อยได้เลย กดให้หน่อย” อาร์มี่มองตามยามที่เด็กหนุ่มพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ชายหนุ่มคุกเข่าเปลี่ยนมานั่งตรงหว่างขาของเขา อุ้งมือทั้งสองจับขาเขาให้อ้าออกแล้วกดเข่าทั้งสองข้างลงกับที่นอนจนขาเขาแทบขนานไปตามเส้นตรง อาร์มี่ครางอื้อเพราะเจ็บเล็กน้อยแต่ก็เพราะเส้นเขายึดด้วยกระมัง บุรุษสูงวัยกว่าหลับตาจิกหมอนแน่นขณะที่ยอมให้เด็กหนุ่มด้านบนกดเข่าของเขาติดที่นอน

เมื่อเริ่มเจ็บน้อยลงอาร์มี่จึงยอมลืมตาช้าๆ สังเกตุได้ว่าคนตรงหน้ากำลังมองไปที่จุดเดิม บางอย่างใจกลางลำตัวของเขาที่มีชายเสื้อปิดหมิ่นเหม่ก่อนหน้านี้ แต่ในยามนี้เมื่อเสื้อเลิกขึ้นจึงไม่มีอะไรปิดบัง

“…สนใจหรือ?” เขากระซิบถามเย้า พอใจเมื่อเด็กหนุ่มหน้าแดง

“เปล่าครับ..” 

“มันก็เหมือนกับของของนายนั่นและ ในวันหนึ่งนายโตมันก็จะโตตามตัว” อาร์มี่ตอบ

“ผมรู้ครับ..” อีกฝ่ายกระแอมไอ 

“ทำไมไม่ลองจับดูละ” เขากระซิบบอกทีเล่นทีจริง ดวงตาสีอ่อนดูไม่มั่นใจอย่างเห็นได้ชัด แต่เพียงไม่นานอุ้งมืออันสั่นเทาก็วางลงมาแผ่วเบาบนแกนกายของเขา อาร์มี่หลับตาเพื่อปล่อยตัวเองไปกับความอบอุ่นของมือนี้ มันบีบคลึงแผ่วเบา หยอกเย้าจนอาร์มี่อ้าขาออกเองโดยมิต้องทำอะไร เขาชอบมากทีเดียว รู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน

“…ใช้มือ ขยับช้าๆ ตามความยาวแบบนั้นและ” เสียงกระซิบของเจ้านายดูเหมือนจะยิ่งทำให้เด็กหนุ่มพึงพอใจ อุ้งมือเริ่มขยับเป็นจังหวะ บางช้า บ้างเร็วแต่ก็ทำให้อาร์มี่พอใจ

“เยี่ยมมาก..ทิโมธี” เขากระซิบ

.

.

.

.

/*/

.

.

.

.

วันนี้อาร์มี่กลับมาจากลอนดอนพร้อมกับภรรยา พวกเขาตัดสินใจมาอยู่ที่บ้านตากอากาศในฤดูหนาวอีกครั้ง ร่างสูงอยู่แต่ที่ลอนดอนนานๆทีถึงจะได้มาที่นี่ ดวงตาของเขาเป็นประกายเมื่อเห็นเด็กเลี้ยงม้าที่เข้ามาช่วยยกกระเป๋า อีกฝ่ายมองเขาไม่วางตา ทิโมธีดูโตขึ้นเยอะมากจากครั้งสุดท้ายที่พบกัน ตอนนี้อายุคงจะ16แล้วกระมัง ร่างกายเริ่มสมส่วน อกผาย ใบหน้าคมและดวงตาราวกับนักล่า 

“ฉันจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมพักผ่อน… ฉันคงนอนในห้องหนังสือเพราะเธอจะใช้เวลากับลูก” เขาบอกภรรยาแม้ว่าดวงตาจะยังไม่ละไปจากทิโมธี อีกฝ่ายหยิบกระเป๋าของเขาไปถือระหว่างที่เดินตามเจ้านายมาที่ชั้นสอง อาร์มี่ต้องพยายามอย่างมากเพื่อไม่ให้วิ่ง

เสื้อผ้าของเขาถูกถอดออกอย่างรวดเร็วตามด้วยเขาที่นั่งลงบนเก้าอี้ เด็กหนุ่มตามเข้ามาหลังจากที่ล็อกห้องเรียบร้อย ใช้ผ้าชุบน้ำก่อนจะมาคุกเข่าต่อหน้าเขาขณะที่เริ่มเช็ดตัวให้ อาร์มี่ถูกจับขาข้างหนึ่งยกพาดกับที่เท้าแขน เกร็งหน้าท้องเมื่อผ้าเปียกลากผ่านยังจุดที่เขาพอใจ 

“คิดถึงฉันไหม ทิโมธี..ฉันคิดถึงนาย” ร่างสูงกระซิบยามที่ริมฝีปากหยักพรมจูบบริเวณต้นขาด้านในของเขา ความร้อนผ่าวยิ่งทำให้อาร์มี่ร้อนไปหมด เขาร้อนทุกครั้งที่เด็กหนุ่มแนบริมฝีปากลงบนผิว 

“ผมคิดถึงคุณเสมอครับ มายลอร์ด” อาร์มี่หอบหายใจแรงระหว่างหลับตา เขาเริ่มมีอารมณ์ทุกครั้งที่ริมฝีปากและอุ้งมือของเด็กหนุ่มปัดผ่านใจกลางลำตัว ความอบอุ่นที่เริ่มเร้าร้อนขึ้นทุกทีๆทำให้อยากจะคลั่ง อาร์มี่สะท้านทุกครั้งที่อุ้งมือนี้ขยับขึ้นลงอย่างรู้งาน ในไม่กี่นาทีเขาก็แข็งร้อนอยู่ในมือของเด็กเลี้ยงม้า นิ้วเรียวไล่ลงมายังลูกบอลแฝดเริ่มต้นนวดคลึงอย่างที่เจ้านายจะชอบ

“ทำแบบทุกทีสิ..” อาร์มี่หอบหายใจ เขายกขาทั้งสองขึ้นพาดกับที่เท้าแขนเพื่อเปิดทางให้เด็กหนุ่ม เจ้าตัวเองก็ทำตามอย่างว่าง่ายด้วยการเอามือจุ่มในน้ำอุ่นแล้วกลับมายังร่างกายของเขา ใช้ปลายนิ้วลากไปตามความอบอุ่นก่อนที่นิ้วยาวจะหายเข้าไปในร่างกายของคนอายุมากกว่า ช่องทางร้อนสีสดตอบรับความยาวของนิ้วที่ถวินหามานาน อ้าปากหอบหายใจระหว่างที่ปล่อยให้มือทั้งสองได้ทำงาน แรงอีก.. เขาต้องการให้ทิมทำแรงกว่านี้ 

“นิ้วที่สอง..” เขาสั่ง

“แต่ผมไม่เคยใช้มากกว่าสองนิ้วนะครับ คุณอาจจะเจ็บ” ทิมบอกด้วยความเป็นห่วง

“ตอนอยู่ที่ลอนดอน…ฉันใช้สองด้วยตัวเอง ไม่เป็นไร” อาร์มี่ประคองใบหน้าหล่อคมคายให้เข้ามาใกล้ พวกเขาแนบใบหน้าเข้าหากันพอใจยามที่ความร้อนแสนอึดอัดเกินขึ้นเมื่อทิมใช้นิ้วที่สองกับเขา

.

.

.

.

/*/

.

.

.

.

อาร์มี่ไม่รู้ตัวเลยว่าเขาใช้เวลากับทิโมธีภายในห้องและภายนอกห้องมากจนเกินไป แต่ภรรยาของเขาหล่อนไม่กล้าแม้แต่จะถาม เมื่อร่างสูงพบว่าหล่อนดูจะสนใจมากจนเกินไปเขาจึงส่งหล่อนและลูกๆกลับไปที่ลอนดอน 

อาร์มี่อ้างว่าเขาไม่สบายและต้องการอากาศอันแสนบริสุทธิ์นอกเขตเมืองที่วุ่นวาย เขาเริ่มคุ้นชินกับทิโมธี พวกเขากอดและจูบกันเกือบตลอดเวลา ในยามที่อาร์มี่นั่งตรวจงานเขาจะมีทิโมธีนั่งอยู่บนตักเพื่อจูบเขา ในยามที่ไปที่ไร่เขาจะมีเด็กหนุ่มควบม้าตามไปเพื่อที่พวกเขาจะได้แวะระหว่างทางด้วยกันสองต่อสอง และในยามกลางคืนเด็กหนุ่มจะต้องมาเฝ้าเขานอนภายในห้อง

ดั่งเช่นคืนนี้ที่ท่านขุนนางหนุ่มกำลังนอนอ้าขาตอบรับนิ้วยาวทั้งสองโดยปราศจากการสัมผัสด้านหน้า อาร์มี่ใช้ความบังเอิญที่ครั้งหนึ่งดันเผลอปลดปล่อยจากด้านหลังมาเป็นความชอบในเวลาอันรวดเร็ว ความสุขที่ได้รับมันหนักหน่วงกว่ายามปกติเป็นเท่าตัว พวกเขาทดลองกันนานจนกระทั่งในยามนี้เขาพอใจจะปลดปล่อยจากด้านหลังมากกว่าด้านหน้า แม้ว่าจะให้ทิมเพิ่มเป็นสามนิ้วก็ยังไม่พอใจเขา

.

