[FIC] Hiddlesworth [ThorXLoki]#3 I am not Loki

 

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

 

 

C : Chris H. X Tom H.

R : M

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

 

********************************

 

 

หลังจากนั่นเหมือนเรื่องราวจะผ่านมาด้วยดีแม้ว่าจะผ่านมา4วันแล้ว ธอร์ไม่ได้มีอาการอยากจะฉีกพวกเสื้อผ้าอื่นๆทิ้งเหมือนช่วงวันแรกๆ แต่คงเป็นเพราะเจ้าตัวชินแล้วละมั้งไม่ก็คงไม่อยากทำให้เขาไม่สบายใจ ตอนนี้ทั้งเขาและธอร์ถูกพาตัวแยกกันไปแต่งตัวและแต่งหน้าสำหรับเข้าฉากด้วยกัน เป็นแค่ฉากที่เขาจะต้องเดินไปคุยกับธอร์ขณะที่เจ้าตัวอารมณ์ไม่ดีเท่าไหรนัก เขาคิดว่ามันคงน่าจะสนุกไม่ใช่น้อยเพราะเขาต้องแสดงกับธอร์…ธอร์ตัวจริง นึกอยากจะลองฝีมือของตัวเองดูบ้างว่าจะหลอกธอร์ได้แค่ไหน และทันทีที่เขาแต่งตัวเสร็จแล้วเขาก็รีบออกมาจากเทรเลอร์ตรงไปยังเทรเลอร์ของธอร์พร้อมกับบทพูดในมือ ทำให้เขาได้ยินเสียงโวยวายดังออกมาจากข้างในเทรเลอร์จนเขาต้องรีบพยายามเร่งฝีเท้ามากกว่าเดิม

 

 

“ปล่อยข้าได้แล้ว!!! เจ้าพวกนางกำนัลแบบพวกเจ้าจะเอาอะไรมาทาหน้าของข้า!!”เขาได้ยินเสียงธอร์คำรามลั่น ตามมาด้วยเสียงของเหล่าช่างแต่งหน้าที่ตะโกนบอกให้ชายหนุ่มนั่งลง

 

 

“พอกันที!! ข้าจะไปหาทอม!!”เขาได้ยินเสียงธอร์คำรามตามด้วยเสียงโครมครามเล็กน้อย ก่อนที่ประตูรถเทรเลอร์จะเปิดออกก่อนที่เขาจะเอื่อมมือไปจับมันเสียอีก และเขาก้ตาโตขึ้นมาเมื่อเห็นชายร่างสูงใหญ่ของธอร์ที่มองเขาด้วยสายตาแปลกๆก่อนจะรีบถลาลงมาหาเขาและรั้งเขาเข้าไปกอดแน่นจนเขาร้องออกมาเบาๆ

 

 

“โลกิ…โลกิ…ข้าตามหาเจ้าให้ทั่ว เจ้ากลับมาแล้ว”เขาพยายามอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง แต่ดูแล้วธอร์ไม่สนใจจะฟังเขาเลยแม้แต่น้อย ทำให้เขาปล่อยให้ธอร์กอดเขาให้หน่ำใจขณะส่งสายตาบอกเหล่าช่างแต่งหน้าให้ออกไปก่อน

 

 

“มานี่ก่อนธอร์”เขาพยายามแกะท่อนแขนแข็งแรงออกจากเอวของเขา แล้วรีบลากธอร์เข้ามาในเทรเลอร์แล้วปิดประตูตามหลังอย่างรวดเร็ว

 

 

“เจ้าตัดผมหรือ? ข้าคิดว่าเจ้ารักผมเจ้ามากเสียอีก ข้าติดต่อกับไปที่แอสการ์ตไม่ได้”เขาหันมาเผชินหน้ากับธอร์ที่ตอนนี้มองเขาด้วยสายตาเป็นห่วงสุดๆ ซึ่งเขามั่นใจว่าธอร์คงคิดว่าเขาเป็นโลกิแน่นอน ก็ในเมื่อตอนนี้เขาแต่งองค์เหมือนอีกฝ่ายเดะๆ และคำนวณจากหน้าตาของธอร์ เขามั่นใจว่าโลกิตัวจริงก็คงไม่ต่างจากนี้มากนัก

 

 

“ธอร์ ฉันไม่ใช่โลกิ..ฉันเอง ทอม”เขาพยายามพูดนั่นทำให้อีกฝ่ายหันมามองเขานิ่ง บางอย่างในสายตาของธอร์มันบอกเขาว่าเจ้าตัวไม่พอใจแม้แต่น้อย ทำให้เขาขยับถ่อยหลังโดยอัตโนมัต และเหมือนเจ้าตัวจะรู้ตัวว่าทำให้เขาไม่สบายใจ ร่างสูงใหญ่จึงหยุดอยู่ตรงนั่นและขยับถอยหลังเล็กน้อยด้วยสายตาที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

 

 

“ข้าขอโทษ เจ้าแค่เหมือนโลกิมาก…ยิ่งเวลาที่เจ้าแต่งตัวแบบนี้ก็ยิ่งเหมือนจนข้าไม่อาจซ้อนความโกรธเอาไว้ได้”ธอร์กำหมัดแน่นพลางแส่หน้าไปอีกฝั่ง ทำให้เขาขยับเข้าไปใกล้อีกฝ่ายอย่างระวังตัวมากที่สุด

 

 

“ข้าไม่เข้าใจว่าพวกเจ้ากำลังทำอะไรกันแน่ ทำไมสตรีพวกนั่นถึงพยายามเอาสีฝุ่นของพวกนางมาทาหน้าของข้า แล้วยังจับข้าแต่งตัวเหมือนชุดที่ข้าใส่อยู่ แต่มันไม่ใช่เหล็กจริงๆ…แล้วยังเจ้าอีก ทำไมเจ้าถึงแต่งตัวเหมือนโลกิขนาดนี้”เขาขยับเล็กน้อยเมื่อธอร์หันมาเผชิญหน้ากับเขา และมันยิ่งทำให้ธอร์ดูตัวใหญ่ขึ้นไปอีกเมื่อเจ้าตัวยังคงมีสีหน้าราวกับพร้อมจะทุบรถเทรเลอร์ทิ้งทั้งคัน เขากลืนน้ำลายเฮือกเมื่อรู้สึกถึงมือหยาบอบอุ่นของชายตัวสูงแตะลงมาเบาๆบนแก้มของเขา

 

 

