[FIC] Hiddlesworth [ThorXloki]#3 I am not Thor

 

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

 

 

C : Chris H. X Tom H.

R : M

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

 

 ***********************************

 

 

 

วันนี้เป็นวันที่4ที่ธอร์หายไปและไม่มีใครรู้เรื่องเลยยกเว้นเขาแค่คนเดียว และมันทำให้เขายิ่งรู้สึกแย่มากขึ้นไปทุกวัน เขาเบื่อสายตาที่คริสมองมาที่เขา เพราะมันทำให้เขาเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเอง ทำให้เขาควบคุมอารมณ์ได้ยากมากขึ้น ทำให้เผลอตัวแสดงความรู้สึกอะไรออกมามากจนเกินไป เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาหลุดปากไปมากแค่ไหนตอนที่ได้แช่บ่อน้ำด้วยกันเมื่อคืน แถมยังยอมให้ชายหนุ่มสัมผัสตัวเขามากเกินไปจนเมื่อเช้านี้เขายังเห็นรอยแดงจากๆที่คออยู่เลย และเพราะอย่างนั่นมันทำให้เขาไม่มีสมาธิเลยแม้แต่น้อย ครั้งนี้เขาเลยตัดปัญหาทุกอย่างด้วยการที่หนีออกมาจากตัวปราสาทมานั่งนิ่งๆเงียบๆอยู่ทามกลางทุ่งหญ้าสีเขียวและดอกไม้ที่ท่านแม่เขาชอบปลุก เขามั่นใจว่าคริสจะไม่ตามมาแน่ๆ เพราะคงไม่มีทางหาเขาเจอแน่นอน คิดๆแล้วเขาก็แปลกใจกับความคิดนี่เหมือนกัน เขาไม่เคยคิดว่าธอร์จะมาเป็นแบบคริสบ้างในเรื่องที่คอยตามเขาทั้งๆที่เขาออกปากไล่ไปแค่ไหน เขาประหม่าในยามที่อยู่กับธอร์ ในยามที่ชายหนุ่มตัวสูงยิ้มให้เขาและเข้าใกล้เขา มันทำให้หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะและเผลอตัวตวาดไล่อีกฝ่ายไปบ่อยครั้งมาก เขาหวังไว้ทุกๆครั้งว่าธอร์จะสังเกตุเห็นว่าเขาไม่เคยอยากให้ชายหนุ่มเดินห่างออกไป แต่ธอร์ก็ไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียวที่จะสังเกตุเห็น มีแค่คำรามใส่เขาว่าเขามันเป็นพวกปิดกั้นตัวเองและทำตัวเป็นเด็กเมื่อเขาบอกว่าเกลียดธอร์ พร้อมกับคนตัวใหญ่ที่กระทืบเท้าเดินห่างออกไป ไม่แม้แต่จะหันมามองสายตาของเขาเลยซักนัด

 

เขารู้ว่าธอร์ค่อนข้างดื้อและหัวรั้น และซื่อบื่อด้วย..เขาบอกตัวเองมาหลายปีว่าให้เลิกมีความรู้สึกในเชิงนี้กับพี่ชายตัวเองแต่เขาทำไม่ได้…บางครั้งเขาเคยคิดด้วยซ้ำว่าถ้าหากว่าธอร์รู้ว่าเขาคิดยังไงธอร์อาจจะยิ่งห่างเขาไปมากกว่านี้ก็ได้ ซึ่งเขาก็คงจะชาชินไปเสียแล้วในการอยู่ในเงาของธอร์ คนที่ไม่เคยนึกถึงเขาหากว่าเจ้าตัวยิงธนูได้และไม่เห็นเขาไปคอยยืนยินดี คนที่พอฆ่าหมีป่าได้ก็จะต้องพยายามอวดเขาให้เขาแสดงความยินดีออกมา ธอร์ไม่ได้สนใจเขาเลยซักนิดว่าเขาจะคิดยังไงบ้าง เขาอยากจะอยู่กับธอร์คุยเล่นกันสองคนแต่ชายหนุ่มดูจะมีเรื่องเยอะมากจนเกินไป ไม่ซ้อมดาบไม่ซ้อมทวน ก็ไปดื่มเหล้ ายิงธนู เข้าป่าล่าสัตว์ ไปในเมือง ไปที่แม่น้ำ ต่างกับเขาที่เขาชอบอ่านหนังสือเรียนรู้เวทต่างๆและไม่ต้องการทำตัววุ่นวาย แค่อยากอยู่เงียบๆก็เท่านั่นเอง

 

 