.

.

.

เขาต้องการมากกว่านี้อีก

.

.

.

.

“ไม่พอ..” ร่างสูงเอ่ยบอกเพราะความต้องการ เขามองต่ำลงมายังบางอย่างใจกลางลำตัวของเด็กหนุ่ม เขาเคยมองมันมาตลอด มีบ้างครั้งสองครั้งที่ทิโมธียอมถอดกางเกงเพื่อมาสนุกกับเขา และครั้งนี้จะต้องเป็นเช่นนั้น

“ถอดกางเกง” 

“ครับ..” เด็กหนุ่มยอมทำตามแต่โดยดี เขาขยับกายเข้าใกล้เพื่อให้ร่างสูงได้จับถนัดๆ อาร์มี่ใช้มือของตัวเองรูดรั้งความยาวของพวกเขาทั้งคู่พร้อมกัน ช้าๆ.. เนิบนาบจนร่างสูงเห็นเด็กหนุ่มเกร็งตัวจึงยอมปล่อยมือ ทิมโนมกายเหนือตัวของเขา เท้าแขนเหยียดตรึงกับที่นอนระหว่างมองเจ้านายนิ่ง

“อยู่นิ่งๆ..” อาร์มี่กระซิบ เขาจับอีกฝ่ายให้จ่อกับช่องทางของเขาเอง สีหน้าของทิมดูตกใจจนตั้งใจจะหลบ แดงก่ำลามไปจนถึงใบหูแต่เพราะเขาทำให้ทิมยอมทำตามทุกอย่าง อาร์มี่รับรู้ได้ถึงความร้อนใหญ่โตภายในกาย ทิมกดตัวเองลงไปช้าๆจนพวกเขาเชื่อมต่อกันจนหมด

“รู้สึกยังไงบ้างทิม” ร่างสูงกระซิบถาม

“นิ่มครับ…ร้อนไปหมดเลย..” อาร์มี่

“จำได้ไหมตอนที่ฉันสอนให้นายควบม้า ให้นายขยับเอว” อุ้งมือหยาบลูบไปตามเอวคอดและบีบบั้นท้ายกลมแรงๆ ดวงตาคมกล้าตวัดมองเขานิ่ง ทิโมธีราวกับเป็นหมาป่าหนุ่มที่ยังไม่ประสานัก มันได้ผลยามที่เจ้าตัวลองขยับเอวช้าๆ ตามด้วยเร็วขึ้นเรื่อยๆและเรื่อยๆ

ในไม่ถึง5นาทีที่อีกฝ่ายราวกับขาดความควบคุมตัว อาร์มี่รับรู้ถึงความร้อนผ่าวอบอุ่นฉีดเข้าลึกในกายของเขา ใบหน้าของเด็กหนุ่มแดงก่ำ ส่วนเขาเพียงแค่หัวเราะเบาๆ

“ผมขอโทษครับ ผม-“

“ครั้งแรก..เรื่องปกติ เราฝึกกันได้” เขาตอบ ยอมให้เด็กหนุ่มถอนกายออกมา อาร์มี่ดึงให้ทิมลงนอนและเขาที่ขึ้นคร่อมด้านบนแทน เด็กหนุ่มมองเขานิ่งระหว่างที่เขาจับให้อีกฝ่ายเปลี่ยนมาใช้นิ้วให้มนยามที่อาร์มี่อยู่ด้านบน

“จนกว่านายจะฝื้นพลัง นายต้องอึดกว่านี้…เพราะเวลาของเรา ฉันต้องการอยู่กับนายและทำแบบนี้ทั้งวัน” ทิมใช้นิ้วกดลงยังจุดไว้สัมผัสของเจ้านาย ความอบอุ่นของอาร์มี่ไม่มีใครต้านทานได้ มองตามยามที่บุรุษอายุมากกว่าขยับบั้นท้ายบดเบียดไปบนนิ้วของเขา น้ำรักภายในยิ่งทำให้ช่องทางนุ่มอบอุ่น

“ขอรับ…” เสียงเด็กหนุ่มกระซิบตอบรับ

โพสท์ใน SF Another pair | ติดป้ายกำกับ , , | 3 ความเห็น

[FIC] Thorki [ThorXLoki] Us 

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

C : Thor O. X Loki L.

R : M

G : Romantic ,

L : Thai

W : Yujean Rasmason

*****************************

“ทำไมเจ้าถึงกลับมา โลกิ..” ธอร์เอ่ยถามหลังจากในที่สุดเขาทั้งคู่ก็ได้มีเวลาส่วนตัวอยู่ด้วยกันบนเรืออพยบ เวลาผ่านไปนานพอสมควรที่พวกเขาหนีออกมา ร่างสูงยังคงไม่ค่อยคุ้นชินกับผมสั้นสีอ่อนของตัวเอง เขากำลังยืนอยู่หน้ากระจก หันหลังแล้วเริ่มต้นเปลี่ยนผ้าพันมือสีขาวเพราะเเผลถลอกที่น่ารำคาญใจ

คนที่ประตูยังคงมองมาที่เขา โลกิยังคงงดงามเหมือนเดิมแม้ว่านานมากแล้วที่พวกเขาห่างกันไป เพียงไม่นานอีกฝ่ายก็เดินเข้ามาใกล้เขา เสียงฝีเท้าเงียบกริบอย่างที่ธอร์รู้มาโดยตลอด พวกเขาไม่ได้อยู่ด้วยกันบ่อยมากนัก

“…ข้าไม่ได้มีแผนอะไร ท่านพี่” เสียงของโลกิทำให้เขานิ่งคิด รอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าเล็กน้อยยามที่รู้สึกถึงมือเล็กขาวเนียนวางลงบนผิวกาย ธอร์หันกลับมาหาคนที่ยืนอยู่ มองสบดวงตาสีเขียวสวยที่นานแสนนานที่เขาไม่ได้มองมันใกล้ๆ

“เจ้าต้องรอให้มีแผนการณ์ตลอดเลยหรือถึงจะเข้าใกล้ข้าได้ โลกิ” ธอร์กลับไปพันแผลดังเดิม

“ข้าช่วยท่านได้ เรื่องแผล..” เขาส่ายหัว

“ไม่ต้องหรอก ข้าไม่อยากหาเรื่องมีแผลบนตัวเพิ่ม เจ้าอาจจะกำลังหาทางให้ข้าเข้าใกล้แล้วเอามีดปีกข้าอีก…บอกเลยว่าข้าเหนื่อยกับแผนนนี้มากๆ” โลกิกระแอมเมื่อพี่ชายตัวสูงใหญ่เดินไปทางห้องน้ำ ร่างสูงเข้าไปล้างไม้ล้างหน้าให้สะอาด อีกฝ่ายไม่สนใจแม้ว่าเขาจะเดินตามไปหาช้าๆ ดวงตาสีเขียวมองสำรวจพี่ชายของตัวเอง เขาเข้าไปด้านในด้วยราวกับพยายามชวนคุยบางอย่าง

“ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำร้ายท่านนะ ท่านพี่…ตอนนี้เราอยู่เรือเดียวกันแล้ว จริงไหม?” ธอร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อได้ยิน

“ข้าทำให้เจ้าไม่ได้อยู่กับดาวที่คู่ควรกับเจ้า มันน่ามีอะไรให้เจ้ายินดี…แกรนมาสเตอร์? เขาดูจะให้ความสำคัญกับเจ้าน่าดู ถูกไหมน้องข้า” โลกิเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าเมื่อธอร์หันมา เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยราวกับออดอ้อน

“แล้วท่านจะหาว่าข้าโกหกหรือที่ว่าข้าบอกท่านว่าข้าไม่ได้ทำร้ายท่าน ข้ามาที่นี่เพื่อช่วยเหลือ..รักษา” ดวงตาของทั้งคู่มองสบกันอย่างจริงจัง ธอร์ยกมือขึ้นลูบไปตามใบหน้าได้รูปและผิวบอบบางขาวนวลของน้องชาย ในยามที่โลกิยิ้มมันทำให้เขายิ้มตาม

“เจ้าจะรักษาข้ายังไง..น้องข้า” ธอร์กระซิบตอบ

“แล้วท่านต้องการให้ข้าทำยังไงละ ท่านพี่” ธอร์เลิกคิ้วเมื่อโลกิยกมือขึ้นโอบรอบลำคอของเขา แผ่วเบาอย่างออดอ้อนทำให่นึกถึงลูกแมวตัวสวยแสนน่ารัก ร่างสูงก้มลงมาหาแก้มเนียนของผู้เป็นน้องชาย เขากดจูบลงไปแผ่วเบา พอใจกับเสียงครางท้วงเล็กๆที่ระคายเพราะไรหนวด โลกิเงยหน้าเพื่อให้เขาจูบได้ถนัดมือยิ่งขึ้น ความอบอุ่นที่บดเบียดทำให้ธอร์ใช้อุ้งมือข้างหนึ่งกอบกุมเอวสอบเอาไว้แนบตัว เสียงลมหายใจหนักๆของชายหนุ่มทำให้ธอร์ยิ่งรู้สึกพออกพอใจเขาพยายามอย่างยิ่งที่จะให้น้องชายไม่มีเวลาจะคิดแผนแปลกๆระหว่างการจูบอันแสนหอมหวาน

