[FIC] Hiddlesworth [ThorXLoki]#4 I am not Loki

 

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

 

 

C : Chris H. X Tom H.

R : M

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

 

********************************

 

 

 

วันนี้เป็นวันที่6แล้วที่เขาเรียกได้ว่าติดอยู่บนโลกมนุษย์นี้ เขาพยายามติดต่อกลับไปที่แอสการ์ตทุกวันและมันก็ยังคงเงียบเชียบเหมือนเดิม และทุกๆอย่างมันยิ่งดูจะหนักข้อขึ้นในสายตาของเขา เขาหวั่นไหวกับมนุษย์โลกคนหนึ่ง แต่มันคงไม่มีปัญหาถ้าหากว่าคนคนนั่นไม่ได้หน้าตาเหมือนกับน้องชายของเขาราวกับฝาแฝด เขากลัวตัวเองในหลายๆครั้งยามที่อยู่ใกล้กับทอม มันทำให้เขารู้สึกผิดมากจนไม่รู้จะทำยังไงเพราะเขานึกถึงเพียงแค่โลกิ เขาอยากสัมผัสทอมในทุกๆส่วนแต่ในหัวกลับเป็นภาพของน้องชายเขาเสียเอง เขามั่นใจว่ามันไม่ถูกต้องและผิดอย่างมากที่เขารู้สึกอย่างนี้ เขามั่นใจว่าเขาได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างจากทอม เขารู้ว่าเวลาที่ทอมเขิน แม้ว่าเจ้าตัวจะหลบหน้าเขาและแกล้งทำเป็นพูดเรื่องอื่น แต่เขาก็ยังรู้อยู่ดีว่าเขาทำให้ชายหนุ่มตัวเล็กกว่าหวั่นไหวยังไงบ้าง เขาชอบทอมที่เป็นแบบนี้แม้หลังจากคืนนั่น ทอมจะไม่ยอมพูดถึงเรื่องที่เขาทำตัวแบบนั่น แต่ทุกอย่างเหมือนจะกลับมาสู่ปกติแค่ว่า…ไม่พูดถึง

 

 

และวันนี้ก้เป็นอีกวันหนึ่งเช่นกัน ทอมถูกปลุกให้แต่งตัวและทานอาหารแต่เช้าเพราะต้องไปให้สัมภาษณ์และคุยงานการถ่ายแบบ เขาอยากไปด้วยและไม่อยากอยู่ที่บ้านนี้คนเดียว ซึ่งเขาก็ไม่ได้อยู่บ้านๆจริงๆเพราะมีสาวคนหนึ่งโทรมาหาเขาและเขารู้จากหลายๆคนว่าเธอเป็นภรรยาของเขา…ของคริส และเขาต้องใช่เวลานานมากเพื่อไม่ให้เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่สามีของเธอ แถมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอชื่ออะไร แต่ทุกอย่างมันดูจะผ่านไปด้วยดีเพราะเธอตัดสินเอาว่าเขาทำงานหนักจนไม่ได้นอนเลยค่อนข้างมึนๆนิดหน่อย แถมยังถูกผู้ชายคนหนึ่งที่แสดงตัวว่าเป็นผู้จัดการของเขากึ่งบังคับให้เขาไปให้สัมภาษณ์ในสิ่งที่เขาไม่รู้ เขาไม่อยากอยู่ที่โลกนี้นานกว่านี้แม้อีกเพียงวันเดียว เขาจะประสาทเสียกับอะไรก็ตามที่มีแสงสีขาวจ้าๆออกมาตลอดเวลา บังคับให้เขายิ้มและหัวเราะทั้งๆเป็นคำถามที่เขาไม่เข้าใจเลย วันนี่เขาลำบากมากและเขาคิดถึงทอม ถ้ามีชายหนุ่มอยู่ใกล้ๆเต็มทีเขาก็ทำเพียงแค่ยิ้ม เขาไม่เข้าใจงานของทั้งคู่เลยจริงๆ และเขาไม่อยากทำอาชีพนี้ด้วยแม้แต่น้อย

 

 

และพอตกเย็นเขาทำให้มั่นใจว่าเขาแยกเขี้ยวใส่ทุกคนที่พยายามมาขอร้องให้เขาทำอะไรก็ตามที่เขาเหนื่อยมาทั้งวัน ทำให้มั่นใจว่าคนพวกนั่นจะไม่ยุ่งกับเขาอีกและบังคับให้ผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนรอเขาอยู่ข้างรถยนต์พาเขาไปหาทอม เขาไม่รู้ว่าทอมอยู่ไหนแต่ต้องพาเขาไปหาทอมไม่งั้นเขาจะพังทุกอย่างทีขวางหน้าให้เละไม่มีชิ้นดี และเหมือนมันจะได้ผลเมื่อในที่สุดเขาก็มายืนอยู่หน้าร้ายอาหาร ข้างในมีคนไม่มากนักและเขาเห็นทอมนั่งอยู่ตรงนั่นพร้อมกับกระดาษปึกหนาๆในมือ ท่าทางของทอมดูเหนื่อยมากๆและเขาเริ่มคิดแล้วว่าบางทีงานแบบนี้คงไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวที่เหนื่อย

 

 

“คริส..นาย-“ทอมอ้าปากค้างเล็กน้อยเมื่อยามที่เขารั้งอีกฝ่ายให้ยืนขึ้น เขามองใบหน้าที่เหว่อขึ้นเล็กน้อยพลางหันมองไปรอบๆอย่างกังวล

 

 

