[FIC] Hiddlesworth [ThorXLoki]#4 I am not Thor

 

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

 

 

C : Chris H. X Tom H.

R : M

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

 

 ***********************************

 

 

อีกเพียงวันเดียวก็จะครบหนึ่งอาทิตย์ในการที่ชายหนุ่มตัวสูงใหญ่มาอยู่ที่แอสการ์ตและเขาก็ยังคงติดต่อธอร์ไม่ได้ ไปโลกมนุษย์ไม่ได้ และเขาคิดจริงๆแล้วว่าท่านพ่อและท่านแม่ของเขาจะต้องมีส่วนร่วมในเรื่องนี้แน่ๆ เรื่องที่ว่าทำไมถึงมีมนุษย์มาที่แอสการ์ตได้โดยที่ไม่มีใครรู้แถมยังไม่มีใครผิดสังเกตอีก เมื่อวานนี้เขาแย่ลงไปเพราะพิษไข้แต่วันนี้ดีขึ้นมากแล้ว แถมยังความฝันแปลกๆที่ว่าธอร์กับมาแล้วอีก เขาน่าจะรู้อยู่แล้วที่ว่าธอร์ไม่มีทางเข้ามาในห้องเขาและสนใจใยดีอะไรเขามากขนาดนั่น ไม่เห็นเหมือนคริสเลยซักนิด ชายหนุ่มชาวมนุษย์ไร้พลังที่ตามติดเขาแจ โลกิพยายามไม่นึกถึงเรื่องปวดหัวมากเกินไปเพราะวันนี้เขามีเรื่องต้องทำ เขาต้องแต่งตัวเต็มยศและไปปรากฏตัวที่งานเลี้ยงเพียงแวบเดียวและเขาจะหลบออกมา ในเมื่อทุกๆปีมันไม่เคยมีปีไหนเลยที่เขาจะสนุกกับมัน เขาเบื่อมันมาก เขาเบื่อการที่ต้องไปยืนอยู่ที่มุมห้องระหว่างที่มองดุทุกๆสายตาจับจ้องไปที่ธอร์ ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่จะสังเกตุเห็นเขาว่าอยู่ที่ไหนเป็นเพราะเฟรียสก้าท่านแม่ของเขาเท่านั่นที่อยากให้เขาไปร่วมงาน ท่านพ่อเองก็ไม่ได้พูดอะไรทั้งนั่น มันทำให้เขาเบื่องานบ้าๆนั่นเพราะมันทำให้เขารู้สึกไม่ดีในยามที่เห็นอีกฝ่ายรายร้อมไปด้วยหญิงสาวมากมาย

 

 

โลกิขยับตัวเล็กน้อยในระหว่างที่นางกำนัลสองคนกำลังใส่ผ้าคลุมให้เขา เขาไม่ค่อยชินเท่าไหรกับการมีพวกเธอมาดูแล แต่บางทีก้ชอบที่พวกเธอดื้อรั้นให้เขาทานอาหารให้หมด หรือไม่ก็เดินจัดหนังสือที่เขาเผลอลืมทิ้งไว้บนโต๊ะหรือที่ต่างๆ เขาว่าพวกเธอดูน่ารักดีและมีอาการกลัวเขาน้อยลง เขาพยายามอย่างมากตามที่คริสเคยบอกว่าให้ลองทำตัวดีกว่านี้ อย่าตวาดใครเหมือนที่ธอร์ทำและเขาไม่ทำอยู่แล้ว เขาเป็นคนมีเหตุผลไม่เหมือนพี่ชายงี่เง่าแบบนั่น ชายหนุ่มนิ่วหน้าน้อยๆกับความคิดนั่น พลางก้มตัวลงมานิดหนึ่งเมื่อเห็นว่านางกำนัลของเขาจัดผ้าคลุมให้เขาไม่ได้เพราะเขาสูงเกินไป และเพราะแบบนั่นเธอจึงอมยิ้มและกล่าวขอบคุณจนเขาต้องพยายามอย่างหนักเพื่อจะซ้อนใบหน้าแดงๆเอาไว้ และเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีเขาก็ออกมาจากห้องเขาเพื่อตรงไปยังห้องโถงขนาดใหญ่ที่เขาคิดว่าคนอื่นๆอาจจะมารวมกันหมดแล้ว และมันทำให้เขาเห็นคริสอยู่ตรงนั่น ในชุดแบบที่ธอร์ใส่เต็มยศจนเขาแทบแยกไม่ออกว่าไม่ใช่คนเดียวกัน และเขามั่นใจว่าคนอื่นๆก็แยกไม่ออกด้วย

 

 

“ขอบใจพวกเธอมาก ที่ช่วยใส่ไอ้พวกนี้ให้ฉัน”เขาได้ยินคริสบอกนางกำนัลสองคนในระหว่างที่ชายหนุ่มพยายามอย่างหนักที่จะแงะหรืออะไรซักอย่างกับผ้าคลุมสีแดงที่ติดกับชุดเกราะสีเงิน และเมื่อพวกเธอหันมาเห็นเขาก็ก้มหัวให้เล็กน้อยและเดินออกไปจากบริเวณนั่น

 

 

“เจ้าจะทำอะไรน่ะ พยายามจะดึงมันออกหรือไง”เขาเอ็ดอย่างไม่จริงจังนัก พลางเอื่อมมือข้ามไหล่แข็งแรงนั่นเพื่อจัดทุกอย่างให้อยู่ในที่ของมัน ซึ่งคริสเองก็ยอมอยู่นิ่งๆเพื่อให้เขาช่วย และเขามั่นใจว่าชายหนุ่มตัวโตกำลังมองเขาและยิ้มออกมาจนเขาเสียพลังงานไปมากเพื่อปั้นหน้าให้นิ่งที่สุด ก่อนจะช้อนตามองอีกฝ่ายเมื่อเขาทนไม่ไหวอีกต่อไป

