[FIC] Hiddlesworth [ThorXLoki]#1 I am not Thor

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

 

 

C : Chris H. X Tom H.

R : M

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

 

 ***********************************

 

 

ร่างสูงใหญ่กำยำสะดุ้งฮือกขึ้นมาทันทีกับเสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหว เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่ขยับตัวอย่างไม่ค่อยสบายนัก ดวงตาคมกริบสีฟ้าสวยหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองไปรอบๆ เขามั่นใจว่าตอนนี้เขาน่าจะนอนอยู่ที่บ้านพักตากอากาศเป็นวันสุดท้าย ก่อนที่เขาจะได้กลับไปหาทอมและเริ่มถ่ายหนังต่อในวันรุงขึ้น แต่เขาก็ต้องขมวดคิ้วขึ้นมาทันทีเมื่อสิ่งของรอบตัวและอื่นๆไม่เหมือนเดิมเลยแม้แต่น้อย เขาเห็นระเบียงห้องนอนที่ปิดไว้ด้วยผ้าสีขาวบางๆสองสามผืนที่มันให้ความรู้สึกราวกับพวกกรีกโบราณ ห้องนอนที่ถูกทาไปด้วยสีทองและสิ่งของที่ดูราคาแพงจนเขาเริ่มไม่แน่ว่าเขาอยู่ที่ไหนกันแน่เพราะบ้านพักตากอากาศของเขาไม่มีของพวกนี้อยู่ แถมยังเตียงขนาดใหญ่เต็มไปด้วยผ้าปูที่นอนนุ่มลืนมือกับแจกันดอกไม้ขนาดใหญ่มากๆที่อยู่ใกล้ๆกัน ความคิดแวบหนึ่งที่เข้ามาในหัวคือมันดูจะเหมือนฉากในหนังหากว่าธอร์มีห้องนอนแบบนี้จริงๆ ก็แน่ละเขาเล่นเป็นเจ้าชายนิ บางทีเขาอาจจะกำลังฝันอยู่ก็ได้

 

 

ชายหนุ่มพยายามลุกขึ้นนักเอื่อมมือขึ้นมาขยี่หัวตัวเองเล็กน้อยเพื่อให้ตื่น แต่มันไม่ตื่น…เพราะทุกอย่างยังเหมือนเดิม กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ก็ดูจริง ลมเย็นๆที่พัดมาผ่านทางหน้าต่างทีมีแสงลอดเข้ามาก็ดูจริง แม้แต่เหยือกน้ำสีทองที่วางอยู่ใกล้ๆก็ดูจริง แต่ที่ดูสมจริงที่สุดเห็นจะเป็นเสียงเคาะประตูที่ตอนนี้ใกล้เคียงกับคำว่าระดมทุบมากกว่า มันทำให้เขาหันไปมองประตูบานใหญ่อยู่ห่างออกไป ขยับตัวเล็กน้อยอย่างไม่แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น

 

 

“ข้าทนมามากพอแล้ว ธอร์!!! ถ้าเจ้าไม่เปิดประตูให้ข้าเข้าไป ข้าสาบานว่าจะไม่ยอมพูดกับท่านอีกเลย!!”เขาเลิกคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยกับน้ำเสียงดุดันของอีกฝ่าย เขามั่นใจว่าเขารู้จักเจ้าของเสียงนี้แต่ไม่เคยรู้เลยว่าทอมจะใช่น้ำเสียงที่ดูน่ากลัวและโมโหขนาดนี้นอกฉาก..หรือว่ากำลังถ่ายหนังอยู่?

 

 

“ด-เดี่ยวน่ะ”เขาตะโกนออกไปอย่างไม่แน่ใจ และมันทำให้อีกฝ่ายเงียบลง ตอนนี้ปัญหาอยู่ที่ว่าเขาจะเปิดประตูบ้านี้ได้ยังไง เพราะเขาไม่เห็นว่ามันจะมีตัวล็อกหรืออะไร เพียงแค่หลังจากที่เขาคิดเสร็จ บานประตูก็เปิดออกจนเขาเผลอขยับตัวถอยหลังอยู่บนเตียง จ้องมองสิ่งทีเกิดขึ้นอย่างไม่แน่ใจนัก แต่สิ่งที่ทำให้เขาแทบจะประสาทเสียมากกว่าเดิมคือทอม…เพื่อนนักแสดงของเขาที่เดินเข้ามาในห้องอย่างเอาเรื่องเล็ก และยกมือขึ้นเพื่อให้บานประตูปิดตามหลังจนเขาไม่แน่ใจว่าประตูนั่นมันเป็นแบบกึ่งอัตโนมัติหรือเพราะมายากลของทอม และเพื่อนของเขาดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย..ไม่น้อยอ่ะ ทอมอยู่ในชุดสีเขียวเข้มแบบที่โลกิชอบใส่ แต่ไม่ใช่ชุดออกรบ แถมยังดวงตาสีเขียวสวยที่มันยิ่งดูเปร่งประกายมากไปอีกเมื่อผิวของอีกฝ่ายดูขาวบางจนเกือบจะเหมือนกับเกล็ดหิมะ ตัดกับกลีบปากสีชมพูและผมดำยาวลงมาคลุมลงบนช่วงไหลของอีกฝ่าย ดูต่างจากในหนังที่เขาเล่นเพราะในนั่นทอมจะต้องหวีผมเรียบไปข้างหลัง แต่นี้เหมือนเพียงแค่รวบส่วนหนึ่งไว้อย่างลวกๆเพื่อไม่ให้ลงมาแกะกะใบหน้าก็เท่านั่น เขาคิดว่ามันดูเหมาะกันจนเขาเผลอหยุดหายใจไปชั่วขณะ แต่ก็ต้องพยายามเรียกสติตัวเองกลับมาเมื่อเห็นใบหน้าโกรธจัดของอีกฝ่าย ที่เดินเข้ามาใกล้อย่างเอาเรื่องแต่ก็หยุดอยู่ห่างออกไปเอามากๆจนเขาแปลกใจว่าทำไมไม่เข้ามาใกล้เขากว่านี้