โลกิปิดหนังสือในมือพลางเงยหน้าขึ้นมองดูท้องฟ้าที่ตอนนี้เริ่มจะร้อนขึ้นมาแล้ว เขาจึงได้หยิบหนังสืออีกสองเล่มและเดินย้อนกลับมายังต้นไม้ตนใหญ่ที่แพ่กิ่งก้านมากพอสมควรที่จะทำให้เขาไม่มีทางโดนแดดจนไม่สบายได้…เขาเป็นยักษ์น้ำแข็งแน่นอนว่าไม่ถูกกับแดดเท่าไหร และมันอธิบายเหตุผลที่ว่าทำไมผิวเขามันแทบจะมีสีเดียวคือสีขาว ต่างกับธอร์ที่เริ่มจะมีผิวสีแทนสวยมากขึ้นทุกวันๆในยามที่อีกฝ่ายออกไปทำอะไรต่างๆข้างนอกนั่น แน่ล่ะ..ธอร์เหมือนพระอาทิตย์สว่างจ้าจนแสบตา แต่เขาเหมือนพวกดวงจันทร์ดวงเล็กๆที่ต้องอาศัยแสงจากพระอาทิตย์เพื่อเปร่งแสงของตัวเอง ความคิดนั่นมันทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างมากแต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ เขาชอบธอร์..นั่นและปัญญาใหญ่ๆที่ทำให้เขาลำบากในยามเข้าหาพี่ชายในทุกๆวันนี้

 

 

ชายหนุ่มขยับตัวอย่างไม่ค่อยสบายนักและคิดว่าเขาคงไม่มีสมาธิอ่านหนังสือเท่าไหร่ เขาจึงเอาหนังสือทั้งหมดวางไว้ข้างๆก็เท่านั่น ในขณะที่สายตามองเหม่อออกไปข้างหน้า มองดูทุ้งดอกไม้ที่ทานแม่เขาปลูกและมันทำให้บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยดอกไม้ดอกเล็กๆบานเต็มไปหมด โลกิขยับมือเล็กน้อยเพื่อเสกดอกไม้ดอกหนึ่งขึ้นมา มันเป้นเวทอย่างง่ายๆที่ท่านแม่ของเขาสอนให้ตั้งแต่เขายังเด็ก เขาชอบเสกมันแล้วเอาไปอวดธอร์อยู่บ่อยๆ ธอร์ชอบมันแต่มันจะทำให้มันหักอยู่เรื่อยเพราะกะแรงไม่ได้ ดวงตาสีสวยมองดูดอกไม้ในมือที่ตอนนี้เริ่มกลายเป็นสีชมพูเพราะเขาเปลี่ยนมัน และกลับมาเป็นสีฟ้าอีกครั้งเพราะเขาชอบมากกว่า โลกิมองมันนิ่งด้วยสายตาที่ไม่แน่ใจนักก่อนจะวางมันลงข้างๆและเริ่มเสกอีกดอกขึ้นมา คราวนี้เป็นดอกกุหลาบสีขาวสวยที่เกิดขึ้นมาจากแสงสีฟ้าจางๆบนฝ่ามือของเขา ซึ่งเขาเพียงแค่มองมันนิ่งๆแล้วก้ว่างมันลงข้างๆและเริ่มเสกดอกใหม่ขึ้นมาอีก ครั้งนี้เป็นดอกลินลี่สีส้มอ่อนๆแซมไปด้วยสีแดง เขาว่ามันสวยดีแต่ก็ยัไม่ใช่ ธอร์เคยพูดว่าเขาเหมือนดอกกุหลาบสีขาวสวย เหมือนดอกไม้ป่าแช็งแกร่งที่มีชีวิตได้ในฤดูหนาว แล้วธอร์ละเหมือนดอกไม้แบบไหนกันแน่ในสายตาเขา โลกิขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะวางดอกลินลี่ลงข้างหนังสือและเสกขึ้นมาอีกหลายดอกพร้อมกันจนเหมือนช่อดอกไม้เสียมากกว่า

 

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

คริสหอบเล็กน้อยกว่าจะเดินออกมาไกลจากตัวปราสาทได้ขนาดนี้ เขารู้มาจากนางกำนัลของเขาว่าโลกิอยู่ที่ไหน โดยที่เจ้าตัวแทบจะหลบออกมาแต่มันไม่ทำให้เขาละความพยายามได้หรอก เพราะอะไรน่ะหรือ? เพราะว่าท่านอาจารย์ของธอร์เดินมาหาเขาและบอกว่าวันนี้เราจะทบทวนการร่ายเวทที่ธอร์ไม่ถนัดด้วยการลองรักษาบาทแผลอย่างง่าย และนั่นและปัญหาใหญ่…เขาร่ายเวทไม่ได้เลย มันเป็นเรื่องปกทีที่โลกมนุษย์แต่เหมือนจะไม่ปกติที่นี้ เขาเลยบอกไปว่าโลกินัดเขาไว้ว่าจะสอนการใช่เวทให้ และฝั่งนั่นแทบจะร้องยินดีกับเขาไม่ได้เพราะได้ยินมาว่าโลกิเก่งการใช่เวทมนต์ที่สุดและอาจจะมากกว่าเฟรียสก้าด้วยซ้ำ ซึ่งเขาไม่สนใจในจุดนั่นเท่าไร และมันก็ดีกว่าหากเขาจะมานั่งกับโลกิแม้ว่าเจ้าตัวจะหนีมาไกลขนาดนี้ก็ตามที ซึ่งมันไกลมากเพราะเขาเดินมาและอาจจะคุ้มเมื่อเห็นโลกิอยู่ไกลๆ

