[FIC] Hiddlesworth [ThorXLoki]#5 I am not Thor [END]

 

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

C : Chris H. X Tom H.

R : M

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

 

***********************************

 

 

โลกิพยายามเรียกสติของตัวเองกลับมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อคืนนี้เขาฝันถึงธอร์อีกครั้งฝันว่าธอร์กำลังคำรามใส่เขาด้วยใบหน้าที่แสนเจ็บปวดจนมันบีบในหัวใจของเขา ถามเขาว่าเขาทำแบบนี้กับธอร์ได้ยังไง ถามว่าทำไมเขาถึงได้ปันใจให้ชายอื่นในขณะที่อีกด้านหนึ่งคริสยืนอยู่ตรงนั่นในชุดเสื้อผ้าที่ชาวมิตการ์ตใส่กัน มัดผมไว้ลวกๆที่ด้านหลังกำลังยื่นมือมาทางเขาและขอร้องให้เขาเดินมาทางนี้ เขาจำความรู้สึกนั่นได้ดีว่ามันยิ่งกว่าความเจ็บใดๆที่เขาเคยเจอมา เขาเลือกไม่ได้…เขามองใบหน้าของธอร์และแทบจะทั้งหมดของหัวใจตะโกนให้เขาเดินไปหาธอร์ แต่สายตาอ้อนวอนของคริสมันทำให้เขาก้าวขาไม่ออก และเป็นครั้งแรกที่เขาขอบคุณทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่ทำให้เขาลืมตาตื่นขึ้นมา เขาหอบหายใจถี่และเหงือออกไปทั้งตัว เพราะคำถามของคริสแน่ๆถึงทำให้เขาฝันอะไรแบบนั่น แล้วเขาควรจะทำยังไงดีถึงจะได้แก้อาการบ้าๆนี้ไปได้ เขาไม่ต้องการให้ใครเจ็บปวดแต่เขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะทำยังไงดี

 

 

เขาชอบธอร์…เขารักธอร์ แต่คริสก็ดีกับเขามากๆ มากจนทำให้เขาเผลอใจไปในหลายๆครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงใจเต้นกับชายหนุ่ม เพราะว่าคริสดีต่อเขาหรือว่าเพราะชายหนุ่มมีใบหน้าเหมือนธอร์กันแน่ โลกิสูดหายใจเข้าลึกๆอีกครั้ง ตอนนี้เขาเสียสมาธิเป็นบ้า เขาไม่อยากเจอคริสอีกแล้ว..เขาทนไม่ไว้แล้วเขาอยากจะให้ธอร์กลับมาและมันอาจจะหมายถึงเขาจะต้องไปขอร้องท่านพ่อ และเขาก็ไม่แคร์ แค่เพียงให้คริสหายๆไปซ่ะนั่นคือสิ่งที่เขาหวัง คิดได้ดังนั่นโลกิจึงหมุ่นตัวเดินออกไปจากห้องทันที ร้อนถึงนางกำนัลของเขาสองคนต้องรีบตามออกไป

 

 

“จะเสร็จไปไหนเพค่ะ”

 

 

“ไปหาท่านพ่อข้าไงล่ะ”

 

 

“ตอนนี้ท่านโอดินไม่อยู่นะเพค่ะองค์ชาย พระองค์ทรงออกไปที่เมืองกับท่านเฟรียสก้า”เขาหยุดกึกและหันมามองใบหน้าของหญิงสาวทั้งสองทันที

 

 

“ไม่อยู่หรือ? แล้วจะกลับเมื่อไร”เขาถามออกไปเสียงแข็งกว่าปกติและนั่นทำให้พวกเธอก้มหน้าลงเล็กน้อย

 

 

“น่าจะหลังพระอาทิตย์ตกเพค่ะ เพราะงานของเหล่าชาวบ้านในเมืองเริ่มวันนี้”เขานิ่งลงไปกับคำบอกของพวกเธอ เขาลืมไปเสียสนิทเลยว่าวันนี้งานเฉลิมฉลองของเหล่าชาวเมืองจะเริ่มขึ้นและท่านพ่อของเขาคงไม่มีทางกลับมาที่วังเพื่อส่งคริสกลับไปแน่ๆ มันทำให้เขาแม้มปากแน่นอย่างไม่พอใจนัก เขาเหลือบมองไปรอบๆอย่างใช่ความคิดก่อนที่จะนึกอะไรดีๆได้

 

 

“ข้าจะออกไปนอกเมืองไปยังเขตป่าที่ด้านหลัง หากธอร์ตามหาข้าบอกว่าข้าจะไปที่นั่นและอย่าตามไปเพราะมันอันตรายมาก”เขาว่าซึ่งพวกเธอก็พยักหน้าน้อยๆ

 

 