 

 

“ท่านมันงี่เง่าธอร์!! ข้าบอกท่านแล้ว! ข้าบอกท่านเกือบจะล้านๆรอบว่าข้าจะไปเที่ยวที่ดาวอื่น!!! ข้า-บอก-ท่าน ในตอนที่ท่านเดินตามข้าไปที่ประตู แล้วทำไมพอข้ากลับมาท่านพ่อและท่านแม่ถึงเรียกข้าไปพบเป็นการใหญ่ แถมยังบอกว่าข้าหนีไปอีก ท่านหัดทำตัวให้มันเหมาะที่จะเป็นเจ้าชายได้ไหม หรือในหัวมีแต่สมองน้อยๆเท่าเม็ดถั่ว!! ข้าไม่อยู่สองอาทิตย์แต่ท่านก็ยังโง่เหมือนเดิม!!”เขาได้ยินทอมตะคอกใส่เขาเป็นชุดจนเขามั่นใจว่ามันน่าจะเข้ากันกว่านี้หากมือเล็กๆนั่นรั้งคอเสื้อเขาขึ้นมาและระดมต่อย ไม่ใช่รักษาระยะห่างหลายเมตรแบบนี้

 

 

“เอ่อ..ทอม? ฉันเอ่อ…”เขาอ้าปากพยายามพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็หยุดลงเมื่ออีกฝ่ายขมวดคิ้ว

 

 

“ทอม?? ละเม่อเรียกชื่อใครออกมาธอร์ เจ้ารู้ไหมว่าข้าถูกท่านพ่อทำโทษไม่ให้ออกไปนอกแอสการ์ตหนึ่งอาทิตย์ทั้งๆที่ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย!!! เพราะเจ้าบอกข้าว่าจะไปบอกท่านแม่ให้ เจ้า-พูด!! แล้วทำไมสุดท้ายทุกคนถึงคิดว่าข้าหนีออกไปและไปป่วนโลกมนุษย์ คิดว่าข้าอายุเท่าไหร่ธอร์ คิดว่าข้าสนใจดาวสีฟ้าๆนั่นมากกว่าการไปอ่านหนังสือเงียบๆอยู่ที่ดาวเทียร์ร่างั้นหรือ!!!?? ท่านมันไร้สมองมากรู้ตัวไหม”เขาสูดหายใจเข้าลึกๆเมื่อได้ยินเสียงหวานพูดออกมาอีกเป็นชุด เขาไม่รู้ว่าเขาทำอะไรไว้แต่เขามั่นใจว่ามันค่อนข้างหนักหนาอยู่พอสมควร ถึงได้ทำให้ทอมโมโหขนาดนี้

 

 

“ฟังน่ะ..ฉันขอโทษโอเค แค่ฉันไม่ได้ทำอะไรก็ตามที่นายพูดถึงอยู่ เราจะคุยกันดีๆไม่ได้หรือ? อย่างน้อยๆเราก็รู้จักกันมานาน หรือบางทีนายอาจจะเหนื่อยในการด่าฉันเป็นชุดๆแบบนี้”เสียงทุ่มต่ำบอกอย่างใจเย็น และมันทำให้อีกฝ่ายขมวดคิ้วเล็กน้อย

 

 

“อะไรน่ะ? คุย…คุยดีๆ??”ทอมหลุดขำออกมาเล็กน้อย “พี่ชายข้า สงสัยข้าจะหูฟาดหรือไม่ท่านก็ยังไม่ตื่น แต่ข้าจะเตือนความจำให้ว่าปกติเราเป็นแบบไหน…ถ้าข้าเข้ามาพูดว่าท่านทำอะไรพลาดไปบ้าง ท่านก็จะคำรามใส่ข้าจนวังสั่นสะเทือนว่าท่านไม่ผิด!!!! แต่นี้ท่านมาขอโทษข้า?? แถมยังขอร้องให้เราคุยกันดีๆทั้งทีปกติมีเพียงท่านนั่นและที่คว้าคอข้าแล้วกระแทกอัดกำแพงและบอกว่าข้ามันดื้อรั้นและเอาแต่ใจแค่ไหน!!!! ทำไม…คิดว่าทำตัวดีใจเย็นอย่างที่ท่านไม่เคยทำได้แล้วจะเปลี่ยนให้ข้าดูแย่ลงในสายตาคนอื่นๆมากกว่านี้ใช่ไหม”เขาเห็นอีกฝ่ายแยกเขี้ยวใส่เขาด้วยแววสับสนที่ปรากฏออกมา และมันทำให้เขายกมือขึ้นในเชิงยอมแพ้เล็กน้อย

 

 

“ฉันไม่ทำร้ายนายโอเค? ฉันจะไม่ทำให้นายเจ็บ จะไม่ตะโกนใส่นาย จะไม่ทำอะไรไม่ดี…แค่ฉันอยากให้เราคุยกันเงียบๆ เกรงใจคนอื่นเขา”

 

 

“เจ้าเนี่ยน่ะเกรงใจคนอื่น?? เจ้า-เนี่ย-น่ะ อยากคุยเงียบๆ…เจ้า????”เขาสาบานได้ว่าไม่ว่าอะไรก็ตามที่เขาเป็นก่อนหน้านี้ จะต้องเป็นคนที่ไร้เหตุผลหรืออะไรที่มันแย่กว่านั่น เพราะขนาดเขาไม่รู้ว่าอีกคนพูดเรื่องอะไรอยู่ แต่ก็พอรู้ว่าสิ่งที่เขาทำไม่ค่อยดีเท่าไหร

 

 