 

 

“หยุดมองข้าด้วยสายตาแบบนั่นซักที”เขาขู่ซึงคริสเพียงแค่หัวเราะเบาๆเท่านั่น

 

 

“นายดูน่ารักดีน่ะเวลาเขิน”เขาถลึงตาใส่อีกฝ่ายพร้อมกับสะบัดหน้าหนีทันทีที่จัดทุกอย่างเสร็จ ไม่สนใจคนตัวใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างๆว่าชายหนุ่มร่างสูงจะมองตนอยู่

“เจ้าต้องทำตัวให้ดีกว่านี้ วางตัวให้เหมือนธอร์ ไม่งั้นอาจจะถูกจับได้แล้วเจ้าจะตายไม่รู้ตัว”เขาพยายามเปลี่ยนประเดนซึ่งมันทำให้คริสแกล้งทำเสียงสูง

 

 

“กลัวว่าฉันจะตายละสิ เป็นห่วงกันขนาดนี้ก็ไม่บอก”

 

 

“ข้าเปล่า!”

 

 

“แหม่ม…เจ็บจัง”เขาพยายามไม่สนใจเสียงของอีกฝ่ายที่ตอนนี้มันทำเขาเขินมากๆ ซึ่งเขาเพียงแค่ขยับตัวอย่างไม่สบายใจนัก รวบรวมสติเพื่อปรับเสียงให้นิ่งที่สุด

 

 

“ทำตามที่ข้าบอก ข้าไม่อยากให้มีคนตายกลางงานแบบนี้”เขาอบกอีก ซึ่งมันทำให้คริสถอนหายใจน้อยๆก่อนจะตั้งท่าวางตัวเหมือนพวกสิงโตตัวใหญ่ๆ

 

 

“เจ้าไม่เชื่อใจข้าหรือไงโลกิ”เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำทรงพลังของธอร์ พร้อมทั้งสายตาคมกริบที่มองมามันทำให้เขานึกถึงธอร์จนเผลอตัวขยับหนีอีกฝ่าย

 

 

“รักษาท่าทางแบบนั่นไว้แล้วกัน”เขากระซิบเสียงแผ่วเมื่อหันมาตามเสียงของทหาร ทำให้พบว่าท่านพ่อและท่านแม่เขาเดินมาทางนี้ ท่านแม่ของเขาอยู่ในชุดผ้ายาวสีม่วงอ่อนที่สวยและเข้ากับใบหน้าของเธอที่สุด ส่วนท่านพ่อของเขาอยู่ในชุดออกศึกเต็มที มันทำให้เขาเผลอขยับตัวถอยหนีเข้าไปอีก เขารู้สึกไม่ชินเลยจริงๆ ยิ่งเห็นสายตาของท่านพ่อและท่านแม่ที่มองมายังคริส ชั่วแวบหนึ่งเขามั่นใจว่าทั้งคู่รู้ว่าไม่ใช่ธอร์จริงๆ แต่ท่านแม่ของเขาก็เดินเข้ามาใกล้อย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนเขาไม่แน่ใจว่าคิดไปเองหรือไม

 

 

“โลกิ…ธอร์..เจ้าทั่งคู่ดูดีมาก”เขายิ้มให้กับเฟรียสก้าในยามที่มือบางนั่นแตะลงมาเบาๆบนไหลของเขาและคริส

 

 

“ท่านก็ดูดีมากเช่นกันท่านแม่”คริสบอกเสียงต่ำและมันทำให้เธอขำออกมา

 

 

“ปากหวานไม่เปลี่ยนเชียวธอร์ ข้าคิดว่าพวกเจ้าจะเข้าไปในงานแล้ว มาเถอะลูกรักของข้า”เธอยิ้มอย่างพออกพอใจและรั้งให้เขาทั้งคู่หันหน้าเข้ามาสู่ทางเข้าที่มีผ้าผืนหนากันไว้เท่านั่น เธอเกี่ยวแขนของคริสไว้แล้วและดูท่าชายหนุ่มเองจะแสดงได้ดีมากแม้กระทั้งใบหน้าแช่มชื่นจนหน้าหมั่นไส้นั่นก็เหมือน

 

 

“ข้าว่าท่านเดินไปกับธอร์เถอะท่านแม่ ข้าจะตามหลังไปกับท่านพ่อเอง”เขาพูดออกมาและมันทำให้เธอและเฟรียสก้าหันมามอง

 

 

“แต่แม่ว่า..”