“ข้าไม่ชอบทีนี้ทอม ข้าถูกบังคับให้ทำอะไรหลายๆอย่างที่ข้าไม่รู้…คนพวกนั่นถามคำถามข้าและบอกข้าว่าอย่าตอบทั้งหมด เขาบอกให้ข้าเล่าให้ฟังว่าหนังเรื่องใหม่มีอะไรบ้าง แต่บอกข้าอีกว่าอย่างเล่ารายละเอียด! ข้าเกลียดทีนี้ทอม ข้าจะไปจากทีนี้และเจ้าต้องไปกับข้า”เขาพูด

 

 

“อะไรน่ะ? เดียวธอร์ ฉันไปไม่ได้ตอนนี้ฉันคุยงานถ่ายแบบ-“ทอมเงียบลงไปเมื่อเงยหน้าขึ้นมาพบว่าเขากำลังจ้องเป้งอยู่

 

 

“ข้าขอบังคับให้เจ้าไปกับข้า ไม่งั้นข้าจะเดินไปบีบคอใครก็ตามที่รั้งเจ้าไว้ทีนี้”เขายกมือขึ้นมาเพื่อเรียกโยเนียล อาวุธคู่ใจของเขาให้มาทีนี้นั่นทำให้ทอมอ้าปากค้างเล็กน้อย

 

 

“ธอร์คือ..คือฉันมีเรื่องสำคัญจริงๆน่ะ”ทอมพยายามพูด “ฉันต้องอ่านบท มันทำให้ฉันไปไม่ได้..ไหนนายบอกติดต่อกลับไปที่บ้านไม่ได้ไง แล้ว แล้ว…”ทอมพยายามพูดให้เขาเปลี่ยนใจแต่

 

 

“ถ้ากระดาษนั่นสำคัญ เจ้าเอามันไปด้วยก็ได้”เขาบอกอีก ซึ่งทอมแทบจะถลึงตาใสเขา

 

 

“ธอร์หยุด!! โอเคไหม…นี่มันกลางเมือง ถ้านายพาฉันเหาะไปหรืออะไรก็ตาม ทุกคนจะต้องเห้นและแตกตื่น ยังไงถ้าเราไปที่หลังร้าน-“เขาพยักหน้าเขาใจทันที ขณะที่กึงจูงกึงดึงให้ทอมเดินตามมา แม้ว่าจะมีลูกค้าอยู่บ้างแต่เขามั่นใจว่าพวกเธอคงคิดว่าเขาแค่ซ้อมบทละครเท่านั่น และในที่สุดเขาและทอมก็มายืนอยู่ที่หลังร้านอาหาร เป็นแค่ซอยเล็กๆที่ไม่มีคน เงียบเชียบและมันทำให้ทอมดูจะตื่นตกใจมากกว่าเดิมเมื่อเขาขยับแขนเพื่อเร่งให้อาวุธของเขามาเร็วมากยิ่งขึ้น ก่อนที่ทอมจะตาโตขึ้นมาเมื่อเห็นโยเนียลกระแทกเขาใส่มือเขาอย่างพอดีจนเกิดลมจากแรงกระแทกเล็กน้อย

 

 

“ธอร์..ฉันกลัวความสูง เรานั่งรถไปก็ได้ถ้าบอกลุคให้-“เขาจัดการทำให้ทอมเงียบลงไปเมื่อรั้งชายหนุ่มให้เข้ามาใกล้อย่างไม่ทันตั้งตัว เขากระชับวงแขนไว้แน่นรอบเอวของอีกฝ่าย มองขึ้นไปบนฟ้าเพื่อคำนวณทิศทางทีจะไปก่อนจะออกแรงเหวี่ยงให้โยเนียลหมุ่นอย่างแรง เขามั่นใจว่าเขาทนไม่ไหวแล้วกับเรื่องวุ่นวาย เขากลับไปแอสการ์ตไม่ได้เต่เขามั่นใจว่าบนโลกนี่อย่างน้อยๆก็มีที่ที่ทำให้พวกเขาอยู่อย่างสงบๆได้บ้าง ทีที่ไม่มีคนมาคอยถามคำถามและถ่ายรูปเขาจนแสบตา

 

 

“จับข้าเอาไว้ให้แนนทอม ข้าไม่อยากทำเจ้าหล่นลงไประหว่างทาง”เขานึกอดขำไม่ได้เมื่อเห็นใบหน้าหวานนั่นแสดงออกมาชัดเจนถึงความกลัวจนถึงขั้นซีดเล็กน้อย แต่เขาก็รู้สึกได้ทันทีถึงมือทั้งสองของชายหนุ่มที่กำอยุ่ที่หน้าอกเขาแน่นราวกลับกลัวจะตกเมื่อยามที่ทั้งคู่พุ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้าอย่างรวดเร็วจนทิ้งไว้เพียงแค่ลมเล็กน้อยเท่านั่น เขานึกเขาทอมจริงๆที่สภาพตอนนี้เกาะเขาเอาไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม บางทีทอมอาจจะไม่รู้แต่เขาไม่มีวันปล่อยมือจากคนในอ้อมกอดเด็ดขาด เพราะการทำให้ทอมได้รับอันตรายถือว่าเป็นเรื่องสุดท้ายเลยที่มันจะเกิดขึ้น