“ฉันคิดว่าเราเริ่มต้นใหม่กันได้? อีกอย่าง เราถ่ายหนังอยู่ใช่ไหม?”โลกิอดขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่ได้อย่างลืมตัว ดวงตาสีเขียวสวยมองดูพี่ชายตัวใหญ่บนเตียงอย่างไม่วางตา…ธอร์เปลี่ยนไป แม้หน้าตาและรูปร่างจะเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่เขารู้ว่าบางอย่างมันเปลี่ยนไป ธอร์ไม่เคยใจเย็นแบบนี้…ไม่เคยเงียบเพื่อฟังเขาพูดจนจบ ไม่เคยมองเขาด้วยสายตาสำนึกผิดและขอโทษ ไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียวที่หากเราทะเลาะกันจะไม่พยายามทำอะไรบางอย่างให้เขาเจ็บและหยุด นั่นจึงเป็นเหตุผลหลักๆที่เขารักษาระยะห่างไม่ให้เข้าใกล้ธอร์มากจนเกินไป แน่นอนว่าเขาไม่เคยพูดมันออกมาอยู่แล้วว่าเขาเจ็บแค่ไหนเวลาที่ธอร์ใช่อุ้งมือนั่นบีบแขนเขาแน่นหรือเวลาที่ล็อกคอเขาจนเขาหายใจไม่ออก

 

 

เขามั่นใจว่าครั้งนี้ก็เช่นกัน เขามั่นใจว่าธอร์คงจะรีบถลามาจากเตียงและแยกเขี้ยวใส่เขาว่าเขานั่นและที่ผิดที่ทำให้ท่านพ่อท่านแม่เป็นห่วง ทำแต่เรื่องเดือดร้อนให้คนอื่นไม่สบายใจ และคงจะบีบคอเขาให้ตายไปเลยจริงๆหากว่าเขายังคงดึงดันจะเถียงอีกฝ่าย เพราะแบบนั่นเขาถึงได้เอาอาวุธมาด้วย แค่ว่าซ้อนมันเอาไว้ก็เท่านั่น แต่นี้…นี่ธอร์เพียงแค่นั่งอยู่บนเตียง ยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้และบอกเขาว่าขอโทษและอยากคุยกับเขาดีๆ มันไม่มีทางที่จะเป็นแบบนี้ไปได้แน่นอนและนั่นเองที่ทำให้เขาขยับไปใหญ่ชายหนุ่มตัวโตเล็กน้อยแต่ยังคงเว้นระยะห่างเอาไว้มากพอควร มองอีกฝ่ายอย่างพินิจ จ้องเข้าไปในดวงตาคมใส่ที่ไม่ได้ฉายแววดุดันออกมาเหมือนยามปกติ

 

 

“เจ้า…ไม่ใช่…ธอร์”เขาพูดออกมาเสียงเบาราวกับพึมพำกับตัวเองเสียมากกว่า “เจ้าไม่ใช่เขา..ไม่ใช่ธอร์”เขาขบฟันเล็กน้อยเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้านิดๆ และมันแทบจะทำให้เขาฉุนขึ้นมาจนนึกแปลกในตัวเองในยามที่เขายกมือขึ้นมาตรงไปยังอีกฝ่าย ขยับนิ้วเพียงเล็กน้อยร่างสูงใหญ่กำยำทั้งร่างก็ลอยขึ้นมาเหนือเตียง ทั้งยังมือหยาบทั้งสองข้างที่ยกขึ้นมาเพื่อจับรอบลำคอของอีกฝ่ายที่ตอนนี้มีเพียงอากาศเท่านั่น และมันยิ่งทำให้เขาขยับมือเพื่อให้อากาศโดยรอบตัวของชายหนุ่มรัดแน่นขึ้น

 

 

“ธอร์อยู่ไหน เจ้าสิ่งมีชีวิตสกปรกแบบเจ้าเข้ามาที่นี่ได้ยังไง..ใครเปิดประตูให้เจ้าเข้ามา”เขาขู่อย่างน่ากลัว เมื่ออีกฝ่ายเพียงแค่พยายามดิ้นเอาอากาศหายใจเท่านั่น

 

 

“ม-ไม่รู้ ปล่อย…ฉันไม่ได้ทำ-อะไร”เขาเห็นชายหนุ่มอ้าปากค้างเล็กน้อยเพื่อเอาอากาศเข้าปอดและเพราะใบหน้านั่นเขาจึงเผลอตัวคลายเวทมนต์จนชายหนุ่มหล่นลงมาบนเตียง และบางอย่างมันทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมาก ตกใจตัวเอง…เขาเคยคิดนับล้านๆครั้งว่าเขาอยากจะฆ่าธอร์ให้ตาย แต่เพียงแค่เห็นใบหน้านั่นมองมาที่เขาด้วยสายตาอ้อนวอนมันทำให้เขาลืมตัวจนถึงขั้นคลายเวทโดยไม่รู้ตัว และมันทำให้เขากลืนน้ำลายเฮือกมองดุมือเรียวขาวของเขาเองอย่างชั่งใจ ก่อนจะตวัดสายตามามองชายหนุ่มที่นอนหอบอยู่บนเตียง

 

 

“พระเจ้า..นายเกือบจะฆ่าฉัน”เขาพยายามตั้งสติเมื่อเดินไปใกล้อีกฝ่ายที่นอนแผ่อยู่บนนั่น พร้อมด้วยมีดพกเล่มเล็กที่หยิบออกมาถือไว้ในมือ เมื่ออีกฝ่ายลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเขาอยู่อยู่บนตัวของชายหนุ่มตัวสูงพร้อมกับมีดที่จออยู่ทีลำคอของอีกฝ่าย

 

 

“ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง…เจ้าเป็นใครและธอร์อยู่ไหน เจ้าเขามาที่ห้องนอนของธอร์ได้ยังไงรวมทั้งเรื่องที่เจ้าเหมือนเขาขนาดนี้ด้วย”เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบที่สุดเท่าทีจะทำได้ และเขาไม่แน่ใจนักว่ามันได้ผลไหมเมื่อเห็นอีกฝ่ายถอนหายใจออกมาเล็กน้อยอย่างจนปัญญา

 

 

