[FIC] Hiddlesworth [ChrisXTom]#10 Travel Trip[END]

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

C : Chris H. X Tom H.

R : M

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

***********************************

ร่างสูงมองดูคนตัวเล็กกว่าในชุดสบายๆกำลังเดินกลับมาพร้อมกับชาร้อนๆในมือ ดวงตากลมโตยังคงแดงอยู่เล็กน้อยบวกกับที่ดูบวมนิดๆ ทำให้เขาเริ่มคิดว่าเพราะเขาเป็นต้นเหตุแท้ๆถึงทำให้ทอมร้องไห้แบบนี้ แม้ในใจลึกๆแล้วเขาจะค่อนข้างดีใจก็เถอะที่เห็นทอมดุจะเป็นห่วงเป็นใยเรื่องของเขา แต่ว่ามันก็ยังรู้สึกผิดอยู่ที่ ตอนนี้เขากำลังคิดว่าจะทำยังไงดีให้ทอมหายโกรธเขา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นทอมหลบหน้าเขาขนาดนี้ ตั้งแต่ที่ชายหนุ่มเปิดประตูมาแล้ว แทบจะปิดใส่หน้าเขาทั้งที่ยังไม่ทันอ้าปากอธิบายอะไรเลย ยังดีที่เขาไวกว่าก็เลยง้างประตูเอาไว้ได้ ทอมคล้ายๆกับคนที่ดื้อเงียบยังไงยังงั้น แม้ว่าตอนนี้เขาจะสามารถพาตัวเองเข้ามาในบ้านได้แล้ว แต่ทอมก็ยังไม่ยิ้มให้เขาแม้แต่น้อย แทบจะสะบัดหน้าหนีทุกครั้งที่เขายิ้มให้ จนเขาเริ่มใจเสียเล็กน้อย ไม่อยากเห้นทอมโกรธแบบนี้เลย..

ชายหนุ่มตัวเล็กกว่านั่งลงยังฝั่งตรงข้ามกับเขาซึ่งเป็นโซฟาตัวยาว โดยที่ยังคงไม่มองสบตาเขาตรงๆอยู่ดี ทำให้เขายิ่งพยายามหาหนทางเข้าไปใหญ่ กลัวว่าทอมจะไม่เชื่อเขา แต่อย่างน้อยๆลองดูมันก็คงจะคุ้มอยู่ใช่ไหม?

“คือ..คืนนั่นหลังจากไปส่งนายที่บ้านพักแล้ว พี่ชายฉันก็โทรมาหา..เขาบอกว่าที่บริษัทมีปัญหานิดหน่อยอยากจะให้ฉันรีบกลับไปให้เร็วที่สุด ตอนนั่นฉันไม่อยากมาเลยแม้แต่นิดเดียว ฉันอยากอยู่กับนายมากกว่า แต่มันเป็นเรื่องใหญ่มาก ฉันเลยคิดว่าจะรีบบินกลับไปจัดการให้เสร็จแล้วรีบบินกลับมาที่นี้ แต่ว่ามันก็กินเวลานานเป็นวัน แถมมารู้ที่หลังว่านายบินกลับไปตั้งแต่เช้าก็เลยไปหาไม่ได้ ฉันมันก็ดันซื่อบื่อที่ไม่ยอมขอเบอร์นายหรือที่อยู่ไว้ซะด้วย”เขาพูดออกมา ทำให้ทอมหันมามองหน้าเขา

“ไม่ใช่เพราะว่าไม่คิดอยากจะสานต่อความสัมพันธ์หรือครับ ถึงไม่ขอเอาไว้…”เขาได้ยินเสียงหวานพูดออกมางอนๆทำให้เขารีบสายหน้าปฏิเสธเป็นการใหญ่

“ไม่ใช่น่ะทอม จริงๆฉันมันลืมไปเอง ฉันสาบานได้…มันมีเหตุด่วนจริงๆถึงต้องรีบกลับมา”คริสบอกออกมาอ่อยๆ

