[FIC] Hiddlesworth [ThorXLoki]#2 I am not Thor

 

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

 

 

C : Chris H. X Tom H.

R : M

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

 

 ***********************************

 

 

ร่างสูงใหญ่ของคริสขยับตัวอย่างไม่สบายใจนักเมื่อสาวๆทั้งกลุ่มใหญ่ๆกำลังไล่ต้อนอยู่ จริงๆแล้วเขาไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่พวกเธอดูจะช่างพยายามหาเรื่องอะไรต่างๆมาให้เขาช่วยให้เขาทำให้หรืออะไรก็ตามในเทือกๆนั่น เขาค่อนข้างเบื่อและลำบากใจจนไม่รู้จะทำยังไง ซึ่งตอนนี้เขามันใจว่าเขาควรจะอยู่ระหว่างทางการไปซ้อมยิงธนูตามที่ชายแก่คนหนึ่งบอก เขาควรจะเจอกับโลกิก่อนแต่เขาก็ไม่เจอจนเขาไม่แน่ใจว่าจะเจอชายหนุ่มผมดำไหม เมื่อสองวันที่ผ่านมาเขาใช่เวลาอย่างหนักในการเข้าหาโลกิและก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆว่าโลกิกำลังหลบหน้าเขา ก็อาจจะเป็นนิสัยส่วนตัวของเจ้าตัวก็ได้แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าโลกิกำลังปิดกั้นตัวเองอยู่ดี เหมือนกับพยายามรักษาระยะห่างกับเขาหรืออย่างน้อยก็กับคนที่ดูเหมือนกับเขา เขาไม่รู้ว่าดลกิมีปัญหาอะไรกับธอร์ แต่เขาไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้…ไม่อยากให้โลกิปิดกั้นตัวเอง ไม่อยากให้โลกิหลบหน้า และเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยไม่รู้ตัวแบะเขาคิดว่าโลกิน่าจะเหมาะกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะมากกว่าทำใบหน้าบึ้งตึง

 

 

“ขอร้องล่ะ พวกเธอช่วยหยุดพยายามเกาะฉันได้ไหม”เขาพูดออกมาอีกไม่รู้ว่าเป็นรอบที่เท่าไหร่ พยายามอย่างยิ่งที่จะให้เหล่าสาวๆที่เขาไม่รู้ว่าเป็นใครกันบ้าง แต่น่าจะเป็นเหล่านางกำนัลที่คอยดูแลเขา เขาไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมพวกเธอไม่ไปตามดูโลกิบ้าง

 

 

“องค์ชายทรงต้องการอะไรเป็นพิเศษไหมเพค่ะ”

 

 

“ต้องการ ฉันต้องการให้พวกเธอช่วยไปทำอย่างอื่นนอกจากพยายามเอาเหล้าให้ฉันกินหรือมาเดินวนรอบตัวจนฉันขยับไม่ได้””ขาบอกอีก ทำให้พวกหล่อนดูจะทำสีหน้าไม่ค่อยเข้าใจนัก

 

 

“แต่องค์ชายเคยบอกว่า ต้องคอยดูแลในยามที่องค์ชายเดินไปเรียนธนูในยามเช้า หรือฝึกขี่ม้าอื่นๆ”พวกเธอตอบเสียงใสจนเขาเริ่มคิดจริงๆแล้วว่าธอร์อาจจะเป็นพวกบ้าอำนาจจริงๆก็ได้ หรือไม่ก็คงเป็นคนที่ชอบทำตัวให้สมกับเป็นเจ้าชายมากจนมากเกินไป ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมโลกิถึงดูไม่ถูกกับคนแบบนี้นักเขาเองก็เห็นด้วย

 

 

“ฟังน่ะ…ต่อจากนี้น่ะ พวกเธอไม่ต้องมาช่วยแล้วโอเค? ฉันเป็นเจ้าชายน่ะ ฉันทำอะไรๆเองคนเดียวได้ ดูอย่างโลกิสิเขายังไม่เห็นมีใครเดินตามเลย”เขาบอก มันทำให้พวกเธอมองหน้ากันอย่างไม่แน่ใจ และเขามั่นใจว่ามันจะต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ

 

 

“อะไร? พูดมา”เขาบอกเสียงแข็ง และมันทำให้พวกเธอช้อนตามองเขาอย่างไม่แน่ใจ

 

 

“ขออภัยเพค่ะ”คนหนึ่งพูดขึ้น “แต่องค์ชายรองดูน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้ แถมองค์ชายยังไม่ชอบให้ใครมาจุ้นจ้านพวกข้าก็เลย..”

 

 

“เขาเนี่ยน่ะน่ากลัว?? น่ากลัวตรงไหนไม่ทราบ?? แล้วไอ้ตอนที่ปกติฉันเขวี่ยงข้าวของ คำรามลั่นไปทั้งวัง ล้มโต๊ะหรือเครื่องเรือนต่างๆในระหว่างที่โลกิแค่นั่งอ่านหนังสือ?? บอกสิว่าเขาน่ากลัวตรงไหน ฉันไม่น่ากลัวหว่าหรือไง”เขาแทบจะตะคอกออกมาเสียงแข็งจนพวกเธอสะดุ้งเฮือก เขาไม่รู้ว่ามันเพราะอะไรแต่เขาแค่โกรธมาก โกรธที่ทุกๆคนพูดแบบนั่นทั้งๆที่เขาไม่เห็นแม้แต่น้อยว่าโลกิจะน่ากลัวตรงไหนกัน ออกจะเงียบสงบยิ่งกว่าที่เขาเป็นหรือธอร์เป็นเสียอีก

 

 

“พอแล้ว ฉันจะไปหาโลกิและพวกเธอช่วยเลิกยุ่งกับฉันด้วย”เขาแกล้งขู่ออกมาเสียงแข็งทำให้พวกเธอก้าวถอยหลังกันไปเล็กน้อย

 

 

“แต่องค์ชายเพค่ะ-“

 

 