“ฉันไม่รู้ว่ามาที่นี้ได้ยังไง แถมฉันมั่นใจว่านายไม่ใช่ทอมแน่ๆ ฉันชื่อคริส…คริส แฮมสเวิทธ์ คนออสเตเรีย…ฉันไม่รู้ว่าคนที่นายถามถึงอยู่ไหน และฉันไม่รู้อะไรเลยแม้แต่น้อย ฉันแค่ตื่นขึ้นมาเมื่อกี่แล้วก็เจอนายเข้ามาด่าๆ แล้วก็เอามีดมาจ่อคอ”เขาจ้องเป้งอย่างไม่พอใจเลยแม้แต่น้อยเมื่ออีกคนพูดจบ

 

 

“เจ้าโกหก”เขาขู่ และมันทำให้อีกฝ่ายกลอกตาเล็กน้อย

 

 

“บอกสิว่าฉันโกหก ถ้าจำไม่ผิดนายน่าจะเป็นเทพแห่งการหลอกลวง ฉันโกหกคนแบบนายได้งั้นหรือ”เขากดมีดลงไปอีกเพื่อให้คริสหยุดพูดและมันก็ได้ผล เขามองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบนั่น มันไม่มีแววโกหกอยู่เลย มีเพียงความสับสนและขอร้องให้เขาปล่อยมือ

 

 

“เจ้ารู้ไหมว่ามันสำคัญแค่ไหนชาวมิตการ์ต ธอร์หายตัวไปในช่วงนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย…งานเลี้ยงฉลองในฤดูเก็บเกี่ยว ถ้าทุกคนรู้ว่าบุตรชายคนโตแห่งกษัตริย์แอสการ์ตหายไป เรื่องที่เจ้าจะถูกฆ่าจะเป็นเรื่องที่เจ้ากังวลน้อยที่สุด”เขาขู่เสียงแข็ง พลางขยับตัวลุกขึ้นมาดีๆอย่างใช่ความคิด ธอร์หายตัวไปแถมยังมีชาวมิตการ์ตท่าทางไม่ได้เรื่องมาแทนทีอีก แบบนี้มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่ มันไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหากโอดินไม่รู้ หรือว่าจะเป็นแผนของท่านพ่อ…ถ้าแบบนั่นเขาก็ฆ่าเจ้ามนุษย์คนนี้ไม่ได้น่ะสิ แล้วจะให้เขาทำยังไง ถ้าให้คนอื่นรู้มีหวังทั่วทั้งเมืองได้เกิดความโกลาหลแน่ๆ เขาควรจะทำยังไง..ควรไปถามท่านพ่อไหม? หรือควรทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

“นายดูต่างจากที่ฉันคิดไว้น่ะรู้ไหม แบบว่า..ดูดีกว่าเยอะตอนที่ผมยาวแบบนี้”เขาหันมามองตามน้ำเสียงทุ้มต่ำนั่นทันที และทำให้เห็นว่าคริสปล่อยผมแล้วและกำลังยิ้มให้เขาอยู่ บางอย่างมันทำให้เขารู้สึกราวกับว่าเสียงของตัวเองหายไป และมันรีบทำให้เขาหันหน้ากลับมายังระเบียงเหมือนเดิม

 

 

“หุบปากซ่ะเจ้ามิตการ์ต ข้าไม่สนใจคำเยินยอของเจ้า”เขาบังคับให้เสียงตัวเองดูดุดันทีสุด และทุกครั้งมันได้ผลเมื่อเขาใช่กับธอร์ เพราะเจ้าตัวคงจะตวาดว่าเขาต่างๆน่าๆที่ไม่ยอมรับคำชม แต่เขาไม่ได้ยินคำเหล่านั่นออกมาจากปากของชายหนุ่ม

 

 

“นายดูเป็นพวกปากแข็งจริงๆด้วย ถ้าฉันฝันอยู่ละก็เป็นความฝันที่ดีน่ะ ได้เจอนายตัวจริง…แถมน่ารักซะด้วย”เขาพยายามกระพิบตาถี่ๆเพื่อรวบรวมเรียวแรงทั้งหมดเพื่อให้หันไปเผชิญกับใบหน้าหล่อเหล่าคมคายของชายหนุ่ม และให้ใบหน้าดูนิ่งและบึ้งตึงที่สุด

 

 

“ข้าสามารถฆ่าเจ้าได้ทุกเมื่อ เพราะฉะนั่นข้าขอเตือนในหุบปาก”เขาพยายามขู่และทำตัวให้ดูน่าเข้าใกล้น้อยที่สุดในยามที่ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้

 

 

“นายน่าแดงด้วยล่ะ ไม่เอาน่า..เรามาทำตัวดีๆต่อกันก็ได้ อีกอย่างถ้านายฆ่าฉันได้นายฆ่าไปแล้ว”เขาหลบตาอีกฝ่ายโดยไม่ได้ตั้งใจเมื่อเห็นคริสขยิบตาเล็กน้อยใส่เขา และมันทำให้เขายกมีดพกขึ้นมาและปักลงบนท่อนแขนแข็งแรงของอีกฝ่ายอย่างแรงจนใบหน้าคมอ้าปากค้างเพราะความเจ็บ

 

 

“ม-มีดจริงหรือ? ฉันก็ไม่ได้ฝันน่ะสิ”คริสร้องออกมาเมื่อความเจ็บจีดเร่นขึ้นมาจนแขนเขาชาไปหมด เขาสาบานได้ว่าเขาคิดว่าเขาฝันอยู่เลยทำอะไรก็ได้ แถมยังชอบเวลาที่อีกฝ่ายพยายามทำเป็นปากแข็งแต่ตัดกับแก้มนิ่มขาวเนียนที่แดงขึ้นน้อยๆเมื่อเขาหยอดคำหวาน เขาคิดว่าเขาฝันอยู่เลยทำบ้าอะไรก็ได้!! แต่ตอนนี้ไม่ใช่ฝัน ไม่ใช่แน่ๆเพราะมันดูเหมือนจริงมากเกินไป และเขาต้องตายๆแน่ๆ ความคิดนั่นทำให้เขาแทบลมจับขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทำให้เผลอเอื่อมมือออกไปคว้าเข้าที่มือเรียวตรงไหลของเขาเพื่อบังคับให้อีกคนถอนมีดออกไป