“เจ้าไม่ใช่โลกิ…ผิวขาวนี้ทำขึ้นเพื่อเลียบแบบผิวของเขา พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันแน่ทอม..”เขากระพิบตาเบาๆเมื่อรู้สึกถึงนิ้วโป้งของชายหนุ่มไล่อยู่บนแก้มของเขาอย่างแผ่วเบา พร้อมกับสายตาที่แสดงความสับสนออกมาอย่างไม่ปิดบัง

 

 

“เรา…อย่างที่บอกไงธอร์ ฉันกับคริสเราเป็นนักแสดง และนี้คืองานของเขาการแสดงหนัง แต่งตัวและทำตัวเป็นคนอื่น”เขาพูด แต่อีกฝ่ายเพียงแค่ขมวดคิ้วเท่านั่น

 

 

“แค่แสดงละคร…พวกนายเป็นเทพ เราก็เอาเรื่องราวมาเขียนไหม ฉันแสดงเป็นโลกิ…นาย-ไม่สิ คริสเขาแสดงเป็นธอร์” หลังจากที่เขาพูดจบบรรยากาศหนักอึ้งก็โรยตัวลงมาจนเขาได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นแรงด้วยความประหม่า ธอร์กำมือแน่นก่อนจะลดมันลงมาจากแก้มของเขา สายตาคมตวัดมองสำรวจไปทั่วเทรเลอร์ มองตรงไปยังกระจกบานโตที่อยู่ที่ผนังฝั่งหนึ่ง ชายหนุ่มร่างกายกำยำมองมันอย่างชั่งใจ ก่อนจะหันมามองเขาอีกครั้งหนึ่ง

 

 

“เจ้าหมายความว่า…ต้องการให้ข้าแสดงเป็นตัวข้าเองงั้นหรือ?”เขาอ้าปากออกมาเล็กน้อยพยายามคิดหาคำพูดที่ทำให้ธอร์เข้าใจมากกว่านี้ แต่เขาคิดไม่ออกจึงได้แค่พยักหน้า

 

 

“ฉันจะแสดงเป็นโลกิ และนายแสดงเป็นธอร์…ก็ถือว่าฝึกปฏิกิริยาของนายแล้วกัน ว่าหากนายเจอโลกิละก็ นายจะทำยังไงเพื่อให้ความสัมพันธ์ของพวกนายกลับมาดีเหมือนเดิม”เขาพูดนั่นทำให้ธอร์ขำออกมาราวกับเป็นเรื่องตลกไร้สาระที่สุดเท่าที่เจ้าตัวเคยเจอ

 

 

“เจ้าไม่ใช่โลกิ ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางเหมือนหลอก”เขาถอนหายใจเบาๆเมื่อเห็นว่าธอร์เองคงจะเข้าใจและเลิกอาลวาดแล้ว

 

 

“อย่าด่วนสรุปไปเลยพี่ชายข้า…ท่านไม่มีทางรู้หรอกว่าข้าเก่งอาจแค่ไหนหากท่านยังมีสมองเท่าเม็ดถั่วอยู่แบบนี้”เขาเชิดหน้าขึ้นสูงและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงดูถูกเต็มที เขามั่นใจว่ามันคงเหมือนโลกิมากแน่นอนเพราะจากสายตาคมกริบที่ธอร์มองกลับมายังเขา บางอย่างในสายตานั่นมันทำให้เขากลืนน้ำลายเฮือกเมื่อธอร์ขยับเข้ามาใกล้เขามากขึ้น

 

 

“สหายข้า จงยินดีเสียเถอะที่เจ้าบอกข้าว่ามันเป็นแค่การแสดง…เพราะหากเป็นโลกิจริงๆละก็ เขาจะไม่มีทางพูดจากับข้าด้วยน้ำเสียงเช่นนั่นหากเขายังไม่พร้อมที่จะรับมือกับข้า และข้าไม่อยากทำร้ายเจ้า”เขากลืนน้ำลายเฮือกเมื่อธอร์ก้มลงมาใกล้กับเขามากยิ่งขึ้น กระซิบเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่นที่ข้างใบหู จนเขาขนลุกขึ้นมาจนถึงท้ายทอย ดวงตาสีสวยมองลงต่ำไปยังริมฝีปากของอีกฝ่ายที่ราวกับจงใจขยับมันให้ผ่านริมฝีปากของเขาไปเทียงไม่กี่เซนเท่านั่น ทำให้เขาช้อนตาขึ้นมองสบตาคมของอีกฝ่ายด้วยแววตาที่ไม่มั่นใจอย่างเห็นได้ชัด ต่างกับธอร์ที่มองเขากลับราวกับกำลังคิดเรื่องอันตรายอยู่ในใจ

 

 

“แล้วท่านคิดจะทำอะไรข้าหรือธอร์”เขากระซิบเสียงเบา มันทำให้ธอร์เงียบมองเขาด้วยสายตาคมกร้าวที่อ่านไม่ออก ทั้งยังสายตาคมที่ไล่ต่ำลงมายังริมฝีปากของเขามันทำให้เขารู้สึกคอแห้งขึ้นมาทุกที

 

 

“…แค่บอกข้าว่าข้าต้องทำอะไรบ้าง ทอม”ในที่สุดธอร์ก้ยันตัวออกมาจากเขาโดยที่เหมือนกับเลี่ยงการตอบคำถามเสียมากกว่า เมื่อธอร์ขยับตัวออกไปห่างมากแล้ว เขาถึงได้รู้ว่าก่อนหน้านี้เขาแทบจะกลั้นหายใจเอาไว้ ตอนนี้เลยกลายเป็นเขากำลังหอบหายใจถี่ขณะที่พยายามซ้อนใบหน้าแดงก่ำของตัวเองเอาไว้จากชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนหันหลังอยู่

 

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

การถ่ายหนังผ่านไปด้วยดี โดยที่ไดเรคเตอร์ชมธอร์ไม่ขาดปากเลยว่าแสดงได้เข้าถึงอารมณ์มากๆจนบางครั้งนึกว่าเป็นธอร์จากในนิยายจริงๆ และมันทำให้เขาต้องรีบรั้งอีกฝ่ายออกมาเป็นการใหญ่ในตอนที่ธอร์เกือบจะเดินเข้าไปพังกล้องตัวหนึ่งที่บังเอิญซูมเข้าใกล้ใบหน้าอีกฝ่ายมากเกินไป หลังจากถ่ายเสร็จแล้วเขาก็บอกคนอื่นๆว่าจะให้ธอร์มาเปลี่ยนชุดและทุกๆอย่างที่เทรเลอร์เดียวกับเขา เพราะเจ้าตัวแทบจะแยกเขี้ยวใส่ช่างแต่งหน้าและช่างแต่งตัวทุกคนที่พยายามเข้าใกล้ มันทำให้มีปัญหามากจริงๆเวลาทุกคนพยายามทำหน้าที่ของตัวเองแต่ธอร์กลับยอมให้เขาคนเดียวเท่านั่นที่แตะตัวได้ มันเลยทำให้ถ่ายได้ไม่กี่ฉากเท่านั่นแต่เพราะธอร์แสดงเป็นตัวเองดีมาก ไดเรคเตอร์จึงไม่มีปัญหาเมื่อเขาและธอร์จะขอกลับเร็วกว่าปกติ