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

ทอมแทบจะทรุดลงมาเมื่อในที่สุดทั้งคู่ก็มาถึงที่ไหนซักแห่งหนึ่ง ซึ้งเขาไม่แคร์และไม่สนแม้แต่น้อย เขาขอให้เป็นที่ไหนบนโลกก็ได้ที่พาเขาลงมายืนบนพื้นดินได้ซักที เพราะเสียงกระแทกดังตึงมันทำให้เขาค่อยๆลืมตาขึ้นมาและขยับตัวเล็กน้อยในยามที่ธอร์ค่อยๆดันเขาให้ลงมายืนบนพื้น ถ้าไม่ติดที่ว่ามีท่อนแขนของอีกฝ่ายอยู่ละก็เขาคงล้มไปนั่งบนพื้นแล้วแน่ๆ ทอมหอบหายใจเล็กน้อย มองสำรวจรอบตัวอย่างตื่นๆและมันเป็นเพียงแค่ชายหาดที่เป็นหินกรวดขนาดเล็กสีเข้ม เบื่องหน้าเป็นทะเลาที่ไกลสุดลูกหูลูกตากับท้องฟ้าที่หม่นลงเพราะเมฆฝนและฟ้าฝ่าเพียงเล็กน้อยเท่านั่น เขาอดขยับแขนเพื่อกระชับความอบอุ่นไม่ได้กับลมทะเลเย็นเฉียบที่พัดเข้ามา เขายังคงมองอย่างงุนงงไปรอบๆเพราะเขาไม่รู้จริงๆว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ชายหนุ่มกลืนน้ำลายเฮือกเมื่อหันมาพบกับป่าสนขนาดใหญ่อึมครึมอยู่ที่ด้านหลัง ตอนนี้เขารู้สึกยิ่งกว่าถูกปล่อยเกาะเสียอีก

 

 

“ธอร์..ที่นี่ที่ไหน”เขาอ้าปากถามออกไป ทำให้อีกฝ่ายทำท่าจะตอบ “ไม่-ไม่ต้องตอบ ไม่เป็นไร”เขาพูดขัดขึ้นมาเพราะเขาคิดว่ามันคงจะดีกว่าหากเขาไม่รู้ว่าเขาบินผ่านอากาศมาใกล้และเร็วแค่ไหน เขาค่อนข้างยินดีจะหลอกตัวเองว่าตอนนี้เขาอยู่ที่อเมริกา ไม่ก็อังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่ง

 

 

“ข้าคิดว่าบางทีเจ้าอาจจะชอบ ทีนี้ดูเงียบสงบดีมาก ไม่วุ่นวายเหมือนทีที่เจ้าอยู่”ธอร์บอก ซึ่นนั่นทำให้เขาขำออกมาเบาๆ

 

 

“บอกฉันทีว่าฉันจะกลับไปที่เดิมได้..ที่หลัง”เขาถอนหายใจยาวออกมา

 

 

“ข้าสัญญาว่าข้าจะพาเจ้ากลับไปส่งอย่างปลอดภัย แค่ตอนนี้มาพักผ่อนกับข้าก็เท่านั่น”เขาหลี่ตามองอีกฝ่ายที่ขยับเข้ามาใกล้ด้วยรอยยิ้ม บางอย่างมันบอกเขาจากรอยยิ้มนั่นว่าเขาไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องกังวลอีกแล้วหากว่าอีกฝ่ายอยู่ใกล้ และมันทำให้เขายิ้มออกมาโดยที่ก้มหน้าลงไปเพราะหลบสายตาคมที่มองมายังเขา

 

 

“แล้วเราจะทำอะไรกันดี…ทะเล ก้อนหิน ป่าสน..ฉันไม่รู้ว่าทีนี้ที่ไหนแต่ดูจากท้องฟ้าแล้วฉันมั่นใจว่านี่น่าจะเย็นมากแล้ว”เขาบอก ซึ่งมันทำให้ธอร์เงยหน้ามองท้องฟ้า

 

 

“ข้าว่าพระอาทิตย์ตกไปนานแล้ว อีกไม่นานก็จะมืดทั้งหมด”เขาเลิกคิ้วเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำบอก ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ได้มีความรู้สึกรู้สาเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องที่จะมาทำเฉยๆได้…ตอนนี้เขามีแค่เสื้อเชิ้ตบางๆสีขาวกับกางเกงผ้าบางๆสีดำและรองเท้าหนัง กับกระดาษสคิปที่ยับยู่ยี้อยู่ในมือ เขาหนาวมากในตอนนี้และเขาสาบานได้ว่าอุณหภูมิขนาดยังไม่มือยังเย็นขนาดนี้ ถ้ามืดแล้วเขาต้องแข็งตายแน่ๆ นี่ยังไม่รวมลมทะเลและป่าจากด้านหลังอีก เขามั่นใจว่าเขาน่าจะแข็งตายภายในชั่วโมงนี้ด้วยซ้ำ

 

 

“ธอร์…เราจะ…เราจะกลับไปที่บ้านฉันเมื่อไหร่ บางทีนายอาจจะอยากชมทะเลเสร็จแล้วก็กลับ”เขามองชายหนุ่มที่ยืนหันหน้าท้าทะเลและสายลมด้วยดวงตาที่เปี้ยมด้วยความหวัง ธอร์อยู่ในชุดกางเกงยีนต์ เสื้อยืดสีดำทับด้วยแจ็กเก็ตหนัง แน่นอนว่ามันคงอุ่นว่าเสื้อผ้าเขาแน่ๆ

 

 

“เราจะค้างคืนทีนี้”เขาแทบจะอ้าปากค้างเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูด

 

 