“ธุระอะไรหรือครับ”ชายหนุ่มถามออกมาเสียงแข็ง ก่อนที่เจ้าตัวจะก้มหน้าลงนิดหนึ่งอย่างลำบากใจ “จริงๆแล้วคุณไม่ต้องตอบก็ได้ครับ ผมไม่ได้อยากยุ้งเรื่องส่วนตัว”ทอมพูดออกมาเสียงเบาอย่างไม่ค่อยแน่ใจ ทำให้เขาเลียริมฝีปากเบาๆ

“ที่บริษัทเจอปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดน่ะ เรือที่พึ่งเข้าเทียบท่าถูกโยนยาเข้ามาในเรือ ทำให้ตำรวจต้องเขามาตรวจสอบกันยกใหญ่ว่าเราเกี่ยวข่องกับเรืออีกลำที่ขนยามาหรือเปล่า แถมยังใช่เส้นทางเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ด้วยตำรวจก็เลยค่อนข้างไม่เชื่อเท่าไหร”เขาพูดออกมา ทำให้เชายหนุ่มดูจะตาโตขึ้นมาด้วยความตกใจ

“แล้วไม่เป็นไรแล้วหรือครับ?”เขาพยายามกลั้นยิ้มอย่างหนักเมื่อท่าทางของทอมแสดงความเป็นห่วงเป็นใยออกมาเต็มทีจนเขาคิดว่าเจ้าตัวคงจะลืมไปแล้วว่าโกรธเขาอยู่ ซึ่งเขาก็ทำเป้นถอนหายใจยาวออกมาอย่างเครียดๆพลางก้มหน้าลงต่ำเพื่อตั้งสมาธิ

“…ฉันหวังว่าจะไม่เป็นปัญหาอะไรมากน่ะสิ เมื่อคืนฉันก็ไม่ได้นอนเลยแม้แต่งีบเดียว แถมยังต้องอยู่ที่ท่าเรือจนเกือบสว่างอีก อาหารก็ได้กินแค่กาแฟกับแซนวิชแข็งๆบนรถเท่านั่นเอง แต่ไม่เป็นไรหรอกเพราะว่ามันทำให้ฉันพอจะมีแรงมาหานายถึงที่นี้ดี ฉันดีใจมากรู้ไหมที่อย่างน้อยๆนายก็ยอมให้คนใจร้ายแบบฉันเข้าบ้านมา”เขาพูดออกไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าแสดงสีหน้าเป็นกังวลปนเป้นห่วงออกมาอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่คนตัวเล็กกว่าจะรีบลุกขึ้นแล้วเดินมานั่งข้างๆเขา ซึ่งเขาก็รีบหันหน้าหนีเพื่อซ้อนรอยยิ้มเอาไว้ขณะที่ทอมเอื่อมมือขึ้นมาจับบ่าแข็งแรงของเขาเบาๆ ทำให้เขาเริ่มคิดว่าตัวเองช่างร้ายกาจจริงๆ

“ผมไม่รู้เลยว่าคุณลำบากขนาดนี้ แถมยังมีปัญหาใหญ่กับบริษัทที่คุณทำงานอยู่อีก แต่ผมก็ยังคิดว่าคุณแค่หนีกลับมาเฉยๆ คุณมาหาผมแบบนี้จะดีหรือครับ ถ้ายังจัดการเรื่องไม่ได้คุณอาจจะโดนไล่ออกก็ได้”ทอมพูดออกมา ทำให้เขาส่ายหน้าเล็กๆ

“ไม่หรอก ฉันไม่โดนไล่ออกหรอก”เขาพูดออกมาพร้อมกับร้อยยิ้มเพื่อสร้างความมั่นใจให้ทอม แต่ชายหนุ่มกับขวมดคิ้วนิดๆ