 

 

“เจ้าไม่อยากเดินไปพร้อมกับท่านแม่และข้าหรืออย่างไรโลกิ  มาเถอะน้องข้า..ไม่มีอะไรที่เจ้าต้องกลัว เจ้าอยากทำให้ท่านแม่เสียใจหรือ?”เขาพยายามไม่ถลึงตามองคริสที่ดูจะแสดงออกนอกหน้าเกินไปแล้ว ถ้าเป็นธอร์จริงๆคงไม่สนับสนุนอะไรแบบนี้แน่ๆ

 

 

“นั่นสิจ้ะ ปม่อยากเดินกับลูกๆทั้งสองคน มาเถอะโลกิ”เธอยิ้มให้เขาและเอื่อมมือออกมารั้งแขนเขาไปควงไว้หลวมๆและแทบจะลากเขาออกไปจนเขาขืนตัวไม่ได้

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

งานดูผ่านไปด้วยดีมากๆเพราะไม่มีใครรู้แม้แต่น้อยว่าธอร์เป็นตัวปลอม ซึ่งเขาสงสัยมีเพียงแค่สองคนนั่นคือโอดินและเฟรียสก้า บิดามารดาของเขาแม้ว่าทั้งคู่จะแสดงดีมากว่าไม่รู้เรื่องรู้ราวแต่เขามั่นใจว่าทั้งสองคนรู้แน่ๆว่านี่ไม่ใช่ธอร์จริงๆ ตอนนี้งานเลี้ยงเริ่มขึ้นแล้วด้วยการดื่มฉลองให้เทพแห่งการเก็บเกี่ยว การพูดกล่าวโอวาสของท่านพ่อเขาว่ามีความยินดีอย่างไรบ้างในครั้งนี้ ซึ่งเขาเพียงแค่ยืนอยู่นิ่งๆข้างท่านแม่ของเขาที่นั่งอยู่ ส่วนธอร์ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งข้างๆท่านพ่อ เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะทำหน้าให้เป็นปกติในยามที่ไม่อยากจะรับรู้ว่าทุกสายตาต่างมองมาที่คริส…เหมือนดังที่มองมาที่ธอร์ในทุกๆครั้ง เขาแค่อยากจะทำตัวให้สมกับเป็นลูกชายคนรองบ้าง และไม่นานนักโอดินก็บอกให้คริสก้าวขึ้นมาเพื่อกล่าวอะไรบ้างก่อนจะเริ่มการเต้นรำและเขาแทบจะรู้สึกแย่ลงไปอีกเพราะเขาไม่เคยได้เต้นรำกับสาวคนไหนๆเลย เพราะเขาไม่เคยอยู่จนกระทั่งได้เต้น เขาจะหายไปก่อนทุกครั้งที่พวกเธอจะได้รู้ว่าเขาอยู่ไหน อย่างน้อยๆหากว่าเขาหายไปมันยังดีกว่าจะมาอยู่ลุ่นว่าจะมีสาวๆนางใดยอมเต้นรำกับเขา

 

 

“….ข้ามีความสุขมากจริงๆที่เห็นใบหน้าของพวกเจ้าทุกคน ณ ที่แห่งนี้ โดยเฉพาะสาวๆแสนสวยอย่างพวกเจ้าที่ข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่าที่แอสการ์ตจะเต็มไปด้วยสาวสวยที่งดงามขนาดนี้ แต่คนที่สวยที่สุดในงานในสายตาข้าก็คงต้องยกให้ท่านแม่ของข้า เพราะนางงดงามแบบนี้ข้าและโลกิถึงได้โตมาดูดีถึงเพียงนี้..”เขาอดกลอกตาไม่ได้กับน้ำเสียงและท่าทางของคริสที่ทำเอาสาวๆทั้งงานยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กันเป็นแถว รวมทั่งท่านแม่ของเขาก็ด้วย

“..ข้าไม่แน่ใจว่างานเต้นรำแบบนี้ข้าควรจะเลือกใครดีเพราะข้าคิดว่าพวกเจ้างดงามกันเกินไป และข้าคงไม่มีทางจะขอพวกเจ้าเต้นรำได้แน่ๆ…พวกเจ้าคงไม่รู้ละน่ะ แต่ท่านอาจารย์ของข้าคงจะรู้ดี ฝีมือการร่ายเวทของข้าเข้าขั้นน่าสงสารทีเดียว ต่างกับน้องชายของข้าที่ทำมันได้ราวกับเป็นเรื่องง่ายๆ แม้ว่าข้าจะพยายามยังไงข้าก็ไม่เคยร่ายเวทได้เสียที ท่านแม่เองก็น่าจะรู้ในจุดนี้ดี…”คริสหันมาขยิบตาให้เฟรียสก้าและเธอก็แค่ขำน้อยๆพร้อมกับกระซิบเบาๆว่าเธอรู้ดี ก่อนที่สายตาคมกริบสีฟ้าจะหันมามองเขาอย่างชื่นชม พร้อมกับขายาวๆที่เดินเข้ามาใกล้เขาจนเขารู้ว่าสายตาทั้งงานกำลังจับจ้องมาที่เขา

 

 

“..เจ้าเป็นคนที่ฉลาดและเก่งกาจอย่างหาใดเปรียบน้องชายข้า และข้ารู้ว่าเจ้าก็ช่างร้ายกาจเพราะสาวๆหลายคนนั่นเฝ้ามองมาที่เจ้าจนข้าอิจฉา ทำไมไม่ลองร่ายเวทเพื่อให้ดอกไม้สวยๆพวกนั่นแก่พวกนางดูบ้างละ ข้ามั่นใจว่าพวกนางต้องอยากได้มันจากเจ้าชายรูปงานเป็นแน่..”เขาพยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถเมื่อหันมาพบกับสายตาของเหล่าสาวๆในงานที่มองมาที่เขาเป็นตาเดียว เต็มไปด้วยความหวังและการชื่นชมจนเขาอดสูดหายใจเข้าลึกๆไม่ได้ ส่วนอาจารย์และเหล่าชายหนุ่ม ทั้งยังทหารในวังก็มองมาที่เขาด้วยแววชื่นชมไม่แพ้กัน มันทำให้เขาก้าวออกมาเล็กน้อยเรียกเสียงร้องต้อนรับไม่ขาดปาก เขาพยายามรวบรวมสติแล้วร่ายเวทในใจเพื่อเสกช่อดอกไม้ที่เขาคิดว่าสวยที่สุดหลายๆช่อเข้าสู่อ้อมกอดของพวกนาง มันทำให้เกิดเสียงอุทานเบาๆอย่างดีใจดังขึ้นไปทั่ว ตามด้วยรอยยิ้มและเสียงตรบมือ เขาเห็นอาจารย์ของเขาหลายๆคนมองมาที่เขาด้วยแววตาชื่นชมทั้งยังเหล่าบุรุษก็เช่นกัน มันทำให้เขาใจเต้นและแทบจะทำอะไรไม่ถูกกับความรู้สึกนี้ ในยามที่ทุกสายตามองมาที่เขาไม่ใช่เพียงแค่ธอร์อีกต่อไป