“แล้วถ้าองค์ชายทรงไม่ยอมละเพค่ะ”เขานิ่งลงไปเล็กน้อยอย่างใช่ความคิด

 

 

“ข้าเชื่อว่าพวกเจ้ามีความสามารถพอ ข้าจะกลับมาหลังจากพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว..”เขาบอกแล้วหันหลังจ้ำอ้าวเดินออกมาทันที พร้อมกับยกมือขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อเสกไม้เท้ายาวของเขาออกมา ตรงไปยังโรงม้าที่ด้านข้างปราสาทเพื่อไปยังป่าด้านหลัง ที่นั่นอันตรายมากและเขามั่นใจว่าคริสเองถ้าไม่งี่เง่าถึงขนาดคิดไม่ได้ละก็ จะต้องไม่ตามไปเด็ดขาด เขาเองก็จะได้คิดเรื่องต่างๆไปด้วยเขาแค่เพียงต้องการอยู่เงียบๆคนเดียว อยู่กับความคิดของเขาและหัวใจของเขาเพราะตอนนี้เขาทนทุกอย่างไม่ไหวอีกแล้ว

 

 

ชายหนุ่มควบม้าให้เร็วขึ้นไปอีกฝ่ายชายป่าเพื่อเข้าไปลึกมากยิ่งขึ้น เขาไม่เคยมาที่นี้ยกเว้นแต่มาล่าสัตว์กับธอร์หรืออะไรทำนองนั่น ที่นี้อันตรายและมีแต่เหล่านักรบและผู้ชำนาญเท่านั่นถึงจะกล้าเข้ามาได้ มันไม่ใช่ที่ที่จะพักผ่อนได้ดีเท่าไหรแต่เขาจะซ้อนตัวเองเอาไว้และเพียงแค่นั่งนิ่งๆมองดูพวกสัตว์อันตรายผ่านไปก็เท่านั่น เขาแค่อยากจะอยู่ในที่ที่เขาจะไม่เจอคริสเพื่อมาป่วนความรู้สึกของเขา

 

 

หลังจากที่ควบม้ามาได้ไกลมากพอสมควรเขาก็มาถึงทานน้ำตกสีสวยที่เขาชอบมานั่ง มองดูสุนัขจิ้งจอกสองตัวที่ขู่ใส่เขาอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามของน้ำตก ยกมือขึ้นเพียงเล็กน้อยร่ายเวทเรียกงูเวทตัวใหญ่ออกมา เพียงแค่ขู่ฟ้อเท่านั่นสุนัขจิ้งจอกสองตัวก็หนีไปทันทีพร้อมกับงูเวทตัวโตที่สลายหายไปในอากาศ เขามองต่ำลงมายังทานน้ำใสเบื่องหน้า มองดูใบหน้าของตัวเองที่ดูจะหมองลงเล็กน้อยพร้อมกับหันไปหาม้าสีขาวของเขาที่มันเดินเข้ามาใกล้ๆ เขาเอื่อมมือหนึ่งออกมาลูบลงไปที่แผงคอมันเบาๆอย่างเหม่อลอยนิดๆ นึกพอใจอยู่บ้างทีที่นี้ดูสงบจนไม่มีเสียงอื่นใดนอกจากเสียงลม เสียงน้ำ และเสียงใบไม้

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

“ฉันจะไปหาโลกิ”คริสแทบจะแยกเขี้ยวออกมาเมื่อนางกำนัลสามคนพยายามรั้งไม่ให้เขาไปไหนก็ตามที่เขาต้องการจะไป หลังจากไปคาดคั้นกับนางกำนัลของโลกิมันทำให้พบว่าโลกิหายไปยังป่าอันตรายทางด้านใต้ เห็นอยู่ชัดๆว่าจงใจหลบหน้าเขาชัดๆ หลังจากเมื่อคืนนี้โลกิเองก็ดูดีและน่ารักมากขนาดนั่นแล้วทำไมถึงหลบหน้าเขาแบบนี้ ชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ขยับตัวอย่างไม่พอใจนักเพราะนางกำนัลสองคนเข้ามาขว้างหน้าเขา

 

 

“แต่องค์ชายโลกิกำชับไว้ว่ามันอันตรายมากนะเพค่ะ แถมองค์ชายเองก็ไม่ยอมพกโยเนียลไปด้วย”เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินเธอพูด มันทำให้เธอพยายามพูดต่อ

 

 