 

 

เขามองอีกฝ่ายที่นั่งอยู่ไกลๆด้วยความคิดที่ไม่แน่ใจนักว่าดีไหม เขากำลังคิดว่าน่าจะหาอะไรไปให้โลกิซักหน่อยและสิ่งที่เขาคิดได้ดีที่สุดคือดอกไม้สีสวยที่อยู่ข้างๆเขา และมันทำให้เขาเด็ดดอกที่สวยที่สุดในสายตาเขาออกมาก่อนจะเดินตรงไปหาอีกฝ่ายที่อยู่ห่างออกไป และซ้อนดอกไม้ดอกนั่นไว้ข้างหลัง ไม่นานนักโลกิก็เงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยแววตาที่ไม่พอใจแต่เขาเห็นว่ามันก็ยังมีแววมีความสุขอยู่ดี

 

 

“ข้าเบื่อเจ้ามากรู้ตัวไหม เจ้ามิตการ์ต”ชายหนุ่มแยกเขี้ยวใส่เขา ซึ่งเขาทำเป็นไม่ได้ยินมันมากกว่าและนั่งลงข้างๆชายหนุ่มโดยที่โลกิไม่ทันตั้งตัว

 

 

“ฉันชอบที่นายเรียกชื่อฉันมากกว่าน่ะ”เขาว่าซึ่งอีกฝ่ายเพียงแค่หรี่ตามองเขาอย่างไม่พอใจแต่ก็ไม่พูดอะไรตอบโต้ และมันทำให้เขาเหลือบไปเป็นกองดอกไม้สีสวยที่อยู่ข้างๆชายหนุ่ม ทุกดอกดูสวยถึงสวยมากที่สุดและสีสันสดใสเสียด้วย มันทำให้เขาตาโตขึ้นเล็กน้อยและคิดว่าบางทีอาจจะมีคู่แข่งหลายคนที่ทยอยเอาดอกได้มาให้เจ้าชายที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ใต้ร่มไม้ มันทำให้เขาไม่พอใจและท้อแท้ไปด้วย

 

 

“ดอกไม้เยอะมากน่ะที่นายมี”เขาว่า “นายชอบดอกไม้หรือ?”

 

 

“ข้าไม่ได้ชอบดอกไม้ ข้าคิดว่าพวกมันอ่อนแอและบอบบางเกินไป”เขาเห็นโลกิบอกด้วยน้ำเสียงที่ไม่ใส่ใจเท่าไร ซึ่งเขาเพียงแค่ถอนหายใจออกมาเท่านั่นพร้อมกับขำนิดๆกับความซื่อบื่อของตัวเองก็แหง่ละ..ผู้ชายที่ไหนจะไปชอบดอกไม้ และมันทำให้โลกิหันมามองเขาว่าเขากำลังขำอะไร

 

 

“ฉันมั่นใจว่านายคงไม่อยากได้มันเท่าไหร”เขาบอกพลางขยับมือมาด้านหน้าเพื่อให้อีกฝ่ายเห็นดอกไม้ที่อยู่ในมือเขา ชายหนุ่มมองมันด้วยสีหน้าที่เขาไม่รู้ว่าโลกิดีใจไหมและเขาอยากให้มันเป็นสีหน้าแสดงความดีใจ

 

 

“ฉันคงจะสู่คนอื่นๆไม่ได้เลยใช่ไหมที่เอาดอกไม้บ้านๆนี้มาให้ระหว่างที่คนอื่นเขาดูจะลงทุนกันมากทีเดียว”เขาขยับดอกไม้ในมือเล่นทำให้ไม่เห็นว่าโลกิแสดงสีหน้ายังไง

 

 

“ไม่มีใครให้ดอกไม้เหล่านั่นกับข้า ข้าเสกมันขึ้นมาเอง…ข้าแค่เบื่อๆ”เขามองโลกิทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ

 

 

“ถ้างั้นนายก็ยิ่งไม่น่าจะอยากได้มันเข้าไปใหญ่ถ้านายเสกอะไรได้ขนาดนั่น”เขายิ้มแก้เก้อ วางดอกไม้ดอกเล็กนั่นลงข้างๆ และมันทำให้เขาเห็นว่าโลกิมองตามมันด้วยสายตาแปลกๆ

 

 