 

 

“…เจ้าเยี่ยมมากโลกิ”เขาหันมาตามเสียงทุ้มต่ำของโอดิน ท่านพ่อกำลังยิ้มให้เขาอย่างภูมิใจและมันทำให้เขาแทบจะลงไปนั่งเพราะความรู้สึกหลากหลายที่โถมเข้ามา จนไม่ได้ยินด้วยซ้ำที่ท่านพ่อเขาเอ่ยเริ่มงานเต้นรำ เขาคิดว่าครั้งนี้งานดูจะคึกครืนว่าปีก่อนๆ เหล่าสาวๆต่างก็เริ่มจับคู่เต้นรำหลังจากที่โอดินและเฟียสก้าลงไปเต้นเป็นคู่แรก เขาและคริสเดินลงมาจากบันไดสีทองสวยและมันทำให้สาวๆหลายคนเดินมาทางพวกเขา..เดินมาทางเขามากกว่า

 

 

“องค์ชายเพค่ะ…ดอกไม้พวกนี้สวยมากๆเลย องค์ชายทรงเก่งเหลือเกินเพค่ะ”เขายิ้มออกมาให้พวกเธอเมื่อได้ยินคำชมเชยไม่ขาดปาก ซึ่งเขาไม่เคยใกล้ชิดกับสาวๆมากขนาดนี้ ไม่เคยที่พวกเธอจะมารายล้อมเขาแบบนี้

 

 

“องค์ชายทรงอยากเต้นรำไหมเพค่ะ..”เขาพยายามตั้งสติที่สุดเมื่อเห็นสาวๆหลายคนเริ่มยิงทำถามเดียวกันจนเขารู้สึกว่าจะต้องเต้นกับใครซักคน และนั่นทำให้เขารู้สึกถึงท่อนแขนแข็งแรงของคริสพาดลงมาบนไหล่ของเขา

 

 

“อภัยให้ข้าด้วยสาวๆทั้งหลาย แต่ข้าขอโลกิเต้นรำไว้แล้ว..ข้าอยากจะลองเต้นรำกับน้องชายของข้ามานานมากแล้ว พวกเจ้าจะเสียสละให้ข้าได้หรือไหม?”คริสบอกเสียงหวานตามด้วยรอยยิ้มหล่อบาดใจจนเขาเองที่ใจเต้นไปด้วยพร้อมกับสาวๆที่หน้าแดงกันเป็นแถบ และมันทำให้เขานึกได้ถึงคำพูดของคริสเมื่อกี่แต่เมื่อเขาจะท้วงอะไรมือหยาบแข็งแรงก็รั้งเอวเขาเข้าไปใกล้พร้อมกับหมุดตัวจนเขาต้องรีบเอื่อมมือหนึ่งขึ้นมาจับไหล่แข็งแรงของชายหนุ่มร่างสูง และอีกมือหนึ่งก็ถูกชายหนุ่มรั้งขึ้นมาจันเขาไม่รู้ตัวว่าอยู่ในท่าเต้นรำได้ยังไง

 

 

“เจ้าบ้าไปแล้วหรือ..ธอร์”เขาถลึงตาใส่ชายหนุ่มในระหว่างที่มองไปรอบๆตัวเพื่อมองดูสายตาของคนอื่นๆ เขาไม่เคยใกล้ชิดกับธอร์และคนอื่นๆก็น่าจะรู้ดี มันจะทำให้คริสโดนจับได้ว่าไม่ใช่ธอร์ก็ได้ แต่เพราะสายตาหวานๆของสาวๆที่มองมายังพวกเขากับสายตาของเหล่าทหารมันทำให้เขาไม่แน่ใจว่าคนพวกนั่นจะรู้ตัวว่ามันแปลกๆไหม และเขาก็รีบรั้งอีกฝ่ายไว้ทันทีเมื่อธอร์ขยับเขาให้เข้าไปใกล้พร้อมกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะทุ้มต่ำอย่างอารมณ์ดีของอีกฝ่าย

 

 

“ข้าว่าวันนี้เจ้างดงามมากโลกิ”เขาอดใจเต้นไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงของอีกฝ่าย ทั้งยังสายตาคมกริบสีฟ้าที่มันจ้องลึกเข้ามาในดวงตาเขามันทำให้เขาใจเต้นไม่เป็นจังหวะจนเผลอตัวแส่หน้าไปทางอื่นอย่างไม่ตั้งใจ มองดูรอบๆอย่างไม่แน่ใจนักเมื่อคริสกระชับมือแข็งแรงรอบเอวของเขา