“ฉันเป็นเจ้าชายน่ะ เจ้าชาย!!! ฉันสั่งให้พวกเธอเลิกเข้ามาตอนฉันอาบน้ำ เลิกเข้ามาตอนฉันเปลี่ยนเสื้อผ้า เลิกนั่งเฝ้าอยู่ข้างประตูตอนนอน เลิกยกอาหารมาให้ถึงบนเตียง เลิกเดินตามตอนฉันพยายามเดินหาโลกิ เลิกทุกอย่าง ฉันเป็นเจ้าชาย ฉันสั่งพวกเธอต้องทำตามโอเค?”เขาพยายามพูดอย่างใจเย็นจนทำให้สาวๆตาโตขึ้นมาอย่างแปลกใจแต่ก็ไม่กล้าพูดท้วงอะไร “และก็เลิกคิดว่าโลกิน่ากลัว บอกทุกๆคนได้เลยที่คิดแบบนั่นว่าถ้าพวกเธอทนธอร์-หมายถึง ทนฉันได้ฉันรับรองว่าการรับมือกับโลกิง่ายกว่าเอามากๆ เขานิสัยดี เก่งกาจและน่ารัก”เขาต่อให้จบ และนั่นทำให้พวกเธอพยักหน้ากันเล็กน้อย

 

 

“ดี…ทีนี้ ฉันจะไปหาโลกิ”เขาถอนหายใจยาวออกมาและรีบออกเดินมาจากตรงนั่นทันที เขาจะต้องไปหาโลกิที่น่าจะอยู่ที่ไหนซักทีแถวๆนี้ หรือไม่ก็อยู่ที่สนามซ้อมยิงธนูเขาอยากจะเจออีกฝ่ายใจจะขาดอยู่แล้ว เขาเบื่อทีนี้เป็นบ้าเลย อยากจะกลับไปที่โลกของเขา…โลกที่ไม่มีอะไรวุ่นวาย โลกที่มีทอมอยู่ โลกที่เขาแค่ออกงานและไปถ่ายรูปกับทอม ชายหนุ่มอังกฤษนิสัยดีและอ่อนหวานน่าหลงใหล ทอมเป็นผู้ชายที่น่ารักที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาและตอนนี้เขาคิดถึงทอมเป็นบ้า ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแค่เพียงเจอหน้าโลกิเขาก็นึกถึงทอมขึ้นมาทุกครั้ง เขาไม่รู้ว่าทอมจะเป็นยังไงบ้างและเขาอยากรู้จริงๆว่าทอมจะยังสบายดีไหมหรือถูกไล่ไปดาวอื่นเหมือนเขา…ไม่สิ บางทีอาจจะแค่นอนอยู่บ้านก็ได้แล้วงานของเขาล่ะ! งานสัมภาษณ์แล้วอะไรๆอีก แบบนี้เขาต้องตายแน่ๆ ต้องถูกพีอาร์บ่นจนหูชาแน่นอนหากว่ากลับไปได้ แต่จะได้กลับหรือเปล่าเถอะ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกปวดหัวมากขึ้นทุกทีจึงรีบพยายามเดินไปให้เร็วขึ้น

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

โลกิขยับตัวอย่างไม่แน่ใจอยู่บนเตียงนุ่มใหญ่โตของตัวเอง กอดเข่ามากยิ่งขึ้นพยายามข่มอารมณ์และบางอย่างในใจที่พองโตจนรู้สึกแน่นขึ้นมาจนหายใจลำบาก ทุกๆครั้งที่คิดถึงคำพูดงี่เง่าบ้าๆนั่นในยามที่เจ้าชาวมิตการ์ตอวดดีนั่นพูดกับเหล่านางกำนัล เขามั่นใจว่าคริสไม่รู้ว่าเขาอยู่ใกล้ๆนั่นด้วยแต่เขาได้ยินในทุกๆอย่างเพราะเขาเองก็ต้องไปซ้อมยิงธนูพร้อมๆกัน แถมในตอนซ้อมนอกจากเจ้าตัวจะไม่ได้เรื่องจนอาจาร์หน้าซีดแทบจะลมจับ แต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจเลยเพราะมัวแต่หันมาสนใจในยามที่เขายิงได้ถูกเป้ายิ่ง ร้องโวยวายว่าเขาเก่งแค่ไหนและมันทำให้คนอื่นๆเข้ามาชื่นชมเขาด้วยจนเขาไม่รู้จะทำอะไรนอกจากได้แค่ยืนยิ่งๆอยู่ตรงนั่น และความคิดนั่นมันทำให้เขากำผ้าห่มสีขาวที่อยู่ตรงเข่าแน่น ก้มหน้าลงไปซุกกับขาของตัวเองเพื่อควบคุมอารมณ์ให้มากยิ่งขึ้น

 

 

คริสต่างกับธอร์มากจนเขาอึดอัดใจ ทั้งที่ใช่ใบหน้านั่น…ใบหน้าเดียวกันกับที่เขาเคยหวังมาตลอดในใจลึกๆว่าอยากให้ทำอะไรแบบนั่นบ้าง อยากให้สนใจเขา…หันมามองเขาที่ยืนอยู่ข้างหลังบ้าง และมันเหมือนกับสิ่งที่เขาเคยหวังเอาไว้กลับมาเป็นจริงแบบนี้ เขาดีใจจนเจ็บไปหมด แล้วก็เสียใจมากพอๆกัน..ทั้งความโกรธที่แทรกอยู่ด้วยนี้ เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ธอร์ ไม่ใช่พี่ชายจอมหยิ่งสมองช้าที่ตามเขาไม่ทัน แต่เป็นชายหนุ่มชายมิตการ์ตที่ราวกับรู้ทันเขาในทุกๆอย่างที่เขาคิดและพยายามไม่ให้ธอร์รู้ในความรู้สึกบ้าๆในใจเขา ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะรู้สึกรักพี่ชายของเขามากขนาดนี้..มากในเชิงที่ว่ามันไม่ควรจะเกิดขึ้นและปล่อยให้ธอร์รู้ไม่ได้เด็ดขาด เขาจะต้องจัดการเก็บความรู้สึกพวกนี้ออกไปไม่ให้คริสรู้ด้วย แม้มันจะลำบากมากๆในยามเห็นใบหน้าและเสียงของคริสที่เหมือนกับธอร์ทุกอย่าง มันทำให้เขาหวั่นไหวและเขาไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดีถึงได้แต่เก็บตัวเงียบอยู่ในห้องแบบนี้จนไม่รู้ว่าเวลาผ่านมานานแค่ไหนแล้ว