“จ-เจ้าเอามันมาให้ข้าหรือ?”โลกิถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยใส่ใจนัก ต่างกับใบหน้าหวานที่แดงขึ้นน้อยๆและทำเป็นหันไปจัดหนังสือ มันทำให้เขาหรี่ตาลงน้อยๆและพยายามกลั้นยิ้มเพื่อกลับมาทำหน้านิ่งเหมือนเดิมเมื่อโลกิหันมาอีกครั้ง

 

 

“ใช่..คิดว่าจะเอามาให้นายเพราะเห็นว่ามันสวยดี แต่ฉันว่านายไม่น่าจะอยากได้มันแล้ว ก็เดียวจะเอาไปทิ้งให้เดียวนี้และ..”เขาแกล้งบอกเสียงเศร้าและทำท่าจะลุกขึ้นไป มันทำให้คนตัวเล็กกว่าตาโตขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะรีบขยับตัวเพื่อจะรั้งเขาไว้

 

 

“ไม่เป็นไร!”เขาหยุดและหันมามองอีกฝ่ายทันที โดยที่เห็นว่ามือทั้งสองยังคงกำแน่นอยู่ที่ท่อนแขนของเขา พร้อมกับใบหน้าหวานที่แดงขึ้นจนถึงใบหูแต่ยังพยายามปั้นหน้านิ่งอยู่

 

 

“ไหนๆเจ้าก็เอามาให้ข้าแล้ว…ข้าไม่ได้อยากได้นักหรอก แต่ถ้าเจ้ายืนยันจะให้ข้าจะยอมรับไว้ก็ได้”เขาเห็นโลกิบอกอ้อมแอมด้วยน้ำเสียงฟังดูไม่ค่อยพอใจเล็กๆ เขาว่ามันดูน่ารักดีแต่มันยิ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกอยากแกล้งมากยิ่งขึ้น

 

 

“ไม่เป็นไรโลกิ ถ้านายไม่อยากได้ไม่ต้องเก็บไว้หรอก ดอกไม้พวกนั่นของนายดูดีกว่าตั้งเยอะ”เขาบอกด้วยใบหน้าใสซื่อและมันทำให้อีกฝ่ายนิ่ง ขยับมือเพียงเล็กน้อยกองดอกไม้สวยๆก็หายไปหมดแต่เจ้าตัวก็ยังคงก้มหน้าไม่ยอมพูดอะไรต่อ

 

 

“ข้าขอได้ไหม..”เขารู้สึกเหมือนมีภูเขาไฟระเบิดมาอยู่ในหัวอย่างไรอย่างนั่นกับท่าทางของโลกิ ดวงตากลมสีสวยยังคงแส่ไปทางอื่น ใบหน้าที่บึ้งน้อยๆตัดกับแก้มเนียนที่ขึ้นสีมันยิ่งดูน่ารักเข้าไปใหญ่ ซึ่งเขารู้ว่าโลกิเป็นพวกปากแข็งแต่แบบนี้มันยิ่งทำให้เขาอยากจะรั้งคนตรงหน้าเข้ามากอดเข้าไปใหญ่

 

 

“ฉันล้อเล่น ไม่เอาไปทิ้งหรอก”เขานั่งลงมาเหมือนเดิมพยายามกลั้นยิ้มเมื่ออีกฝ่ายยังคงไม่มองหน้าเขา และมันทำให้เขาก้มลงไปเพื่อมองใบหน้าหวานๆนั่นแทน พร้อมกับเอาดอกไม้ดอกเล็กนั่นใส่มือเรียวของโลกิ

 

 

“นายรู้ไหมว่าถ้านายบอกความต้องการของนาย นายน่าจะได้ทุกๆอย่างที่นายต้องการเลยน่ะ”เขาบอกเสียงเบา ซึ่งโลกิเองก็เพียงแต่แสหน้าไปทางอื่น

 

 

“ข้าไม่ได้อยากได้ดอกไม้ซีดๆนี่ซักหน่อย แค่มันเป็นดอกไม้ของท่านแม่ข้า จะยอมให้เจ้าเด็ดมันมาและเอาไปทิ้งได้ยังไง”โลกิยังคงพยายามอยู่แม้ว่าเจ้าตัวจะถือดอกไม้ไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะเอามันไปทิ้ง เขาคิดว่าน่าจะเลิกแกล้งโลกิได้แล้วมากกว่า ทำให้เขาขยับมานั่งดีๆมองหน้าของอีกฝ่าย

 

 

“โลกิ..”เขาเรียกเมื่อนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “นายเอ่อ…มีความคิดแบบว่าอยากจะทำลายล้างโลกมั่งไหม แบบโลกของฉันน่ะ”เขาฉีกยิ้มออกมาเมื่อพูดจบ และมันทำให้อีกฝ่ายหรี่ตามองเขาน้อยๆ

 

 

“ทำไมข้าจะต้องอยากทำลายล้างโลกของเจ้า มิตการ์ตเดียน”เขาเลิกคิ้วพยายามหาคำพูดที่ดีที่สุด