“คุณจะมั่นใจได้ยังไงครับ คุณถูกเรียกตัวให้กลับมาด่วนขนาดนี้เพราะเรื่องใหญ่โตแบบนั่น ถ้าเจ้านายคุณรู้ว่าคุณยังจัดการเรื่องไม่ได้ เขาจะต้องโกรธมากแน่ๆ”ทอมบอกอีก

“เชื่อสิทอม ไม่มีใครทำอะไรฉันได้หรอก”

“จะว่าไปผมไม่เคยถามคุณเลยว่าคุณทำงานอะไร”ชายหนุ่มบอกก่อนจะหันมามองเขาอย่างไม่แน่ใจ “งานผิดกฎหมายหรือเปล่าครับ?”ทอมถามออกมาเบาๆ

“ไม่ใช่แบบนั่นทอม…คือฉันทำงานเกี่ยวกับบริษัทเดินเรือ พวกเอ่อ…รับขนสินค้าที่ถูกกฎหมายผ่านทางทะเล งานถูกกฎหมายแน่นอนทอม”เขาพูดออกมาอีก เห็นได้ชัดว่าทอมลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ยังโกรธๆเขาอยู่

“คุณคงจะมีความสำคัญกับบริษัทมาก ถึงขนาดมีคนขับรถส่วนตัวหรือไม่ก็ตามตัวกลับมาจากต่างประเทศแบบด่วนขนาดนี้”ทอมบอกออกมา ทำให้เขายิ้มเพียงเล็กน้อยกับคนน่ารักที่เขานึกพอใจเหลือเกินเวลาเห็นทอมดูจะเป้นห่วงเป็นใยเขาแบบนี้ ดูแล้วรู้สึกว่ามีพลังในการทำงานเพิ่มขึ้นซะเยอะเลย

“พี่ชายฉันก็บอกว่าฉันสำคัญน่ะ”เขาว่าขณะมองสบตากลมโตของทอมที่ดูจะไม่ได้มีแววดีใจเลยแม้แต่น้อย กลับดูยิ่งเศร้าสร้อยลงไปอีกด้วยซ้ำ ก่อนที่คนข้างๆเขาจะถอนหายใจยาวออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนพร้อมกับสายตาหวานใต้ขนตายาวจะพลุบลงต่ำอย่างไม่สบายใจ มันยิ่งทำให้เขารู้สึกเป็นห่วงทอมมากขึ้นไปอีก

“ผมแย่มากเลยที่ด่วนสรุปคุณไปในทางเสียๆหายๆแบบนั่น ทั้งที่งานของคุณก็สำคัญ…ก่อนหน้าหนี้ผมยังพยายามปิดประตูใส่หน้าคุณอีก ผมขอโทษน่ะครับ”เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างสำนึกผิด ทำให้ชั่วแวบหนึ่งเขาคิดว่าเขาเห็นหูแมวสีดำบนหัวของทอมลูลงเล็กน้อย แม้ความจริงมันจะไม่มีอะไรแบบนั่นก็เถอะ ทำให้เขายิ้มออกมาพลางเอื่อมมือออกไปจับมือเรียวที่อยู่บนไหลของเขาเบาๆ ก่อนจะรั้งมันลงมากุมเอาไว้หลวมๆ

“ฉันผิดเองที่ทำให้นายไม่สบายใจ”เขาพูดออกมาเบาๆขณะมองสบตาคนตัวเล็กกว่าที่อยู่ข้างๆ ซึ่งทอมก็ไม่ได้หลบตาเขาแม้แต่น้อย ดวงตาของทอมก็ยังสวยเหมือนเดิมอย่างที่เขาเจอวันแรก..ไม่สิ เขาว่าสวยขึ้นน่ะ

“ผม…ผมมันแต่คิดอะไรแปลกๆอย่างพวก…พวก…”ทอมพูดออกมาเบาๆเหมือนเหม่อลอย ก่อนที่เจ้าตัวจะรู้สึกตัวและเงียบลงไป ซึ่งเขาก็ได้แต่เลิกคิ้วเล็กน้อย

“อะไรหรือ?”