“ขอโทษน่ะธอร์!”เขาเริ่ม “นายอาจจะไม่สังเกตเท่าไหร แต่ทีนี้ไม่มีอาหารและไม่มีน้ำ ไม่มีที่นอน ไม่มีไฟฟ้า และฉันหนาวมากในตอนนี้ สาบานได้เลยว่าถ้าหากนายไม่พาฉันกลับไปหรือทำอะไรก็ได้ในครึ่งชั่วโมงนี้ฉันต้องแข็งตายแน่ๆ”เขาร้องออกมาอย่างจนปัญญา เพราะจากสิ่งที่เขาเรียนรู้คือธอร์เป็นคนที่หัวดื่อมากๆ และไม่ยอมทำอะไรที่คนอื่นสั่งแน่ๆยกเว้นแต่ตัวเองอยากจะทำ และเขามั่นใจว่าถ้าธอร์ไม่ยอมทำอะไรซักอย่างเขาคงได้ขนาวตายจริงๆ

 

 

“เจ้าหนาวหรือ?”เขาครางเบาๆเมื่อได้ยินชายหนุ่มถาม และนี่คงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่พวกเทพเองน่าจะมีปัญหาหรือไม่ก็คงเพราะมีผิวที่แข็งแรงกว่าคนทั่วไป

 

 

“ธอร์ ฉันเป็นมนุษย์ธรรมดาๆน่ะ โอเคไหม”เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ชายหนุ่มใจอ่อนอย่างถึงที่สุด และมันเหมือนจะได้ผลเมื่อธอร์เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับถอดเสื้อแจ็กเก็ตออกและมาคลุมให้เขา ด้วยสีหน้าสำนึกผิดจนเขาอดหน้าแดงไม่ได้ ยิ่งเพราะความอบอุ่นที่ยังคงอยู่ในแจ็กเก็ตหนังมันยิ่งทำให้เขาหน้าแดงไปใหญ่

 

 

“ข้ามั่นใจว่าข้าเห็นบ้านคนอยู่ฝั่งนั่น ข้าจะไปถามดูว่าเราจะขอผ้าห่มได้ไหม”ธอร์บอก “เจ้ารออยู่ตรงนี้น่ะ”เขาอ้าปากค้างขึ้นมาเมื่อได้ยินธอร์พูด เยี่ยม! ทิ้งเขาไว้คนเดียวในทีแบบนี้เนี่ยน่ะ แล้วทำไมพวกเขาถึงไม่ไปหาทีอยู่ที่ดีกว่านี้ โรงแรมแถบไมอามี่บีช ฮาวาย หรืออะไรก็ได้ทีมีคน ไม่ใช่มาขอเคาะประตูตามบ้านเพื่อหาที่นอนแบบนี้

 

 

“อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว”เขารีบเอื่อมมือออกไปรั้งท่อนแขนแข็งแรงของธอร์เอาไว้ ทำให้อีกฝ่ายหันมามองเขาด้วยสายตาที่แทบไม่ปิดบังแววขบขันไว้เลย แถมยังรอยยิ้มหล่อร้ายที่มองสำรวจตัวเขานั่นอีก มันยิ่งทำให้เขาแทบจะหลบสายตาคมไม่ทัน

 

 

“เจ้าขี้กลัวเกินไปแล้ว ข้าไม่ยอมให้มีอะไรมาทำอันตรายเจ้าหรอก มากับข้าสิ..”เขาหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจเล็กน้อยแต่ก็ยอมเดินตามชายหนุ่มไปอย่างว่าง่าย

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

 

ตอนนี้ทั้งเขาและธอร์มาอยู่ชายทะเลเหมือนเดิม แต่ต่างกันตรงที่ว่าโชคดีอย่างยิ่งที่บ้านพักหลังเล็กที่เขาไปเจอนั่น เป็นบ้านของคู่สามีภรรยาคู่หนึ่ง ทั้งคู่ดูแปลกใจมากๆที่เจอธอร์และเขายืนอยู่หน้าบ้านในยามเย็น เขามั่นใจว่าทั้งสองคนไม่ได้ใช่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาพูด เพราะมีเพียงภรรยาเท่านั่นที่พอจะคุยกับพวกเขารู้เรื่อง ซึ่งเขาอธิบายไปว่าพวกเขาสองคนถูกปล้นและหลงทางมา อยากจะขอที่พักและอาหารซักมือ…และตัวเขาเองก็เกลียดความคิดนี้มากๆถ้าไม่ติดที่ว่าธอร์ชอบและไม่ยากกลับก็เท่านั่น เจ้าตัวดูจะถูกใจกับปืนล่าสัตว์และหัวกวางที่แขวนอยู่บนกับแพง และดูเหมือนจะพอคุยกันรู้เรื่องกับชายแก่ที่เป็นสามีในเรื่องการใช้ปืนและธนู ต่างกับเขาที่อยากจะร้องไห้เล็กน้อยเมื่อเห็นว่าลุคโทรมาหลายสายหนึ่งที่ทำให้เขายินดีคือมันยังพอมีสัญญาณโทรศัพท์อยู่บ้าง และสองคือเขาต้องฟังลุคบ่นจนหูชาก่อนที่โทรศัพท์จะตัดไปในที่สุดเพราะไม่มีสัญญาณ เขาอยากกลับบ้านมาก แต่บางอย่างมันก็เหมือนกับไม่ทำให้เขาอยากกลับ

 

 