“..แน่ใจหรือว่าท่านบาดเจ็บ” เจ้าของร่างสูงใหญ่แสยะยิ้ม

“ข้าบาดเจ็บ..เจ้าบอกจะรักษาข้า” โลกิเอื่อมมือออกไปกุมมือทั้งสองของธอร์ เขาร่าวเวทย์แผ่วเบาจนกระทั่งอุ้งมือหยาบเต็มไปด้วยบาดแผลค่อยๆดีขึ้น จนในที่สุดแผลเล็กๆพวกนั้นก็หายไป เธอร์ใช้โอกาสนั้นที่โลกิเผลอจับน้องชายขึ้นอุ้มแล้วพากลับมาที่เตียง

“ท่านพี่!” โลกิร้องเมื่อโดนหย่อนลงตุบบนเตียง เขารีบยันกายขึ้นนั่งดังเดิม 

“…เอาละน้องข้า มาถึงคำถามที่ข้าแสนสงสัยเจ้านัก” ธอร์ตามขึ้นมาบนเตียงระหว่างที่ถอดชุดออกโยนไว้ข้างๆ โลกิมองเขา ใบหน้าขาวเนียนเริ่มมีเลือดฝาดเพราะความกระดากอาย

“อะไรของท่านกัน..!” อีกฝ่ายเชิดหน้าไปทางอื่น

“เหตุใดเจ้าถึงรู้รหัสเข้าที่เก็บยานของแกรนมาสเตอร์..” โลกิถอยหนีไปจนถึงหัวเตียง เขายังคงไม่มองบุรุษน่าอายที่กึ่งเปลือยตรงหน้า

“ข้าแอบตามไป..” โลกิตอบ

“จรืงหรือ?” 

“คิดว่าทำไมข้าถึงรู้ถ้าไม่ได้ตามไปละ…ข้าพยายามมากเพื่อให้ได้เป็นคนโปรด เพื่อจะได้ช่วยท่านได้” โลกิว่าต่อ

“ข้าไม่ได้อยากจะทำให้เจ้าเสียใจหรอกนะ แต่ข้าไม่เชื่อเจ้าเลย..” ธอร์ยึดแขนของน้องชายตามด้วยกดโลกิจนกระทั่งอีกฝ่ายนอนราบอยู่บนที่นอนโดยมีเขาคร่อมเอาไว้ ธอร์จับใบหน้าได้รูปเพื่อบังคับให้มองเขา

“ท่านพี่..”

“เจ้ารู้ว่าข้าหมายความเช่นไร แค่ตอบข้า…เจ้าทำหรือไม่” น้ำเสียงของธอร์จริงจังจนโลกิได้แต่มองสบตาสีฟ้าที่ตอนนี้มันเข้มขึ้นมาก

“..ข้าไม่ได้ทำ” โลกิตอบกลับไปเสียงแข็งเช่นกัน

“…” 

“…”

“ถึงแม้ว่าข้าจะรู้ว่าเจ้าโกหกแต่ข้าก็ยินดี..” โลกิมองนิ่งไปยังเพดานด้านบนระหว่างที่ธอร์ซุกหน้าลงกับบ่าของเขา ราวกับหมีตัวมหึมาที่พยายามออดอ้อน โลกิยกมือขึ้นกอดตอบพี่ชายแผ่วเบา เขาแกล้งขยับขาออกเล็กน้อยเป็นการยั่วยวน

“ทำไมท่านไม่พิสูจน์ด้วยตัวเองว่าข้าพูดจริงหรือเปล่า ท่านพี่” โลกิยกยิ้มกริ่ม ลูบมือไปตามมัดกล้ามแข็งตึงจนกระทั่งธอร์รู้สึกตัว

“ข้านะ…เป็นของท่านเสมอ ท่านก็รู้” 

“ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นของข้า คนเดียวเท่านั้น” ธอร์กระซิบตอบ คล้อยตามยามที่อุ้งมือของโลกิลูบไปตามใบหน้า พอใจกับความอบอุ่นจากสายตาสีเขียวสวยน่าหลงใหล เพียงไม่นานเขาก็ไม่อาจจะห้ามใจได้นอกจากจะก้มลงไปหาริมฝีปากบางสีสดแผ่วเบา ความหอมหวานอบอุ่นที่ไม่ว่าผ่านมานานเท่าไรก็ไม่เคยเติมเต็ม ก็ไม่เคยพอเสียทีสำหรับเขา

“ข้ารักเจ้า..โลกิ.” 

“ข้าก็รักท่าน ท่านพี่” โลกิกระซิบตอบ

โพสท์ใน SF Hiddlesworth | ติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , | 10 ความเห็น

**เปิดซื้อหนังสือออกใหม่รอบไปรษณีย์**


หมายเหตุ : จีนจะสั่งพิมพ์หนังสือเป็นจำนวนจำกัดและจะเป็นล็อตสุดท้ายสำหรับ 

– Travel Trip

– Trickster

– The wishing Star

– King Of Mind

__________________


รายละเอียดหนังสือ
– The Memory’s Man + Mandarin Bird(3ตอน)

ลงในบล็อกj2erica.wordpress.com + เนื้อเรื่องพิเศษ Special

C : Clark K. X Bruce W.

R : R-18 *

G : Romantic , Drama 

W : Yujean Rasmason

______________

((NEW))

-ขนาด A5 (148×210 มม.)
-ปกกระดาษอาร์ตการ์ด 260 แกรม
-เนื้อในกระดาษถนอมสายตา 75 แกรม พิมพ์ขาวดำ 168หน้า
-เข้าเล่มไสกาว
-ซีนพลาสติก
– ราคา 280บาท + ที่คั่นหนังสือ

***ติดต่อจีนได้ที่  jrasmason2@gmail.com***

.

.

รายละเอียดหนังสือ
– Life Farm + Just A Dream (R.)

ลงในบล็อกjrasmason.wordpress.com + เนื้อเรื่องพิเศษ Special

C : Chris H. X Tom H.

R : R-18 *

G : Romantic , Commady , Country

W : Yujean Rasmason

______________

(((NEW)))

– หนังสือเรื่อง Omega World B.
รายละเอียดหนังสือ

-ขนาด A5 (148×210 มม.)
-ปกกระดาษอาร์ตการ์ด 260 แกรม
-เนื้อในกระดาษถนอมสายตา 75 แกรม พิมพ์ขาวดำ 142หน้า
-เข้าเล่มไสกาว
-ซีนพลาสติก
– ราคา 240บาท + ที่คั่นหนังสือ

***ติดต่อจีนได้ที่  jrasmason2@gmail.com***

.

.

รายละเอียดหนังสือ
– Omega World B.

ลงในบล็อกj2erica.wordpress.com + เนื้อเรื่องพิเศษ Special

C : Alpha!Clark K. X Omega!Bruce W.

R : R-18 *
G : Romantic , Drama , Fantasy
W : Yujean Rasmason

____________________________

– หนังสือเรื่อง  “คิง ออฟ มาย” King of mind
รายละเอียดหนังสือ

-ขนาด A5 (148×210 มม.)
-ปกกระดาษอาร์ตการ์ด 260 แกรม
-เนื้อในกระดาษถนอมสายตา 75 แกรม พิมพ์ขาวดำ 194 หน้า
-เข้าเล่มไสกาว
-ซีนพลาสติก
– ราคา 300 บาท + ที่คั่นหนังสือ
***ติดต่อจีนได้ที่  jrasmason2@gmail.com***
.
.
.
.
รายละเอียดหนังสือ
– King of mind
ลงในบล็อก jrasmason.wordpress.com + เนื้อเรื่องพิเศษ Special
C : Thor O. X Loki L.
R : R-18 *
G : Romantic , Drama , Fantasy
W : Yujean Rasmason

-SF Bear Cave (ไม่มีในบล็อก)
C : Thor O. X Loki L.
G : Romantic, Humour, Beast Character
W : YuJean Rasmason

___________________

image

1.หนังสือเรื่อง “วิชชิ่ง สตาร์” The Wishing Star
-ขนาด A5 (148×210 มม.)
-ปกกระดาษอาร์ตการ์ด 260 แกรม ปกเคลือบเงา
-เนื้อในกระดาษถนอมสายตา 75 แกรม พิมพ์ขาวดำ 101 หน้า เข้าเล่มไสกาว
– ซีนพลาสติก
-ราคาหนังสือ 200 บาท + ที่คั่นหนังสือ
.
.
.
.
รายละเอียดทั่วไป
– The Wishing Star
เรื่องสั้นของ 3 คู่
SF : I
C : Chris H. X Tom H.  (ไม่มีในบล็อก)
G : Romantic
W : Yujean Rasmason
#-#-#

SF : II
C : Micheal F. X James M. (ไม่มีในบล็อก)
G : Romantic , Drama
W : Yujean Rasmason
#-#-#

SF : III
C : Steve R. X Tony S./Bucky B. (ไม่มีในบล็อก)
G : Romantic , humorous
W : Yujean Rasmason

___________________________

2.หนังสือเรื่อง “ทราเวล ทริป” Travel Trip
รายละเอียดหนังสือ
-ขนาด A5 (148×210 มม.)
-ปกกระดาษอาร์ตการ์ด 260 แกรม
-เนื้อในกระดาษถนอมสายตา 75 แกรม พิมพ์ขาวดำ 200 หน้า เข้าเล่มไสกาว
– ซีนพลาสติก
-ราคาหนังสือ 300 บาท + ที่คั่นหนังสือ
– เมื่อซื้อ1เล่ม แถมโปสการ์ด(คริส,ทอม) สองเล่มขึ้นไป แถมโปสการ์ด (คริสและทอม) **
***ติดต่อจีนได้ที่  jrasmason2@gmail.com***
.
.
.