“หม่อมฉันรู้เพค่ะว่าองค์ชายทรงเก่งกาจถึงขนาดเข้าป่านั่นด้วยมือเปล่าอยู่หลายครั้ง แต่วันนี้เป็นงานฉลองนะเพค่ะ พระนางเฟรียสก้าอาจจะไม่พอพระทัยหากพระองค์ทรงมีแผลเล็กน้อยกลับมา”เขาอ้าปากนิดๆเหมือนจะพยายามพูดอะไร ใช่…เขาลืมสนิทไปเลยว่าเขาไม่มีอาวุธคู่ใจแบบที่ธอร์ใช่ และเขาคิดว่าเพราะแบบนี้สิน่ะโลกิถึงหนีไปที่แบบนั่น เพราะมั่นใจว่าเขาไม่มีทางตามไปได้แน่นอน และเขาไม่ยอมแพ้หรอกกับเรื่องแค่นี้ มันทำให้เขาปั้นหน้าดุขึ้นมาและเดินย้อนกลับมายังทหารยามที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ชักดาบที่คาดเอวอีกฝ่ายออกมาทำให้เหล่านางกำนัลของเขาแทบจะกระโดดหนี

 

 

“ตอนนี้ฉันมีดาบแล้วโอเค?”เขาบอกและเดินตรงไปอีก ทำให้พวกเธอรีบเดินตามมาเป็นการใหญ่

 

 

“แต่องค์ชายเพค่ะ องค์ชายอาจจะต้องไปที่เมืองน่ะเพค่ะ งานฉลอง-“

 

 

“ฉันเป็นองค์ชายน่ะโอเค!!! องค์ชาย เจ้าชาย หรืออะไรก็ตามในทำนองนั่น ฉันจะทำอะไรก็ได้ใช่ไหม?? ใช่ไหม!!??”เขาแกล้งตะโกนเสียงดังอย่างไม่พอใจ และมันทำให้พวกเธอถอยหนีเล็กน้อย

 

 

“น-แน่นอนเพค่ะองค์ชาย”

 

 

“ดี ทีนี้บอกฉันมาว่าฉันจะไปหารถได้ที่ไหน ฉันจะไปหาโลกิ”เขาบอกและมันทำให้พวกเธออ้าปากค้างอย่างไม่แน่ใจ

 

 

“ร-ราชรถต้องจัดขบวนหากองค์ชายต้องการ หรือถ้าเป็นม้า-“

 

 

“ใช่ม้า ฉันต้องการม้าควรจะไปทางไหน”เขาพูดตัดบทและมันทำให้พวกเธอดูจะสับสนเล็กน้อย

“ม้า!!!!!!”

 

 

“เพค่ะฝ่าพระบาท ทางนี้เพค่ะ”เขาพยายามกลั้นยิ้มเป็นอย่างมากเมื่อเห็นเหล่าสาวๆรีบวิ่งกันวุ่นวายในยามที่เขาขึ้นเสียงไปเมื่อกี่ ซึ่งเขาก็เพียงแค่รีบก้าวขาตามไปก็เท่านั่น ครั้งนี้และเขาจะคุยกับโลกิให้รู้เรื่องให้ได้ว่าเรื่องระหว่างพวกเขาจะเอายังไง เขามั่นใจว่าโลกิเองก็หวั่นไหวกับเขาบ้างและเขาเองก็หวั่นไหวต่อโลกิ..แม้ว่าบางส่วนในใจลึกๆแล้วเขาเพียงแค่คิดถึงทอมก็เท่านั่น

 

 

ยิ่งผ่านมานานเท่าไหรเขาก็ยิ่งคิดถึงทอมมากขึ้นทุกที คิดถึงเวลาที่อีกฝ่ายยิ้ม คิดถึงเวลาที่น้ำเสียงทุ่มต่ำลื่นหูนั่นกระซิบเรียกชื่อเขา หรือมือเรียวที่พยายามสะกิดเขาในยามที่เขามัวแต่คุยกับคนอื่นอยู่ ยิ่งเห็นโลกิเขาก็ยิ่งนึกถึงทอม..นึกถึงในทุกๆอย่างว่าถ้าหากอีกฝ่ายเป็นทอมจะมีปฏิกิริยาเช่นไร เขาอยากปฏิเสธในทุกๆอย่างและคิดว่าเขาชอบแค่โลกิเท่านั่น แต่ยิ่งเวลาผ่านไปเหมือนมันจะไม่ใช่ เขาแค่กลัวว่าทอมจะไม่ได้รักเขาอย่างที่เขารู้สึก มันเป็นความรู้สึกที่ต่างกันกับที่เขารู้สึกกับคนอื่น แม้แต่กับแอลซ่าภรรยาสาวสวยของเขา เขารักเธอมาก..และเขาคิดว่าเขาเองก็รักทอมเหมือนกัน แค่มันเป็นความรู้สึกที่ต่างกันจนไม่อาจจะมาเทียบกันได้ว่าเขารักใครมากกว่า เขาต้องพยายามหาทางกลับไปที่โลกของเขา กลับไปหาสิ่งแวดล้อมที่เขาคุ้นเคยและจากโลกิไป แต่ก่อนจะถึงเวลานั่นเขาแค่อยากจะพิสูจน์อะไรหลายๆอย่างว่าจริงๆแล้วระหว่างเขาและโลกิเกิดอะไรขึ้นกันแน่…เหมือนๆกับเขากำลังพยายามหลอกตัวเองด้วยและว่า หากว่าโลกิบอกว่าชอบเขาเองไม่ใช่ธอร์ เขาก็คงจะเลือกโลกิแม้ว่าในใจเขาอาจจะไม่ใช่แบบนั่น เขาไม่รู้ เขาไม่รู้อะไรทั้งนั่นและมันทำให้เขาเลิกคิดเรื่องไร้สาระทันทีพยายามเพ่งสมาธิกับม้าที่ขี่อยู่