 

 

“ข้าเกลียดทีนี้…ทำไมพวกนางยังคงพยายามเอาสีทาหน้าที่พวกสตรีใช้มาลงบนหน้าของข้าด้วย มันทำให้ข้ารู้สึกราวกับเป็นพวกนางรำ”เขาได้ยินธอร์บ่นขึ้นมาในขณะที่พยายามถอดชุดของอีกฝ่ายออก ซึ่งเขาก็เพียงแค่ยิ้มนิดๆพลางถอดผ้าคลุมและชุดคลุมออกเอง และมันลำบากมากกว่าทีคิดเพราะมันเยอะและเครื่องแบบของเขาซับซ้อนพอสมควร

 

 

“ธอร์ อย่าฉีกของพวกนั่นออกน่ะ”เขาร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อเขากำลังถอดเสื้อผ้าออกแต่โดยดี แต่พอหันมาเขาก็พบว่าธอร์ตั้งท่าจะฉีกชุดถ่ายหนังออก มันทำให้เขาแทบจะกระโจนมาห้ามมือหยาบของอีกฝ่ายไว้ไม่ทัน

 

 

“อยู่นิ่ง…ฉันจะถอดให้ นายไม่รู้หรอกว่าถ้าหากมันเสียขึ้นมา พวกพีเอจะต้องร้องไห้แน่ๆ”ธอร์ก้มลงมองดูชายหนุ่มที่ตอนนี้ดูเหมือนโลกิน้องชายของเขามากถึงมากที่สุด แถมยังรอยยิ้มเล็กๆนั่นอีกมันยิ่งทำให้เขาใจสั่นเข้าไปใหญ่…ไม่ใช่สันเพราะว่าเป็นทอมที่เหมือนโลกิ แต่เพราะความคิดบ้าๆของเขาที่มันจิตนาการไปถึงไหนต่อไหนเวลาที่เห็นอีกฝ่ายอยู่ในชุดสีเขียวอย่างที่น้องชายเขาชอบ กึ่งเปลือยเพราะว่าชูดของอีกฝ่ายถูกดึงซิบลงมาจนเผยให้เห็นแผ่นอกขาวไล่ลงมาถึงหน้าท้องแบนราบที่มีกล้ามเนื้อน้อยๆ แล้วยังจะมือเรียวของอีกฝ่ายที่พยายามถอดเสื้อผ้าของเขาอีก มันทำให้เขาอดยอมรับไม่ได้ว่าความคิดของตัวเองตอนนี้มันอันตรายมากๆ

 

 

“นายรู้ไหมว่าไดเรคเตอร์เขาดูจะชอบนายมากๆเชียวนะ..”เขาเห็นอีกฝ่ายยิ้มออกมาอย่างขำๆและเขามั่นใจว่าทอมคงไม่ได้สังเกตเลยว่าสิ่งที่เขากำลังมองคือลำคอขาวของคนที่ตัวเล็กกว่า สายตาคมไล่เล่มอย่างพอใจขึ้นมาจนถึงริมฝีปากบางสีชมพูและดวงตาสีเขียวสวยที่มันยังคงมองตรงมาที่เสื้อของเขาที่เขาก็ไม่รู้ว่ามันใส่ได้ยังไงเหมือนกัน จนในที่สุดชายหนุ่มก็ถอดเครื่องตกแต่งอื่นๆออกจนเหลือเพียงแค่เสื้อดำเท่านั่น และเขาก็ยกแขนขึ้นเพื่อให้ทอมถอดมันออกจากตัวเขาอย่างว่าง่ายจนในที่สุดก็เหลือเพียงแค่กางเกงขายาวสีดำที่เต็มไปด้วยเกราะสีเงินอย่างปลอมๆ มือเรียวจึงเริ่มเอื่อมต่ำลงมายังขอบเข็มขัดของเขาและพยายามปลดมันออกไปเหมือนๆกับเครื่องแบบท่อนบน

 

 

“จริงแล้วนายไม่ควรจะไล่-“เขาเห็นใบหน้าหวานของทอมและมือเรียวชะงักค้างลงไปเมื่อเขาเอื่อมมือหยาบขึ้นมายังลำคอของอีกฝ่ายลูบเบาๆที่ลำคอขาวผ่อนก่อนจะไล่ลงมาผ่านไหล่และไหปลาร้าของชายหนุ่ม ปัดผ่านผิวขาวนุ่มมือและเลิกเสื้อของอีกฝ่ายให้เปิดออกกว้างมากยิ่งขึ้นจนกระทั้งคอเสื้ออ้าออกกว้างจนถึงหัวไหล่มน ก่อนที่เขาจะไล่มือลงมากตามชายโครงของอีกฝ่ายและลงต่ำลงมายังเอวคอดพอดีมือ จนเขารู้สึกได้ว่าดวงตากลมโตกำลังมองเขาอยู่

 

 

“ธอร์…”เขาละสายตาจากผิวขาวๆนั่นขึ้นมามองใบหน้าของอีกฝ่ายที่ตอนนี้หลุบตาลงต่ำในยามที่ได้ยินเสียงเหมือนกับเราสติของเขามากกว่าเรียกเขา

 

 

“เอามือออกไป”เขาได้ยินทอมพูดอีก มันไม่ใช่ประโยคคำสั่งและไม่ใช่ประโยคขอร้องด้วย แม้ว่าเขาจะไม่อยากทำตามเลยแม้แต่น้อย แต่เขาก็ต้องยอมจนได้เมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของชายหนุ่ม

 

 

“อภัยให้ข้าด้วย…”เขากระซิบแผ่วเบา ยอมลดมือออกจากตัวของอีกฝ่ายและกลับมายืนนิ่งๆเหมือนเดิมในขณะที่ทอมขยับมือเพื่อปลดเข็มขัดออกจากตัวเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะก้มลงไปเพื่อถอดสนับขาออก และนั่นเองทำทำให้เขาพยายามอย่างหนังที่จะยืนนิ่งๆขณะที่มองตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว พยายามไม่มองและไม่นึกว่าตอนนี้ทอมกำลังคุกเข่าอยู่เบื่องหน้าของเขาในต่ำแหน่งที่พอเหมาะพอดีเสียเหลือเกิน และทันทีที่ทอมจัดการทุกอย่างเสร็จจนเหลือแต่กางเกงตัวเดียวสีดำ เจ้าตัวก็หันหลังให้เขาเพื่อไปแต่งตัวเงียบๆอยู่ที่มุมหนึ่งโดยไม่พูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว และเขาก็ไม่หันไปลอบมองอีกฝ่ายเพื่อเป็นการรักษาสิ่งที่เขาควรจะทำ