 

 

“โลกิ..”เขาพยายามพูดเมื่อความเจ็บยังคงเร่นขึ้นมามากกว่าเดิมพร้อมกับเริ่มชาและหายใจได้ช้าลงจนเขาเกือบยืนไม่อยู่ เขาไม่เคยถูกแทงแต่มั่นใจว่านี่มันมากกว่าแค่รอยแผลแน่ๆ เขาพยายามรั้งอีกฝ่ายให้เขามาใกล้มากยิ่งขึ้นเพื่อพยุงตัว แม้ว่าชายหนุ่มจะพยายามดันตัวออกแต่ก็ทำได้เพียงแค่วางฝ่ามือลงบนแผ่นอกของเขา พร้อมกับดวงตาสีเขียวสวยที่มองมายังเขาอย่างตื่นตกใจที่มันฉายชัดออกมา เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายกำลังสับสนและทำอะไรไม่ถูกเพราะจากมือเรียวที่กำเสื้อเขาแน่นขึ้นและดวงตากลมโตที่แทบจะคลอไปด้วยน้ำตา

 

 

“เจ้าแพ้พิษหรือ..มันควรจะทำให้เขาแค่พูดไม่ได้ซักชั่วโมงหนึ่ง” เขาพยายามสายหน้าเพื่อเรียกสติแต่ตอนนี้เขาแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว และนั่นทำให้เขาเผลอตัวกำแน่นรอบบ่าของชายหนุ่มที่แทบจะอยู่ในอ้อมกอด เขาไม่รู้ว่าโลกิพูดอะไรต่อจากนั่น แต่เขารู้เพียงแค่ว่าเขากำลังจะล้มลงไปแต่เพราะอีกคนหนึ่งทำให้เขาแทบจะทิ้งตัวลงมาใส่ร่างเล็กตรงหน้า

 

 

“ธอร์ ข้า-“โลกืสูดหายใจลึกๆในยามที่พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะรั้งคนที่ตอนนี้ทิ้งน้ำหนักลงมาบนตัวเขาจนเขาเซไปชนกับเสาเตียง ตัดสินใจดันอีกฝ่ายให้ลงไปนอนบนเตียงและตามขึ้นไปทันที เขามั่นใจว่าพิษจากดอกไม้นี้มันแค่ทำให้ชาเท่านั่น แม้แต่เด็กตัวเล็กๆยังไม่เป็นอะไรเลย แต่เขาไม่รู้ว่ามันมีผลต่อชาวมิตการ์ตมากขนาดนี้ ท่าทางของคริสดูแย่มากๆและเขามั่นใจว่าอีกไม่นานชายหนุ่มต้องตายแน่ๆ มันจะเป็นยังไงล่ะหากว่าคริสตายไปและธอร์ตายไปด้วย ถ้าทั้งสองคนเชื่อมโยงถึงกันล่ะ..และความคิดนั่นทำให้เขาลนจนทำอะไรไม่ถูก เพียงแค่ฉีกเจ้าเสื้อแกะกะนั่นออกจากร่างกายใหญ่โตที่เริ่มมีเหงือซึมตามใบหน้าคม ใช่มือทั้งสองวางลงบนบาดแผลของอีกฝ่ายรายเวทแผ่วเบาในใจ ไม่นานนักเขาก็เห็นว่าชายหนุ่มเริ่มหายใจเป็นปกติมากขึ้น แต่เขาก็ยังคงไม่ละมือออกไปยังคงเรียกพิษทั้งหมดออกมาและรักษาชายหนุ่มให้มากที่สุดเท่าทีจะทำได้ เขามั่นใจว่ามันคงไม่ต่างจากตอนที่ช่วยรักษาแผลของธอร์ในวัยเด็กเท่าไหรนัก และเมื่อแผลที่แขนปิดกันสนิทราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาก็ลดมือลงแต่ยังคงจ้องใบหน้าคมของคนที่นอนอยู่ข้างเขา นึกแปลกใจตัวเองและความกังวลที่มีมากขนาดนี้จนไม่แน่ใจว่าเขากำลังกลัวอะไรกันแน่

 

 

“เจ้าเป็นอะไรไหม?”เขาถามออกไปเสียงเบา ยกมือขึ้นลูบใบหน้าของอีกฝ่ายเพื่อเรียกสติ ตอนนี้เขารู้สึกผิดมากจริงๆที่ทำร้ายคนอื่นโดยไร้เหตุผลแบบนี้ เขาเคยบ่นธอร์มาตลอดแต่เขาไม่คิดเลยว่าเขาก็จะเป็นแบบนั่นด้วย ไม่นานนักเปลือกตาของคริสก็ค่อยๆลืมขึ้นช้าๆ ดวงตาคมสีฟ้ากำลังมองตรงมาที่เขาจนเขาเผลอตัวนิ่งอยู่แบบนั่น มองตอบอีกฝ่ายโดยไม่สนใจว่ามือหยาบแข็งแรงจะเอื่อมขึ้นมากุมมือเขาไว้ช้าๆ

 

 

“ฉันตายแล้วใช่ไหม…รู้สึกเหมือนอยู่บนสวรรค์เลย”โลกิพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดในยามที่ได้ยินชายหนุ่มพูดเสียงพร่า เขารู้ว่ามันเป็นเพราะพิษเมื่อกี่ที่ทำให้คริสคอแห้ง แต่บางอย่างมันก็ทำให้เขารีบซ้อนใบหน้าจากอีกฝ่ายไว้ไม่ได้

 

 

“ข้าไม่รู้ว่าเป็นเพราะท่านพ่อหรือไม่ แต่ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า..ยังฆ่าเจ้าไม่ได้จนกว่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับธอร์”เขาบอกเสียงเบา พยายามรั้งมือออกจากการจับกุมของชายหนุ่มและมันทำให้เขารู้ตัวว่าเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเขาก็มาแนบชิดกับคนที่เหมือนพี่ชายของเขาถึงขนาดที่ว่าแทบจะนั่งอยู่บนตัวชายหนุ่ม