 

 

“แบบ…นาย สมมุติว่าถ้าหากนาย..นายบังเอิญไปรู้เรื่องที่น่าตกใจเข้า เช่นเอ่อ…อย่างเรื่องพวก…เกี่ยวกับครอบครัวของนาย”เขาพยายามพูดให้โลกิใจเย็นฟังเขาที่สุด และมันทำให้อีกฝ่ายถอนหายใจนิดๆ

 

 

“ถ้าเจ้ากำลังหมายถึงเรื่องที่ข้าเป็นยักษ์น้ำแข็งและไม่ใช่ลูกแท้ๆของโอดินละก็ ข้ารู้แล้ว..รู้มานานมากแล้ว ข้าเข้าใจน่ะว่าพ่อของข้าท่านค่อนข้างเจ้าชู้เล็กน้อยซึ่งมันน่าจะเป็นเรื่องปกติใช่ไหม?”

 

 

“ใช่..ใช่เลย ดีจริงๆที่นายไม่คิดแค้นเรื่องนั่นแล้วมาลงกับโลกของฉัน”

 

 

“เจ้า…คิดว่าข้าจะมีความคิดแบบนั่นแล้วไปทำล้ายโลกหรือ? เพื่ออะไรกัน ดวงดาวเล็กๆของเจ้าไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนใจเลยซักนิด”โลกิบอก

 

 

“ฉันก็ว่างั้นและ”เขายิ้มให้อีกฝ่ายแต่โลกิทำเป็นไม่เห็นเขาเสียมากกว่า

 

 

“ข้าจะนั่งอ่านหนังสือแล้ว”โลกิบอกแล้วหยิบหนังสือขึ้นมา

 

 

“เรื่องอะไร”

 

 

“ประวัติศาสตร์เวทมนต์”เขามองลงไปยังหนังสือเล่มหนาที่ดูๆแล้วน่าจะประมาณ500หน้าเป็นอย่างน้อยและมันทำให้เขาปวดหัวขึ้นมาทันที โลกิก็มีส่วนเหมือนทอมละน่ะเพราะทั้งคู่ดูจะชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน

 

 

“งั้นฉันขออยู่ด้วยน่ะ”

 

 

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

 

วันต่อมาหลังจากที่เมื่อวานนี้เขาไปใช่เวลาส่วนใหญ่กวนใจโลกิ ไอ้ที่เจ้าตัวบอกจะอ่านหนังสือแต่ก็แทบจะไม่ได้อ่านหรอกเพราะเขามัวแต่คอยถามนู่นนี้นั่น เช่นว่าเวทมตร์มันคืออะไร ทำยังไง ตรงนี้อ่านว่าอะไร..ก็เลยกลายเป็นว่าโลกิต้องสอนเวทอย่างง่ายๆให้เขาเช่นการทำให้เกิดลมอ่อนๆ แต่ก็เป็นทีรู้กันใครมันจะไปทำได้จริงไหม..เขาก็ทำไม่ได้หรอกแต่ได้ความรู้และได้ใช่เวลาอยู่กับโลกินานจนไม่รู้ว่าตกเย็นไปเมื่อไหร โลกิเป็นคนที่น่ารักและนิสัยดีกว่าที่เขาคิดไว้เยอะมาก เจ้าตัวดูเป็นห่วงเป็นใยและน่ารักกว่าที่แสดงออกมาเยอะมากๆ เพียงแค่ว่าออกจะปากแข็งและเข้าถึงยากไปหน่อยก็เท่านั่น ปากก็บอกว่าเบื่อเขาและไล่เขาตลอดแต่ก็ยอมสอนเขาในทุกอย่างที่เขาอยากรู้ ซึ่งมันทำให้หัวใจเขาเต้นรัวจนผิดจังหวะในหลายๆครั้ง เขารู้สึกว่าจะชอบโลกิมากขึ้นไปทุกๆที ไม่รู้ว่าชอบแบบไหน..ชอบแบบที่เขาชอบทอมหรือชอบแบบอื่น เขาอยู่ที่นี้มา5วันแล้ว และเขาเริ่มจะชินกับการที่เดินไปไหนๆก็มีแต่คนก้มหัวให้ และการไล่นางกำนัลสาวๆให้เลิกไล่ตามเขาเหมือนจะได้ผลเป็นอย่างดีด้วยการบอกแค่เพียงว่าเขาเป็นเจ้าชาย พวกเธอก็จะหยุดและยอมปล่อยให้เขาอาบน้ำคนเดียว ซึ่งเขาก็มั่นใจว่าโลกิเองก็อาบน้ำเองแต่ธอร์นี่สิ..เจ้าตัวเองคงจะสุขสบายเป็นบ้า ถ้าหลังจากนี้กลับมาแล้วนางกำนัลของเจ้าตัวเปลี่ยนไปคงจะโมโหน่าดู