 

 

“องค์ชายเพค่ะ..”เขาขยับตัวเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงนางกำนัลสาวคนหนึ่งจนนึกแปลกใจทีว่ามีคนเข้ามาดูแลเขาด้วยหรือ และเขาไม่ตอบเพียงแค่มองเธอเท่านั่น

 

 

“ทรง…อยากเสวยอะไรหน่อยไหมเพค่ะ”เธอถามเบาๆอย่างกล้าๆกลัวๆ และนั่นทำให้เขาเพียงแค่ขยับตัวลุกขึ้นมานั่งดีๆมันทำให้อีกฝ่ายแทบจะเด้งตัวหนีและมันทำให้เขาหยุด

“ข้าไม่หิวเท่าไร..”เขาตอบ “ขอบใจ”เขาบอกต่อและมันทำให้เธอยิ้มออกมา

 

 

“แต่องค์ชายดูไม่ค่อยสบายเลย วันนี้ลองไปแช่น้ำที่ห้องอาบน้ำใหญ่ดูไหมเพค่ะ เราพึ่งทำความสะอาดใหม่ด้วยกลีบกุหลาบป่า หอมมากและจะต้องทำให้องค์ชายดีขึ้นแน่ๆ”เขามองนางกำนัลสาวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แปลกใจเล็กน้อยที่พวกเธอดูไม่กลัวเขาเหมือนตอนแรกๆอาจจะเป็นเพราะเขาไม่ได้ทำหน้าดุใส่เธอหรือไม่ก็ไม่ได้ไล่ใครๆออกไป ตอนนี้เขาแค่เหนื่อยและไม่รู้จะทำอะไรก็เท่านั่น

 

 

“ก็ได้ ข้าจะไป..”เขาถอนหายใจเล็กๆขยับตัวลงมาจากเตียง ทำให้เธอลุกขึ้นและรีบเดินมาใกล้

 

 

“ไม่ต้อง ข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเองได้ เจ้าไปเตรียมผ้าคลุมก็แล้วกัน”โลกิบอก ซึ่งหญิงสาวเองก็พยักหน้าเข้าใจและหายไปทำตามอย่างที่เขาบอก

 

 

ทุกๆอย่างเหมือนจะผ่านไปด้วยดีมากๆ เพราะการที่แช่น้ำอุ่นๆในห้องอาบน้ำใหญ่ มองออกไปยังท้องฟ้าสีม่องอ่อนสลับกับสีต่างๆเหมือนกับมองดูกาแล็กซี่มากมายที่อยู่ข้างนอกนั่น เขาชอบพระจันทร์สีสวยๆพวกนั่น ชอบที่มันทำให้เหล่าดาวและหมอกในอาวกาศดูสีสวยเข้าไปอีก วันนี้อากาศดีมากจริงๆและอย่างน้อยมันก็ทำให้เขาลืมเรื่องไร้สาระไปได้บ้าง เขาใช่เวลานานและลำบากๆมากๆในการปฏิเสธตัวว่าว่าเขาไม่คิดถึงธอร์ เขาเป็นห่วงธอร์มากจนในหลายๆครั้งเหม่อออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาพยายามหาวิธีในการติดต่อธอร์และหาว่าอีกคนอยู่ไหนมากกว่าสิบวิธี แต่ทุกอย่างไม่ได้ผลและมันทำให้เขายิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่ เขามั่นใจว่าเรื่องทุกอย่างท่านพ่อเขาต้องรู้เรื่องด้วย แต่เขาไม่เห็นเลยซักครั้งที่ท่านพ่อและท่านแม่จะมาหาคริสเป็นการส่วนตัว ทั้งสองคนมันแต่ยุ่งอยู่กับการออกไปเยี่ยมเยียนประชาชนสำหรับงานในฤดูเก็บเกี่ยว งานจะจัดขึ้นที่วังก่อนและหลังจากงานเลี้ยงในวังจบลง ประชาชนก็จะเริ่มงานเลี้ยงโดยที่ท่านพ่อและท่านแม่เขาจะไปร่วมงานด้วย ถึงท่านพ่อท่านแม่เขาไม่ไปและขอให้เขาไปแทน เขาก็ไม่ไปอยู่แล้วเพราะเขาไม่ชอบทีที่คนเยอะขนาดนั่น

 

 

โลกิขยับตัวผ่านน้ำอุ่นที่โยไปด้วยกลีบดอกไม้ต่างๆสร้างกลิ่นหอม และมันทำให้เขารู้สึกดีมากๆจริง ดูผ่อนคลายและสมองโล่งเอามากๆ นึกอยากรู้ขึ้นมาซะแล้วว่าเจ้ามิตการ์ตคนนั่นทำอะไรอยู่แต่เขาก็รีบปัดความคิดนั่นออกจากหัวทันทีเมื่อมันทำให้หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะอีกแล้ว ชายหนุ่มถอยหายใจน้อยๆก่อนจะค่อยๆมุดลงไปใต้น้ำอุ่นสบายนึกชอบความรู้สึกของน้ำอุ่นที่อยู่รอบตัว ก่อนที่ไม่นานนักจะขึ้นมาเพื่อหายใจเอาอากาศเข้าปอดเป็นการใหญ่ พร้อมกับมือที่ยกขึ้นลูบใบหน้าของตนไล่ขึ้นไปยังผมยาวสีดำที่ตอนนี้ลู่ลงไปตามแผ่นหลัง

 

 