 

 

เขาเพียงแค่ตรงมาตามทางที่ทหารบอกก็เท่านั่น รอบๆนี้มันน่ากลัวจริงๆอย่างที่คิดไว้เลย ซึ่งเขามีดาบและม้า…เขาเคยซ้อมฟันดาบกับสต๊าฟบ้างเป็นบางครั้ง ส่วนม้านี้ก็พอถี่เป็นอยู่แต่อย่าให้เร็วมากก็เป็นอันใช่ได้ เขาคิดว่าแถวนี้ดูน่ากลัวยอย่างที่นางกำนัลบอกจริงๆด้วย ป่าก็ดูนิ่งและเขามั่นใจว่ามีตัวอะไรหลายๆอย่างกำลังมองดูเขาอยู่ด้วยแน่ๆ มันจึงทำให้เขารีบควบม้าเข้าไปอีก พวกเธอบอกว่าโลกิน่าจะอยู่ตรงน้ำตกแถบๆกลางป่า ซึ่งมันหาง่ายและเขาก็ชำนาญทางอยู่แล้วด้วย หมายถึงธอร์เสียมากกว่าที่ว่าชำนาญทางไม่ใช่เขาเลย ในเมื่อป่ามันไม่ได้ใหญ่มากก็ต้องหากันเจอ ใช่ไหม? ร่างสูงใหญ่คิดเข้าข้างตัวเองพร้อมกับรีบตรงต่อไปและเขามั่นใจว่าไม่น่าหลงแน่นอน ถึงหลงก็ต้องมีคนมาตามหาอยู่แล้วละ

 

 

“โลกิ!!!!!!!!!!”เขาตะโกนเรียกหลังจากที่นึกใจชื้นอยู่บ้างที่เห็นทานน้ำตกใสที่เขาว่ามันสวยมากๆ แต่กลับไม่เห็นตัวของอีกฝ่ายและเขามั่นใจว่าเจ้าตัวน่าจะอยู่แถวนี้แน่ๆ แต่ก็ไม่เห็นอีกฝ่ายแม้แต่น้อย เขาค่อยๆลงจากม้าตัวใหญ่สีดำเพื่อเดินหาชายหนุ่มซึ่งเขาเริ่มจะใจเสียเล็กน้อยที่ไม่เห็นใครเลย นี่มันแย่มากๆเลยทีเดียว

 

 

“ฉันรู้ว่านายอยู่แถวนี้! ทำไมอยู่ดีๆถึงต้องหลบหน้าฉันด้วยโลกิ!!!!”เขาตะโกนเรียกอีกฝ่ายอีกครั้งแต่ทุกอย่างยังคงเงียบอยู่เหมือนเดิม

 

 

“ฉันแค่อยากคุยกับนาย เรื่องทั้งหมด..เรื่องระหว่างเรา แค่ออกมาเจอหน้าฉันหน่อยได้ไหม”โลกิแส่หน้าหนีไปอีกฝั่ง หลังจากที่อีกฝ่ายพูดจบเขาก็ขยับตัวเข้าสู่เงาไม้มากขึ้นเพื่อไม่ให้คริสที่กำลังมองหาเขาอยู่สังเกตเห็น เพราะอีกฝ่ายตามมาถึงที่นี้มันยิ่งทำให้เขาดีใจแบบนี้ทั้งๆที่ที่นี้มันอันตรายแต่คริสก็ยังมาและมันทำให้เขาสับสน เขาไม่อยากจะเผชิญหน้ากับคริสตอนนี้เขายังไม่พร้อมจะยอมรับและใจเต้นกับอีกฝ่ายในตอนนี้

 

 