“คิดว่าไม่สำคัญหรอกครับ”ทอมพูดออกมาพลางยิ้มนิดๆ

“แต่ฉันอยากรู้นิ ทุกเรื่องของนายก็สำคัญหมดนั่นและ”เขาพูดออกมาพยายามทำให้ทอมเงยหน้ามาสบตาเขาอีกครั้ง แล้วก็ได้ผลเมื่อในที่สุดดวงตากลมโตก็ช้อนขึ้นมามองเขาอีกครั้ง

“ผมเอ่อ…คิดว่า…คิดว่าคุณแค่เบื่อก็เลยคบผมเล่นๆฆ่าเวลาระหว่างไปเที่ยว แล้วก็เบื่อก็เลยกลับมาคนเดียว…”เขาได้ยินเสียงหวานเอ่ยออกมาแผ่วเบาราวหับว่าไม่อยากให้เขาได้ยิน แต่เขาก็ได้ยินมันชัดเจนทุกท่อยคำ

“ทอม…”

“แต่จริงๆแล้วคุณไม่ต้อง-“

“ทอม ฟังฉัน…”เขาพูขึ้นมาอีกทำให้ชายหนุ่มเม้มปากลงไปเหมือนเดิม นั่นยิ่งทำให้ดวงตากลมโตที่มองมายังเขามันยิ่งโตเด่นชัดขึ้นไปอีก

“ฉัน…ชอบนายเอามากๆทอม ตั้งแต่ครั้งแรก…ครั้งแรกที่เราเจอกัน ฉันืยนมองนายพยายามดันกระเป๋าเป้ของนายใส่ชั้นข้างบนนั่น ฉันยืนมองอยู่แบบนั่นพลางคิดไปว่านายเป็นผู้ชายที่หุ่นดีเอามากๆ และคิดว่านายมีความพยายามอย่างสุดๆแม้ว่านายจะไม่สังเกตว่าอีกด้านมันยังไม่เข้าไปบนชั้นก็ตาม แถมสะโพกนายก็ดู…”

“สะโพกผม????”ชายหนุ่มตาโตขึ้นมาเล็กน้อยพร้อมกับใบหน้าที่แดงขึ้น ทำให้เขาอ้าปากค้างไว้เล็กน้อยราวกับเรียบเรียงเหตุการณ์

“ใช่…ไม่ๆ ไม่ใช่สะโพกนาย…แม้มันจะเกี่ยวแต่…ฉันหมายถึงในตอนแรกสุด ฉันแค่คิดว่าเข้าไปช่วยนายซักหน่อยก็คงไม่เป็นไร แต่พอนายหันมาและฉันได้สบตากับนายครั้งแรกฉันว่ามันเป็นสีที่สวยเอามากๆและดูมีสเนห์อย่างบอกไม่ถูกเลย ฉันมีที่นั่งส่วนตัวถัดไปอีกประมาณ5ตู้แต่ฉันโกหกนายว่าไม่มีที่นั่ง เพื่อให้ได้นั่งกับนาย”เขาพูดออกมาพลางสำรวจใบหน้าหวานที่แดงขึ้นเล็กน้อย

“หลังจากนั่นฉันก็ไปลงที่เดียวกับนาย ทั้งที่จริงๆแล้วฉันต้องลงก่อนเพื่อให้น้องชายมารับและไปอยู่บ้านแลม ฉันสร้างเรื่องว่าจะไปถ่ายรูปอะไรนั่นแต่จริงๆแล้วฉันไม่ได้เอากล้องไปด้วยซ้ำ แค่ฉันอยากอยู่ใกล้ๆนาย…ฉันไม่เคยคิดว่านายน่าเบื่อทอม ฉันว่านายเป็นคนที่น่าค้นหาและมีสเนห์เอามากๆ แบบว่านายดูมีอะไรหลายๆอย่างที่ฉันไม่มี ฉันไม่เคยสนใจด้วยซ้ำว่าอะไรมันอยู่บนหัวฉันบ้าง แต่นายก็ทำให้ฉันเห็นว่ามันมีดาวและมันสวยใช่ได้ หรือไม่ก็ความสำคัณของการทานดินเนอร์กับคนที่รักว่ามันมีความสุขแค่ไหน”เขาพูดออกมา และใบหน้าของทอมก็แดงเข้าอีก