“ข้าชักไม่พอใจเสียแล้วสิ เพราะข้าเห็นบุรุษหลายคนมองตามเจ้าด้วยสายตาแบบนั่น เจ้าเต้นรำกับสตรีได้แต่บุรุษแล้วเจ้าเต้นรำได้แค่กับข้าเท่านั่น”เขากลืนน้ำลายลงคอเมื่อได้ยินน้ำเสียงแข็งกร้าวประกาศความเป็นเจ้าของกระซิบเบาๆใกล้ใบหูของเขา และมันทำให้เขามองตามไปรอบๆ

 

 

“เจ้าคิดไปเองแล้ว ปล่อยข้าซักทีธอร์”เขาพยายามขยับดิ้นอีกครั้งแต่ก็ถูกรั้งลงมาจนเขาเผลออุทานแล้วกอดคอชายหนุ่มไม่ได้ และเมื่อรู้ว่าเขาถูกแกล้งเขาก็รีบปั้นหน้าดุทันทีโดยไม่สนใจเสียงหัวเราะทุ้มต่ำนั่นเลย

 

 

“ข้าบอกแล้วว่าเจ้าช่างงดงามมากโลกิ เต้นรำกับข้าต่ออีกซักเพลงน่ะ แล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป..”คริสบอกยิ้มๆซึ่งเขาแทบจะอยากตายไปตรงนั่นเพราะเขาไม่รู้เลยว่าฝีมือการแสดงของคริสจะดีขนาดนี้และมันกำลังจะทำให้เขาบ้าตายอยู่แล้ว

 

 

“ข้าเกลียดท่านธอร์..”เขาบอกและหันหน้าหนีทันทีเมื่อคริสก้มลงมาเล็กน้อย

 

 

“บอกว่าเกลียดหมายถึงว่าเจ้ารักข้า ยิ่งเกลียดมากก็ยิ่งรักมากเจ้าไม่รู้หรือ”เจ้าของร่างกายกำยำว่า และมันทำให้เขาหน้าแดงขึ้นมามากกว่าเดิม

 

 

“งั้นต้องให้ข้าบอกใช่ไหมว่าข้ารักท่าน..”เขาหยุดพูดลงไปทันทีเมื่อเห็นสายตาคมกล้ามองตรงมายังตนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจนทำให้เขารู้ตัวว่าพูดอะไรออกมา หัวใจของเขาตอนนี้เต้นถี่ยิ่งกว่ากลองศึกพอๆกับสิ่งที่เขาสัมผัสได้จากแผ่นอกกว้างของคนตัวใหญ่

 

 

“ข้าอยากได้ยินเจ้าบอกรักก็จริง..แต่ข้าอยากให้เจ้าบอกข้ามากกว่าโลกิ”เขาก้มหน้าหลบริมฝีปากหยักที่เหมือนจงใจปัดผ่านหน้าผากของเขาเพียงแผ่วเบา นำเสียงจริงจังและแววตาเมื่อกี่มันทำให้เขารู้สึกผิดต่อคริสขึ้นมาจับใจ แต่เพียงแวบเดียวชายหนุ่มก็ปรับสีหน้ามาเป็นร่าเริงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนเดิมและมันทำให้เขาเพียงแค่เต้นรำตามการนำทางของอีกฝ่าย รับรู้สัมผัสอบอุ่นที่คริสมอบให้พยายามบอกตัวเองอีกครั้งว่าคนที่กำลังโอบกอดเขาอยู่คือชาวมิตการ์ตไม่ใช่พี่ชายของเขา

 

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

เขาสูดหายใจเข้าปอดให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตอนนี้เขาเหนื่อยมากเพราะหลังจากเต้นรำกับคริสเสร็จเขาก็แทบจะต้องเต้นรำกับสาวๆในงานเกือบทุกคนเพราะเขาปฏิเสธไม่ได้แถมคริสเองก็ดูมีความสุขกับการเต้นรำกับหลายๆคน ทั้งท่านแม่ของเขา สาวๆในงาน หรือแม้กระทั้งไปลากท่านอาจารย์มาเต้นรำด้วยในสองสามครั้ง และเขาเองก็มีโอกาสได้เต้นรำกับเหล่าทหารองค์รักษ์และอีกสองสามคนที่มองเขาด้วยสายตาชื้นชมในขณะไม่กล้าโอบรอบเอวเขามากนักจนบางครั้งเขาก็อดใจสั่นไม่ได้กับสายตาขององค์รักษ์ตัวโตที่มองมายังเขา เสียงทุ้มต่ำที่พูดออกมาสั่นๆว่าดีใจมากแค่ไหนที่ได้เต้นรำกับเขามันทำให้เขารู้สึกแปลกๆ เขาไม่เคยรู้เลยว่าการงานเต้นรำและเลี้ยงฉลองจะสนุกขนาดนี้ และมันทำให้เขาต้องหลบมาพักจริงๆพร้อมด้วยเหล้ารัมในมือ ดื่มมันเข้าไปอึกใหญ่ๆและว่างเขาไว้ที่ระเบียง มองออกไปยังท้องฟ้าด้านบนและเมืองที่อยู่ด้านล่าง ตอนนี้ทุกอย่างยังคงมืดสนิทเพราะงานฉลองของเหล่าชาวบ้านจะเริ่มในวันพรุ่งนี้แต่ถึงอย่างงั้นทุกอย่างก็ถูกตกแต่งไว้เป็นอย่างดี

 

 