 

 

“นายดูเป็นห่วงเขาเกินไปน่ะ ถ้าหากว่านี้เป็นความจริง”เขาตวัดสายตามองชายหนุ่มผมทองอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

 

 

“เจ้าเกือบจะถูกข้าฆ่าตายแล้ว เจ้ายังคิดว่าตัวเองฝันอยู่อีกหรือ? ทีนี่คือแอสการ์ตและเจ้าเป็นผู้บุกรุก”เขาแทบจะแยกเขี้ยวใส่อีกฝ่าย กลบเกลือนความรู้สึกในยามที่นิ้วแข็งแรงของคริสขยับเบาๆอยู่บนนิ้วมือของเขา

 

 

“ที่ฉันอยากรู้ คือนายเป็นความจริงหรือเปล่า”เขาไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไงกับคำพูดของชายหนุ่ม มันทำให้เขาเงียบแต่ยังไม่หลบตาไปไหน

 

 

“ข้าคือความจริง…ใบหน้าของข้าและทุกๆอย่างคือความจริง เจ้ามิตการ์ต”เขาบอก

 

 

“ฉันรู้จักคนคนหนึ่งที่มีหน้าเหมือนกับนาย แต่เขาอ่อนโยนและน่ารักกว่านี้”เขาสะบัดมือออกมาจากอีกฝ่ายทันทีในยามที่เสียงทุ้มพูดจบ นึกแปลกใจกับความโกรธที่เร่นวาบขึ้นมาในจิตใจ เขาไม่พอใจที่ชายหนุ่มพูดถึงคนอื่นด้วยสายตารักใคร่ขนาดนั่น

 

 

“ข้าคือโลกิ…แห่งแอสการ์ต บุตรแห่งโอดิน..และข้าไม่ใช่ใครก็ตามที่เจ้าเรียกหา เจ้ามิตการ์ต”เขาขยับยันตัวขึ้นมา ไม่ยอมแม้แต่จะหันไปมองสบดวงตาคมของชายหนุ่ม เขาไม่อยากรู้ว่าภายในดวงตานั่นจะสะท้อนสิ่งใดออกมาบ้าง และถ้าเจ้ามนุษย์คนนี้รู้มาบ้างว่าเขาเป็นใคร ก็คงจะกลัวจนหัวหดและไม่กล้ายุ่งวุ่นวายกับเขาอีกแน่ๆ เขาจะต้องติดต่อกับธอร์ให้ได้ ต้องหาให้เจอว่าพี่ชายของเขาอยู่ที่ดาวดวงไหน

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

คริสแทบจะประสาทกินจริงๆในยามที่เขาเห็นสาวๆสามคนบุกเข้ามาในห้องหลังจากที่โลกิออกไปได้ไม่นาน พวกเธอยืนยันที่จะอาบน้ำให้เขาในอางอาบน้ำหินอ่อนที่ใหญ่สุดๆ และเขาพยายามไล่พวกเธอออกไปอย่างสุภาพที่สุดและเขามันใจว่าการอาบน้ำเองมันเป็นเรื่องปกติ ใช่ไหม? แล้วทำไมพวกเธอถึงมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ อย่างกับว่าเขาพูดอะไรที่ชาวบ้านเขาไม่ทำออกมา และในที่สุดทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดีโดยเขายืนกรานเด็ดขาดว่าถ้าพวกเธอไม่ยอมให้เขาอาบน้ำเอง เขาจะไม่อาบน้ำ…มันดูงี่เง่ามากแต่ก็ดันได้ผล หลังจากนั่นเขาก็ต้องใช่ความพยายามอีกครั้งในการที่บอกพวกเธอว่าเขาจะแต่งตัวเอง สุดท้ายเมื่อเขาแต่งตัวเสร็จด้วยเสื้อผ้าอย่างปกติที่ธอร์ใส่ แค่มันดูเป็นทางการน้อยกว่ามากเขาก็รีบเผ่นออกจากห้องทันทีเพราะกลัวเหล่าสาวๆจะรีบมาทำอะไรๆให้เขาต่อไป เมื่อออกมาข้างนอกแล้วเขาก็แทบจะอยากกลับเข้าไปในห้องเหมือนเดิม เพราะข้างนอกทีกว้างมากและมันดูยิ่งกว่าในหนังที่เขาแสดงอยู่ ทุกอย่างดูสมจริงแม้แต่โปรแกรมอะไรก็ทำออกมาเรียนแบบไม่ได้ แถมทุกคนยังแทบจะก้มลงไปติดพื้นในยามที่เขาเดินผ่าน ชายหนุ่มเลยลงความเห็นว่าเขาต้องหาโลกิให้เจอ

 

 

แม้ว่าจะหวั่นใจกลัวว่าจะถูกฆ่าอีกแต่เขาว่าโลกิจริงๆแล้วดูต่างจากในหนังมาก เจ้าตัวดูเป็นห่วงเขา..ดูห่วงพี่ชายแค่ว่าไม่รู้ว่าควรแสดงออกยังไงและเว้นระยะห่างอย่างเห็นได้ชัด เขาเคยคุยกับทอมหลายครั้งถึงนิสัยของโลกิและเขาก็เห็นตรงกันว่าโลกิแค่ไม่พอใจที่ธอร์ทำตัวอย่างกับตัวเองถูกทุกอย่าง และไม่ยอมรับยอมสนใจเจ้าตัวบ้างก็เท่านั่น และวันนี้ทีเขาเห็นเขาก็ว่าโลกิ..น่ารักดี ยิ่งตอนที่เจ้าตัวพยายามทำตัวดุกลบเกลือนใบหน้าหวานที่แดงขึ้นน้อยๆนั่นยิ่งดูน่าสนใจเข้าไปใหญ่ แม้ว่าตามปกติเขามั่นใจว่าทอมดูดีกว่าแค่มันเทียบกันไม่ได้…ทอมเหมือนดอกไม้ในฤดูร้อน สีสดใจและอ่อนหวาน ส่วนโลกิเหมือนดอกไม้ป่าที่ซ้อนตัวเองอยู่ในถ่ำยามที่หน้าหนาวมาถึงเขาว่ามันน่าหลงใหลและน่าค้นหา จนหลายๆครั้งรู้สึกผิดกับชายหนุ่มอังกฤษเพื่อนนักแสดง