เขารู้สึกเหมือนได้พักผ่อน ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาคอยถ่ายรูปเขา ไม่ต้องวางตัวดูดีตลอดเวลา..ถึงแม้ว่าเขาอาจจะไปพักผ่อนแถบๆบ้านพักตากอากาศหรือโรงแรมได้ แต่ว่าเขาก็ยังต้องระวังตัวอยู่ดี เขามั่นใจว่าคุณป้าเจ้าของบ้านบอกเขาในเชิงว่าจะพาเขาเข้าเมืองไปหาตำรวจในวันพรุ่งนี้ เขามั่นใจว่ามันอาจจะมีปัญหาเล็กน้อยหากว่าเขาตอบตำรวจไม่ได้ว่าพวกเขามากันยังไง เขาเลยบอกธอร์ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเด็ดขาดที่สุดเท่าที่จะทำได้ว่าพรุ่งนี้ไม่ว่ายังไงก็ต้องพาเขากลับบ้าน และเขาก็ได้รับคำตอบรับที่ไม่รู้ว่าเชื่อถือได้แค่ไหนมาจากริมฝีปากของอีกฝ่าย หลังจากทานข้าวและตกลงเสร็จว่าเขาและธอร์จะนอนกางเต้นท์อยู่นอกบ้าน ไม่สร้างความรบกวนแต่ว่าเพราะคุณลุงไม่อนุญาติและให้เหตุผลว่าข้างนอกมีหมีและมันไม่ปลอดภัย เขาเลยได้นอนในห้องเก่าของลูกชายของทั้งคู่พร้อมกับธอร์ ซึ่งเตียงมันเล็กมากจนเขามั่นใจว่าเบียดกันไม่ได้แน่ๆ

 

 

“เจ้าชอบที่นี้ไหม”เขาหันมามองใบหน้าหล่อเหลาของธอร์ที่อยู่ข้างๆ

 

 

“ข้าแค่อยากให้เจ้าพักผ่อนบ้าง ข้าเห็นคนพวกนั่นตามติดเจ้าตลอดเวลา ข้าแทบไม่เห้นเจ้าได้พักจริงๆเลยยกเว้นตอนที่อยู่ในบ้านหรือตอนเจ้านอน บางทีข้าอาจจะเอาแต่ใจเกินไปที่พาเจ้ามาที่นี้”ธอร์พูดต่อ

 

 

“จริงๆมันก็น่าสนุกดี ไม่รู้สิ…ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน”เขาว่ายิ้มๆ

 

 

“เจ้าชอบทะเลไหม?”เขาเงยหน้าขึ้นมองตรงไปยังเบื่องหน้า มีเพียงแค่สายลมเอื่อยๆและเสียงน้ำทะเลพัดเข้าหาชายฝั่งเท่านั่น ทุกอย่างแทบจะมืดสนิทจนเห็นเพียงเงาสะท้อนระยิบจากแสงจางๆบนฟ้าลงสู้น้ำทะเลสีดำสนิท

 

 

“ชอบสิ มันสวยออกจะตาย…แต่พอตอนกลางคืนไม่มีแสงมันก็เลยดูน่ากลัว”เขาถอนหายใจนิดๆขณะกระชับเสื้อให้เข้ามาแนบตัวกว่าเดิมเพื่อสร้างความอบอุ่น เขาเห็นธอร์หันมายิ้มให้เขาก่อนที่เจ้าตัวจะลุกขึ้น ยื้นมือออกมาเพื่อเรียกอาวุธของตัวเองจนเขาเห็นว่ามันลอยมาจากทางไหนซักทางเข้าสู่มือหยาบแข็งแรงของอีกฝ่าย ธอร์มองค้อนในมือด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกนัก ก่อนจะหันมามองหน้าของเขา ทำให้เขาได้สบดวงตาคมสีฟ้าใสที่มีแววขี้เล่นฉายออกมาเล็กน้อย

 

 

“ข้าจะทำอะไรให้เจ้าดู มานี่สิ..”เขาค่อยๆขยับลุกขึ้นมาอย่างไม่มั่นใจนัก ขยับตัวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มแต่ก็เว้นระยะห่างเอาไว้มากพอสมควร ธอร์ขยับตัวเพียงเล็กน้อยเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีอันตรายใดๆเกิดขึ้นกับเขา ก่อนที่ท่อนแขนแข็งแรงจะออกแรงเหวี่ยงโยเนียล สะบัดมันเป็นวงกลมเรียกลมแรงและเสียงดังในทุกครั้งที่มันขยับแหวกอากาศอย่างรุนแรง ตามมาด้วยเมฆฝนสีดำทะมึนที่ก่อตัวมากยิ่งขึ้นอย่างน่ากลัวอยู่เหนือทะเลสีดำ เกิดลมแรงขึ้นมาในทุกครั้งที่ธอร์เหวี่ยงโยเนียลให้แรงขึ้นจนเขาเผลอตัวขยับเข้าไปใกล้กับทะเลมากยิ่งขึ้นเพื่อดูสิ่งที่เกิดขึ้นทุกๆอย่างอย่างเต็มๆตา ทั้งท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีและเสียงดังกังวานยามทีมันคำรามตอบรับสิ่งที่เทพเห็นสายฟ้ากำลังทำอยู่

 

 

 

 

 

เปรี้ยง!!!!

 

 

 

 

ทอมกลืนน้ำลายเฮือกเมื่อเห็นสายฟ้าเส้นแรกผ่าลงมาเรียกเสียงดังลั่นไปทั่วท้องทะเล จนเขาอดสะดุ้งเฮือกขึ้นมาไม่ได้ มือเรียวขยับรั้งเสื้อแจ็กเก้ตให้กระชับตัวมากยิ่งขึ้นเพื่อกันลมหนาว ขณะที่ธอร์ยังคงหมุนโยเนียลเร็วขึ้นอีกจนเขาเริ่มกลัวเพราะตอนนี้ท้องฟ้าน่ากลัวจนเขาอยากจะวิ่งหลบเข้าไปในบ้าน และไม่นานเขาก็ต้องสำดุ้งเฮือกเมื่อสายฟ้าอีกสองสายผ่าลงมาพร้อมกันเรียกเสียงดังลั่นจนเขาเผลอก้าวขาถอยหลัง สายตาสีเขียวสวยมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างอดทึ่งไม่ได้โดยไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่าธอร์หันมามองเขาก่อนที่ชายหนุ่มตัวสูงใหญ่จะหันกลับไปเหมือนเดิม

 

 

 

 

เปรี้ยง!!!!!!