 

 

วันนี้เขาได้ยินมาจากนางกำนัลของโลกิที่ดูจะเพิ่มมากขึ้นหลังจากที่วันนั่นเขาบ่นพวกเธอเสียชุดใหญ่ เธอบอกว่าโลกิไม่ยอมออกจากห้องเลย ไม่ยอมทานอะไรด้วยทำให้คนอื่นๆเป็นห่วงกันมากแม้แต่หมอหลวงก็ไม่ยอมให้เข้าไป ซึ่งเป็นเวลาดีมากที่เขาจะเข้าไปหาโลกิเพราะพวกเธอถูกสั่งไว้ว่าห้ามเข้าไปรบกวน มันทำให้เขารีบเข้ามาในห้องอย่างเร่งด่วนเพราะกลัวว่าโลกิจะเป็นอะไรไป ในห้องยังคงเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่ ผ้าม่านผืนบางถูกปิดไว้กันลมจากภายนอกซึ่งมันทำให้เขาเดินเข้าไปใกล้เตียงนอนมากขึ้น จนทำให้เห็นว่าโลกิยืนอยู่ข้างเตียงหันหลังให้เขาโชว์แผ่นหลังขาวเนียนนุ่มไล่ลงมาจนถึงช่วงเอวซึ่งเจ้าตัวกำลังเปลี่ยนเสื้ออยู่ และมันทำให้เขาหยุดขยับตัวโดยอัตโนมัติและมันทำให้อีกฝ่ายหันมามองเขาด้วยแววตาตกใจ

 

 

“เจ้าควรจะเลิกเข้ามาหาข้าแบบนี้ได้แล้ว ข้าบอกทุกๆคนว่าอย่ารบกวน..”โลกิหันหลับไปและดึงเสื้อคลุมขึ้นมาเหมือนเดิมราวกับปกปิดตัวเองจากเขา ไม่นานนักชายหนุ่มก็หันกลับมาด้วยสีหน้าไม่พอใจก่อนจะขึ้นไปบนเตียงเหมือนเดิม เขามองดูชายหนุ่มที่พยายามซุกตัวเองอยู่ในผืนผ้าและหันหลังให้เขายามที่เขาเข้าไปใกล้ เขามั่นใจว่าบางอย่างแปลกไปเล็กน้อย

 

 

“นายเป็นอะไร? ทุกคนบอกว่านายไม่ยอมกินข้าว”เขานั่งลงข้างๆเตียงก้มลงมามองดูเซียวหน้าหวานที่โผลขึ้นมาจากผ้าห่มเพียงเล็กน้อย

 

 

“ข้าไม่เป็นอะไร ออกไปได้แล้วข้าจะนอนพัก”เขานิ่งลงไปกับเสียงหวานที่พยายามคงให้ดูน่ากลัวที่สุด และเขามั่นใจว่าโลกิจะต้องเป็นอะไรซักอย่าง มันทำให้เขาเอื่อมมือออกไปวางลงบนหน้าผากของอีกฝ่ายและมันทำให้โลกิหดตัวหนีทันที

 

 

“เจ้าจะทำอะไร!! ไปให้พ้นข้าน่ะ”อีกฝ่ายดิ้นและพยายามรั้งมือเขาออกแต่แรงดูจะน้อยลงมากจนเขารู้สึกได้ มันทำให้เขาไม่ใส่ใจสายตาอาฆาตของโลกิแต่ยังลงไล่ฝ่ามือลงมาที่ต้นคอขาวที่ดูจะอุ่นกว่าปกติ

 

 

“ไม่สบายหรือ? แล้วทำไมไม่ยอมให้หมอเข้ามาดู นายตัวอุ่นๆน่ะ”เขาบอกออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูไม่พอใจเท่าไร ซึ่งมันทำให้โลกิเลิกดิ้นและหลบตาเขาเล็กน้อย

 

 

“ข้าไม่เป็นอะไร..พรุ่งนี้มีงานเลี้ยงทุกๆคนกำลังวุ่นวายกัน อีกอย่างมันเป็นเพราะข้าอ่านหนังสืออยู่ข้างนอกนานเกินไป ก็แค่อยากจะพักเอาแรงเจ้าน่ะรีบไสหัวไปซ่ะ ข้าไม่ต้องการเจ้า”เขาไม่พอใจเลยกับคนตัวเล็กที่ดูจะเอาแต่ใจมากขนาดนี้ เขามองออกว่าโลกิอาจจะแพ้แดดก็ในเมื่อเมื่อวานแทบจะอยู่ข้างนอกกันทั้งวัน ขนาดเขากลับมายังหลับเป็นตายเลย อาจจะเป็นเพราะโลกิเป็นยักษ์น้ำแข็งอาจจะไม่ถูกกับแดดมากนัก และเขาไม่ได้พูดอะไรต่อได้แต่ลุกขึ้นไปและเดินออกจากห้อง