“เ-เฮ้ โลกิ…”เขาเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงทุ้มต่ำที่สั่นน้อยๆ และมันทำให้เขาเห็นชายหนุ่มร่างกายกำยืนอยู่ตรงนั่น มองมาที่เขาด้วยสายตาที่เขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันหมายความว่ายังไง เขารู้แต่เพียงว่าตอนนี้เขาต้องบังคับสีหน้าของตัวเองให้เป็นปกติที่สุดเพราะเขา…และธอร์ ไม่เคยอยู่ในห้องอาบน้ำเดียวกันมาตั้งแต่ตอนที่เขาจำความได้ เขาไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าเคยอาบน้ำกับธอร์หรือเปล่าในชั่วชีวิตนี้ เขามั่นใจว่าคริสน่าจะดูบึกน้อยกว่าธอร์แต่น่าจะแค่นิดเดียวเท่านั่น ซึ่งเขาก็ไม่รู้เหมือนกันก็ในเมื่อไม่เคยเฆ้นพี่ชายเขาเปลือยจนเหลือแค่ผ้าพันเอวแบบที่คริสเป็นอยู่ตอนนี้ และเขาก็สาบานว่าไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียวที่จะปล่อยให้ชายหนุ่มผมทองเห็นเขาในยามที่เปลือยเช่นกัน และเขาต้องพยายามทำเป็นไม่ใส่ใจเพื่อไม่ให้คริสรู้ว่าเขาประหม่าแค่ไหน

 

 

“เจ้าทำอย่างไรถึงรู้ทุกครั้งว่าข้าอยู่ไหน..”เขานึกดีใจจริงๆที่เสียงของเขาฟังดูแสดงออกถึงความไม่ค่อยพอใจมากพออย่างที่เขาภาวนาให้เป็น

 

 

“ฉันแค่…ฉันคิดจริงๆว่าหลายๆครั้งฉันดูจะทำอะไรให้นายไม่พอใจ ก็แค่อยากคุยด้วยก็เท่านั่น ก็นายเป็นคนเดียวที่ดูจะเข้าใจฉันที่สุดแล้ว”เขาขยับตัวหันหลังมาเท้าขอบสระหินอ่อนขนาดใหญ่ หันหลังให้ชายหนุ่มราวกับว่าไม่ต้องการมองหน้าของอีกฝ่าย แต่จริงๆแล้วเขาแค่ต้องการซ้อนใบหน้าและระงับอาการสั่นจนน่าตกใจแบบนี้ และมันยิ่งมากกว่าเดิมเมื่อเขารู้สึกถึงน้ำที่ขยับในยามที่คริสลงมาแช่น้ำด้วยในฝั่งตรงข้ามกับเขาในตอนนี้

 

 

“เจ้ามีอะไรจะพูดก็พูดมา”เขาว่า

 

 

“ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมนายจะต้องทำอย่างกับเกลียดฉันขนาดนี้”เขาขยับตัวเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายพูด “หรือนายไม่ได้เกลียดฉันแต่นายเกลียดธอร์ก็เลยพานมาเกลียดฉันด้วย เพราะฉันหน้าตาเหมือนเขาใช่ไหมนายถึงทำใจจะยอมเป็นมิตรกับฉันไม่ได้”คริสพูดออกมาในทึ่สุด มองดูแผ่นหลังขาวเนียนของโลกิที่พราวไปด้วยหยดน้ำขับกับเส้นผมสีดำราวกับท้องฟ้าในยามราตรี โลกิยังคงหันหน้าหนีเขาไป ขยับตัวเพียงเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ตอบ

 

 

“นายจะทำตัวปากแข็งแบบนี้ไปเรื่อยๆหรือไง”เขานึกไม่พอใจขึ้นมาจริงๆเมื่ออีกฝ่ายทำตัวแบบนี้ เขาทนไม่ได้…เขาไม่ชอบทุกครั้งที่เห็นชายหนุ่มหลบหน้าเขาและทำตัวเย็นชาในเขา ทั้งๆที่มีใบหน้าแบบนั่น!! ดวงตาสีเขียวสวยที่มองมาที่เขาตลอดด้วยแววชื่นชมและเขินอายน้อยๆ แต่พอมาอยู่กับโลกิมันกลับมองไปทางอื่นราวกับพยายามซ้อนทุกๆอย่างจากเขา และเขาไม่ชอบมันเลยแม้แต่น้อย

 

 

“ข้าไม่ได้เกลียดเจ้า..”ในที่สุดโลกิก็พูดออกมาอย่างแผ่วเบา

 

 

“งั้นก็หันมาคุยดีๆสิ”เขาบอกอีก ซึ่งเขาไม่คิดว่ามันจะได้ผลอยู่แล้ว แต่โลกิก็หันมาพร้อมกับพวงแก้มที่แดงขึ้นน้อยๆจนเขาเผลอกลั้นหายใจ ดวงตาสีสวยที่หลบลงต่ำอย่างไม่รู้ตัวกับผมยาวสีดำที่ทิ้งตัวลงมาเพราะหยดน้ำ มันเขากับโลกิมากจนเป็นเขาเสียเองที่ขยับตัวอย่างไม่แน่ใจนัก

 

 

“นายรู้ไหมว่าฉันไม่ค่อยชินเลยที่เห็นนายเป็นแบบนี้…แบบว่า ปกตินายจะทำตัวดีกว่านี้ นายน่ารักแล้วก็ใจดีสุดๆ”เขาว่า แต่เพราะสายตาที่มองมามันทำให้เขาหลับตาลงน้อยๆ “ไม่ๆ หมายถึงเอ่อ…นายอาจจะ..”