 

 

เมื่อแต่งตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว เขาก็อยู่ในชุดเสื้อยืดสีเขียวเข้มและกางเกงขายาว ขณะที่อีกฝ่ายอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่คลุมทับด้วยเสื้อกันหนาวสีดำ ทอมยังคงไม่พูดกับเขาแม้ว่าตอนนี้ทั้งเขาและทอมจะอยู่บนรถยนต์คันสีดำเพื่อตรงกลับบ้านของทอม เวลาตอนนี้บ่งบอกเวลาเกือบๆจะสามทุ่มครึ่งอยู่แล้ว เขายังคงนั่งนิ่งๆไม่ทำตัวเป็นปัญหา ในขณะที่แอบลอบมองอีกฝ่ายที่มองออกไปยังถนนเกือบตลอดเวลา ไม่ยอมหันหน้ามาคุยกับเขา แม้ว่าหลังจากที่ลุคผู้จัดการส่วนตัวของอีกฝ่ายจะโทรมาถามว่าทุกอย่างเป็นยังไงบ้าง ทอมก็บอกว่าทุกอย่างอยู่ดีแม้ว่าจะไม่ได้หันมามองเขาแม้แต่นิดเดียว

 

 

“ข้าขออภัยที่ทำตัวเสียมารยาทกับเจ้าเช่นนั่น ข้าไม่ได้ตั้งใจจะแตะต้องตัวเจ้าและทำให้เจ้ารู้สึกไม่ดี”เขาตัดสินใจพูดออกมาในที่สุดเมื่อทั้งสองคนเข้ามาในบ้านแล้ว และคำพูดของเขาเหมือนจะทำให้ชายหนุ่มหยุดเดิน แต่ก็ขยับตัวอีกครั้งเพื่อวางกุญแจบ้านและหันมาเผชิญหน้ากับเขา

 

 

“…ขึ้นไปอาบน้ำเถอะ เดี่ยวฉันจำทำอะไรให้กิน”เขาขบฟันแน่นเมื่ออีกฝ่ายยังคงไม่เงยหน้าขึ้นมามองเขา

 

 

“มองตาข้าทอม”เขาพยายามควบคุมเสียงให้ไม่ดุดันมากจนเกินไป และนั่นทำให้อีกฝ่ายเงยหน้าสบตาเขานิ่งราวกับกำลังหาคำตอบในอะไรก็ตามที่เจ้าตัวสงสัย

 

 

“ที่ฉันไม่พอใจ คือฉันต้องการอยากจะรู้ว่านายกำลังจะทำอะไรกันแน่…ธอร์”อีกฝ่ายเริ่ม “นายบอกฉันว่านายไม่ได้คิดอะไรกับน้องชายนาย แต่นายก็เอาแต่พูดถึงเขา แล้วยังสัมผัสก่อนหน้านี้อีก…ฉันเห็นสายตาที่นายมองฉันกับมือของนาย ฉันสาบานได้ว่ามันมากกว่าที่พี่น้องทำแน่ๆ”เขาขยับเข้าใกล้อีกฝ่ายเมื่อเห็นทอมกลืนน้ำลายขณะมองเขาด้วยสายตาไหวระริกราวกับกำลังสับสนอะไรบางอย่าง

 

 

“…โปรดอภัยให้ข้า ข้าเพียงแต่…”เขาหยุดราวกับลืมคำพูดทุกอย่าง “…ข้าไม่เคยคิดล่วงเกินเจ้า หรือทำให้เจ้ารู้สึกอึดอัดใจ”เขาพูดต่อ

 

 

“นายบอกฉัน…ว่าไม่เคยคิดอะไรกับโลกิ แล้วทำไมนายถึง…ถึง…”เขาเห็นอีกฝ่ายหน้าแดงขึ้นมา มันไม่เหมือนกับทอมกำลังพยายามว่าเขา แต่เหมือนกับเจ้าตัวกำลังสับสนกับตัวเองเสียมากกว่า

 

 

“ข้าไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับโลกิ…แต่เพราะในตอนนั่นเจ้าช่าง..”เขามองสบตาของอีกฝ่ายที่เขาไม่รู้ว่าขยับมาใกล้เขาตั้งแต่เมื่อไหร่ มันมีแต่แววสับสนอยู่ในนั่นจนเขารู้สึกได้

 

 

“นายคงลืมไปแล้วว่าในตอนนั่นฉันดูเหมือนโลกิมากแค่ไหน…มันทำให้ฉันไม่เชื่อคำพูดของนายเลยรู้ไหม และฉันโกรธที่นายเอาใบหน้าของคริสมา-“ทอมกระพิบตาถี่ขณะกลืนคำพูดทุกอย่างลงคอไป บางอย่างราวกับเตือนสติของเขา ในยามที่เขาเผลอตัวแตะต้องผิวเนียนของทอม…มันไม่ใช่เพราะนั่นเป็นหนุ่มนักแสดงชาวอังกฤษ แต่เพราะเขาเผลอตัวคิดไปว่านั่นคือโลกิ…และมันไม่ดีเลยที่คิดอะไรแบบนี้

 

 

“…ข้าเสียใจ ข้าสาบานว่าจะไม่แตะต้องเจ้าอีก”เขาพูดออกมาเสียงอ่อน นั่นทำให้ทอมเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง

 

 

“ฉัน…ฉันก็ขอโทษเหมือนกัน”ชายหนุ่มพยายามควบคุมเสียงของตัวเองให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตอนนี้เขาใจสั่นและกลัวมากๆ…ในตอนที่ธอร์ไล่นิ้วยาวแข็งแรงไปตามผิวของเขา ยาวลงมาก่อนจะรั้งเอวเขาไว้อย่างหลวมๆด้วยมือหยาบแข็งแรงนั่น ที่เขาโกรธและตกใจไม่ใช่ธอร์ แต่เป็นตัวเขาเองต่างหาก เขาเองที่ไม่ยอมขยับหลบและยังยินดีกับความรู้สึกจากมือหยาบของอีกฝ่ายจนใจเต้นผิดจังหวะ ในชั่วระยะเวลาหนึ่งเขานึกถึงคริสและจิตนาการเรื่องน่าอายว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็นคริส…คนที่สัมผัสเขาคือเพื่อนนักแสดงของเขาเอง เพราะแบบนั่นเขาถึงไม่ได้ขยับไปไหนและมันเป็นเรื่องที่ไม่ดีและผิดเอามากๆ เขาไม่ควร…ไม่ควรจะนึกถึงคริสในเรื่องแบบนั่น