“คริส…ผม…ผม…”ชายหนุ่มผมสีอ่อนพยายามพูดบางอย่างแต่เขาก็พบว่ามันยากเหลือเกินที่จะนึกคำพูดออกมาเมื่อมีสายตาคมสีฟ้าสวยกำลังมองจ้องมาที่เขาแบบนี้

“ถ้าฉันไม่ชอบนายจริงๆละก็ ฉันจะทุ้มเทเวลาเพื่อตามหานายและที่อยู่ของนายทำไมล่ะ จริงไหม?”ชายหนุ่มตัวสูงบอกขณะดึงมือเรียวของชายหนุ่มขึ้นมาแนบเบาๆลงบนแก้มสากของตัวเอง พอใจกับความอบอุ่นของอีกฝ่ายที่นั่งหน้าแดงอยู่ตรงหน้าเขา

“ก็ผมไม่รู้นิครับ”ทอมบอกงุ้งงิ้งเบาๆ ทำให้คนตัวสูงขำออกมา

“ฉันชอบที่นายโกรธฉันแบบนั่นน่ะ มันทำให้ฉันรู้ว่านายก็สนใจฉันเหมือนกัน”เขาพูดขึ้นมาทำให้ทอมแส่หน้าหนี

“ผมไม่ได้…”ทอมพยายามปฏิเสธออกไปแต่ก็เงียบเมื่อรู้สึกถึงแรงกระแทกเล็กๆตรงช่วงไหล่ ทำให้เขาหันกลับมาและพบว่าตอนนี้ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำลังซบลงบนไหล่ของเขา และเขาคิดว่ามันดูน่ารักเอามากๆจนทำเอาใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อมองคนตัวใหญ่กำลังอ้อนเขาราวกับโกเด้นรีทรีฟเวอร์ตัวโต

“ทอม…ฉันอยากให้นายห่วงฉันมากกว่านี้อีก อยากให้นายหึง อยากให้นายสนใจ อยากให้นายอ้อน อยากให้นายเขินมากกว่านี้ อยากได้ยินเสียงนายมากกว่านี้…ฉันยังไม่คิดเลยว่าจะชอบนายมากขนาดนี้”เขาได้ยินเสียงทุ้มต่ำพูดออกมาราวกับถอนหายใจ ซึ่งเขาก็ทำเพียงแค่อยู่นิ่งๆพลางก้มลงมองมือของตนที่ยังถูกมือใหญ่ๆของคริสกุมเอาไว้อยู่

“คุณไม่ต้องพูดคำหวานๆให้ผมดีใจก็ได้ครับ..”เขาพูดออกมาเบาๆ

“ไม่ชอบหรือ?”

“เพราะมันชอบมากเกินไปเนี่ยและครับ ถึงไม่ดี”ชายหนุ่มอมยิ้มออกมาเล็กๆเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนที่คริสจะขยับหัวทุยๆมาเบียดช่วงไหล่ของเขาอย่างออดอ้อนราวกับหาที่ที่สบายที่สุด

“ฉันอ้อนแฟนมันไม่ดีตรงไหน”เขาขำออกมาเล็กๆ ก่อนจะแกล้งทำเสียงไม่พอใจ

“ผมเป็นแฟนคุณตั้งแต่เมื่อไหรครับ?”เขาพูดออกมา ทำให้คนตัวใหญ่ลุกขึ้นมานั่งดีๆ

“ได้ยังไงกัน เราคบกันแล้วน่ะทอม..”คริสพูดออกมาอย่างเอาแต่ใจเล็กน้อยทั้งพยายามรั้งคนข้างๆให้เข้ามาใกล้จนทอมอดอมยิ้มไม่ได้