 

 

“เห็นได้ชัดว่าเจ้าคงจะจำสับสนระหว่างข้ากับคู่รักของเจ้าที่เจ้าดูจะเป็นห่วงเป็นใย ข้าไม่เคยดูน่ารักและใจดีในสายตาของใครทั้งนั่น…แม้แต่เจ้าหรือธอร์”เขามั่นใจว่าเผลอพูดถึงทอมออกไปทั้งๆที่อยู่กับโลกิ และมันสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีเลยจริงๆให้กับอีกฝ่าย

 

 

“ฉันขอโทษ..ฉันหมายถึงฉันมั่นใจว่าจริงๆแล้วนายก็ไม่ได้เหมือนกับที่นายแสดงออกหรือพยายามให้คนอื่นเข้าใจว่านายเป็นยังไง”เขาเห็นดวงตาสีเขียวสวยนั่นช้อนขึ้นมามองเขาเพียงชั่วครูก่อนจะหลุบต่ำลงไปราวกับไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด

 

 

“เจ้าอย่ามาทำเป็นพูดราวกับรู้จักข้า…เจ้าไม่รู้จักข้า และเจ้าไม่รู้อะไรเลยในเรื่องความรู้สึกของข้า อย่าทำเป็นปากเก่งในยามที่พูดราวกับเจ้ารู้ทุกอย่างแต่จริงๆแล้วไม่มีอะไรที่เจ้ารู้”โลกิบอก

 

 

“งั้นก็บอกฉันสิ..ว่านายเป็นยังไง”เขาว่า “เพราะฉันอยากรู้เรื่องของนาย อยากรู้ความรู้สึกของนาย”เขาขยับตัวเข้าไปใกล้อีกฝ่ายในตอนที่โลกิเผลอ ก่อนที่อีกคนจะหันหน้าไปทางอื่น

 

 

“ไม่บอกหรือ? งั้นฉันจะสรุปเอาก็ได้..นายเป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ ชอบพูดจาร้ายๆเพื่อซ้อนความรู้สึกของตัวเอง และนายเริ่มรู้สึกเกลียดธอร์ขึ้นมาจริงๆในทุกๆครั้งที่พูดคุยกับเขา นายอยากให้เขาหายไปจริงๆขึ้นมาและก็ทำอะไรบางอย่างที่ทำให้มันได้ผลเพราะธอร์หายไปแต่ดันมีฉันมาแทน-“

 

 

“ข้าไม่ได้เกลียดธอร์!!!!!!!!!”เขาหยุดพูดขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงหวานตวาดดังลั่นจนทั้งห้องเงียบลงไป พร้อมกับมองสบดวงตาสีเขียวสวยที่ไหววูบด้วยแรงอารมณ์ที่ปรากฏอยู่ภายใน ทำให้อีกฝ่ายขยับตัวเข้ามาใกล้เขามากยิ่งขึ้น

 

 

“อย่ามาอวดดีเจ้ามิตการ์ต เจ้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับข้าหรือพี่ชายข้า..เจ้าไม่รู้ว่ามันรู้สึกยังไงในยามที่ข้าพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ดีพอสำหรับเขา เพื่อให้ดีพอสำหรับว่าที่กษัตริย์ในอนาคตเพื่อจะได้ช่วยเขาได้…เพื่อให้ได้อยู่ในสายตา เพื่อให้ธอร์เห็นว่าข้ามีความสามารถมากกว่าการที่เขาเห็นข้าเป็นใครก็ตามที่จะต้องเดินตามเขาและทำทุกๆอย่างที่เขาอยากให้ข้าทำ ให้ข้าเป็น..ธอร์ไม่เคยคิดเลยแม้แต่ครั้งเดียวว่าข้าก็มีความคิด เขารู้แค่ว่าข้ามันตัวป่วนที่ไม่เคยยินดีในชัยชนะของเขา ข้ามันตัวแกะกะน่ารำคาณ ข้ามันเป็นพวกขวางโลกที่ไม่เคยทำอะไรดีๆเลยซักนิด…เขาไม่เคยมองเลยว่าการที่ข้าพยายามแทบตายก็เพื่อให้เขาหันมามองข้าบ้าง เจ้ารู้ไหมว่าข้าพยายามมากแค่ไหนที่จะเกลียดเขาแต่ข้าก็ไม่..ข้าทำไม่ได้”โลกิว่า

 

 

“เขามันเป้นพวกสมงอช้า งี่เง่า และโง่เขล่าที่สุดเท่าที่ข้าเคยเจอมาในชั่วชีวิตนี้…เขาไม่รู้เลยว่าข้าต้องการจะสืออะไรกับเขาบ้าง ข้าอิจฉาเขา ข้าอยากให้ทุกๆคนมองข้าด้วยสายตาแบบนั่นบ้างแต่มันก็ไม่เคยได้ผลเมื่อยังมีธอร์ยืนอยู่ตรงนั่น แต่เมื่อยิ่งผ่านมาข้าก็ยิ่งไม่แคร์ว่าใครจะมองข้ายังไง..แต่มีแค่คนเดียวเท่านั่นที่ข้ายังคงพยายามทำให้เขาเห็นว่าข้าไม่ได้ไร้ประโยชน์และไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากพี่ชายงี่เง่า ข้าไม่เคยคิดแม้แต่ครั้งเดียวว่าเขาคือพี่ชายอย่างที่ธอร์หลอกตัวเอง”โลกิเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหันหน้าหนีไป บางอย่างมันทำให้เขาคิดว่าโลกิดูน่าสงสารมาก แต่ถึงอย่างนั่นเขากลับรู้สึกโกรธธอร์มากกว่า

 

 

“เจ้ารู้ไหมว่ามันทำให้ข้ารู้สึกแย่มากในยามที่อยู่กับเจ้าที่หน้าตาเหมือนกับเขา”เขาขยับตัวขยับตัวเข้าไปใกล้โลกิอีกครั้งและมันทำให้โลกิหันมามองเขาอีกครั้ง

 

 

“ฉันดีใจที่นายยอมพูดอะไรแบบนั่นออกมาให้ฉันฟัง”เขาบอกด้วยน้ำเสียงที่พยายามสื่อไปถึงโลกิว่าเขาเข้าใจในสิ่งที่โลกิพูด

 

 

“ฉันมั่นใจว่าบางทีธอร์เองก็คงจะไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นายรู้สึกแย่ ก็นายบอกเองว่าเขาเป็นพวกสมองช้า มันอาจจะดีกว่านี้หากว่านายทำให้เขารู้”เขาบอกเสียงเบา มองสบดวงตากลมโตและแพขนตายาวที่มีหยดน้ำเกาะเพียงเล็กน้อย

“ข้าไม่มีเหตุผลอันใดจะต้องพยายามเช่นนั่น ข้ารู้ว่าเขาเกลียดข้า..นั่นคือทุกอย่าง”ชายหนุ่มตัวเล็กกว่าบอก มันทำให้เขาเลียริมฝีปากเล็กน้อยอย่างใช่ความคิด