 

 

“ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่เกลียดข้า ทอม…คงดีกว่าหากข้าขึ้นไปอาบน้ำในระหว่างที่เจ้าอาจจะอยากทำอาหารอย่างที่เจ้าต้องการ”เขาตื่นจากความคิดของตัวเองในยามที่ได้ยินอีกฝ่ายบอก ทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นมาเมื่อได้ยินธอร์พูดแบบนี้ บางทีเขาอาจจะทำให้อีกฝ่ายเป็นกังวลมากจนเกินไป

 

 

“ฉันไม่เป็นไร…ฉันเอ่อ…จะทำอาหารแล้วกัน”เขายิ้มให้ธอร์ในที่สุด และมันทำให้ชายหนุ่มส่งยิ้มให้เขาพยายามคลายความตึงเครียดออกไปบ้าง

 

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

 

เมื่อเวลาอาหารมาถึงเหมือนกับว่าเขาจะลืมความคิดแปลกๆของตัวเองที่มีต่อคริสไปแล้ว เพราะตอนนี้เหมือนธอร์จะกำลังพยายามทำให้เขาไม่เครียดและเหมือนกับพยายามขอโทษเขาเล็กน้อยในเรื่องที่ผ่านมาไปด้วยการเล่าเรื่องตลกและสิ่งที่มีที่แอสการ์ตในขณะที่โลกไม่มี แม้มันจะเยอะมากถึงขนาดที่ว่าบางเรื่องเขาไม่เห็นว่ามันจะน่าขำซักนิด เช่นการที่อีกฝ่ายบอกว่าเคยฆ่าหมีป่าด้วยมือเปล่า..ใช่ คิดคิดว่ามันน่ากลัวมากกว่าเป็นเรื่องที่อีกฝ่ายเล่าขำๆ บางครั้งเขาจึงไม่เข้าใจว่าที่นั่นเขามีชีวิตอยู่กันด้วยความอันตรายขนาดนั่นเลยหรือ แต่เขาก็ปัดความคิดแปลกๆนั่นไปเมื่อธอร์เล่าให้เขาฟังเรื่องที่เขาเรียนเวทมนต์ครั้งแรกจากเฟรียสก้า แม่ของธอร์และโลกิ เขาคิดว่ามันดูน่ารักดีด้วยซ้ำเมื่อธอร์บอกว่าเขาไม่เคยเสกดอกไม้ได้เลยแม้จะผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่เหมือนโลกิที่ถ้าเป็นเดียวนี้แทบไม่ต้องใช้ความพยายามเลยในการเสกดอกไม้ให้บานทั่วทั้งห้อง ขณะที่ธอร์…ไม่ได้แม้แต่ดอกเดียว

 

 

“นายอาจจะอยากลองดูก็ได้”เขาหัวเราะเบาๆเมื่อธอร์บ่นในเรื่องความจำของตัวเองเสร็จ และชายหนุ่มตัวสูงเพียงแค่นิ่งเงียบไปกับสิ่งที่เขาพูด

 

 

“ข้า…ข้าไม่ได้ลองมานานแล้ว”ธอร์บอก พลางขยับตัวอย่างไม่แน่ใจบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขา

 

 

“เชื่อสิ นายทำได้ธอร์”เขายิ้มให้กำลังใจอีกฝ่าย “เอาแบบนี้…นายไปนั่งรอที่ห้องนั่งเล่นฝั่งนั่น ในระหว่างที่ฉันเก็บจานไปล้างดีไหม”เขาบอกและไม่รอให้ชายหนุ่มตัวสูงปฏิเสธ เพราะเขาจัดการรั้งให้อีกคนลุกขึ้น ซึ่งธอร์เองก็ลุกตามมาอย่างว่าง่าย แต่ชายหนุ่มก็หยุดลงในขณะที่สายตาจ้องเป้งไปยังวิสกี้ที่ตั้งอยู่ในตู้กระจกห่างออกไป เขาหรี่ตามองคนตัวใหญ่นิดๆแต่ก็เดินไปหยิบวิสกี้มาให้อีกฝ่าย

 

 

“ข้าไม่รู้ว่าบนโลกมันเรียกว่าอะไร แต่หน้าตามันทำให้ข้ารู้สึกคุ้นเคยกับที่บ้านมาก”ธอร์ยกยิ้มให้เขาหลังจากคว้าขวดแก้วไปจากมือเขา

 

 

“มีแก้วอยู่ฝั่งนั่น ไปฝั่งนู่นได้แล้ว และฉันจะตามไปที่หลัง”เขาขำเบาๆเมื่อธอร์เปิดฝาและกระดกขึ้นดื่มแทบจะไม่ถามเขาซักคำว่าแก้วอยู่ไหน

 

 

เมื่อเขาล้างจาเสร็จแล้วเขาก็เดินตรงมายังห้องนั่งเล่นที่ธอร์ทำเพียงแค่นั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวของเขา ไม่เปิดไฟ ไม่เปิดทีวี ไม่เปิดอะไรเลยซึ่งเขาเองก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเข้าใจดีว่าธอร์อาจจะใช่ไม่เป็น ขายาวๆพาตัวเองเข้ามาในห้อง มองดูเงาๆดำๆที่มีแสงจากห้องครัวข้างๆและแสงจันทร์เท่านั่น เขารู้สึกเหมือนธอร์กำลังทำอะไรซักอย่างอยู่ และเขาก็ค่อยๆเดินอ้อมเข้าไปใกล้ๆก็เท่านั่น ยิ่งใกล้เขาก็ยิ่งมั่นใจได้ว่าเขาเห็นแสงสีฟ้าจางๆจากมือหยาบแข็งแรงของธอร์ มันทำให้เขารู้สึกไม่แน่ใจจนหลายๆครั้งคิดว่าตัวเองตาฟาดไปเสียอีก แต่เขาก็มั่นใจว่ามันน่าจะเป็นเรื่องจริงเมื่อปรากฏดอกไม้สีขาวสวยเป็นดอกกุหลาบที่ไม่ได้ดอกใหญ่อะไรมาก แต่มันก็ทำให้เขาอดเลิกคิ้วขึ้นมาอย่างทึ่งๆไม่ได้เมื่อเขานั่งลงบนโซฟาข้างๆชายหนุ่มตัวใหญ่