“เราเดทกันแค่ครั้งเดียวเองน่ะครับ แถมคุณยังไม่ขอผมคบเลยซักนิด”ทอมแกล้งบอกทำให้ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย พลางก้มลงมองชายหนุ่มตัวเล็กกว่าข้างๆ ไล่สายตาคมลงมาสำรวจทั่วตัวของอีกฝ่ายจนทอมอดหน้าแดงกับสายตาลวลามอย่างเปิดเผยของอีกฝ่ายไม่ได้

“คบกับผมน่ะครับ…”คริสบอกเสียงเบาขณะกดจูบลงบนมือเรียวที่เขากุมเอาไว้ แต่ทอมก็ทำเป็นหันหน้าหนีเขาอย่างไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั่นราวกับท้าทายเขาเล็กน้อย ซึ่งชายหนุ่มก็ยิ้มออกมาก่อนจะกดจูบลงไปที่ข้อมือเรียวขาวของทอมอีกครั้ง แต่ชายหนุ่มก็ไม่ยอมหันมาแม้แต่น้อย

“ไม่ตอบตกลงก้จะจูบไปเรื่อยๆแบบนี้และ..”เขาพูดออกมาอย่างเอาแต่ใจซึ่งทอมก็ขำออกมาเบาๆ

“คบกันน่ะ…”เขาพูดออกมาอีกแต่ทอมก็ไม่ตอบ เขาจึงเปลี่ยนเป็นไล่ขึ้นมาจูบลงไปยังข้อพับของชายหนุ่มฝ่านเสื้อสเว็ตเตอร์ ก่อนจะจูบไล่ขึ้นมาจนกระทั้งถึงหัวไหล่มนซึ่งทอมก็เพียงแค่ขำออกมาเท่านั่น

“พอแล้วคริส ไม่ใช่เด็กแล้วน่ะ…”ทอมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงริมฝีปากร้อนชื้นของอีกฝ่ายบริเวณไหปลาร้าของตนที่โผล่พ้นคอเสื้อออกมา แต่ดูเหมือนคริสจะยังไม่หยุดเพราะลมอุ่นๆที่เป่าลดลงมามันยิ่งทำให้เขาหน้าแดงเข้าไปใหญ่

“คบกันเถอะทอม…”คริสเหลือบตามองคนที่หน้าแดงจนมาถึงใบหูก่อนจะกดจูบลงไปเบาๆบนต้นคอขาวเนียนที่เขามั่นใจว่ามันช่างนุ่มกว่าที่เขาคิดไว้แน่นอน และตัวทอมเองก็ช่างหอมยั่วใจเป็นบ้า ทำให้เขาเผลอแลบลิ้นออกมาเลียเบาๆลงไปบนต้นคอของทอมไม่ได้ ตามด้วยกดจูบลงไปอีกตรงซอกคอขาว

“คริสเดี่ยว…”ชายหนุ่มครางออกมาเบาๆพลางเงยหน้าขึ้นนิดๆเมื่อตอนนี้ในหัวเขาตื้อไปหหมดเพราะจูบอุ่นๆจากริมฝีปากของคริสที่อยู่บนคอของเขา มันทำให้เขาแทบละลายและทำอะไรไม่ถูก นี่ยังไม่รวมมืออีกข้างที่เริ่มรั้งเอวเขาเข้าไปใกล้มากยิ่งขึ้นอีก

“ทอมครับ…”คริสยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อรู้สึกถึงร่างที่สั่นน้อยๆอยู่ในอ้อมกอดของตน ก่อนที่เขาจะกดจูบลงไปที่หลังใบหุของอีกฝ่ายขณะที่เป่าลมอุ่นๆลงไปบนใบหูของทอม มันทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งออกมาเล็กน้อย