 

 

“แต่ฉันไม่ได้เกลียดนาย…”เขาพูดออกมาในที่สุด มันทำให้บรรยายากาศเงียบลงไปจนได้ยินเสียงน้ำที่ไหลเอื่อยๆ

 

 

“แต่ข้าเกลียดเจ้า”โลกิบอกในขณะที่หันหน้าหนีเขา พร้อมกับใบหน้าที่แดงขึ้นมาจนถึงใบหู มันทำให้บางอย่างในใจเขาพองโตขึ้นมาและคิดว่าโลกิดูน่ารักเอามากๆในตอนนี้ มันทำให้เขาเอื่อมมือออกไปรั้งแขนของอีกฝ่ายเพื่อบังคับให้โลกิหันมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง

 

 

“นายไม่ได้เกลียดฉัน ถ้านายบอกว่าเกลียดแสดงว่านายชอบฉันเหมือนกัน”เขาพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มและมันทำให้โลกิตาดตขึ้นมาเล็กน้อยพร้อมกับพยายามหันหน้าไปทางอื่น

 

 

“ข้าเกลียดเจ้า!!! นั่นคือทั้งหมด เจ้ามันสมองช้าหรือยังไงถึงไม่รู้ว่าข้าพูดจริง”โลกิแยกเขี้ยวใส่เขาแต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาขยับหนีแต่อย่างไร

 

 

“งั้นฉันก็จะบอกว่าฉันชอบนายมาก..ฉันชอบดวงตาสีเขียวสวยของนาย ชอบผมสีดำยาวของนาย ชอบผิวขาวๆลื่นมือของนาย ชอบปากเล็กๆสีชมพูของนาย ชอบจมูกที่เชิดขึ้นนิดๆ-“

 

 

“พอแล้ว!!! ข้า-ข้าเกลียดเจ้ามาก และแนะนำให้เจ้าปล่อยมือจากตัวข้าก่อนที่ข้าจะหักนิ้วเจ้าซ่ะ!!”เขาหัวเราะเบาๆกับใบหน้าบึ้งตึงของโลกิที่ตัดกับแก้มแดงๆของอีกฝ่ายเหลือเกิน มันทำให้เขายอมปล่อยมือจากไหล่ทั้งสองของโลกิและขยับออกมาเล็กน้อย

 

 

“แล้วเจ้าล่ะ…เจ้ากับคนรักของเจ้าที่หน้าตาเหมือนกับข้า”เขานิ่งลงไปกับคำถามของโลกิ ก่อนที่เขาจะก้มหน้าลงไปอย่างใช่ความคิดและเงยหน้าขึ้นมาในที่สุด

 

 

“ไม่มี..”

 

 

“เจ้าโกหก”เขาเม้มปากเล็กน้อยมองสบดวงตากลมโตของอีกฝ่าย

 

 

“ฉันไม่มี…ไม่-มี อะไรก็ตามที่นายกำลังคิดอยู่”เขาพูดต่อและมันทำให้โลกิขยับตัวเข้ามาใกล้เขามากยิ่งขึ้น ทั้งยังดวงตาสีสวยที่มองนิ่งอยู่ที่เขาราวกับกำลังค้นหาความจริง

 

 

“เจ้าโกหกชาวมิตการ์ต ข้าเห็นในทุกๆครั้งในสายตาของเจ้าในยามที่มองข้า ใครบางคนที่เจ้ามองมาตลอดด้วยสายตารักใครและเป็นคนเดียวกับที่เจ้าคิดว่าข้าเป็นในตอนแรก…”เขาสบตาโลกิกลับโดยที่พยายามอย่างยิ่งเพื่อจะพิสูจน์ตัวเองว่าเขาไม่ได้คิดอะไรแบบนั่นกับทอม..คนที่โลกิพูดถึงอยู่

 

 

“เราเป็นเพื่อนกัน เขาเป็นคนดีและนิสัยดี..เราไม่มีอะไรเกินเลยมากกว่านั่น”เขาตอบแผ่วเบาออกมาในที่สุดเขารู้ว่าคำตอบของเขาทำให้โลกิเปลี่ยนไปเล็กน้อย เพราะจากสายตาที่หลุบลงต่ำมันทำให้เขาไม่แน่ใจว่าโลกิกำลังคิดอะไรอยู่

 

 

“งั้นเจ้า…ก็ไม่สมหวังในความรัก ผิดหวังกับคนคนนั่นและต้องการข้า..เพื่อทดแทน”เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อรู้สึกถึงมือเนียนนุ่มของโลกิที่ไล่ขึ้นมาตามแผ่นอกเปลือยเปล่าของเขา ขยับตัวเข้ามาใกล้ราวกับต้องการทำให้เขาเขว่เมื่อเห็นว่าริมฝีปากบางสีชมพูจงใจปัดผ่านริมฝีปากของเขาไปเพียงไม่กี่เซน

 

 

“โลกิ..”เขาถอนหายใจออกมาอย่างลืมตัวเมื่อถูกมือเรียวทั้งสองดันในแผ่นหลังเขาไปติดกับขอบสระ พร้อมกับคนตัวเล็กกว่าที่ขยับขึ้นมาคร่อมบนตัวเขาจนเขาอดหันหน้าหนีไม่ได้ในยามที่โลกิยันตัวขึ้นเหมือนน้ำจนระดับน้ำลงมาจนถึงช่วงเอว แต่เขาไม่รู้ว่าอย่างในมันน่าอันตรายกว่ากันระหว่างโกลิโชว์ตัวเองต่อหน้าเขา หรือว่านั่งลงมาบนตัวเขาในระหว่างที่เขามีแค่ผ้าบางๆผืนเดียวปิดท่อนล่างกันแน่ มันทำให้เขาแส่หน้าไปทางอื่นไม่ยอมหันมาในยามที่รับรู้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่าๆเบาๆอยู่ตรงลำคอของเขา

 

 