 

 

“นั่น…เยี่ยมมาก…”เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไปให้เหมาะกับสิ่งที่เห็น เมื่อธอร์หันมายิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มสุดเท่ห์ตามแบบฉบับของอีกฝ่าย ก่อนที่มือหยาบจะขยับมาใกล้และยื้นดอกไม้ดอกนั่นให้เขา และเขาก็รับมาแต่โดยดี

 

 

“ข้าให้เจ้า..”เขาเงยหน้าขึ้นจากดอกไม้ในมือเพื่อมองหน้าใบหน้าคมที่ยังคงมองตรงมาที่เขา บางอย่างมันทำให้เขาดีใจจนแทบจะควบคุมรอยยิ้มไม่ได้ และเมื่อคิดว่าไม่อาจจะทนสบตาสีสวยคมกริบนั่นได้อีกต่อไป เขาก็ขำออกมาเบาๆแก้เก้อขณะมองกรีบดอกไม้สีขาวในมือและลูบมันเบาๆ

 

 

“ไหนบอกทำไม่ได้ไง”เขาอมยิ้มนิดๆ ซึ่งธอร์เองก็แกล้งเลิกคิ้วอย่างตกใจ

 

 

“ข้าแค่คิดว่าอยากจะเสกดอกไม้สวยๆให้เจ้า และมันก็ทำให้ข้าทำได้”ธอร์บอกด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำชวนฟัง ไม่สนใจเลยว่าเพราะแบบนั่นถึงทำให้เขาหน้าแดงขึ้นมาขนาดนี้ นึกดีใจอยู่บ้างที่ธอร์ไม่ได้เปิดไฟอีกฝ่ายคงไม่เห็นว่าเขากำลังเขินขนาดไหน แต่เขาก็ต้องตาโตขึ้นมาเมื่อเห็นชายหนุ่มกระดกวิสกี้ขึ้นดื่ม และมันทำให้เขาเห็นว่าเหลืออีกไม่มากวิสกี้ในขวดแก้วก็จะหมดแล้ว มันทำให้เขารีบรั้งขวดในมือมาจากอีกฝ่ายทันที

 

 

“ธอร์ นายดื่มเยอะขนาดนี้ไม่ได้ มันไม่ดีต่อสุขภาพน่ะ”เขารีบบอกเมื่อชายหนุ่มพยายามจะเอื่อมมือออกมาคว้ามันคืนไป และเขามันใจว่าเขาไวกว่าหรือไม่ธอร์ก็ไม่กล้าขยับตัวมาแย้งไปจากมือเขาเสียมากกว่า ชายร่างสูงหยุดอยู่แบบนั่นจ้องใบหน้าเขานิ่งราวกับกำลังคิดว่าจะจะเอายังไงต่อไป

 

 

“เหล้าของที่นี้ไม่ทำให้ข้ามึนหรอก ส่งคืนมาเถอะทอม”เขายิ้มออกมานิดๆเมื่อได้ยินเสียงอ้อนเล็กๆของเทพสายฟ้า ซึ่งเจ้าตัวเองที่ไม่กล้าขยับมาแย้งขวดคืนไปและเขาเห็นจากสายตาคมกริบว่าธอร์กำลังกลัวว่าหากแย้งคืนมาจากเขามันจะทำให้เขาเจ็บหรือเปล่า และเพราะแบบนั่นเขาถึงอดใจเต้นกับความใส่ใจเล็กๆน้อยๆของอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ถึงเป็นแบบนั่นเขาก็ไม่ได้ใจอ่อนแม้แต่น้อย

 

 

“ไม่ธอร์ เอางี่น่ะ..นั่งฟังเพลงไปเพลินๆแล้วฉัน นายน่าจะชอบ…ฉันมีเอ่อ…เพลงที่ลุคซื้อมาให้ เปิดฟังเวลาอ่านหนังสือแล้วเพลินมาก”เขารีบเปลี่ยนเรื่องอย่างว่องไว ขณะลุกออกมาพร้อมกับขวดวิสกี้ เอามันไปวางไว้บนโต๊ะใกล้ๆพลางก้มลงเปิดเพลงที่เขาแน่ใจว่าใส่ค้างไว้ในเครื่องเล่น และพอมันเริ่มเล่นเขาก็หันกลับมามองใบหน้าคมที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าขัดใจเอามากๆที่เขาเอาแอลกอฮอล์ออกจากมือของชายหนุ่ม และนั่นท่าทางอย่างกับเด็กๆแนะ

 

 

“เจ้าเป็นคนที่สองเลยรู้ไหมที่กล้าขัดใจข้านอกจากโลกิ”เสียงทุ้มต่ำพูดออกมาอย่างไม่ค่อยจริงจังนัก ขณะที่ชายหนุ่มตัวสูงลุกขึ้นมาจากโซฟาตัวยาว เสยผมสีทองสวยไปข้างหลังอย่างไม่ค่อยใสใจนักขณะก้าวขาเดินเข้ามาใกล้เขา

 

 

“ฉันทำเพราะหวังดีน่ะธอร์”เขาบอกอย่างไม่แน่ใจ ขณะที่เผลอตัวขยับถอยหลังโดยอัตโนมัติเมื่อขายาวแข็งแรงก้าวเข้ามาประชิดตัวพร้อมกับวางดอกไม้ดอกเล็กไว้บนโต๊ะใกล้ๆ

 

 

“อย่ากลัวไปเลย ข้าไม่ได้จะทำร้ายเจ้า…”ธอร์บอกเสียงเบาเพื่อให้เขาสบายใจ เป็นเวลาเดียวกับที่เขารู้สึกถึงท่อนแขนแข็งแรงของชายตัวสูงเอื้อมออกมารั้งรอบเอวของเขา ขณะที่อีกมือหนึ่งก็เอื่อมออกมาจับมือเขาไว้จนเขาอดกลืนน้ำลายเฮือกไม่ได้เมื่อธอร์ดึงเขาเข้าไปใกล้

 

 

“เอามือวางบนไหลของข้าสิ”ธอร์บอกเบาๆ “ข้าจะสอนเจ้าเต้นรำดีไหม…เพลงที่นี้เพราะมาก แม้จะต่างจากที่แอสการ์ต เพราะข้าไม่เข้าใจว่ามันออกมาจากกล่องนั่นได้ยังไง”เขายิ้มออกมาเมื่อได้ยินชายหนุ่มบอก และเขาก็เอื้อมมือขึ้นมาวางบนไหลของอีกฝ่ายอย่างว่าง่าย

 