 

 

หลังจากที่เขาถามทางคนแถมๆนั่นจนมาถึงห้องของโลกิ เขาก็ค่อยๆเปิดบานประตูเข้ามาช้าๆทำให้เห็นว่าห้องของโลกิก็ไม่ได้ต่างจากห้องของธอร์มากนัก แต่มันมีหนังสือมากมายแทนที่ชั้นเหล่าและอาวุธอย่างในห้องของธอร์ เขาคิดว่าโลกิอยู่ในนี้เสียอีกเพราะคนอื่นๆก็บอกว่าโลกิอยู่ในห้องและถูกสั่งอย่างเด็ดขาดว่าห้ามรบกวน ซึ่งเขาไม่แคร์..เขาอยู่ที่ไหนก็ได้แค่ขอให้ไม่มีใครมาค่อยวุ่นวายจ้องแต่จะเอาองุ่นให้เขากินอย่างกับเขาเป็นพวกสุรตาลแบบนั่น และเขามั่นใจว่าถ้าเขาอยู่กับโลกิจะไม่มีใครมาวุ่นวาย รวมทั้งให้อีกฝ่ายช่วยพาเขากลับโลกด้วย

 

 

“ข้าคิดว่าเจ้าจะไม่โง่แบบธอร์ แต่การที่เจ้าแอบเข้ามาในห้องข้าแบบนี้ก็พิสูจน์ได้ว่าเจ้าเองก็โง่พอๆกับเขา”คริสหันไปตามเสียงหวานเย็นเฉียบที่พูดขึ้นมา ทำให้เห็นว่าโลกิกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง และเขาก็รีบเดินเข้าไปใกล้ทันที

 

 

“พาฉันกลับโลกหน่อยได้ไหม”เขาว่า มันทำให้อีกฝ่ายช้อนตาขึ้นมามองเขา ก่อนจะปิดหนังสือลงอย่างใจเย็น

 

 

“ข้าติดต่อธอร์ไม่ได้ ข้าไปโลกมนุษย์ไม่ได้..ที่จริงแล้วข้าไปไหนไม่ได้เลย และเจ้าก็ไปไม่ได้ด้วย”โลกิบอก มันทำให้เขาขมวดคิ้วออกมาอย่างไม่เข้าใจ และขยับตัวลงนั่งใกล้อีกฝ่ายหนึ่งทันทีจนเป็นโลกิเองที่ขยับหนีแทบไม่ทัน

 

 

“นายเป็นเทพน่ะ แค่ส่งฉันกลับไปเอง..มีเครื่องนั่นไม่ใช่หรือ ที่สะพานสายรุ่งแล้วก็เฮมดอล”เขาพูดต่อ มันทำให้โลกิมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจแม้แต่น้อยแต่ในสายตาเขามันเหมือนกับอีกฝ่ายแค่เหมือนเด็กตัวเล็กๆที่กำลังโดนแกล้งเสียมากกว่า

 

 

“แล้วเจ้าจะอธิบายให้เขาฟังยังไงว่าเจ้าโผล่มาที่แอสการ์ตและขอกลับโลกมนุษย์ ข้าว่าเขาคงจะเหวี่ยงเจ้าลงจากสะพานสายรุ่งเสียมากกว่า”โลกิขู่ฟ้อเหมือนลูกแมว ก่อนจะหันกลับไปอ่านหนังสือต่อ

 

 

“แล้วจะให้ทำยังไง”เขาว่า “แสดงเป็นธอร์หรือ? ขนาดนายยังดูออกเลยแบบนี้ไม่ช้าก็เร็วฉันก็ถูกเหวี่ยงลงมาจากสะพานอยู่ดี หรืออาจจะหน้าต่างห้องนอน”เขาบอกอีก และมันทำให้โลกิเม้มปากแน่นและหันมามองเขา

 

 

“เจ้าหลอกนางกำนัลพวกนั่นได้ คนอื่นๆก็ไม่มีใครรู้แล้วนอกจากท่านพ่อและท่านแม่ ข้า เฮลดอล และเพื่อนๆของเจ้า”เขาเลียริมฝีปากเล็กน้อยขณะลอบมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ เขามั่นใจว่าโลกิดูจะตัวใหญ่กว่าทอมเล็กน้อย..แต่ผิวดูบางและนุ่มกว่ามาก คงเป็นเพราะเสื้อผ้าแบบนี้ละมั่งที่มันยิ่งทำให้ผิวขาวๆนี่ดูขาวขึ้นไปอีก แถมยังดวงตาสีเขียวที่ลอบมองเขาอยู่ตลอดด้วยความไม่ไว้ใจมันยิ่งทำให้เขาดูสนใจชายหนุ่มมากยิ่งขึ้น

 

 

“ทำไมนายจะต้องสร้างกำแพงขึ้นมาขนาดนี้”เขาบอก “นายดูปิดกั้นตัวเองเอามากๆรู้ตัวไหม เพราะธอร์หรือ?”โลกิไม่ตอบเขา แต่กลับเก็บหนังสือและทำท่าจะลุกขึ้น แต่เขาก็เอื่อมมือออกมารั้งแขนเรียวเอาไว้จนชายหนุ่มต้องนั่งลงเหมือนเดิม

 

 

“อย่าแตะต้องข้า!”โลกิแยกเขี้ยวขู่ซึ่งเขาไม่สนใจมันเลยแม้แต่น้อย

 

 

“ทำไม? เพราะฉันเหมือนพี่ชายนายหรือถึงจับไม่ได้”เขาแกล้งพูดออกไปแต่มันกลับทำให้โลกินิ่ง พร้อมกับก้มลงมาใกล้เขา

 

 