“เจ้ารังเกียจข้าหรือ?”เขาพยายามอย่างหนักเมื่อได้ยินเสียงหวานกระซิบแหบพร่าอยู่ข้างใบหู ทั้งยังมือทุ่มและท่อนแขนเรียวที่จงใจลูบขึ้นมาช้าๆตามผิวของเขาและจบลงด้วยการที่คล้องรอบลำคอของเขาหลวมๆ มันทำให้เขาต้องเงยหน้ามองอีกฝ่ายจนได้ และนั่นทำให้โลกิก้มลงมาแนบแก้มของอีกฝ่ายกับใบหน้าของเขา เหมือนกับจงใจให้เขาได้ใกล้ชิดกับลำคอขาวเนียนของอีกฝ่ายที่ในความคิดของเขาตอนนี้มันช่างดูยั่วยวนจนเขาเผลอจูบลงไปเบาๆไม่ได้ และมันยิ่งทำให้โลกิสั่นน้อยๆกับริมฝีปากของเขามันยิ่งทำให้เขาเผลอตัวมากยิ่งขึ้น

 

 

“เจ้าอยากจะทำอะไรต่อไปดีล่ะ…ห้องอาบน้ำนี้มีแค่เราเท่านั่น และข้ารู้ว่าเจ้าต้องการอะไรทุกๆครั้งที่เห็นเจ้ามองร่างกายของข้า เจ้าไม่อาจจะแตะต้องคู่รักของเจ้าคนนั่นได้ แต่เจ้าแตะต้องข้าได้”เขาคำรามต่ำในลำคอเมื่อรู้สึกถึงเอวเล็กๆพอดีมือที่จงใจขยับอย่างยั่วยวนอยู่บนตัวเขา และมันทำให้เขาแทบจะหายใจไม่ออกในยามที่รู้สึกถึงก้นนิ่มๆจงใจกดลงมาบนกลางลำตัวของเขา

 

 

“มันไม่ดีเลยน่ะโลกิ..”เขาครางต่ำเบาๆ รู้สึกไม่เสียการควบคุมเป็นอย่างมากเมื่อมือของตัวเองเผลอขยับขึ้นมาลูบเบาๆบนแผ่นหลังเนียนลื่นมือ กอดรัดเอวขอดีมือของอีกฝ่ายไว้แน่นจนโลกิต้องแอ่นตัวเล็กน้อยเพราะสัมผัสของเขา มือหยาบไล่ขึ้นมาอย่างหลงไหลพลางใช่นิ้วลูบเบาๆลงผมกลุ่มผมนุ่มมือสีดำสวย

 

 

เขาเม้มลงไปเบาๆบนลำคอขาวผ่องที่อยู่ตรงหน้า ไล่ลิ้นเลียเบาๆอย่างหิวกระหายนึกพอใจกับเสียงครางแผ่วของโลกิในยามที่เขาลากลิ้นร้อนขึ้นมาตามจุดชีพจร และกดจูบลงเบาๆที่ใบหูนิ่มจนมันแดงซ้านขึ้นมาน้อยๆอย่างชวนมอง มือเรียวจิกอยู่บนบ่าของเขาในยามที่เจ้าตัวขยับหนีฝ่ามือของเขาเมื่อเขาไล่มือต่ำลงมายังสะโพกกลมที่เขาพึ่งรู้ว่าโลกิไม่ได้มีอะไรปกปิดร่างกายแม้แต่น้อย และไล่ยาวลงมาอีกยังต้นขานุ่มเกี้ยวไว้รอบตัวเขา

 

 

“ธอร์..”เขาพลิกตัวอีกฝ่ายขึ้นมาและกดโลกิลงบนขอบสระขนาดใหญ่ จนอีกฝ่ายนิ่วหน้าน้อยๆมองเขาอย่างตื่นตระหนก เพราะในตอนนี้เป็นเขาเสียเองที่ยันตัวเองไว้ไม่ให้น้ำหนักกดทับอีกฝ่ายโดยที่ครึ่งหนึ่งของเขายังอยู่ในอ่างน้ำ ดวงตาคมกริบสีฟ้ายังคงจ้องมองคนข้างใต้ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก เขาไม่พอใจ…ไม่พอใจมากที่โลกิเรียกหาคนอื่นทั้งที่ไม่แม้แต่จะเรียกชื่อของเขาด้วยซ้ำ

 

 

“นายอยู่กับฉันโลกิ..เรียกชื่อฉันไม่ใช่เขา”เขาพุดออกไปเสียงแข็งกว่าปกติ และมันทำให้โลกิกระพิบตาราวกับกำลังรวบรวมสติ ทั้งยังหันหน้าหนีเล็กน้อยเมื่อหยดน้ำจากผมยาวสีทองของเขาหยดลงบนใบหน้าของชายหนุ่ม

 

 

“แล้วเจ้าล่ะ…จะเรียกชื่อข้าหรือคู่รักของเจ้าคนที่ชื่อทอม”เขาขบกรามแน่นในยามที่เห็นดวงตาสีสวยช้อนมองเขาอย่างท้าทาย พร้อมกับมือนุ่มที่เอื่อมขึ้นมารั้งปอยผมของเขาขึ้นไปทัดใบหูเหมือนเดิมด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

 

 

“ฉันรู้ตัวมาตลอดว่าอยู่กับนายในตอนนี้…โลกิ”เขาขู่เสียงเบาๆขณะจงใจเม้มลงบนผิวขาวๆที่ช่วงไหลของอีกฝ่ายจนโลกิเอ่นตัวขึ้นเล็กน้อย

 

 

“..คริส”เขาคำรามเบาๆตอบรับอย่างพอใจเมื่อได้ยินเสียงครางหวานเรียกชื่อเขา ในระหว่างที่เขาไล่จูบลงมาแผ่วเบาผ่านแผ่นอกของอีกฝ่าย รับรู้ถึงเล็บของชายหนุ่มที่จิกลงมาบนแผ่นหลังของเขาพร้อมกับท่อนขาเรียวที่ยกขึ้นอยู่รอบเอวของเขา โลกิหอบหายใจถี่ในระหว่างที่เขาไล่จูบไปทั่วผิวขาวๆนั่น บางอย่างมันทำให้เขารู้สึกราวกับว่าหัวใจพองโตจนเจ็บความรู้สึกที่ปรากฏอยู่มีบางอย่างในส่วนลึกๆที่กำลังบอกให้เขาหยุดเพราะไม่ต้องการให้มันมากกว่านี้..เขาไม่ได้อยากจะจูบอีกฝ่ายหากว่าคนข้างใต้เขาไม่ใช่..