รายละเอียดทั่วไป
– Travel Trip (พิมพ์ครั้งที่3)
ลงในบล็อก jrasmason.wordpress.com + เนื้อเรื่องพิเศษ Special
C : Chris H. X Tom H.
R : R-18 *
G : Romantic , Drama
W : Yujean Rasmason
#-#-#
-SF Lost puppy (ไม่มีในบล็อก)
C : Chris H. X Tom H.
G : Romantic, Humour
W : Yujean Rasmason
#-#-#
-SF Lost Kitty (ไม่มีในบล็อก)
C : Chris H. X Tom H.
G : Romantic, Drama
W : Yujean Rasmason

__________________

image

3.หนังสือเรื่อง “ทริคเตอร์” Trickster
รายละเอียดหนังสือ
-ขนาด A5 (148×210 มม.)
-ปกกระดาษอาร์ตการ์ด 260 แกรม เคลือบเงา
-เนื้อในกระดาษถนอมสายตา 75 แกรม พิมพ์ขาวดำ 168 หน้า เข้าเล่มไสกาว
– ซีนพลาสติก
-ราคาหนังสือ 280  บาท + ที่คั่นหนังสือ
– เมื่อซื้อ1เล่ม แถมโปสการ์ด(คริส,ทอม) สองเล่มขึ้นไป แถมโปสการ์ด(คริสและทอม) **
.
.
.
รายละเอียดทั่วไป
– Trickster
ลงในบล็อก jrasmason.wordpress.com + เนื้อเรื่องพิเศษ Special
C : Chris H. X Tom H.
R : R-18 *
G : Romantic , Drama
W : Yujean Rasmason

-SF After That Day (ไม่มีในบล็อก)
C : Chris H. X Tom H.
G : Romantic
W : Yujean Rasmason

____________________

รายละเอียดการโอนเงิน สามารถโอนมาได้ที่เลขบัญชี

image

เลือกแบบการจัดส่งหนังสือ และโอนค่าจัดส่งพร้อมกับค่าหนังสือค่ะ

____________________________

((((ขั้นตอนการสั่งซื้อหนังสือ))))

1. สามารถโอนเงินมาได้ที่

ธนาคารกรุงศรี
น.ส.นิสา สำเนียงเพราะ
684-1-04709-2

หรือ

ธนาคารไทยพาณิชย์
น.ส.นิสา สำเนียงเพราะ
406-630012-5

โดยโอนเงินสำหรับค่าหนังสือ+ค่าไปรษณีย์

1-2เล่ม EMS70 ลงทะเบียน30
3-5เล่ม EMS80 ลงทะเบียน60

2. เมื่อโอนเงินเรียบร้อยแล้ว อีเมลแจ้งการโอนเงินมาที่ jrasmason2@gmail.com และจีนจะตอบกลับภายใน1-2วันค่ะ

****
“ตัวอย่างแจ้งการโอนเงิน”
ชื่อ-สกุล………….
ส่งไปรษณีย์แบบ(EMS/ลงทะเบียน)……. หรือ รับภายในงานMC4
ที่อยู่ ……….
ชื่อหนังสือ……………. จำนวนเล่ม ……..
จำนวนเงินที่โอน(แนบหลักฐาน)……….
หมายเหตุ……………….. เช่น ต้องการลายเซ็นมากๆคะ (เขินน)
**หมายเหตุ กรุณาเก็บหลักฐานการโอนเงินไว้ จนกว่าจะได้รับหนังสือค่ะ**

เช่น หนังสือ200บาท 1เล่ม  ค่าจัดส่ง 30บาท

เป็น =230บาท เป็นต้น

____________
**ต้องการลายเซ็น รบกวนแจ้งพร้อมตอนแจ้งโอนเงินด้วยค่ะ**

****ปกหนังสือตามตัวอย่างค่ะ****

ขอบคุณค่ะ

โพสท์ใน Life Farm | ใส่ความเห็น

SF : ThorxLoki : #R. Poison 2 [END] By Alice in boots

SF : Thor x Loki : Poison 2 <<END>>


แสงแดดยามเช้าส่องผ่านเข้ามาตามแนวผ้าม่านโปร่งที่เปิดแเง้มอยู่
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ก่อนแพขนตาที่ปิดสนิทจะค่อยๆลืมขึ้นเผยดวงตาสีเขียวสวย โลกิกระพริบตาเบาๆด้วยความง่วงก่อนจะสะดุ้งตัวลุกขึ้นนั่งแล้วทรุดลงไปนอนนิ่วหน้าอีกรอบเพราะความเจ็บแปร๊บที่เอว
ท่อนแขนหนาปกคลุมไปด้วยไรขนสีทองที่พาดโอบกอดอยู่กลางตัวสร้างความหงุดหงิดให้เค้าไม่ใช่น้อย
โลกิผลักซุงหนังอึ้งนั้นออกไปให้พ้นตัวด้วยความรำคาญ เจ้าของท่อนแขนละเมอโงหัวงึมงัมแล้วเอื้อมมือกลับมากอดก่ายเอวบางไว้เหมือนเดิมทั้งที่ยังไม่ลืมตา
โลกิฮึดฮัดอย่างอารมณ์บูดแต่ก็ปวดเมื่อยเกินกว่าจะออกแรงอีกครั้ง

เมื่อคืนมันบ้าอะไรกันเนี่ย

ธอร์รุกเค้าราวกับม้าก็ไม่ปาน คนตัวเล็กกว่าโดนกลั่นแกล้งสารพัด ถูกทำให้ถึงไม่รู้ตั้งกี่รอบ แต่กระนั้นร่างกายของเค้าก็ดูจะไม่ยอมสงบลงง่ายๆ แถมธอร์ยังเล่นตัว เอาแต่ทำเป็นหาวิธีต่างๆนานามาช่วยให้เค้าปลดปล่อย ทั้งกอดทั้งฟัดจนเป็นเจ็บยอกไปทั้งตัว ดึงทึ้งเสื้อผ้าเค้าออกราวกับเล่นตุ๊กตา


…..





..


“เลิกแกล้งข้า แล้วทำให้มันเสร็จๆ” โลกิกัดฟันข่มความอายเค้นเสียงรอดไรฟันด้วยความโมโห แทบไม่เชื่อตัวเองจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้ เสื้อเชิ้ตขาวที่ใส่อยู่ถูกปลดกระดุมออกหมดเผยแผ่นอกขาวเปลือยเปล่าสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหอบแรง และลอนกล้ามท้องเล็กๆยั่วสายตา

“ข้าแกล้งเจ้าที่ไหน เจ้าดูทรมาน ตรงนั้นตรงนี้” ธอร์ส่งยิ้มกวนประสาท จนเค้าอยากจะกระโดดข่วนหน้าซะให้รู้แล้วรู้รอด ติดอยู่ที่มือสองข้างยังถูกมัดแน่นกับหัวเตียง ทำได้เพียงแยกเขี้ยวใส่ราวกับแมวที่กำลังขู่ฟ่อ

“บอกพี่ชายซิว่าอยากให้ทำอะไร” เค้าไล้มือไปตามแนวกล้ามเนื้อที่สวยงามของคนข้างใต้ ผิวตึงมือให้ความรู้สึกดีจนไม่อยากหยุดเคลื่อนไหว

“แกะนี่ออก” โลกิส่งสายตาอาฆาตไม่เลิก กระตุกมือที่ถูกพันธนาการอยู่เหนือศีรษะให้ดูแรงๆ

มือหนาเลื่อนขึ้นไปตามลำคอลูบไล้ใบหน้าขาว ก่อนขยับไปปิดดวงตาทั้งสองข้างแน่น

“อ้ะ!” โลกิร้องผวา นิ้วโป้งของมืออีกข้างดึงดันเข้าไปสัมผัสภายในช่องปาก
ลิ้นเรียวเล็กขยับหนีด้วยความตระหนก พยายามจะกัดนิ้วแข็งที่รุกรานอยู่ในโพรงปาก แต่ก็ถูกบังคับให้อ้าออกเล็กน้อย ธอร์ประกบจูบส่งลิ้นอุ่นตามเข้าภายใน หลอกล่อให้คนตัวเล็กกว่าจูบตอบโดยไม่รู้ตัว เค้าตามขบเม้มทั้งปลายลิ้นและริมฝีปาก ดึงดันไล้เลียลงลึก พลางถูไถเป้ากางเกงเข้ากับส่วนกลางลำตัวที่เปลือยเปล่า โลกิเผลอขยับอ้าขาออกเล็กน้อยให้ธอร์ได้สัมผัสมันได้ง่ายยิ่งขึ้นอย่างลืมตัว