ชายหนุ่มพยายามขยับตัวสู่เงามืดให้มากกว่าเดิมเมื่อรู้สึกว่าคริสเดินเข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้น ซึ่งชายหนุ่มไม่เห็นเขาแน่นอนและเขากำลังภาวนาให้คริสรีบๆถอดใจและกลับไปซะ แต่บางอย่างมันทำให้เขาตาโตขึ้นมาเพราะเขาได้ยิน…อะไรบางอย่างขยับอยู่ข้างหลังพุ่มไม้ห่างออกไปจากชายหนุ่มร่างสูงผมทองที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยแม้แต่น้อย เขารู้สึกได้เมื่อม้าทั้งของคริสร้องออกและและแทบจะวิ่งหลบไปอีกทาง มันทำให้คริสหันไปมองตามม้าตัวสีดำใหญ่ที่วิ่งหายไปแล้ว เขากลืนน้ำลายลงคอเมื่อเห็นเงาดำทะมึนของสิ่งที่เขาคุ้นเคยและเกลียดเป็นที่สุด หมีป่าขนาดใหญ่ที่มันกำลังเดินมาทางคริสเงียบเชียบด้วยสายตาดุร้าย เขาไม่ได้กลัวเจ้าหมีตัวโตนั่นแต่เขากำลังกลัวคริสที่ไม่เห็นมันเสียมากกว่า และเหมือนอะไรหลายๆอย่างจะยิ่งเลวร้ายลงไปอีกเมื่อมันยืนขึ้นด้วยสองขาอยุ่ห่างจากชายหนุ่มไม่มากนักในท่าเตรียมต่อสู้ และมันทำให้เขารีบวิ่งออกไปโดยที่ไม่ทันคิดด้วยซ้ำ

 

 

“คริสระวัง!!!!!!”เขาตะโกนดังลั่นพร้อมกับยกไม้เท้าไปทางเจ้าหมีป่าตัวโตนั่น ปล่อยแสงสีฟ้าใส่มันก่อนที่มันจะได้ตะปบลงมาบนชายหนุ่มตัวสูง เสียงคำรามดังลั่นของมันทำให้เขารีบวิ่งไปทางคริสและรั้งให้ชายหนุ่มกระดอนไปอีกฝั่งพร้อมกับตัวเขา

 

 

“โลกิ!!”เขาพยายามขยับตัวอย่างรวดเร็วที่สุดเมื่อได้ยินเสียงทุ่มต่ำร้องออกมา ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงทุบลงมาจนพื้นดินร้าวจากสัตว์ตัวโต ก่อนที่เขาจะร้องออกมาดังลั่นเพราะขาของเขาที่มั่นใจว่าโดนลูกหลงเมื่อจนทำให้เขาไม่อาจจะขยับได้ ยังดีที่คริสรีบถลาเข้ามาใกล้และบังตัวเขาไว้ และเขาก็ใช่จังหวะนั่นใช้ไม้เท้ายิงน้ำแข็งออกไปตามด้วยเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของหมีป่า มันสะบัดขนอย่างโมโหพร้อมกับคำรามเสียงดังลั่น แต่ก็ยอมร่นถอยลงไปเมื่อเขาเสกงูเวทตัวใหญ่ขึ้นมาสองตัว ไม่นานนักมันก็วิ่งหายเข้าไปในป่าและเมื่อแน่ใจแล้วเขาจึงคลายเวททำให้งูทั้งสองตัวสลายหายไป เหลือเพียงแค่เขาที่พยายามกลั้นเสียงร้องเมื่อรู้สึกว่าขาข้างซ้ายของตัวเองเจ็บจนแทบจะขยับไม่ได้

 

 

“เจ้ามันโง่เง่าสิ้นดี!!!! เจ้ามันเป็นเจ้าบ้าที่สมควรตาย!!!”เขาตะคอกดังลั่นทั้งยังกำคอเสื้อของคนที่อยู่ข้างๆไม่ได้ คริสที่กำลังใช่ตัวบังเขาเอาไว้จากอะไรก็ตามที่อาจจะเข้ามาทำร้ายเขาอีก ทั้งยังท่อนแขนแข็งแรงที่อยู่รอบตัวเขามันยิ่งทำให้เขาใจสั่น

 

 

“ข้าบอกเจ้าว่าอย่ามาเจ้าก็ยังจะมา!!!! เจ้ามันไม่มีปัญญาคิดเลยใช่ไหมว่าตัวเองมันอ่อนแอและเจ้าอาจจะตายก็ได้!!!! ถ้าข้าไม่อยู่จะทำยังไง!! ถ้าข้าไม่เข้ามาช่วยเจ้าจะทำยังไง!!!”เขาทุบลงไปบนไหล่ลาดแข็งแรงนั่นอย่างแรงไม่หยุด ทั้งยังพยายามขัดขืนอย่างเต็มทีเมื่อคริสรวบเขาเข้าไปไว้ในอ้อมกอด พยายามกอดเขาไว้ให้เขาสงบลงแม้ว่าตอนนี้เขาแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ เขากำลังกลัวและเขาไม่สนใจแม้ว่าตอนนี้เขากำลังร้องไห้หนักมาก…เขากลัวว่าคริสจะตาย เขากลัวทุกๆอย่างเพราะภาพเมื่อกี่มันยังอยู่ในหัวของเขาจนเขาไม่อาจจะทำอะไรได้มากนัก