เขาถอนหายใจน้อยๆก่อนจะหันกลับมายืนมองไปที่ห้องโถงใหญ่ ทุกอย่างยังดูสนุกสนานและน่าจะยิ่งกว่าเดิมเพราะเขาได้ยินเสียงคริสตะโกนร้องเพลงดังลั่นจนเขาคิดว่าเจ้าตัวจะนิสัยเหมือนธอร์เข้าไปจริงๆเสียแล้ว ก่อนที่เขาจะหันไปเห็นทหารองค์รักษ์สองคนที่มองตรงมายังเขา ทั้งคู่เคยขอเขาเต้นรำด้วยและเขาจำได้ก่อนที่คนหนึ่งจะรีบเดินตรงมาที่เขาทำให้อีกคนมองตามด้วยสายตาไม่พอใจนักแต่ก็ยอมหลบออกไปแต่โดยดี เขามั่นใจว่าเขาตัวสูงพอสมควรแต่เหล่าทหารในวังนี้แทบจะตัวใหญ่เกือบหมดตัวใหญ่กว่าเขาเสียส่วนใหญ่ต่างกับเหล่านางกำนัลตัวน้อยๆตามที่เขาคิด องค์รักษ์หนุ่มเป็นชายหนุ่มตัวสูงผมสีดำตัดกับดวงตาสีฟ้าอ่อน กำลังยิ้มมาให้เขาขณะที่หยุดอยู่ห่างออกไปพร้อมกับก้มหัวให้เขา

 

 

“องค์ชาย ข้างนอกนี้อากาศหนาวน่ะพะยะค่ะ”เขายิ้มให้อีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มแสดงความประหม่าออกมาเต็มที่

 

 

“ข้าแค่ออกมาพักสูดอากาศเท่านั่น”เขาตอบออกไปซึ่งชายหนุ่มก็พยักหน้ารับ

 

 

“ยังไงให้กระหม่อมอยู่เป็นเพื่อนใหม่พะยะค่ะ”เขาเท้าแขนกับระเบียงหินอ่อนขนาดใหญ่ มองกลับมายังชายหนุ่มตัวสูงด้วยสายตาที่จงใจยั่วน้อยๆ ตามด้วยรอยยิ้มเล็กๆและมันทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาเมื่อเห็นใบหน้าคมขององค์รักษ์หนุ่มแดงขึ้นมาก่อนเจ้าตัวจะแส่หน้าไปอีกฝั่งเพื่อรวบรวมสติและหันมาอีกครั้ง

 

 

“ถ้าเจ้าอยากอยู่ก็เอาสิ ข้าไม่ขัดอยู่แล้ว”เขาบอก ซึ่งมันทำให้อีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้น้อยๆ

 

 

“ปกติข้าพระองค์ไม่เคยเห็นองค์ทรงประทับที่งานเฉลิมฉลองนานถึงเพียงนี้ ..ข้า..ข้าพระองค์อยากจะทูนว่าท่านดูดีมาก”เขาหัวเราะเบาๆกับคำชมด้วยน้ำเสียงสั่นน้อยๆไม่เข้ากับขนาดตัว

 

 

“ขอบใจ เจ้าก็ดูดีเช่นกันองค์รักษ์..เจ้าชื่ออะไรน่ะ?”เขาถามออกไปทำให้อีกฝ่ายยิ้มออกมา

 

 

“เฮนรี่พะยะคะ” ชายหนุ่มว่า “เฮนรี่ คาร์วิล”เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยกับชื่อของชายหนุ่มที่ตอนนี้ยังดูประหม่าอยู่

 

 

“ชื่อเหมาะกับเจ้ามากเฮนรี่”เขายิ้มให้อีกฝ่ายและมันทำให้ชายหนุ่มเหมือนจะสติจะหลุดไปแปปหนึ่ง

 

 

“ข้า…ข้าพระองค์ขอสาบานว่าจะรับใช่พระองค์ไปชั่วชีวิตพะยะค่ะ”เขายิ้มนิดๆเมื่ออีกฝ่ายคุกเข่าข้างหนึ่งลงไปบนพื้นพร้อมกับก้มหน้าน้อยๆอย่างเป็นทางการ และมันทำให้มีความสุขไม่ใช่น้อยเพราะรู้สึกดีจริงๆที่มีคนพร้อมจะรบและเป้นข้ารับใช่เขาบ้างไม่ใช่มีแต่ธอร์เท่านั่นที่มีกองทับ อีกอย่างเขาว่ามีข้ารับใช่ผู้ชายบ้างมันคงจะดีไม่ใช่น้อย

 

 

“ขอบใจเจ้ามาก ข้าดีใจจริงๆ..”เขาบอกทำให้อีกฝ่ายค่อยๆลุกขึ้นมา มองสบตาเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักก่อนจะหลบสายตาในไม่ช้า

 

 

“ข-ข้าพระองค์อยากจะขออนุญาต..จับ..จับมือ..”

 

 

“โลกิ!!”เสียงคำรามลั่นวังตามแบบฉบับของธอร์ดังขึ้นจนทำให้เขาหันไปมองน้อยๆ ต่างกับองค์รักษ์หนุ่มที่แทบจะกระโดดหลบไปทางด้านหลัง ทำให้เขาเห็นว่าคริสกำลังเดินตรงมาที่เขาด้วยท่าทางราวกับราชสีห์อย่างที่ปกติธอร์เป็น ทั้งสายตาคมที่มองมาทางองค์รักษ์หนุ่มมันบอกเขาว่าคริสไม่พอใจมากๆและมันทำให้องค์รักษ์รีบก้มหัวให้และเผ่นออกไปก่อนที่คริสจะเดินมาถึงเขาด้วยซ้ำ

 

 

“เจ้าไม่ต้องตะโกนเสียงดังลั่นเหมือนธอร์ก็ได้”เขาว่าหน่ายๆพลางขยับตัวน้อยๆเมื่อคริสเดินเข้ามาใกล้