“อื..อืม…”

คนด้านบนเบี่ยงหน้าเล็กน้อยให้เค้าสามารถกดจูบริมฝีปากบางได้ลึกขึ้นอีก ไรเคราสีทองบดเบียดผิวหน้าขาวจนรู้สึกจั๊กกะจี้ รสจุมพิตดูดดื่มแฝงไปด้วยความต้องการอัดแน่น ธอร์เบียดตัวเข้าหาร่างข้างใต้จนแทบจะจมลงไปบนที่นอนสีขาวยับยู่ยี่

“ตามรับสั่ง ฝ่าบาท” เค้าเอื้อมมือไปกระตุกปมเน็คไทสีดำที่รัดข้อมือขาวออก สอดประสานนิ้วมือเข้าด้วยกันกดแน่นลงบนเตียง เค้ายังตามจูบริมฝีปากบางอย่างไม่ลดละจนโลกิเริ่มหัวหมุน

ธอร์ปลดเข็มขัดแล้วดึงกางเกงตัวเองลงเล็กน้อย เค้าลากมือขาวไปสัมผัสแก่นกายร้อนของตัวเองแผ่วเบา ชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัวพยายามดึงมือตัวเองออกแต่โดนขืนบังคับให้จับแน่นขึ้นจนแทบจะกรี๊ด

โลกิสะบัดหน้าออกจากจุมพิตร้อนแรงแล้วร้องลั่น

“อร๊าคคค ปล่อยนะ!!! ไอ้บ้า!!! ไอ้ลามก!!! ให้ข้าจับอะไรเนี่ย?!!!!”

ธอร์ขำพรืด ยันตัวขึ้นนิดนึงแล้วกระชับอุ้งมือขาวในมือให้สัมผัสแก่นกายร้อนไปมาแน่นขึ้น อีกมือสอดเข้ารั้งเอวบางให้แอ่นเข้าหาอีกเล็กน้อย

“เจ้าทำให้ข้าเป็นถึงขนาดนี้”

“ข้างั้นเหรอ ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย เจ้าต่างหาก!!” โลกิใช้อีกมือปิดหน้าแล้วหันหนีด้วยความอาย ธอร์ก้มลงกัดซอกคอขาวยั่วยวนด้วยความหมั่นเขี้ยว เบียดแกนตัวร้อนของตัวเองเข้ากับของน้องชายแล้วบังคับมือขาวให้จับรวบไปด้วยกัน ลูบเบาๆก่อนขยับเร็วขึ้น กระชับเอวบางแน่น เน้นปลายนิ้วลูบไล้ส่วนกลางตัวของทั้งคู่ด้วยกันรุนแรงจนส่วนปลายเริ่มมีน้ำซึมขึ้นมาอีกรอบ

“อึ่ก…พอ.. ” แพขนตาชื้นน้ำตาช้อนมองขึ้นอ้อนวอน แก้มนวลแดงก่ำไปถึงใบหู น่ารักจนธอร์กดจูบลงไปอีกรอบอย่างอดใจไม่ไหว

” มือเจ้า รู้สึกดีเหลือเกิน ” ธอร์ครางเสียงกระเซ่า

มือแข็งขยับแยกท่อนขาขาวออกกว้างพลางแทรกตัวเข้ากลาง กดแก่นกายร้อนที่แข็งขืนเข้ากับปากช่องทางที่โดนเตรียมให้พร้อมหลายต่อหลายรอบมาเป็นชั่วโมง
เค้าเลียริมฝีปากแห้งผากพลางเหลือบมองสีหน้าทุรนทุรายของคนข้างใต้ ปลายผมสีดำชื้นเหงื่อดูยุ่งเหยิงสะบัดพรืดอย่างขัดใจ เมื่อเค้าเพียงสัมผัสเพียงตื้นๆราวกับแกล้ง

” เข้ามา..”

” หื้ม? “

” เข้ามาในตัวข้าซักที! ” โลกิเค้นเสียงข่มความอาย ดวงตาสีเขียวจ้องมาราวกับจะฆ่า

ธอร์กระตุกยิ้มด้วยความพึงใจ กระชับลากเอวบางเข้าหาอีกรอบ แล้วกระแทกตัวเข้าสู่ภายในอบอุ่นอย่างแรงจนน้องชายเริดหน้า เค้าดึงมือขาวให้โอบรอบคอ โลกิดึงตัวเองเข้าซุกหน้ากับกล้ามอกแน่น

” เจ็บ… “

” รอก่อน… อีกนิด ” ร่างใหญ่ดึงดันแทรกตัวเข้าไปช้าๆ หายใจหอบถี่อย่างอดกลั้น

” พอ … ไม่ไหว.. อึ่ก มันใหญ่… ” โลกิสะอื้น

” เจ้าโง่ ใครสอนให้เจ้ายั่วข้าแบบนี้ ” ธอร์เดาะลิ้นอย่างสุดกลั้น ผลักอกขาวลงนอนแล้วยกเรียวขาข้างนึงขึ้นพาดบ่า พลางเสือกตัวรวดเดียวเข้าสู่ภายในตลอดความยาวจนโลกิร้องลั่น

” อ้ะ เดี๋ยว อ้ะ อ้ะ… ” สะโพกเริ่มขยับเข้าออกเชื่องช้าก่อนเร่งความเร็ว กระแทกตัวรุนแรงจนร่างข้างใต้บิดเร่าด้วยความเสียวซ่าน เอื้อมดึงมือโลกิที่กำลังปิดปากตัวเองแน่นพยายามกลั้นเสียงครางอย่างสุดความสามารถออก

” ให้พี่ได้ยินเสียงเจ้า “

“.. ไม่เอา อ้ะ อื้ออออ ” ริมฝีปากบางกัดเม้มแน่น

” ดื้อนัก ” ธอร์ระบายยิ้มพึงใจ เอวหนาขยับเข้าออกถี่ โยกตัวเข้ารังแกจุดลึกสุดในร่างกายติดๆกันยาวนานราวกับไม่มีที่สิ้นสุด เค้าคำรามอย่างพึงใจเมื่อช่องทางยิ่งบีบรัดแน่นยามเค้าสัมผัสโดนจุดที่ทำให้รู้สึกดี สะโพกเล็กถูกเกี่ยวจนลอยขึ้นจากเตียงให้ธอร์ได้แทรกตัวเข้าลึกอีก ความรู้สึกเสียวซ่านรุนแรงถาโถมจากทุกทิศเนิ่นนานจนแทบจะทนไม่ไหว โลกิปลดปล่อยออกมาก่อนสติจะดับวูบลง

เค้ากระแทกตัวเข้าหาสะโพกเล็กแรงๆอีกสองสามที เกร็งตัวแล้วปลดปล่อยตามมาในที่สุด

ร่างสูงใหญ่ทรุดลงทาบทับคนตัวเล็กกว่าอย่างหมดแรงหอบหายใจแรงอยู่เป็นนาที เค้าจุมพิตไปทั่วใบหน้าขาวที่นอนนี้แพขนตาหนาปิดสนิท ขบเบาๆที่ริมฝีปากนิ่ม ก่อนค่อยยอมถอนกายออกเชื่องช้า

เค้ากลิ้งตัวลงนอนข้างๆพลางเอื้อมมือลากเอวบางที่เจ้าของหลับสนิทเข้ากกกอด

ธอร์ยอมรับว่าอาจจะรุนแรงไปซักหน่อยสำหรับน้องชายที่ไม่ค่อยเจนจัดเรื่องบนเตียงเหมือนกับเค้า แต่โลกิค่อนข้างจะอันตรายต่อจิตใจอันแสนจะอ่อนโยนของสุภาพบุรุษเช่นเค้าอยู่ไม่น้อย ยั่วกันขนาดนี้จะให้เค้าทนไหวได้ยังไง ธอร์คว่ำปากยักไหล่เหมือนยกโทษให้ตัวเอง เค้าดึงผ้านวมสีขาวผืนหน้าขึ้นห่ม จ้องมองใบหน้าชื้นเหงื่อที่หลับสนิทด้วยความอ่อนเพลีย

….หรือจะเรียกว่าหมดสติดีกว่านะ

เค้าระบายยิ้มอย่างพึงใจ ก่อนซุกหน้าลงบนลาดไหล่ขาวแล้วจมดิ่งสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับคนในอ้อมกอด


…….


….


..