“เจ้าไม่เหมือนเขา…เขาไม่เคยสนใจที่จะมานั่งแนบชิดข้าแบบนี้ เขาไม่เคยทำตัวดึงดันไม่เข้าใจเหตุผลเหมือนเจ้าในยามที่ข้าไล่เจ้าไป เขาไม่เคย…”โลกิหยุดพูดลงไปเหมือนกับนึกได้ และมันทำให้เจ้าตัวเงียบ

 

 

“เพราะฉันดูออกว่านายเป็นพวกปากแข็ง ปากไม่ตรงกับใจ นายแสดงกริยาตรงข้ามกับที่นายอยากทำ และฉันมั่นใจว่าธอร์ไม่รู้”เขาบอก ซึ่งนั่นทำให้โลกิถลึงตาใส่เขาเหมือนเขาพูดบางอย่างที่เป็นความจริงและแทงใจดำของอีกฝ่าย

 

 

“ข้าไม่สนใจว่าธอร์จะคิดยังไง และถ้าเจ้าไม่อยากตายละก็จงทำตัวให้เหมือนเขาซ่ะ..วางอำนาจ ชื่นชมในชัยชนะ และมองข้ามตัวข้าไป..”เขาเห็นแววตาเศร้าหมองเพียงชั่วแวบหนึ่งที่แสดงออกมา ซึ่งมันทำให้เขาเอื่อมมือออกไปจับไหล่ทั้งสองของชายหนุ่มผมดำไว้แน่นจนโลกิเผลอมองเขาด้วยแววตื่นตระหนก

 

 

“ฉันก็…ฉันไม่ใช่ธอร์ และฉันไม่ได้มองผ่านนายไปตอนนี้ฉันกำลังจ้องนายอยู่ จ้องดวงตาสีเขียวสวยของนาย เห็นไหมว่าฉันกำลังมองนายอยู่”เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่แพ้สายตาคมที่มองอีกฝ่าย บางอย่างมันทำให้เขาเห็นสายตาของโลกิที่ไหววูบเพียงเล็กน้อยก่อนเจ้าตัวจะเชิดหน้าขึ้นเพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

 

 

“งั้นบอกข้าทีชาวมิตการ์ต เพราะอะไรสายตาเจ้าถึงได้มองมายังตัวข้า”เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากในยามที่ได้ยินเสียงนุ่มชวนฟังของโลกิ มันพูดออกมาราวกับจงใจจะยั่วยวนเขา ตามมาด้วยมือเรียวของอีกฝ่ายที่ขยับมาใกล้กับใบหน้าของเขา ลูบใล้เบาๆอย่างเอาใจลงบนช่วงกรามและมันทำให้เขาแทบหยุดหายใจกับดวงตาสีเขียวสวยใต้ขนตายาวที่อ่อน มันไล่สำรวจไปทั่วใบหน้าคมของเขาและช้อนขึ้นมามองสบตาของเขาอย่างท้าทาย

 

 

“..เพราะหลงใหลในตัวของข้า หรือเพราะเหตุผลอื่นที่มันปรากฏผ่านสายตาของเจ้า”เขาขบกรามแน่นเมื่อโลกิขยับมากระซิบแผ่วเบาที่ข้างใบหูของเขา จงใจขยับตัวให้แนบชิดเข้ามาจนเขาต้องพยายามอย่างหนักไม่ให้รวบตัวอีกฝ่ายเข้ามาในอ้อมแขน

 

 

“โลกิ..”เขาเรียกออกมาเสียงเข้มกว่าปกติ และมันทำให้อีกฝ่ายหยุดและเงยหน้าขึ้นมามองเขา

 

 

“อย่าเดียวที่เจ้าเหมือนธอร์…น้ำเสียงของเจ้าในยามที่เจ้าเรียกข้าหลังจากที่ข้าทำตัวแบบนี้”โลกิยิ้มออกมาขื่นๆ “เห็นได้ชัดๆว่ามันคงไม่มีผลอะไรนอกจากทำให้พวกเจ้ารำคาณใจในยามที่ข้าทำตัวราวกับ…นางกำนัลตัวน้อยที่อยากจะขึ้นเตียงกับเจ้าใจจะขาด”เขาสูดหายใจอย่างเผลอตัวเมื่อรู้สึกถึงเล็บเรียวที่จิกลงมาผ่านเนื้อผ้า ก่อนที่โลกิจะยันตัวขึ้นเพื่อจากเขาไปและเขามันใจว่าเพราะความน้อยใจ

 

 

“นายควรรู้ไว้น่ะโลกิว่าฉันไม่ได้เรียกนายให้หยุดเพราะรำคาญ..”เขาพูดออกมาและอีกฝ่ายก็เพียงแค่หยุดแม้จะยังหันหลังให้เขา

 

 

“ฉันไม่รู้ว่าธอร์พูดแบบนั่นเพราะอะไร แต่ถ้าหากเขายังเหมือนฉันบ้าง…มันเป็นเพราะว่าได้ผลเกินไปต่างหากละ”เขามองตามแผ่นหลังของอีกฝ่าย ไล่ขึ้นมาจนเห็นว่าโลกิหันมาเพียงเล็กน้อย

 

 

“เจ้าคงเข้าใจผิดแล้ว..ธอร์ไม่ได้สนใจใยดีข้าขนาดนั่น”เขาขยับตัวลุกขึ้นตามมา

 

 

“งั้นนายก็ควรรู้ไว้ว่าถ้าเขาเป็นแบบนั่น…ฉันไม่เหมือนเขาแน่นอนโลกิ”

 

 

 

 *********************

 

ขอบคุณที่ติดตามค่าาา คนตามเยอะขึ้นมากมาย

เกี่ยวกับ jrasmason

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะค่ะ บล็อกนี้จีนจะลงเป็นFictionหรือว่าเป็นAUนะค่ะ คู่หลักก็จะเป็นHiddleswothและคู่อื่นๆอีกตามแต่อารมณ์ค่ะ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบและสนุกกับนิยายที่จีนเขียนนะค่่ะ ขอบคุณค่ะ //จุ๊บๆ
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Im not Thor / Im not Loki, Z All Fiction และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s