 

“จริงๆแล้วฉันก็เต้นรำเป็นน่ะธอร์ แต่ไม่เคยมีคู่เต้นที่ตัวโตแบบนี้”เขาบอกยิ้มๆ ขณะที่ขยับตัวตามจังหวะที่อีกฝ่ายกำหนด นึกกลัวอยู่เหมือนกันว่าจะเผลอไปเหยียบเท้าของธอร์เข้า แต่เหมือนกับคนตัวสูงเองก็คงรู้ว่าเขาเต้นไม่เก่งเท่าไหร่ จังหวะเลยค่อนข้างช้าเพื่อให้เขาตามให้ทัน แม้ว่าบางครั้งเขาจะเผลอเหยียบเท้าธอร์ไปบ้าง แต่มันก็เพียงแค่เรียกเสียงหัวเราะจากอีกฝ่ายและเสียงรัวเราะแก้เก้อของเขาเท่านั่นเอง ดวงตากลมโตสีสวยหลุบลงต่ำเพื่อมองเท้าของตัวเองและธอร์ เมื่อชายหนุ่มร่างกายกำยำเริ่มขยับเพิ่มจังหวะให้ยากขึ้นไปอีก และนั่นทำให้เขายิ่งกังวลมากกว่าเดิม

 

 

“มองข้าสิทอม..”เขาใจเต้นขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุเมื่อรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆของคนที่ตัวสูงกว่า เบารดหน้าผากของเขาในยามที่ธอร์พูด เขาจึงค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองสบตาของอีกฝ่ายที่อยู่ห่างไปเพียงแค่ไม่กี่เซนเท่านั่น จนเขารู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงลมหายใจอบอุ่นของธอร์ที่เป่ารวยรินอยู่ใกล้กับแก้มของเขา แต่ที่มันยิ่งทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงนั่นก็คือยามที่ดวงตาคมกริบจ้องมองเขาราวกับกำลังอ่านทุกๆอย่างที่อยู่ในใจของเขาว่าตอนนี้เขาคิดอะไรอยู่ ซึ่งมันทำให้เขาแทบจะหายใจไม่ออกเพราะหัวใจที่เต้นรัวจนเขาหูอื้อไปหมดในตอนนี้

 

 

“เจ้าเป็นนักเรียนที่ฉลาดมาก”เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อรู้สึกว่าธอร์กำลังก้มหน้าลงมาใกล้เขามากยิ่งขึ้น ทำให้สายตาของเขาหลุบลงต่ำมายังริมฝีปากหยักของอีกฝ่ายที่อยู่ห่างไปไม่มาก จนเขาเผลอกลั้นหายใจเมื่อเขาตัดสินใจแส่หน้าหนีมากอีกทางในยามที่ธอร์ขยับลงมาใกล้เรื่อยๆ แต่ถึงจะเป็นแบบนั่นเขาก็ยังรู้สึกถึงลมหายใจอบอุ่นของชายร่างสูงปัดผ่านอยู่ใกล้ใบหูของเขา บงบอกเป็นอย่างดีว่าถ้าหากเขาไม่ขยับหลบธอร์เองก็คงจะไม่หลบเช่นกัน

 

 

ชายหนุ่มขยับตัวอย่างไม่มันใจเล็กน้อยพร้อมกับเผลอกำเสื้อของอีกฝ่ายไว้แน่นอย่างลืมตัวในยามที่รู้สึกถึงริมฝีปากอุ่นนาบลงมาระหว่างช่วงกรามและต้นคอของเขา รอยจูบแผ่วเบากับลมหายใจร้อนมันยิ่งทำให้เขาเผลอกลั้นหายใจอย่างลืมตัว ทั้งยังหัวใจที่เต้นผิดจังหวะจนเขาแทบจะหยุดก้าวขาตามจังหวะการเต้นเนิบนามของอีกฝ่าย โดยไม่รู้ว่าธอร์ขยับเอามือของเขาทั้งสองข้างมาวางไว้บนไหลกว้างแข็งแรงของอีกฝ่ายตั้งแต่เมื่อไหร แต่ตอนนี้เขาแทบจะไม่มีสมาธิจะคิดอะไรทั้งนั่นเมื่อรู้สึกถึงริมฝีปากหยักกดลงมาเบาๆที่ต้นคอของเขาต่ำลงมา พร้อมๆกับแรงรั้งเบาๆเพื่อให้ตัวเขาขยับเข้ามาแนบชิดกับอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้นไปอีก เขาไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่ขัดขืน…พยายามขัดขืนหรืออะไรก็ได้ทำนองนั่น มันเหมือนกับในใจลึกๆเขาเองก็เพียงแค่ต้องการให้มันดำเนินไปแบบนี้เรื่อยๆก็เท่านั่น

 

 

“ธอร์..”ทอมถอนหายใจออกมาแผ่วเบาเมื่อริมฝีปากหยักยังไม่หยุดพรมจูบเบาๆลงบนลำคอของเขา และเหมือนทุกๆอย่างยิ่งดูเร้าร้อนมากยิ่งขึ้นเมื่อเขารู้สึกถึงมือหยาบอบอุ่นของชายหนุ่มที่ไล่เข้ามาในเสื้อตัวบางของเขา ขยับอย่างว่องไวจนเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าธอร์ถอดเสื้อกันหนาวของเขาออกไปกองบนพื้นตั้งแต่เมื่อไหร่ จนตอนนี้เขาเหลือเพียงแค่เสื้อยืดตัวบางๆเท่านั่น ชายหนุ่มเผลอครางออกมาแผ่วเบาในยามที่ร่างสูงใหญ่ขบกัดลงมาเบาๆบนผิวเนื้อของเขา ขยับดันตัวเขาให้ถ่อยไปจนกระทั้งติดกับตู้ขนาดสูงขึ้นมาแค่เพียงเกือบถึงช่วงเข็มขัดเขาเท่านั่น ทอมรั้งเสื้อของคนตัวสูงกว่าไว้แน่นเมื่อรู้สึกว่าตัวเองถูกดันให้ขึ้นมาอยู่บนชั้นเล็กๆ พร้อมกับรอยดูดเม้มอย่างหิวกระหายที่ดูจะมากขึ้นทุกครั้งจนตอนนี้เขารู้สึกถึงลิ้นสากระคายที่ตวัดไล่ขึ้นมาเบาๆผ่านลำคอของเขาจนถึงคาง พร้อมกับลมหายใจและเสียงครางต่ำในลำคอของคนตัวสูง ธอร์ยังคงยันตัวเองเอาไว้เพื่อไม่ให้ทิ้งน้ำหนักลงมาบนตัวของเขา ขณะที่อีกมือหนึ่งก็เอื่อมขยับขาเขาทั้งสองข้างให้อ้าออกกว้างเพื่อเกี้ยวกระวัดเอวแข็งแรงของอีกฝ่ายเอาไว้