โลกิกลั้นใจเบี่ยงตัวเองออกจากแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของธอร์อีกครั้ง เค้ายกตัวขึ้นนั่งก่อนนิ่วหน้าด้วยความปวดเมื่อยไปทั่ว กระจกบานใหญ่ตรงปลายเตียงสะท้อนภาพผิวขาวจัดของตัวเองแต่ที่เห็นเด่นชัดกว่าคือปื้นแดงทั้งเข้มทั้งอ่อนกระจายนับไม่ถ้วนอยู่ทั่ว
หน้าขาวซีดเปลี่ยนเป็นสีแดงแปร๊ดอย่างรวดเร็ว เค้ายกมือขึ้นปิดปากตัวเองแน่น แล้วยกขาขึ้นถีบคนตัวใหญ่ที่นอนอยู่ข้างๆอย่างแรงจนตกเตียงเสียงดังสนั่น การออกแรงกระทันหันทำเอาสะโพกเจ็บแปร๊บจนแทบจะหน้ามืด เค้าเปลี่ยนใจไม่ลุกออกจากเตียงตามที่คิดไว้ แต่คว้าโทรศัพท์ที่หล่นอยู่ข้างตัวแล้วดึงผ้านวมหนาขึ้นคลุมร่างเปลือยเปล่าแทน  ธอร์ที่นอนหลับราวกับหมีโงหัวขึ้นมาจากพื้นอย่างงุนงง เค้าสะบัดหัวไปมาก่อนไต่กลับขึ้นเตียง มองหาหมอนข้างมีชีวิตที่นอนกอดมาทั้งคืนแต่พบเพียงโปงผ้านวมก้อนใหญ่ม้วนแน่นจนหาชายไม่เจอขดกองอยู่มุมเตียง มีเพียงปลายผมดำสนิทโผล่พ้นด้านหนึ่งออกมา

ธอร์ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างสุดกลั้น ตะปปคว้าลากก้อนผ้านวมเข้าหาตัว

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นแทรกช่วงเช้าอันแสนสุข เค้าเดาะลิ้นอย่างขัดใจก่อนคว้าโทรศัพท์มาพลิกดู เมื่อเห็นชื่อคนโทรก็ถอนหายใจยาวเหยียดแล้วกดรับอย่างเสียไม่ได้

” ว่าไง ไทกะ ” เค้าตอบโทรศัพท์พลางเกี่ยวพันปลายผมสีดำเข้ากับปลายนิ้วเล่น ริมฝีปากยกยิ้มเมื่อปอยผมค่อยๆหดเข้าไปในโปงผ้านวมช้าๆ น้องชายเค้างอนได้น่ารักชะมัด

“ไม่ว่านายจะทำอะไรลงไป ขอโทษซะ” เสียงในสายโพร่งออกมาแทนคำทักทาย

“ห๋า? ว่าไงนะ”

“ชั้นไม่สนว่านายจะทำยังไง แต่นายต้องขอโทษ แล้วทำให้เค้าอารมณ์ดี”

“ชั้นไม่เข้าใจที่นายพูด”

“โลกิ text มาว่า ใน ragnarok ธอร์ต้องตาย แบบทรมาน ตายแล้วตายลับ หรือไม่มีโลกิ และเค้าบอกว่าเค้าพูดจริง”

ธอร์ระเบิดหัวเราะขึ้นมาอีกรอบ เค้ากลิ้งลงงอตัวอย่างสุดกลั้น

“นายอาจจะไม่เข้าใจ หนังเรื่องนี้ชื่อ Thor … แต่มัน จำเป็น ต้อง มี โลกิ ” เสียงใสสายเน้นทีละคำระหว่างรอธอร์หยุดหัวเราะ

“ไม่ๆๆ ชั้นเข้าใจ ฮ่าๆๆๆๆ”

“ชั้นสัญญา ชั้นจะแก้ไขมัน ไทกะ … เจอกันวันจันทร์นะ ” ธอร์กดตัดสายโดยไม่รอคำตอบ แล้วโยนโทรศัพท์ทิ้ง

“นี่จะเอาอย่างงี้จริงๆเหรอ” โปงผ้าห่มยังนิ่งสนิท คนตัวใหญ่เลื้อยตัวทาบทับไปบนผ้านวมหนานุ่ม มือใหญ่กดจูบแรงๆและโอบกอดคนตัวเล็กกว่าผ่านผืนผ้าหนา สัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆของมือถือที่ดังเป็นระยะอยู่ภายใน

โลกิคงกำลังส่งข้อความไปฟ้องทุกคนในโลกอย่างบ้าคลั่ง อาจจะบังคับให้ตัดบทพระเอกของเค้าออก เขียนบทให้ดูโง่น่าสมเพท หรือแม้แต่ออกแบบชุดใหม่ของธอร์ให้ออกมาตลกๆ

“ไม่มีใครขัดใจเจ้าได้หรอก”

“เพราะหนังเรื่องนี้โลกิสำคัญกว่าพระเอกเสียอีก”

“ยอดรัก?”

ธอร์ยังเฝ้านัวเนียคนใต้ผ้านวมที่ยังนิ่งเงียบ เค้าสอดมือเข้าไปในปลายข้างนึงจนได้ เค้าลูบมือไปตามแนวสันหลังที่โค้งตัวขดเป็นก้อนกลมไม่หือไม่อือ ท่าทางจะยังโกรธเค้าอยู่ไม่น้อย

แต่ก็ไม่เป็นไร ยังมีเวลาตามง้ออีกทั้งวัน ริมฝ่ปากหนาระบายยิ้มกว้างอย่างเอ็นดู

หรือไม่ซิ น่าจะเรียกว่าทั้งชีวิตอาจจะดีกว่า



>> T H E      E N D <<


จบแล้วจ้า โอ้ย เหนื่อย ฮ่าๆๆๆ
อ่านแล้วรู้สึกยังไง เม้นต์บอกเป็นกำลังใจหน่อยนะ พี่ท้อโหดร้ายไปมั้ยเนี่ย ^^”
ถ้ารู้สึกสนุกแม้เพียงนิดหน่อย ไรท์ก็ดีใจมากแล้วจ้า

แล้วเจอกันค่ะ

Alice in Boots

โพสท์ใน Z All Fiction | 3 ความเห็น

SF : ThorxLoki : #R. Poison 1 By Alice in boots

SF : ThorxLoki : Poison 1

W : Alice in boots

R : E

*****************

ธอร์ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษหลังจากวันแรกในกองถ่ายอันแสนยาวนาน
น้องชายเค้าก็ดูจะสนุกสนานที่จะเข้ามานัวเนียตัวเค้าทั้งวี่ทั้งวัน เรียกเสียงกรี๊ดกระหึ่มจากแฟนสาวๆที่เฝ้าสังเกตุการณ์อยู่เป็นระยะ
โลกิเดินไปพลางไถหน้าจอสมาร์ทโฟนในมือไปพลาง ส่งเสียงหัวเราะกิกกักอย่างพึงใจเป็นระยะ
วันนี้ในโลกออนไลน์มีแต่รูปของเค้ากับธอร์ พร้อมแฮชแทคตลกๆให้อ่านได้ไม่จบสิ้น
“ไม่รู้ว่าเจ้าก็ชอบเป็นจุดสนใจ” ธอร์ถามยิ้มๆ ระหว่างพาตัวเองเดินกลับห้องพักในโรงแรม 6 ดาวที่ทีมงานจัดเตรียมไว้ให้
“สตรีมนุษย์พวกนั้นตลกดี พอข้าแตะตัวเจ้าหน่อยก็ส่งเสียงกรีดร้องดังราวกับจะไปออกรบ” โลกิหัวเราะร่วน
“ก็เลยเข้ามากอดข้างั้นซิ”
“ฮ่าๆๆ ตอนนั้นหูข้าแทบจะแตก” ชายหนุ่มหัวเราะจนงอตัว มือนึงคว้าไหล่หนาพยุงตัวแล้วชกเบาๆเข้าที่ลอนกล้ามแน่นของคนตัวใหญ่กว่า
มือใหญ่ยกขึ้นหมายจะคว้าเอวบาง แต่เปลี่ยนใจปล่อยลงข้างตัวตามเดิม

อดทนทำเป็นไม่สนใจอะไรมาทั้งวัน เค้ามีแผนที่ดีกว่าจะให้โลกิรู้ตัวตอนนี้

ขายาวๆของทั้งคู่ก้าวมาหยุดที่หน้าห้องสูทห้องหนึ่ง

“ข้าว่าเป็นนักแสดงบนโลกมนุษย์ก็สนุกไม่เลว ฮ่าาาาาา แต่เหนื่อยชะมัด ข้าควรจะพักผ่อนซักหน่อย พวกในเน็ตบอกว่าหน้าข้าเริ่มจะมีริ้วรอย” โลกิยกมือขึ้นลูบคางเบาๆ ยกแขนบิดขี้เกียจจนเสื้อสูทสีดำเข้ารูปลอยพ้นสะโพกยั่วสายตา เค้าแตะการ์ดที่ประตูก่อนส่งยิ้มหวานให้คนตรงหน้า
“ฝันดีนะพี่ชาย”
ธอร์สอดมือจับบานประตูดึงไว้ก่อนที่มันจะปิด เค้าก้มลงใกล้ส่งสายตาใสซื่อให้คนตรงหน้า

“เจ้ายังไม่เหนื่อยขนาดนั้นหรอก เราน่าจะดื่มกันก่อนนอนซักหน่อย คืนแรกบนโลก”

“เจ้าน่ารำคาญ” โลกิจ้องตอบตาสีฟ้าที่ออกจะอยู่ใกล้จนเกินไป เค้าเอียงหัวนิดนึงแล้วถอยก้าวนึงให้คนตัวใหญ่เดินเข้ามาในห้อง

“เอาเถอะ ยังไงวันนี้ข้าก็อารมณ์ดี”

“ฮ่าๆๆๆ นั่งเถอะ เดี๋ยวข้าจะเป็นคนบริการเจ้าเอง” โลกิมองตามพี่ชายที่เดินตรงไปยังบาร์เหล้าเล็กๆมุมห้องอย่างร่าเริงจนน่าหมั่นไส้ เค้ากรอกตานิดนึงก่อนหมุนตัวกระโดดลงโซฟากลางห้อง เริ่มต้นจดจ่อกับการไถหน้าจอสมาร์ทโฟนในมืออีกครั้ง

…………

…….