 

 

 

 

ทอมแทบจะกระโดดหลบในยามที่ธอร์ชูโยเนียลขึ้นไปบนฟ้าเรียกเสียงคำรามดังลั่นอย่างน่ากลัวมาจากเมฆสีดำทะมึนที่ปรากฏอยู่ทั่ว พร้อมกับสายฟ้าสีขาวที่ผ่าลงมาพร้อมๆกันเหนือทะเลสีดำ เรียกเสียงดังกึก้องและเสียงคำรามทั้งยังลมที่พัดอย่างแรงจนเขาเผลอขยับตัวเล็กน้อยอย่างไม่สะบายใจ เขากลืนน้ำลายเฮือกเมื่ออดยอมรับไม่ได้ว่าสิ่งที่เห็นมันดูสวยมากเกินกว่าที่เขาจะจิตนาการได้ แต่ก็แผ่งไปด้วยความน่ากลัวมากเช่นกัน จนชั่วขณะหนึ่งท้องทะเลในยามกลางคืนเปลี่ยนเป็นสีขาวด้วยแสงสะท้อนจากสายฟ้าที่ฟาดลงมา และเมื่อธอร์หยุด ทุกอย่างก็หยุดลงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน เมฆสีดำค่อยๆสลายตัวไปช้าๆพร้อมกับทุกสิ่งที่กลับมาสู่ความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์อีกครั้ง

 

 

“…เจ้าชอบไหม”เขาอดสะดุ้งไม่ได้เมื่อจู่ๆได้ยินเสียงทุ่มต่ำดังมาจากข้างๆ เขาไม่รู้ตัวเลยว่าธอร์เดินมาใกล้เขาตั้งแต่เมื่อไหร มันทำให้เขากลืนน้ำลายเฮือกประมวลสถานการณ์อย่างระเอียด เพื่อคิดหาคำพูดที่คิดว่าน่าจะดูดีทีสุด หรืออย่างน้อยก็อธิบายความรู้สึกของเขาได้บ้าง

 

 

“มัน…มันสวยมากธอร์..”เขายิ้มออกมา “มัน..ไม่รู้สิ แค่มันน่ากลัวไปหน่อยแต่มันสวยมากจริงๆ”เขาอ้าปากเพื่อพูดอะไรต่อไป แต่ก็ทำได้เพียงแค่อ้าปากอยู่แบบนั่น ซึ่งชายหนุ่มเองก็ยิ้มออกมาอย่างพออกพอใจ

 

 

“ข้าดีใจที่เจ้าชอบ โลกิไม่เคยพอใจในอะไรก็ตามที่ข้าทำได้”เขาหันไปมองหน้าของอีกฝ่ายในยามที่ธอร์พูดถึงน้องชาย

 

 

“ที่มันสวยเพราะนายตั้งใจจะทำให้ฉัน”เขาว่า “นายทำเพราะอยากให้โลกิชอบ หรือทำเพราะว่านายทำได้กันแน่”เขาไม่รู้ว่าพูดออกไปทำไม แต่แค่บางอย่างเขารู้สึกว่าไม่อยากให้ธอร์ทำอะไรแบบนี้ให้เขา ระหว่างที่คนที่ควรได้รับที่สุดอาจจะไม่เคยได้รับ

 

 

“บางทีข้าก็ไม่แน่ใจนัก ทอม…ทำให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าข้าเก่งกาจแค่ไหน หรือทำให้เขาเพราะอยากเอาอกเอาใจ ข้าไม่รู้ทอม..”ธอร์บอก ในขณะที่ขยับตัวมายืนอยู่ตรงหน้าเขา มือหนึ่งเอื่อมออกมายังมือของเขาที่เผลอกำสื้อของตัวเองไว้แน่นในยามกอดอก พร้อมกับขยับมันขึ้นมากุมไว้หลวมๆ

 

 

“ข้าทำเพื่อให้เจ้ามีความสุข”ธอร์พูด “ข้ามั่นใจว่าความรู้สึกของข้าบางอย่าง อยากจะให้เจ้ามีความสุขและเห็นข้าดีในสายตาเจ้า”ธอร์บอกยิ้มๆก่อนจะยกมือของเขาขึ้นจรดริมฝีปากของอีกฝ่าย รอยจูบแผ่วเบามันทำให้เขาเผลอตัวยิ้มออกมา…เขาดีใจมาก แต่ในความรู้สึกนั่น อะไรบางอย่างมันตะโกนใส่ก้นลึกของจิตใจของเขาว่ามันไม่ใช่..ไม่ใช่แบบนี้

 

 

“นายกำลังจีบฉันใช่ไหม?”เขาแกล้งถามออกไปยิ้มๆ ซึ่งทำให้ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นมา

 

 

“การเกี้ยวพา ข้าไม่เคยเรียกสายฟ้าให้ใครดุมาก่อนเลย เจ้าเป็นคนแรก..”เขาหัวเราะเบาๆให้กับชายหนุ่มที่ยิ้มให้เขา แต่ก่อนที่เขาจะทำอะไรเขาก็ได้ยินเสียงคุณป้าตะโกนมาไกลๆจากในบ้านไม้ว่าให้เขาทั่งคู่เข้ามาในบ้านได้แล้ว เพราะพายุอาจจะกำลังมา และนั่นเองที่ทำให้เขารั้งมือออกจากการจับกุมของธอร์อย่างรวดเร็วและเดินไป ไม่ได้สังเกตแม้แต่นิดในยามที่ธอร์เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั่นยืนมองอุ้งมือของตัวเองที่เคยกุมมือเขาไว้