 

 

“ธอร์…อย่า…”เขาแทบจะไม่มีแรงอยู่แล้วเมื่อมืออบอุ่นของชายหนุ่มกำลังเลิกเสื้อเขาขึ้นมาช้าๆจนเขารู้สึกถึงอากาศเย็นเฉียบมากระทบผิวตรงช่วงท้อง ชายหนุ่มหลับตาลงเมื่อธอร์ขบเบาๆลงบนลำคอของเขาอีกครั้ง ทั้งยังความรู้สึกร้อนทุกครั้งที่ร่างสูงใหญ่แนบเข้ามา และมันทำให้ทั้งคู่แนบชิดกันมากกว่าเดิมเมื่อข้างหลังของเขาเป็นกำแพงที่ทำให้ไม่สามารถขยับหลบอีกฝ่ายได้แม้แต่น้อย และมันทำให้เขาเผลอกลั้นหายใจมากกว่าเดิมเมื่อรู้สึกถึงมือหยาบที่เลื่อนผ่านหน้าท้องของเขาลงต่ำลงมายังเข็มขัดของเขา และถอดมันออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับปลดกระดุมกางเกงของเขาออกไปด้วย

 

 

“คริส..เดียว..”เขาครางออกมาแผ่วเบาในยามที่ธอร์ขยับตัวขึ้นมาจูบลงที่ข้างริมฝีปากของเขา ไล่ขึ้นมามากขึ้นเรื่อยๆ แต่เพราะคำพูดของเขาเมื่อกี่มันเหมือนทำให้เขาได้สติมากกว่าเดิม และพบว่าตอนนี้เขากำลังอยู่ในท่าทางที่ล่อแหลมมากๆ แต่สิ่งที่มันทำให้เขาตกใจยิ่งกว่าก็คือ…ความคิดของเขาเอง สิ่งที่เขาหลุดปากออกมาในยามที่ริมฝีปากหยักไล่อยู่บนตัวของเขา มันทำให้เขาออกแรงพยายามดันอีกฝ่ายออกจากตัวทันที

 

 

“ธอร์หยุดน่ะ…ไม่เอา ไม่ใช่แบบนี้..”เขาใบหน้าแดงขึ้นมาในยามที่สายตาคมตวัดขึ้นมามองเขา ก่อนที่อีกฝ่ายจะยื้นใบหน้าเขามาใกล้เพื่อจูบเขาแต่ชายหนุ่มก็สะบัดหน้าหนีพร้อมกับออกแรงพลักอีกฝ่ายออกไปจนธอร์ถอยหลังไปหลายก้าว มันทำให้เขาหอบหายใจถี่พร้อมกับใบหน้าที่แดงขึ้นมามากกว่าเดิม หัวใจของเขาเต้นแรงจนเขาแทบจะคิดอะไรไม่ออกอยู่แล้ว เขามองพื้นตรงหน้านิ่งขณะขยับตัวลงมาจากตู้โชว์ขนาดเล็ก ก่อนที่จะทำใจมองตรงไปยังชายร่างสูงใหญ่ที่อยู่ห่างไปไม่มากนัก ในสภาพที่กางเกงพอดีตัวของอีกฝ่ายถูกปลดซิปออกและเขาไม่รู้ว่าธอร์อยู่ในสภาพนั่นตั้งแต่เมื่อไหร่

 

 

“ข้าขอโทษ…ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำตัวหยาบช้าถึงเพียงนี้…อภัยให้ข้าด้วย..”ร่างสูงใหญ่กระซิบเสียงแผ่วเขา ทั่งยังหันกลับมามองเขาด้วยสายตาที่เหมือนกับเขาในตอนนี้ และเขาบอกได้เลยว่าบางอย่างในสายตาคมกริบคู่นั่น ชั่วแวบหนึ่งราวกับว่ามันไม่ได้มองเขาแต่กำลังมองเขาเป็นคนอื่น…เหมือนกับทีเขาชั่วแวบหนึ่งที่เขาคิดว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ไม่ใช่ท่านเทพแห่งสายฟ้า

 

 

“…ข้าขอโทษ…”ธอร์กลืนน้ำลายลงคอในขณะมองสบตาเขาอย่างจริงจัง “…ข้าลืมไปว่าเป็นเจ้า ชั่วแวบหนึ่งข้าคิดว่าข้า..”เสียงทุ้มต่ำเงียบลงไปราวกับตกใจตัวเองในสิ่งที่กำลังจะพูดออกมา

 

 

“วันนี้เราเหนื่อยกันมามากแล้ว นายกินวิสกี้ไปมากขนาดนั่นเป็นธรรมดาที่ต้องเมา”เขาไม่รู้ว่าเขาโกหกได้แย่ขนาดไหนจนกระทั่งตอนนี้ และเขาคิดว่าเป็นคำพูดที่งี่เง่ามากๆ แต่ดูเหมือนธอร์จะมองเขาด้วยสายตาแปลกๆแต่ก็ยอมพยักหน้าแต่โดยดี

 

 

“ข้าเห็นด้วยหากเจ้าอยากจะขึ้นไปพักผ่อน”ธอร์พูด ซึ่งมันทำให้เขารีบพยักหน้าและเดินเลี่ยงอีกฝ่ายไปทันที

 

 

“…แต่เหล้าของโลกเจ้า ไม่ได้ทำให้ข้าเมาแม้แต่น้อย สหายข้า”เขาพยายามไม่สนใจเสียงทุ้มต่ำของชายร่างสูงใหญ่ ที่บ่งบอกเป็นอย่างดีถึงสติที่อยู่ครบถ้วน เขาเพียงแค่ออกมาจากห้องนั่งเล่นนั่นและแทบจะวิ่งขึ้นชั้นสองโดยไม่สนใจว่าธอร์จะตามมาหรือไม่

 

 

 

***************************

 

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ มีคนฟลอตั้งเยอะ ดีใจ =v=

เกี่ยวกับ jrasmason

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะค่ะ บล็อกนี้จีนจะลงเป็นFictionหรือว่าเป็นAUนะค่ะ คู่หลักก็จะเป็นHiddleswothและคู่อื่นๆอีกตามแต่อารมณ์ค่ะ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบและสนุกกับนิยายที่จีนเขียนนะค่่ะ ขอบคุณค่ะ //จุ๊บๆ
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Im not Thor / Im not Loki, Z All Fiction และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s