 

 

โลกิมองเหม่อไปยังเหยือกน้ำสีทองที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ หลังจากที่ได้ยินเสียงผิดประตูแสดงให้เห็นว่าคริสออกไปแล้ว เขาก็แทบจะไม่มีอารมณ์ทำอะไรอีกเลย เขาไม่ได้ตั้งใจไล่คริสไปซักหน่อย เขาแค่…ก็เจ้านั่นต่างหากที่ผิดเองที่เข้ามา ถ้าทุกๆคนไม่รู้ก็ดีสิ เพราะเมื่อวานนี้เขาฝืนตัวเองอยู่กับคริสที่ข้างนอกนั่นนานเกินไป เขาก็แค่อยากอยู่ตรงนั่นนั่งเล่นคุยกับอีกฝ่ายเพราะเขากลัวว่าหากเข้ามาในปราสาทแล้วชายหนุ่มจะถูกดึงตัวไปและไม่ได้มาอยู่กับเขาอีก สุดท้ายมันก็เลยเป็นแบบนี้ เขาอ่อนแอลงมากจนทำได้แค่ลุกไปกินน้ำและกลับมานอนเหมือนเดิม ความคิดบางอย่างมันทำให้เขาอยากให้คริสอยู่ด้วยและมันก็ยิ่งทำให้เขามีความคิดแปลกๆอย่างการที่ไม่น่าทำปากแข็งไล่อีกฝ่ายไปเลย เขาคิดว่าอย่างน้อยๆเขาน่าจะนอนพักเอาแรงซักงีบเพราะพรุ่งนี้เขาจะต้องวุ่นวายเหมือนกันสำหรับงานเลี้ยงในวัง..และเขาเกลียดมันมาก

 

 

“โลกิ..”เขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไรแต่เสียงเรียกแผ่วเบาข้างๆใบหูมันทำให้เขาค่อยๆลืมตาขึ้นมา กระพิบตาช้าๆเพราะเริ่มรู้สึกมึนหัวขึ้นมาน้อยๆ เห็นได้ชัดว่าเพราะพิษไข้ที่น่าจะมากขึ้นขนาดนี้ เขาพยายามขยับตัวแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อถูกท่อนแขนแข็งแรงของใครบางคนค่อยๆรั้งให้เขาขยับมานั่งดีๆซึ่งเขานึกขอบคุณอยู่ไม่น้อยเพราะเขามั่นใจว่าเขาคงลุกไม่ขึ้นแน่ๆ และใบหน้าคมของพี่ชายของเขาก็ขยับเข้ามาใกล้จนเขาอดใจเต้นไม่ได้

 

 

“ธอร์…”เขาพยายามพูดแต่ก็เงียบลงไปเมื่อพบว่าเจ็บคอเล็กน้อย

 

 

“หมอหลวงบอกว่านายจะดีขึ้นมากหากทานยา”เขาพยายามขัยบตัวออกจากอีกฝ่ายแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จและมันทำให้เขาต้องยอมแต่โดยดี

 

 

“ข้าไม่ต้องการความช่วยเหลือ ข้าไม่เป็นอะไร ข้าไม่ต้องการหมอหลวง”เขาพยายามบอกเมื่อเริ่มปรับสภาพโดยรอบได้แล้ว เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือว่าหลับไปนานแค่ไหนแต่สายตาจริงจังที่มีแต่แววเป็นห่วงของคนที่อยู่ข้างๆเขามันทำให้เขาอดใจเต้นไม่ได้

 

 

“ไม่ต้องห่วง ตอนนายหลับฉันแอบพาหมอเข้ามาตรวจดูเรียบร้อยแล้ว และก็ได้ยากับซุปมาแล้วด้วย”เขาพยายามดันท่อนแขนของชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ออกไปแต่มันก็ไม่เป็นผลอีกครั้งซึ่งเขาก้ได้แต่หลับตาและพยายามรวบรวมสติที่สุดเพื่อตอบอีกฝ่ายกลับไป

 

 

“ข้าไม่สนใจท่านธอร์! ออกไปจากห้องข้า ข้าจะนอน..”เขาคิดว่าอีกฝ่ายเงียบลงไปเล็กน้อยจนเขาไม่แน่ใจว่าทำอะไรผิดแต่ไม่ถึงครึ่งนาทีพี่ชายของเขาก็กลับมารั้งเขาเบาๆให้นั่งและยกถ้วยซุปขึ้นมาจรดปากของเขา

 

 

“..เจ้าต้องกินอะไรบ้างน่ะโลกิ ในฐานะที่ข้าเป็นพี่ชายเจ้า เจ้าต้องทำตามและข้าเป็นห่วงเจ้ามาก”เขาใจเต้นขึ้นมามากจริงๆกับน้ำเสียงแข็งกร้าวทรงพลังของชายหนุ่มที่เขาคุ้นเคย มันทำให้เขาเผลออ้าปากดื่มน้ำซุปที่เขามั่นใจว่ามันดูจะขมกว่าปกติและมันทำให้เขานิ่วหน้า แต่ก็ยอมดื่มต่อจนเขามั่นใจว่าไม่ไหวแล้วถึงได้ขืนตัวหลบ