 

 

“นายยอมให้ไอ้หน้าจืดนั่นคุยด้วยทำไมตั้งนานสองนาน”เขาถอนหายใจน้อยๆเมื่อคริสแทบจะแยกเขี้ยวใสเขา

 

 

“เขาแค่เข้ามาแนะนำตัว เจ้ารู้ไหมว่าทหารในวังมันเยอะแค่ไหน ดีซะอีกที่ข้าจะมีเพื่อนบ้าง”เขาบอกแต่ดูคริสจะไม่ได้ฟังเลยด้วยซ้ำ

 

 

“ฉันไม่ชอบที่เห็นนายคุยกับผู้ชายคนอื่นอย่างสนิทสนมขนาดนั่น”เขาแส่หน้าหลบสายตาคมทันทีเมื่อได้ยินคริสพูดคำนั่น มันทำให้ใจเขาเต้นจนแทบจะหายใจไม่ออก กับความรู้สึกแบบนี้เขามั่นใจว่าเขามีมันให้ธอร์คนเดียว แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกกับคนตัวสูงที่อยู่ข้างๆ

 

 

“พอเถอะคริส..”เขาเรียกออกไปด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่แผ่วเบาราวกับให้อีกฝ่ายหยุด มันทำให้คริสหยุดจริงๆแต่ก่อนที่มือแข็งแรงของอีกฝ่ายจะรั้งเขาให้หันมาสบตาก็เท่านั่น

 

 

“ฉัน..หึงนายโลกิ ฉันไม่พอใจมากๆเมื่อเห็นนายกับผุ้ชายคนอื่น ฉันอยากให้นายมองแค่ฉัน ฉันอยากให้นายยิ้มให้ฉัน อยากให้นายสัมผัสแค่ฉันเท่านั่น”เขาพยายามมองสบดวงตาคมกล้านั่นที่มองมายังเขาไม่สั่นไหว มันทำให้บางอย่างในอกเขาเหมือนจะพองโตจนเขาพูดอะไรออกมาไม่ได้ เขาดีใจจนแทบจะทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนนิ่งๆแค่นั่น

 

 

“..ฉันแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้วโลกิ ทุกๆวันที่ผ่านมามันทำให้ฉันรู้สึกตัวว่าฉัน-“

 

 

“อย่าพูดน่ะ!!”

 

 

“…”

 

 

“อย่าพูดออกมาน่ะ…ข้าไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั่น เจ้าไม่ได้รู้สึกแบบนั่นหรอก เจ้าเพียงแค่สับสนเท่านั่น เจ้าเพียงแค่ต้องการใครคนอื่นที่ไม่ใช่ข้า..และมันเพียงแค่ข้าอยู่ใกล้ชิดกับเจ้าก็เท่านั่น”เขาพยายามพูดออกมาด้วยสำเสียงแข็งกร้าวที่สุด แต่มันไม่ได้มีผลอะไรแบบนั่นเลย ยิ่งถูกมือหยาบอบอุ่นทั้งสองของชายหนุ่มสัมผัสลงมาบนแก้มของเขาอย่างแผ่วเบามันยิ่งทำให้เขาไม่มีแรงต่อต้านใดๆทั้งนั่น

 

 

“ฉัน..รักนายโลกิ ไม่ว่านายจะพยายามปฏิเสธยังไงฉันก็จะบอกนายว่าฉันรักนาย”เขาเงยหน้าขึ้นมาตามเสียงทุ้มต่ำของอีกฝ่ายกับคำพูดที่เหมือนจะดังกังวานอยู่ในหัวใจเขา มองสบดวงตาคมที่อยู่ห่างไปไม่มากนักมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั่นที่บอกเขาอย่างจริงจัง แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกแบบนั่น…เขารู้สึกว่าบางอย่างมันไม่ใช่ บางอย่างในสายตานั่นมันเหมือนกับมองผ่านตัวเขาไป มองไปยังคนอื่นเสียมากกว่า

 

 

“เจ้าจะรักข้าได้อย่างไรหากใช่เวลาเพียงแค่6วันเท่านั่น เจ้าบอกรักข้าแต่เจ้ากลับหมายถึงอีกคนชาวมิตการ์ต ข้าเห็นมันในสายตาของเจ้า..”เขากระซิบเสียงแผ่วอย่างอ่อนใจในยามที่คริสก้มลงมาจนหน้าผากติดกับเขา ลมหายใจร้อนเป่าลงมาแผ่วเบาจนเขาต้องหลับตาเพื่อรับสัมผัส

 

 

“ฉันรักกับทอมไม่ได้โลกิ…เราเป็นเพียงเพื่อนกันเท่านั่น”เขาไล่ผ่ามือขึ้นไปตามชุดรบแข็งแรงของธอร์ ขึ้นไปยังไหล่ลาดแข็งแรงและโอบรอบลำคอของอีกฝ่ายช้าๆ

 

 

“เจ้า…ไม่กล้ายอมรับแม้แต่ตัวเอง ใยเจ้าถึงหวังให้ข้ายอมรับความรักของเจ้า คริส…ข้ามั่นใจว่าหัวใจข้าส่วนหนึ่งกำลังเรียกร้องตัวเจ้าอยู่ ถ้าเพียงแต่เจ้ายืนยันทุกอย่างให้มั่นใจว่าเจ้า..รักข้า”เขากระซิบเสียงเบาๆ ไล่ริมฝีปากจงใจให้ปัดผ่านริมฝีปากหยักของอีกฝ่ายและมันทำให้คริสนิ่ง