 

 

“โลกิ..นายเจ็บตรงไหนบ้าง บอกฉันสิ”เขาได้ยินเสียงคริสสั่นเครือด้วยความกลัวพอๆกับเขา มันทำให้เขาหยุดทุบอีกฝ่ายและเปลี่ยนเป็นซุกหน้าร้องไก้กับแผ่นอกกว้างนั่น ส่วนมือหนึ่งก็เอื่อมขึ้นมาโอบรอบคอของชายหนุ่ม

 

 

“ข้าเจ็บข้างในนี้..ทำไมเจ้าจะต้องมาทำแบบนี้กับข้าด้วย ทำไมเจ้าจะต้องใช่ใบหน้านี้มาทำให้ข้าหวั่นไหว!! ทำไมเจ้าจะต้องทำให้ข้าปล่อยให้เจ้าตายไม่ได้ ทำไมเจ้าจะต้องทำให้ข้าแทบเป็นบ้าแบบนี้!! ข้าเกลียดเจ้า ข้าเกลียดเจ้า!!!”เขาร้องไห้ออกมามากกว่าเดิม พยายามแส่หน้าไปทางอื่นเมื่อคริสรั้งใบหน้าเขาขึ้นมาด้วยอุ้มมืออบอุ่นของอีกฝ่าย

 

 

“โลกิ..ฉัน-”

 

 

“ทั้งๆที่เจ้าไม่ได้มีอะไรดีเลยแท้ๆ!!! เจ้าเพียงแค่เหมือนเขา เจ้าเพียงแค่ทำให้ข้าเริ่มฝันลมๆแร้งๆว่าธอร์อาจจะดีแบบเจ้าบ้าง เขาอาจจะสนใจใยดีข้าแบบนี้บ้าง เจ้าทำให้ข้าเริ่มคิดหวังในสิ่งที่ไม่ควร!!! เจ้าทำให้ข้านึกถึงแต่เขา!!! เจ้าทำให้ข้าสับสนและเริ่มทำตัวราวกับพวกเพ้อฝันในสิ่งที่ไม่มีทางเป็นจริง!! แม้แต่ตัวเจ้าเองที่บอกว่ารักข้าเจ้าก็ยังมองข้าเป็นคนอื่น!!!”เขาร้องไห้หนักขึ้นกว่าเดิมเมื่อยิ่งถูกนิ้วของอีกฝ่ายเกลี่ยน้ำตาออกเขาก็ยิ่งร้องไห้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังลมหายใจแผ่วและหน้าผากของอีกฝ่ายที่แนบชิบกับหน้าผากของเขาเบาๆมันยิ่งทำให้เขาแทบจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้

 

 

“ข้ารักเจ้าไม่ได้คริส..ข้ารักเจ้าไม่ได้ในเมื่อหัวใจของข้า ข้ามอบมันให้กับธอร์ไปหมดแล้ว”เขากระซิบเสียงแผ่วให้อีกฝ่ายได้ยิน ให้มันดังเข้าไปในหัวใจเขาด้วยและราวกับบางอย่างที่มันทำให้เขารู้สึกราวกับหัวใจพองโตและตัวเบาหวิวจนแทบจะกลายเป็นความรู้สึกดีที่พูดออกไป ในขณะเงยหน้าขึ้นน้อยๆเพื่อรับสัมผัสแผ่วเบาในยามที่คริสจูบลงมาที่หน้าผากของเขา

 

 

“ฉันรู้โลกิ ฉันรู้…ฉันเองก็รักนายไม่ได้เหมือนกันโลกิ”เขาได้ยินคริสกระซิบเสียงเบาตอบกลับมา มันราวกับทำให้เขารู้สึกโล่งใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

 

 

“หากฉันกลับไปได้ฉันก็จะบอกเรื่องนี้กับทอมทันที…และฉันมั่นใจว่าฉันเองก็รู้สึกดีกับนายเหมือนกัน”เขาใจเต้นกับเสียงทุ้มต่ำอ่อนหวานของอีกฝ่ายไม่ได้ ในยามที่คริสรั้งใบหน้าของเขาให้เงยขึ้นมาเช็ดน้ำตาเขาอย่างแผ่วเบา และมันทำให้เขากระชับแขนรอบคอของอีกฝ่าย

 

 