“ได้…ได้…”ทอมรีบตอบออกมาทันทีทำให้คริสหยุดการกระทำทั้งหมด ซึ่งเขาก็รีบหันมาหาคนตัวโตช่างฉวยโอกาสทันที แต่กลับลืมไปหมดว่าจะพูดอะไรเมื่อเห็นสายตาคมสีฟ้าที่ฉายแววรักใคร่มองมาที่ตนโดยที่ห่างไปไม่ถึงคืบ มันทำให้เขาทำอะไรไม่ถูก แถมตอนนี้ยังรู้สึกเขินจนอยากจะบ้าตายด้วยซ้ำ

“จูบได้ไหม…”เขาได้ยินเสียงทุ้มถามออกมาอย่างออดอ้อนเหมือนเด็กๆ ซึ่งเขาก็ทำเพียงแค่ยิ้มให้เล็กน้อย

“นี่มาจากดาวลูกแกะจริงๆหรือครับ?”เขาแกล้งหลี่ตาลงเล็กน้อยอย่างจับผิด ทำให้คริสขำออกมาก่อนจะกระแอมเล็กน้อยเพื่อให้ดูจริงจังยิ่งขึ้น

“ดาวลูกแกะร้อยเปอร์เซนครับ”คริสว่ายิ้มๆ ก่อนที่จะยกมือทั้งสองข้างของทอมขึ้นมาวางไว้บนไหล่ทั้งสองของตัวเองก่อนจะก้มลงมายังริมฝีปากบางสีชมพูตรงหน้า ซึ่งชายหนุ่มตัวเล็กกว่าก็ไม่ได้ขยับหลบแม้แต่น้อย

“คริสเดี่ยว…”ทอมพูดขึ้นมาก่อนจะลุกขึ้นยืนทำให้ร่างสูงเม้มปากเล็กน้อยเพื่อตั้งสติแล้วมองไปยังชายหนุ่มที่ตอนนี้เดินตรงไปยังช่อดอกไม้บนโต๊ะแล้วหยิบมันขึ้นมา อีกเพียงนิดเดียวเองแท้ๆทอมช่างกะเวลาเอาคืนเขาได้เยี่ยมจริงๆ

“คุณบอกว่ายังไม่ได้ทานอะไรเลย…ผมทำสปาเก็ตตี้เอาไว้ เรากินด้วยกันได้น่ะครับ”ทอมบอกออกมาอย่างกระตือรือร้น ทำให้คนตัวสูงใหญ่ลุกขึ้นมาขณะเดินตรงไปยังชายหนุ่มที่หยิบแจกันออกมาจากตู้กระจกเพื่อจัดการกับดอกไม้ที่เขาเป็นคนเอามาให้ทอม

“นายทำแบบนี้ไม่ได้น่ะทอม…”คริสบอกอย่างงอแงเล็กน้อยขณะเอื่อมมือออกไปรั้งเอวของชายหนุ่มเข้ามากอดไว้หลวมๆ ซึ่งทอมก็ขำออกมาเสียงหวานพยายามไม่สนใจชายหนุ่มตัวใหญ่ที่อยู่ข้างหลัง

“ผมไม่ยอมง่ายๆหรอกน่ะครับ รอผมจัดดอกไม้แปปหนึ่งนะครับจะตักสปาเก็ตตี้ให้”ทอมจัดการแกะมือของคริสออกก่อนจะหันไปจูบเบาๆลงบนแก้มของอีกฝ่าย ซึ่งคริสก็ทำเพียงแค่ถอนหายใจออกมาเล็กๆแต่ก็ยังคงยิ้มออกมาในระหว่างมองทอมใส่น้ำลงในแจกัน ทอมนี้น่ารักจริงๆเลยน่า…ชักอยากจะอยู่ด้วยจริงๆขึ้นมาซะแล้วสิ ชีวิตเขาคงมีความสุขไม่น้อยหากว่ากลับมาบ้านแล้วเจอทอมกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา หรือไม่ก็กำลังทำงานอยู่กับแลปท็อทตรงห้องทำงาน ทอมกำลังทำอาหารอยู่ในครัว หรือไม่ก็กำลังหลับอยู่บนเตียงเขา…เรื่องท้ายสุดนี้น่าสนใจมาก