 

 

“ฉัน…เลือกนาย”เขาขยับตัวเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงท่อนแขนแข็งแรงที่รั้งเอวของเขาเอาไว้

 

 

“เจ้าโกหก”

 

 

“…”โลกิอดใจเสียไม่ได้ที่ครั้งนี้คริสเงียบลงไป ไม่พยายามพูดแก้ตัวว่าไม่ได้กำลังโกหกเขา และมันทำให้เขารู้ว่าจริงๆแล้วคริสไม่ได้เลือกเขา

 

 

“แล้วนายล่ะ..นายจะเลือกฉันหรือเลือกธอร์”เขาชะงักริมฝีปากห่างจากอีกฝ่ายไม่มากนักเพราะคำถามของคริส หัวใจเขาราวกับกระตุกบีบรัดเข้ามาจนเจ็บเมื่อนึกถึงธอร์และมันทำให้เขาราวกับค้นหาเสียงของตัวเองไม่เจอ

 

 

“…เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับพี่ชายของข้า”เขาว่า

 

 

“นายบอกว่าหัวใจนายส่วนหนึ่งเรียกร้องฉัน แล้วอีกส่วนละ..”คริสขยับริมฝีปากเข้ามาใกล้เขามากขึ้นจนมันกำลังจะสัมผัสกับเขา แต่เขากลับขยับหลบเล็กน้อยในวินาทีสุดท้าย มันทำให้คริสหยุดเพียงชั่วขณะก่อนจะกดจูบลงมาเบาๆใกล้ๆริมฝีปากเขาแทน

 

 

“ฉันจะมีโอกาสไหมที่จะได้หัวใจนายทั้งดวง”เขากำมือแน่นบนไหล่ของอีกฝ่ายเมื่อได้ยินคำถามนั่น มันทำให้เขาใจสั่นและไม่แน่ใจในคำตอบของตัวเอง

 

 

“แล้วข้าจะมีโอกาสไหมที่จะได้หัวใจของเจ้ามาจากมนุษย์คนนั่น..”เขากระซิบถามกลับไปซึ่งคริสเองเพียงแค่จูบลงบนแก้มเขาอีกครั้ง

 

 

“ถ้าเพียงแค่นายต้องการโลกิ..ฉันบอกแล้วไงว่านายจะได้ทุกอย่างที่นายต้องการหากว่านายแค่พูดออกมา”คริสกระชับตัวเขาไปแน่นแทบอีกฝ่าย และมันทำให้เขาเพียงแค่สูดหายใจเข้าลึกๆกับคำตอบของตัวเอง เขาควรจะเลือกใคร…ระหว่างคนที่ไม่อาจเลือกได้ระหว่างเขาหรืออีกคน กับพี่ชายที่ไม่ได้รักเขาเลยแม้แต่นิดเดียว เขาไม่รู้และทำได้แค่กอดตอบคริสไปเท่านั่นหวังให้อ้อมกอดอบอุ่นของชายหนุ่มตัวสูงทำให้หัวใจเขากลับมาเต้นเป็นปกติเหมือนเดิม

 

 

***********************

 

ช่วงนี้งานยุ่งจริงๆ งิงิ

 

หายไปนานเพราะมั่วแต่จัดการเรื่องนิยาย

 

 

คนที่สนใจเท่าที่จีนนับได้นะค่ะ มีประมาณ34คน ดีใจมากกกกกกกกกกกก

 

 

ค่ะ!!!!!!!!!!!!!!! 

 

 

พ่อแม่พี่น้องค่ะ สรุปจีนจะพิมนิยายค่ะ เป็นไงเป็นกัน(แม้ยังมีปัญหาเรื่องปก)

 

เค้าจะเปิดพรีออเดอร์ อีกครั้งนะค่ะ คาดว่าเวลาพิมพ์หนังสือจากที่คุยมา 7-10วันค่ะ ก็พอปิดพรีออเดอร์จีนจะสั่งพิมพ์ทันที เพราะชะนั่นอดใจรอก่อนนะค่ะ สัญญาว่าถ้าได้ปกแล้วและนิยายสำเร็จแล้วจะมาบอกเรื่องพรีออเดอร์ค่ะ อยากจะบอกว่าเพื่อมีปัญหาอะไร ทักจีนมาในเฟดเลยค่ะ

 

เพราะว่าออนเฟดตลอดเวลา(เนื่องจากคุยกับรีดเดอร์ 5555) เพื่อความรวดเร็วหากอยากรู้อะไร อยากอ่านอะไร อยากเร่งเร้าให้เขียนอะไร(?) 555 จีนก็ปั่นนิยายทุกวันอะค่ะ 5หน้า6หน้าก็เขียน ช่วงนี้วุ่นวายมาก แต่เราจะไม่ท้อ และฝากเพจด้วยนะค่ะ ทักได้ๆๆๆจีนใจดี รีดหลายคนบอกตรงกัน อิอิ

 

ขอบคุณทุกคนมากมายค่ะ จีนจะพิมพ์นิยายให้ได้ //ชูมือขึ้นสู่ฟ้า

เกี่ยวกับ jrasmason

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะค่ะ บล็อกนี้จีนจะลงเป็นFictionหรือว่าเป็นAUนะค่ะ คู่หลักก็จะเป็นHiddleswothและคู่อื่นๆอีกตามแต่อารมณ์ค่ะ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบและสนุกกับนิยายที่จีนเขียนนะค่่ะ ขอบคุณค่ะ //จุ๊บๆ
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Im not Thor / Im not Loki, Z All Fiction และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s