 

 

“..คริส”เขาลืมตาขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงทุ่มคุ้นหู และมันทำให้เขาเห็นว่าอีกคนคือโลกิ…โลกิที่มองมายังเขาดวงดวงตาสีเขียวสวยที่คลอไปด้วยน้ำตาน้อยๆอย่างอ้อนวอน เขาไม่รู้ว่ามันเป็นการอ้อนวอนให้เขาหยุดลงแค่นี้หรือทำมากกว่านี้ แต่สำหรับเขาเสียงที่ได้ยินเมื่อกี่ทำให้เขานึกถึงทอมที่ขอให้เขาหยุด และมันทำให้เขาหอบหายใจน้อยๆในขณะยันตัวขึ้นมามากกว่าเดิม

 

 

“ฉันขอโทษโลกิ…”เขากระซิบเสียงแผ่ว พลางขยับตัวออกห่างชายหนุ่ม ซึ่งโลกิเองก็ยันตัวขึ้นมานั่งมองดูเขาด้วยสายตาที่สับสนและไม่แน่ใจพอๆกัน

 

 

“เจ้าลังเลคริส เจ้าเห็นข้าเป็นตัวแทนของผู้ชายคนนั่นก็ได้หากเจ้าต้องการ”เขาขบฟันแน่นเมื่อได้ยินโลกิพูด

 

 

“ฉันไม่เคยเห็นนายเป็นตัวแทนของใครทั้งนั่น…”เขาพูดออกมาเสียงแข็ง พยายามตั้งสมาธิอีกครั้งเมื่อโลกิขยับตัวเข้ามาใกล้เขาจนทำให้เขาอดที่จะหันไปมองใบหน้าหวานที่อยู่ห่างไปไม่มากไม่ได้

 

 

“งั้นเจ้าบอกข้าได้ว่าเจ้าต้องการข้า..ข้าก็จะเป็นของเจ้า”เขาหลับตาลงเมื่อรู้สึกถึงมือนุ่มที่ยกขึ้นมาลูบเบาๆลงบนใบหน้าของเขา

 

 

“ฉัน..ไม่ต้องการทำร้ายนายโลกิ…ฉันรู้ว่านายเองก็ไม่ได้ต้องการเป็นตัวแทนของใครอย่างที่นายพูดออกมา”เขาบอกอีกเมื่อลืมตามองอีกฝ่าย บางอย่างในดวงตาสีเขียวสวยมันไหววูบเล็กน้อย ก่อนที่โลกิจะก้มหน้าลง

 

 

“เจ้าก็แค่พูดออกมาแก้ตัวก็เท่านั่น พูดให้ทุกๆอย่างดูดีแต่เจ้าแค่บอกข้าก็ได้ว่าเจ้าไม่ได้ต้องการข้า”เขาได้ยินน้ำเสียงตัดพ้อเล็กๆและมันบีบหัวใจของเขา เขารู้ว่าสิ่งที่โลกิต้องการอาจจะไม่ใช่ตัวเขาแค่อาจจะต้องการใครบางคนที่..ดูเหมือนเขา มันทำให้เขารั้งแขนเรียวของอีกฝ่ายเพื่อบังคบให้โลกิเงยหน้ามองเขา

 

 

“งั้นก็ได้โลกิ ฉันต้องการนายและต้องการให้นายบอกฉันมาแค่คำเดียวโลกิ…”เขาเริ่ม “พูดออกมาว่านายต้องการฉันไม่ว่าอะไรก็ตามฉันจะให้ทุกๆอย่างที่นายต้องการ แค่ระหว่างเราสองคน..ฉันอยากให้นายรู้ว่าฉันแคร์นายมากแค่ไหนจนไม่อยากทำอะไรก็ตามให้นายคิดในทางที่ไม่สบายใจ”เขาพูดออกมาด้วยความตั้งใจจริงและมันทำให้ชายหนุ่มนิ่งลงไปราวกับตกใจในสิ่งที่เขาพูด

 

 

“ข้า…ข้าไม่แน่ใจในสัมผัสของเจ้า ข้าเคยมั่นใจว่าเจ้าแตะต้องข้าเพราะเจ้ากำลังนึกถึงคู่รักของเจ้าคนนั่นที่เจ้าสัมผัสเขาไม่ได้ แต่ตอนนี้เจ้ากำลังสัมผัสข้าเพราะเจ้าต้องการข้า..แต่ข้าไม่มั่นใจว่าจริงๆแล้วข้า-“โลกิหยุดพูดขึ้นมาราวกับตกใจในสิ่งที่เขากำลังจะบอก และมันบีบหัวใจเขาเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกำลังนึกถึงคนอื่น

“สิ่งที่ฉันต้องการตอนนี้คืออยากให้นายรู้ว่าตัวนายเอง ไม่ใช่ตัวแทนของใคร”เขากระซิบตอบอีกฝ่ายเบาๆแม้ว่าโลกิจะหันหน้าหนีและไม่ตอบอะไรแต่เขาก็รู้ว่าชายหนุ่มได้ยินมันชัดเจน และเป็นเขาเองเสียมากกว่าที่ตอนนี้ทั้งสับสนและรู้สึกผิด เขากลัวความรู้สึกตัวเองว่าจริงๆแล้วเขาคิดยังไงกันแน่

 

 

 

*********************

 

อย่าลืมหาอะไรทานกันนะค่ะ เพื่อหิว อุอิ

 

 

เกี่ยวกับ jrasmason

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะค่ะ บล็อกนี้จีนจะลงเป็นFictionหรือว่าเป็นAUนะค่ะ คู่หลักก็จะเป็นHiddleswothและคู่อื่นๆอีกตามแต่อารมณ์ค่ะ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบและสนุกกับนิยายที่จีนเขียนนะค่่ะ ขอบคุณค่ะ //จุ๊บๆ
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Im not Thor / Im not Loki, Z All Fiction และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s