“ข้าเองอาจจะไม่ได้เกลียดเจ้าก็ได้..”เขาหลับตาลงน้อยๆเมื่อรับรู้ถึงริมฝีปากอบอุ่นที่ทาบลงมาแผ่วเบาและอ่อนหวาน และเขาเพียงแค่จูบตอบเพื่อรับสัมผัสของอีกฝ่ายก็เท่านั่น ครางแผ่วเบาในยามที่ลิ้มร้อนชื้นของชายหนุ่มไล่กวาดต้อนเอาความหวานจากโผลงปากเขาอย่างถือวิสาสะ และเขาก็ไม่ได้ทักท้วงเพียงแค่กระชับแขนให้แน่นยิ่งขึ้นพอๆกับชายหนุ่มที่กระชับท่อนแขนแข็งแรงรอบตัวของเขา รสจูบเนิ่นนานที่เขาไม่เคยคิดฝันว่าจะได้มี มันทำให้เขาไม่แม้แต่จะสังเกตลมร้อนๆที่พัดแผ่วเบาอยู่รอบตัวของเขา ก่อนที่รสจูบของคริสจะเปลี่ยนไป บางอย่างที่หอมหวานและอ่อนโยนทั้งยังท่อนแขนแข็งแรงที่เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดมันทำให้เขาค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆหลังจากที่อีกฝ่ายถอนจูบออกไป ใบหน้าคมของอีกฝ่ายยังคงก้มเพียงเล็กน้อยและยังหลับตาอยู่ แต่บางอย่างมันทำให้เขารู้สึกว่าคริสเปลี่ยนและเขาเองก็บอกไม่ถูก จนไม่รู้สึกว่ามือของตัวเองยกขึ้นเพื่อลูบใบหน้าคมนั่นเบาๆ และมันทำให้อีกฝ่ายลืมตาขึ้นมามองเขา

 

 

“ธอร์…ท่าน..ท่าน…”เขาแทบจะเปร่งเสียงออกมาไม่ได้เมื่อความรู้สึกดีใจปนตื่นตระหนกโถมเข้ามาจนเขาเผลอขยับตัวหนี แต่เพราะสายตาคมสีฟ้านั่นมองมาที่เขามันทำให้เขาขยับไปไหนไม่ได้ แววตาอ่อนโยนที่มองมายังเขามันกำลังถ่ายทอดทุกๆคำพูดออกมาจนเขาเพียงแค่หยุดอยู่แบบนั่น

 

 

“โลกิ…”ธอร์กระซิบเพียงแผ่วเบาก่อนจะรั้งเขาเข้าไปกอด ซึ่งเขาเผลอร้องออกมาเบาๆเพราะเจ็บและมันทำให้ธอร์หยุดและคลายอ้อมแขนเล็กน้อย มันทำให้เขาแปลกใจมากที่ธอร์รู้ตัวว่าทำให้เขาเจ็บ

 

 

“ข้าคิดถึงเจ้ามาก..เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม”เขาอดใจเต้นไม่ได้เมื่อรู้สึกถึงริมฝีปากหยักของอีกฝ่ายที่กดลงมาเบาๆบนหน้าผากของเขา เนินนานจนทำให้เขารู้สึกราวกับสูญเสียกำลังทั้งหมดไป นึกแปลกใจกับท่าทางของธอร์ที่เปลี่ยนไปขนาดนี้

 

 

“ข้า…ข้า…เกลียดท่านธอร์..”เขาพูดเสียงแผ่วเบาและกว่าจะได้รู้ตัวเขาก็พูดมันออกมาเสียแล้ว ความรู้สึกโหว่งขึ้นมาในใจเพราะเขารู้ว่าอีกไม่นานธอร์จะหุบยิ้มและพลักออกจากตัวเขา มันทำให้เขาโอบรอบลำคอของอีกฝ่ายแน่นราวกับกลัวคนตัวสูงจะพลักออกไป แต่ธอร์ก็ไม่ขยับไปไหนทั้งนั่นแถมมือหยาบแข็งแรงยังรั้งเขาให้เข้าไปใกล้ยิ่งขึ้นพร้อมกับกดจูบลงมาบนริมฝีปากของเขาโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว โลกิครางแผ่วเบาตอนรับลิ้นร้อนที่ไล่ต้อนเขาจนเขาแทบจะละลาย รสจูบร้อนแรงที่ปนไปด้วยความอ่อนหวานมันทำให้เขาไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยว่าถูกรั้งให้เข้าใกล้อีกฝ่ายในตอนไหน แต่เขาก็ต้องร้องออกมาเมื่อรู้สึกเจ็บที่ขา

 

 

“เจ้าเป็นอะไรโลกิ…ข้าทำเจ้าเจ็บอีกแล้วหรือ? ข้าขอโทษ..”เขาพยายามข่มอารมณ์เต็มที่เมื่อได้ยินน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยของพี่ชายเขา มันทำให้เขาเงยหน้ามองอีกฝ่าย

 

 

“ป-เปล่า ข้าเจ็บขา..หมีมัน-“

 

 