 

 

“มาเร็วเข้าคริส..”เขาตะโกนเรียกออกไปในยามที่วิ่งกลับไปที่บ้านพัก และคำพูดนั่นเองที่ทำให้เทพแห่งสายฟ้าเพียงแค่มองตามหลังเขามาเท่านั่น

 

 

“ข้าไม่ใช่เขา…ทอม”

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

ธอร์มองดูเพื่อนร่วมชะตากรรมของเขาที่ตอนนี้กำลังปูผ้าอย่างแข็งขันอยู่บนพื้นไม้ ตอนนี้เขาทั้งคู่มาอยู่ในห้องนอนของลูกชายสองสามีภรรยา มันเล็กเกินกว่าจะอยู่สองคนจริงๆ แต่เขาก็ไม่อยากทำตัวเป็นปัญหาต่อผุ้มีพระคุณทั้งสองคน เขาจึงได้แค่ยืนนิ่งๆอยู่ตรงประดู มองดูมือเรียวขาวของชายหนุ่มขยับอย่างชำนาน ตอนแรกเขาคิดว่าจะได้นอนสองคนเสียอีกแต่เพราะเตียงมันเล็กเกินไปต่างหากเลยทำให้ต้องปูผ้าเพิ่มแบบนี้ ซึ่งเขาไม่เคยนอนพื้นมาก่อนเลยชั่วชีวิต เตียงนอนของเขาถูกทำขึ้นมาจากทองคำ…ผ้าขนสัตว์อย่างดีที่อบอุ่นและใหญ่โตมากพอจะให้คนตัวใหญ่แบบเขากลิ่งเล่นได้ และห้องนี้มันทำให้เขาปวดหัวมากจริงๆจนอยากจะขอออกไปนอนข้างนอก ที่เขากลัวคือหากตกกลางคืนเขาจะนอนดิ้นจนไปทับทอมให้แบนติดพื้นต่างหาก

 

 

“เสร็จแล้วธอร์ นายนอนข้างบนน่ะ เดียวฉันนอนนี้เอง”เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยในยามที่ได้ยินทอมพูด

 

 

“ไม่..ไม่ เจ้าขึ้นไปนอนข้างบนเถอะ ข้านอนข้างล่างเอง”เขาว่า “ข้างบนมันมีที่มากกว่า ข้าพาเจ้ามาลำบากอย่างน้อยๆก็อยากให้เจ้านอนสบายกว่าข้า”เขายิ้มให้ทอมและใช่โอกาสนั่นล้มตัวลงนอนทันทีจนชายหนุ่มที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงพื้นเลิกคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อจู่ๆเขาก็ลงไปนอนอย่างไม่รอคำตอบ

 

 

“เจ้าชายนอนพื้นได้ด้วยหรือ?”ร่างสูงใหญ่ขยับตัวเพื่อหันมามองหน้าคนที่อยู่ข้างๆดีๆ ใช้โอกาสนั่นรั้งมือนุ่มของชายหนุ่มเข้ามากุมไว้หลวมๆ

 

 

“ข้านอนที่ไหนก็ได้เพื่อเจ้า”เขาว่านั่นทำให้ใบหน้าหวานแดงขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่มือเรียวจะรั้งออกไปและเปลี่ยนมาเป็นลูบผมของเขาเบาๆ

“ปากหวานเกินไปแล้ว”เขาหลับตาลงน้อยๆในยามที่รู้สึกถึงมืออบอุ่นของชายหนุ่มที่ลูบแผวเบาอยู่บนผมของเขาและลงมายังสันกรามแข็งแรง

 

 

“อันที่จริงข้าก็อยากให้เจ้าลงมานอนเขียงข้างข้า เจ้าเห็นว่ายังไง…”เสียงทุ้มต่ำถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ซึ่งนั่นทำให้มือนุ่มชะงักเล็กน้อย

 

 

“แบบนั่นคงไม่ดีเท่าไหรหรอกธอร์ มันค่อนข้างอันตราย…และฉันคิดว่านายน่าจะนอนลำบาก”เขาลืมตาขึ้นมาน้อยๆเมื่อได้ยินเสียงของอีกฝ่ายพูด ทำให้เขาสังเกตเห้นว่าดวงตากลมสีสวยมันกำลังจ้องเขาอยู่ด้วยคำถามบางอย่างที่ปรากฏอยู่ในนัยน์ตาคู่นั่น

 

 

“ข้ามั่นใจว่าข้าชอบเจ้ามาก”เขาบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้าแอบเฝ้ามองเจ้ามาตลอด และข้ามั่นใจว่ามันไม่มีเรื่องเสียหายและไม่เหมาะไม่ควรอะไรทั้งนั่นหากทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของเรา”เขาบอกอีก วึ่งมันทำให้ทอมแส่หน้าไปอีกฝั่ง

 

 

“งั้นนายรู้สึกยังไงกับฉันล่ะธอร์?”เขากลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นมานั่งดีๆ มองใบหน้าหวานที่ฉายแววสับสนออกมาเล็กน้อย

 

 