..

ผ่านไปหลายชั่วโมง เค้ารู้สึกแปลกใจที่ตัวเองรู้สึกมึนงงเล็กน้อย ปกติเค้าคอแข็งเป็นที่หนึ่ง กะแค่บรั่นดีจางๆที่ธอร์ชงส่งให้ไม่กี่แก้ว บางทีเค้าอาจจะเหนื่อยมากจริงๆก็ได้

โลกิเบียดตัวเองเข้ากับโซฟาอย่างกระวนกระวาย ความรู้สึกร้อนวูบวาบที่ไม่คุ้นชินนี่มันอะไรกัน เค้าปัดปลายผมสีดำสนิทที่ปรกหน้ารุ่ยร่ายออกด้วยความหงุดหงิด แต่เพียงปลายนิ้วสะกิดโดนติ่งหูถึงกับสะดุ้งราวกับไฟช็อต ชายหนุ่มเผลอส่งเสียงครางราวกับลูกแมวตัวน้อยก่อนกัดริมฝีปากปิดเสียงด้วยความตกใจ

สมาร์ทโฟนที่ถือติดมืออยู่ค่อนคืนถูกโยนทิ้งไม่ใยดีนานแล้ว เพียงแค่การสั่นเตือนเบาๆก็สร้างความรำคาญให้อุ้งมือเค้าจนทนแทบไม่ไหว

“เจ้าดูไม่ค่อยสบาย” ชายหนุ่มผมสีทองราวกับพระอาทิตย์ที่นั่งฝั่งตรงข้ามของโซฟาเอ่ยปากถามอย่างห่วงใย แต่ท่าทางและน้ำเสียงเจือเสียงกระหยิ่มแปลกๆจนโลกิตวัดตามอง

“ข้าสบายดี” ชายหนุ่มกัดฟันเค้นเสียงกึ่งเจ็บปวดกึ่งโมโห ตาสีเขียวรื้อน้ำตาส่งประกายระยิบ
ธอร์ลอบมองอาการน้องชายอย่างตื่นเต้น โลกิหายใจถี่และหนัก หน้าที่เคยขาวเหมือนกระดาษเปลี่ยนเป็นสีพีชระเรื่อ ริมฝีปากบางสีสดแห้งผาก จนเจ้าตัวแลบลิ้นเลียช้าๆก่อนเม้มปิด
ธอร์เผลอเลียริมฝีปากตัวเองตามก่อนเดาะลิ้นพร้อมทั้งขยับขาขึ้นไขว้ห้างโดยอัตโนมัติ
จะเซ็กซี่เกินไปแล้วนะ

ยาปลุกที่เค้าไปแอบได้มาจากสหายชาวมนุษย์เมื่อคืนก่อน ดูเหมือนจะได้ผลเกินคาด
เค้าแอบหยดนิดหน่อยใส่บรั่นดีที่โลกิดื่มก่อนนอนทุกวัน ก่อนจะเปลี่ยนใจเทใส่หมดทั้งขวด
น้องชายเค้าออกจะคุ้นชินกับบรรดาพิษมากมายทั่วสารทิศ แค่นิดหน่อยจะไปเห็นผลอะไรกัน
หลังจากทั้งขู่ทั้งปลอบคะยั้นคะยอให้น้องชายดื่มไปมากกว่าปกติ ธอร์ก็ทำนั่งทำไม่รู้ไม่ชี้อยู่ในห้องโลกิราวกับเป็นห้องของตัวเอง

“เจ้าควร ..กลับห้องได้แล้ว” โลกิบังคับเสียงให้พูดเป็นปกติอย่างยากลำบาก
“ข้าว่าจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้าอีกซักหน่อย” ธอร์ฉีกยิ้มกว้าง ยกขาขึ้นพาดโต๊ะอย่างสบายอารมณ์ไม่มีท่าทีจะขยับตัวไปไหน

ชายหนุ่มส่งสายตาถมึงทึงให้คนตัวใหญ่กว่าตรงหน้า เข่นเขี้ยวฟันจนกรามขึ้นสันนูน แต่ดูเหมือนธอร์จะไม่สนใจท่าทีหงุดหงิดของเค้าซักนิดเดียว

จะทำให้โมโหไปถึงไหนนะ

แค่บังคับร่างกายไม่ให้สั่นก็ยากเต็มที ข้างในร่างกายร้อนผ่าว ลำคอก็แห้งผาก อยากจะโดดลงสระน้ำหน้าโรงแรมซะให้รู้แล้วรู้รอด
เค้าผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ แต่ก็ทำให้ยอดอกที่แข็งตึงไปสัมผัสถูกเนื้อผ้าลื่นๆของเชิ้ตผ้าไหมที่สวมใส่อยู่จนเผลอครางออกมาอีกครั้ง
โลกิปิดตาเม้มปากราวกับจะตั้งสติ หรือเค้าจะไม่สบายจริงๆ?

ธอร์จับจ้องทุกอิริยาบทของคนตรงหน้าอย่างรื่นรมย์ เค้าจิกเล็บเข้ากับฝ่ามือตัวเองเพื่อเรียกสติ
สวยงามจนน่าจับมาจูบซะให้หนำใจ อยากจะลากร่างผอมๆตรงหน้าขึ้นเตียงจนทนไม่ไหว ทึ้งเสื้อผ้าน่ารำคาญนั่นออกให้หมด แล้วจับกินซะทั้งๆอย่างงั้น
โลกิคงจะโวยวายน่าหนวกหูตามเคย แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงเค้าก็ชอบที่จะปราบพยศเอาชนะท่าทางหยิ่งๆนั่นอยู่แล้ว ถ้าดิ้นนักก็จะจับมัดซะ แล้วทำให้ร้องครางอยู่ใต้ร่างเค้าทั้งคืน

ลองทำเยอะๆดูจนกว่าจะท้องได้มั้ยนะ

แค่คิดก็แทบจะทนไม่ไหว เผลอส่งยิ้มแปลกๆให้คนตรงหน้าออกไปจนได้

ชายหนุ่มตัวเล็กกว่าขนลุกเกรียว รู้สึกไม่ปลอดภัยจากสายตาน่าสงสัยของพี่ชาย เค้ากลั้นใจยันตัวขึ้นยืนอย่างยากลำบาก
ธอร์เด้งตัวออกจากโซฟาบ้าง จะหนีงั้นเรอะ?

“เจ้าอยู่นี่แหละ.. ข้าจะไปสูดอากาศ.. ซักหน่อย” โลกิพูดพลางก้าวขาออกเดิน แต่ขาเจ้ากรรมดันเปลี้ยจนเกือบเสียหลักล้ม ธอร์ปราดเข้ามาคว้าเอวบางไว้ พลางกระชับร่างเล็กกว่าเข้าหาตัวอย่างทันท่วงที
โลกิหน้าตาตื่น ผลักอกแกร่งของพี่ชายออกพัลวัน
“อย่าจับ!”
“อะไรของเจ้า อยู่เฉยๆซิ ข้าบอกแล้วว่าเจ้าไม่สบาย” ธอร์ระบายยิ้มเยาะ คว้ามือข้างนึงของโลกิที่ผลักหน้าของเค้าออกห่างกุมไว้แน่น

“ปะ..ปล่อย ปล่อยนะ”
ยิ่งมือแข็งโอบกระชับเอวของเค้าแถมลูบเบาๆไปกลางหลัง โลกิก็สั่นราวกับโดนไฟช็อตไปทั้งตัว ไม่ว่าสัมผัสโดนตรงไหน ก็เจ็บซ่านเหมือนโดนเข็มเล็กๆทิ่มไปทั่ว
มือขาวตวัดข่วนท่อนแขนแข็งๆจนเลือดไหลซิบ ธอร์แอบเบียดต้นขาเข้าแทรกกลางหว่างขาคนตรงหน้า สัมผัสส่วนที่แข็งขืนเหมือนกับไม่ได้ตั้งใจ มุมปากกระตุกยิ้มเมื่อร่างเล็กกว่าพยายามบีบขาต้านอย่างไร้ประโยชน์
“ข้าบอกให้ปล่อยไงล่ะ! เจ้าคนหยาบคาย!”
“ข้าจะไม่ฟังคนเมาหรอกนะ” ริมฝีปากที่มีไรเคราเบียดชิดใบหน้าเรียว กระซิบพลางตั้งใจพ่นลมเข้าไปในหูกลมนิ่มที่แดงจัดจนเหมือนจะระเบิด
เค้าอดใจไม่ไหวเผลอแลบลิ้นเลียชิมซอกคอคนตัวเล็กกว่าที่กำลังดิ้นพล่าน