“เจ้าโดนหมีป่าทำร้ายหรือ!!!!!! ข้าจะไปฆ่าพวกมัน!”เขาแทบจะรั้งธอร์ไว้ไม่ทันเมื่อชายหนุ่มทำท่าจะลุกขึ้นอย่างเอาเรื่อง ซึ่งแรงดึงของเขาทำให้อีกฝ่ายหยุดจนเขาอดแปลกใจไม่ได้

 

 

“ข้าอยากกลับวัง พี่ชายข้า..”เขาพูดเสียงแผ่วและมันทำให้ธอร์พยักหน้าเข้าใจ ไม่แม้แต่จะขืนตัวพยายามไปหาเรื่องทำให้ป่าเสียหายเหมือนทุกที ชายหนุ่มเพียงแค่ก้มลงมาและช้อนตัวเขาขึ้นจนเขาแทบจะคว้าลำคอแข็งแรงของอีกฝ่ายไม่ทัน

 

 

“ข้าจะดูแลเจ้าเองโลกิ..”ธอร์ยิ้มให้เขา เป็นรอยยิ้มที่เขาไม่เคยเห็นธอร์ยิ้มให้ใครมาก่อนและเขาเองก็ไม่เคยคิดว่าเขาจะได้รับมันด้วย มันทำให้เขาซุกใบหน้าลงกับลำคอแข็งแรงของชายหนุ่มราวกับกลัวว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นความฝัน

 

 

“ข้า…ข้ารักท่านธอร์”เขาพูดออกมาแผ่วเบาพยายามซ้อนใบหน้าของอีกฝ่ายเอาไว้ ซึ่งเขารับรู้แค่ว่าธอร์หยุดไปเพียงชัวครู่เท่านั่นแต่ชายหนุ่มก็เดินต่อไปเหมือนเดิม มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นถี่จนเขาแยกไม่ออกว่ามันเป็นเสียงหัวใจของเขาหรือของพี่ชายเขากันแน่

 

 

“ข้าเองก็รักเจ้าโลกิ ข้ารักเจ้ามาก..และข้าจะรักเพียงแค่เจ้าเพียงคนเดียวเท่านั่นโลกิ”เขากระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นเมื่อรู้สึกถึงหัวใจที่พองโตจนเขาเจ็บไปหมด แทบจะสำลักความสุขตายไปเลยด้วยซ้ำ

 

 

“ท่านดูเปลี่ยนไปน่ะธอร์ หวังว่าพรุ่งนี้ท่านจะไม่กลับมาคำรามใส่ข้าอีกน่ะ”เขาบอกงุบงิ้บเบาๆ ซึ่งธอร์เองก็เพียงแค่ขำน้อยๆเท่านั่น

 

 

“ข้าจะไม่มีทางทำตัวหยาบคายกับเจ้าโลกิ และข้าก็หวังว่าเจ้าจะกอดข้าแน่นแบบนี้ในทุกๆวัน”ธอร์บอกมันทำให้เขารีบคายอ้อมกอดทันที

 

 

“ข้าไม่ได้อยากจะกอดท่านซักนิด ข้าเพียงแค่…ข้าแค่กลัวตกเท่านั่นเอง”เขานึกอยากจะกัดลิ้นให้ตายเมื่อพูดอะไรแบบนี้ออกไปอีกแล้ว มันอาจจะทำให้ธอร์ปล่อยเขาลงก็ได้ แต่ธอร์ก็ไม่ปล่อย ไม่แสดงสีหน้าไม่พอใจ มีแค่รอยยิ้มอย่างรักใคร่ที่มอบให้เขาก็เท่านั่น

 

 

“แค่กลัวตกจริงๆหรือ..”เขาพยายามซ้อนใบหน้าแดงๆเอาไว้เมื่อเห็นสายตารู้ทันของชายหนุ่มตัวสูงใหญ่แข็งแรง เขามั่นใจว่าธอร์น่าจะไปเรียนรู้อะไรมาแน่ๆในระหว่างที่หายไป

 

 

“ข้า…ข้า…”เขาพยายามพูดแต่ก็เงียบลงไป ซึ่งทำให้ชายหนุ่มตัวสูงหัวเราะออกมาแทน

 

 

“ตามใจเจ้าแล้วกันโลกิ”

 

 

“ข้าเกลียดท่านธอร์”

 

********************************

 

จบแบ้วสำหรับเรื่องนี้ ไว้ว่างๆจิเขียนธอร์กิอีกนะค่ะ รอสเปน่าาา

 

เกี่ยวกับ jrasmason

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะค่ะ บล็อกนี้จีนจะลงเป็นFictionหรือว่าเป็นAUนะค่ะ คู่หลักก็จะเป็นHiddleswothและคู่อื่นๆอีกตามแต่อารมณ์ค่ะ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบและสนุกกับนิยายที่จีนเขียนนะค่่ะ ขอบคุณค่ะ //จุ๊บๆ
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Im not Thor / Im not Loki, Z All Fiction และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s