“ข้ารักเจ้า…ข้ารักทุกๆอย่างที่เป็นเจ้า ใบหน้าของเจ้า ผิวขาวเนียนของเจ้า น้ำเสียงเจ้า”เขาลูบอย่างแผ่วเบาลงบนใบหน้าหวานได้รูปของอีกฝ่าย ทำให้ดวงตากลมโตสีเขียวช้อนขึ้นมามองเขา บางอย่างในนั่นราวกับตบใบหน้าเขาอย่างจังจนเขารู้สึกเจ็บขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก…ราวกับเขากำลังทำผิด เขากำลังโกหก และที่แย่กว่านั่นคือเขาไม่รู้ว่าเขากำลังโกหกตัวเองหรือโกหกทอมกันแน่

 

 

“สิ่งที่ฉันอยากรู้คือนายรู้สึกยังไงกับฉัน…และฉันมั่นใจว่าสิ่งที่นายกำลังบอก มันทำให้ฉันไม่รู้ว่านายหมายถึงฉัน…หรือเขา”เขาขบกรามแน่นในยามที่ได้ยินเสียงหวานเอ่ยกระซิบแผ่วเบา

 

 

“บางทีนายอาจจะลืมไปก็ได้…แต่ถ้าหลงรักคนที่หน้าตาเหมือนน้องนายตัวเองได้อย่างที่นายพูด มันทำให้ฉันไม่กล้าเชื่อ ธอร์..”ทอมหลบตาเขาในวินาทีสุดท้าย มันทำให้เขาลดมือลงมาเมื่อทั้งห้องกลับสู่ความเงียบสงบ

 

 

“ข้าสาบานได้…ข้า…ไม่คิดอะไรกับโลกิทั้งนั่น”เขาขมวดคิ้วออกมาเมื่อพบว่าเสียงของตัวเองหายไปในขณะที่พยายามพูดชื่อโลกิ ทั้งยังความเจ็บที่อกที่เร่นขึ้นมาในยามที่เขาบอกว่าเขาไม่เคยคิดอะไร..และเขามั่นใจว่าเขากำลังพูดปด

 

 

“แล้วเจ้าละ คิดเหมือนข้าบ้างไหม?”เขากระซิบถามเสียงเบาในยามที่ก้มลงไปใกล้อีกฝ่าย มันทำให้ทอมหลบตาของเขา มีเพียงความเงียบชั่วอึดใจเท่านั่นที่ทำให้เขาพอรู้คำตอบว่าทำไมทอมถึงตอบเขาไม่ได้

 

 

“ฉันรู้สึกดีกับนายธอร์…แค่บางอย่าง…บางอย่างมันบอกฉันอีกอย่างหนึ่งเท่านั่นเอง…”ทอมกลืนน้ำลายเฮือก “…แค่ตอนนี้ฉันไม่มั่นใจธอร์ ถ้าเพียงแต่นายบอกฉันได้…ถ้านายยืนยันได้ ฉันก็จะเชื่อทุกอย่างตามนั่น”เขามองสบดวงตาไหวระริกนั่นราวกับหาคำตอบ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความไม่แน่ใจและไม่ไว้ใจ ไม่อาจบอกได้ว่าหมายถึงเขาหรือตัวทอมเอง

 

 

“ข้ารัก..เจ้า”เขาพูดออกมาอีก “รักเจ้า..ทอม แค่เจ้าเพียงคนเดียว”เขาพยายามซ้อนอารมณ์ไว้อย่างเต็มที่เมื่อความรู้สึกผิดบางอย่างเร่นวาบขึ้นมาจนเขาห้ามตัวเองไม่ให้สั่นไม่ได้ ในยามที่เลื่อนใบหน้าเขาไปใกล้อีกฝ่าย รับรู้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่าลดลงมาบนแก้มของเขา บ่งบอกว่าทอมอยู่ห่างไปไม่มากนัก

 

 

“ฉันก็รักนาย..”ทอมกระซิบเสียงแผ่ว ขยับตัวเล็กน้อยในยามที่เขาเอื่อมมือรั้งใบหน้าของทอมให้เข้ามาใกล้

 

 

“ใคร…ข้าหรือบุรุษคนนั่น”เขากระซิบถามใกล้กับริมฝีปากของทอม มันทำให้ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าลงไปเพื่อจูบเบาๆที่แก้มของเขา

 

 

“…ฉันให้คำตอบไม่ได้ธอร์”เขาไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไงในยามที่ชายหนุ่มพูด “..แต่ฉันภาวนาขอให้เป็นนาย”ทอมกระซิบข้างๆแก้มสากของเขา ก่อนที่ชายหนุ่มจะลุกขึ้นจากตัวเขาทันทีเพื่อตรงไปปิดไฟที่อยู่ใกล้กับประตู เขาได้ยินทอมปีนขึ้นไปบนเตียงพร้อมกับพึมพำบอกให้เขาฝันดีเบาๆ แต่เขาได้แค่นั่งอยู่ตรงนั่น กำลังคิดถึงความรู้สึกของตัวเอง…ทำไมเขาถึงมีความรู้สึกโล่งใจพอๆกับความรู้สึกเสียใจในยามที่ทอมบอกว่า เจ้าตัวบอกไม่ได้ว่าคนที่ชายหนุ่มเลือกนั่น…เป็นเขาหรือคนคนนั่น

 

 

 

 

***********************

 

เงียบเหงาจริงๆน่าาาาาา

ยังมีใครอยู่ไหมค่ะ อุอิ

 

 

เกี่ยวกับ jrasmason

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะค่ะ บล็อกนี้จีนจะลงเป็นFictionหรือว่าเป็นAUนะค่ะ คู่หลักก็จะเป็นHiddleswothและคู่อื่นๆอีกตามแต่อารมณ์ค่ะ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบและสนุกกับนิยายที่จีนเขียนนะค่่ะ ขอบคุณค่ะ //จุ๊บๆ
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Im not Thor / Im not Loki, Z All Fiction และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s