หวานจริง

เส้นอดทนในสมองขาดผึง ธอร์ตวัดร่างของน้องชายขึ้นพาดบ่าอย่างง่ายดายจนโลกิร้องลั่น ถึงจะไม่ใช่คนตัวเล็ก แต่เทียบกับพี่ชายที่ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้าม โลกิก็ยังดูผอมเกินไปอยู่ดี
เค้าก้าวยาวๆผ่านโซฟาไม่ลืมคว้าขวดบรั่นดีที่ตั้งทิ้งอยู่บนโต๊ะติดมือไปด้วย
ร่างบนบ่าถูกโยนลงบนเตียงหนานุ่มอย่างไม่ถนอมนัก โลกิตะกายตัวหนีแต่โดนมือแกร่งคว้าข้อเท้าไว้ก่อนลากกลับมากลางเตียง
ชายหนุ่มกระดกขวดบรั่นดีใส่ปาก แล้วทิ้งตัวลงทับน้องชาย
ธอร์ประคองบังคับริมฝีปากบางให้เปิดออกก่อนกดจูบเบียดร้อนแรงส่งต่อเหล้ารสเข้มในปากให้ชายหนุ่ม ไล้เลียจนโลกิกลืนของเหลวในปากลงไปจนหมด ธอร์ยกขวดบรั่นดีขึ้นอีกครั้งแล้วทำแบบเดิมจนร่างเล็กกว่าเริ่มดิ้นน้อยลง
เค้าป้อนเหล้าสลับกับส่งเรียวลิ้นหยอกเย้าริมฝีปากบางลึกล้ำจนโลกิหัวหมุน
จุมพิตยาวนานและดูดดื่ม ธอร์ยกยิ้มเมื่อเรียวลิ้นเล็กๆเริ่มสัมผัสตอบเค้าอย่างกล้าๆกลัวๆ
“เจ้าดูท่าทางกระหายน้ำ ข้าก็เลย” ธอร์หยอกยิ้มๆ
“…เจ้ามันแย่ที่สุด” โลกิ กระแอมสำลักสองสามที ไม่แน่ใจว่ามึนเพราะจูบหรือเหล้าที่ธอร์บังคับเค้าดื่มกันแน่
“ข้าทำอะไรรึ?”
“เจ้าทำบางอย่าง!”
มือหนากระตุกเน็กไทคนข้างล่างออก ก่อนไล้มือไปตามเสื้อเชิ้ตไหมนิ่มลื่นที่เปรอะเปื้อนบรั่นดีจนเปียกไปหมด
ปลายนิ้วเขี่ยยอดอกแข็งตึงผ่านผ้าที่เรียบลู่ไปกับแผ่นอก
“อ้ะ!” โลกิเด้งตัว ธอร์จึงเปลี่ยนเป็นใช้นิ้วโป้งขยี้เบาๆลงบนตุ่มไตแข็งสู้มืออย่างต่อเนื่อง ยิ้มอย่างตื่นเต้นเมื่อร่างตรงหน้าบิดเร่าครวญครางยามเค้าเน้นปลายนิ้วไปยังองศาต่างๆ
“เสื้อเจ้าเปียก ข้าแค่จะถอดออกให้ ทำไมเจ้าต้องทำเสียงลามกขนาดนั้นด้วย” ยิ่งบดขยี้ ร่างโลกิก็ยิ่งแอ่นรับแรง
“อื้อ อือ อย่า”
“ได้ซิ” ธอร์หยุดรังแกยอดอกอย่างฉับพลัน โลกิถึงกับตาค้าง
“เจ้า!!” มือนึงพยายามผลักอกร่างหนาที่ทาบทับให้ลุกออกไป อีกมือเผลอไล้ลงสอดเข้าไปในขอบกางเกงตัวเอง มือหนาไวกว่าคว้าดึงข้อมือขาวทั้งสองข้างกดลงข้างตัว
“จะทำอะไรหึ เจ้าเด็กลามก”
“ปล่อยนะ ไอ้บ้า แกนี่มัน!!”
ธอร์เบียดตัวเข้ากับร่างบางข้างล่าง ใช้ส่วนกลางลำตัวที่เริ่มแข็งขึ้นถูไถกับของน้องชาย เค้าเผลอดื่มไปนิดหน่อยตอนป้อนเหล้าให้โลกิ แค่สัมผัสกันเบาๆแบบนี้ก็แทบจะทนไม่ไหว โลกิดื่มไปขนาดนั้น…

“อะ อะ อะ จะถึง..”
แล้วธอร์ก็หยุดเคลื่อนไหวอีกครั้ง โลกิชะงักตาค้างก่อนร้องด่าลั่น
ชายหนุ่มหัวเราะอย่างอารมณ์ดี พลางดึงรวบข้อมือขาวผูกไว้ด้วยกันแล้วมัดติดกับซี่หัวเตียงด้วยเน็กไทสีดำของโลกิ
“เด็กไม่ดี รอพี่อนุญาตก่อนซิ”
เค้ากระชากสาบเสื้อเชิ้ตสีขาวจนเปิดออก ลิ้นร้อนบรรจงไล้เลียจากต้นคอขาวไปตามแนวไหปลาร้าสลับกับขบกัดไปทั่วอย่างมันเขี้ยว เมื่อมาถึงยอดอกสีเชอรี่ที่แข็งตึง ชายหนุ่มวนลิ้นรอบๆก่อนครอบครองด้วยริมฝีปากและดูดเลียราวกับเป็นขนมแสนอร่อย
“อื้อออออ ” ร่างบางยกตัวขึ้นให้มือแกร่งดึงกระชากกางเกงสแลกของตัวเองออกอย่างว่าง่าย
“ตัวเจ้ามีแต่รสเหล้าเต็มไปหมด” เค้าบรรจงลากลิ้นดูดดุนไปทั่วแผ่นอกที่หอบถี่ ก่อนไล้ลงต่ำผ่านหน้าท้องแบนราบที่มีกล้ามเนื้อบางๆ เผลอกัดขย้ำสีข้างด้วยความมันเขี้ยวราวกับจะกินเข้าไปจริงๆจนโลกิร้องผวา

รสชาติเหมือนผลไม้ที่เคลือบไปด้วยเหล้า นี่น้องชายเค้ายั่วยวนเกินไปหน่อยหรือเปล่าเนี่ย

ธอร์จับขาเพรียวบางแยกออกกว้างแล้วฝังหน้าลงบนช่องทางแสนยั่วของน้องชาย ริมฝีปากหยอกเย้ากับปากทางเข้าที่ตอนนี้เต้นตุบอย่างเชิญชวน ลิ้นอุ่นแตะแผ่วๆก่อนค่อยๆดึงดันเข้าสู่ภายใน
โลกิบิดตัวด้วยความเสียวซ่าน ต้นขาขาวซีดบีบเข้าหากันจนศีรษะชายหนุ่มยิ่งกดลึกลงไปในช่องทาง
ลิ้นร้อนชอนไชเข้าลึกจนคนตัวเล็กกว่าดิ้นพล่าน
“อ้ะ ไม่นะ อ้ะ อ้ะ พอ ”
ยิ่งโลกิครวญคราง ธอร์ยิ่งลงลิ้นเข้าลึกราวกับแกล้ง ไรเคราสีทองบดเบียดผิวอ่อนๆยิ่งทำให้สติกระเจิดกระเจิง
“สัมผัส… อ้ะ…. จับข้างหน้า …ที” โลกิอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร
ชายหนุ่มทำหูทวนลม แต่ยังตั้งอกตั้งใจใช้ลิ้นขยับเข้าออกช่องทางที่ตอนนี้เริ่มคลายออกจนเปียกชุ่ม
นิ้วแข็งสอดเข้าลึกก่อนขยับไปมาภายใน ปลายนิ้วสัมผัสโดนบางส่วนจนโลกิกรี๊ดลั่น

“อย่า!!”
“ตรงนี้งั้นเหรอ” ธอร์กระตุกยิ้ม เพิ่มจำนวนนิ้วแข็งพร้อมทั้งกดย้ำๆไปยังจุดเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“อย่า อ้ะ อ้ะ พอแล้ว ได้โปรด” นิ้วแข็งเพิ่มเป็นสี่ ขยับเข้าออกรวดเร็วรังแกจุดอ่อนไหวในทิศทางต่างๆจนร่างข้างใต้เกร็งตัวแล้วปลดปล่อยออกมาในที่สุด

“อื้อออออ….” โลกิเริ่ดหน้าเม้มปากแน่น น้ำขุ่นขาวพุ่งกระจายจนเลอะทั่วหน้าท้องแบนราบ

“ลามกจริงๆ ข้ายังไม่ได้แตะส่วนหน้าของเจ้าด้วยซ้ำ”

โลกิ หอบหายใจถี่ ก่อนก้มมองแก่นกายตนที่ยังตั้งตระหง่านแม้จะเพิ่งปลดปล่อยออกมาอย่างรุนแรง

” WTF …. นี่มันอะไรกันเนี่ย..”

โพสท์ใน Z All Fiction | ติดป้ายกำกับ , , | 11 ความเห็น