 

 

“..ท่านกลับมาตั้งแต่เมื่อไร”เขากระซิบถามเสียงแผ่วเมื่อถูกดึงเข้าไปแนบแผ่นอกกว้างแข็งแรงที่เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้มีโอกาสถูกกอดแบบนี้ อีกฝ่ายไม่ตอบเขาแต่กลับกระชับอ้อมกอดมากกว่าเดิม

 

 

“ได้เวลานอนพักแล้วโลกิ ข้ามั่นใจว่าถ้าเจ้าตื่นมาอีกครั้งเจ้าจะหายเป็นปกติ”เขากำท่อนแขนของอีกฝ่ายไว้แน่นเพราะหัวใจที่เต้นถี่จนเขาแทบหายใจไม่ออก คำพูดของพี่ชายเขามั่นทำให้เขาแทบจะร้องไห้ออกมา

 

 

“ข้าเกลียดท่าน..”เขากระซิบเสียงแผ่วเพราะตอนนี้แทบจะลืมตาไม่ได้อยู่แล้ว เขามั่นใจว่าน้ำซุปนั่นจะต้องใส่ยานอนหลับไปด้วยหรืออะไรก็ช่างที่หมอหลวงทำ แต่เขาไม่อยากหลับตอนนี้…เขาอยากตื่น อยากรับรู้สัมผัสของอีกฝ่ายมากกว่านี้

 

 

“แต่ข้ารักเจ้าน่ะโลกิ…ข้าจะอยู่กับเจ้าจนกว่าเจ้าจะอยากให้ข้าไปจริงๆ”เขาถอนหายใจยาวกับความอบอุ่นที่อยู่รอบตัว แทบจะหายใจไม่ออกความความรู้สึกที่โถมเข้ามาในยามที่ได้ยินธอร์บอกรักเขา จนเขามั่นใจว่าตอนนี้เขาน่าจะกำลังฝันอยู่และเขาไม่แคร์ เพราะเขาพอใจกับอ่อนแขนแข็งแรงทั้งยังลมหายใจอุ่นๆที่เป่าเบาๆลงบนช่วงไหล่ของเขามันยิ่งทำให้เขารู้สึกปลอดภัยมากกว่าเดิม เหมือนทุกๆอย่างจะไม่เป็นอะไรหากมีอีกฝ่ายอยู่ข้างๆแม้มันจะเป็นแค่ความฝันก็ไม่เป็นไร

 

 

“..นายต้องฆ่าฉันแน่ๆเลยหากรู้ว่าฉันไม่ใช่ธอร์จริงๆ”คริสหัวเราะเบาๆกับตัวเองเมื่อมั่นใจว่าคนในอ้อมแขนหลับไปแล้ว เขารู้ว่าโลกิคิดว่าเขาเป็นธอร์…มาตลอด และมันคงจะง่ายกว่าหากเขาแสดงเป็นพี่ชายสุดซื่อของโลกิเพื่อให้อีกฝ่ายยอมกินยาและนอนอย่างว่าง่าย แม้ว่าเขาจะไม่ชอบเลยเขาอดแปลกใจที่ตัวเองดูจะไม่พอใจแม้แต่น้อยทั้งๆที่เขารู้อยู่แล้วว่าโลกิกับธอร์เองมีอะไรบางอย่างที่เชื่อมถึงกันและตัดกันไม่ขาด ซึ่งเขามั่นใจว่าโลกิเองก็อาจจะรู้ในจุดนี้ดีก็ได้ ชายหนุ่มพยายามปัดความคิดแปลกๆออกไป ค่อยๆว่างชายหนุ่มในอ้อมแขนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบาก่อนที่จะขยับลงมานั่งเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ข้างๆ เขาคิดว่าจะนอนซักงับเหมือนกันบางทีอาจจะตื่นมาอีกทีพร้อมกับโลกิที่ร้องโวยวายเพราะเขามาอยู่ในห้องนี้กับเจ้าตัวก็ได้

 

 

 *****************

 

รักทุกคนนนน จุบๆ

 

เกี่ยวกับ jrasmason

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะค่ะ บล็อกนี้จีนจะลงเป็นFictionหรือว่าเป็นAUนะค่ะ คู่หลักก็จะเป็นHiddleswothและคู่อื่นๆอีกตามแต่อารมณ์ค่ะ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบและสนุกกับนิยายที่จีนเขียนนะค่่ะ ขอบคุณค่ะ //จุ๊บๆ
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Im not Thor / Im not Loki, Z All Fiction และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s