“พรุ่งนี้เราไปเที่ยวกันน่ะทอม”เขาพูดออกมาเบาๆขณะปลดเน็คไทนสีเข้มออกหลวมๆพลางนั่งลงบนเก้าอี้ตรงโต๊ะกินข้าว ซึ่งไม่นานนักทอมก็กลับมาพร้อมกับแจกันดอกไม้ที่เต็มไปด้วยดวกไม้ที่เขาซื้อมาให้ทอม

“พรุ่งนี้ผมต้องไปสัมภาษณ์งานเขียนนะครับ คงจะไปไม่ได้”ทอมบอก ทำให้เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย

“ตอนเลิกงานไง ฉันจะไปรับดีไหม?”เขาบอกอีก ทำให้ชายหนุ่มเอียงคอนิดๆอย่างใช่ความคิด

“ผมไม่รู้ว่าเสร็จกี่โมง บางทีอาจจะนานก็ได้ ผมไม่อยากให้คุณเสียเวลา”ทอมบอก ซึ่งเขาก้ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะเท้าแขนลงบนโต๊ะอย่างตั้งอกตั้งใจ

“สัมภาษณ์ใครหรือ?”เขาแกล้งถามออกมา

“ไม่รู้สิครับ เห็นว่าเป็นเจ้าของบริษัทเดินเรือ เป็นเศษฐีหนุ่มไฟแรง ประสบความสำเร็จ…เขาระบุตัวผมมาน่ะครับ ทางสำนักพิมพ์ก็เลยแทบจะไล่ผมไปเสียวันนี้ เห็นว่าเขาไม่ค่อยอยากลงหนังสือเท่าไหร”ทอมบอกออกมาตามข้อมูลน้อยนิดที่เขารู้ ขณะเริ่มคีบเส้นสปาเก็ตตี้ใส่จาน ซึ่งคริสก้ทำเพียงแกลั้นยิ้มเล็กน้อยอยู่ข้างหลัง

“ถ้าหมอนั่นจีบนายละก็นายจะต้องบอกฉันน่ะ ฉันจะอัดทุกคนที่กล้าจีบนายให้หมอบไปเลย…พรุ่งนี้ฉันจะพานายออกไปเที่ยวให้ได้ ไม่สนว่าเจ้านั่นจะกักตัวนายไว้นานแค่ไหน”คริสพูดออกมา ซึ่งทอมก็ขำเบาๆกับความเอาแต่ใจแบบเด็กๆของชายหนุ่มตัวสูง

“อย่ามีเรื่องกันเลยครับ ถ้าผมเสร็จงานแล้วจะโทรหาแล้วกัน…ถ้าคุณยอมให้เบอร์ผมละก็น่ะ”

/*/

ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาอ่อนกำลังนั่งอ่านแนวคำถามเป็นรอบสุดท้ายขณะนั่งรออยู่ในห้องทำงานของบุคคลที่เขากำลังจะมาสัมภาษณ์เพื่อนำเรื่องไปเขียนลงหนังสือพิมพ์หรือนิตยาสารซักอย่างหนึ่งของบก.ของเขา ที่นี้เป็นบริษัทเดินเรือที่เขาคิดว่าก็ใหญ่อยู่เหมือนกันในสายตาเขา แต่เขาก็ปัดความคิดนั่นออกไปเมื่อขึ้นมาถึงห้องของประธานบริษัทที่เป็นห้องกว้างพร้อมทั้งชุดโซฟาสีน้ำตาลสวย และเขาคิดว่าเจ้าของที่นี้คงจะรวยมากแน่ๆ ทำให้เขาเริ่มนึกถึงชายหนุ่มตัวโตที่เจอกันเมื่อคืนนี้และแทบจะไม่ยอมกลับบ้านแม้ว่าคนขับรถจะมายืนรอหน้าบ้านแล้วก็ตาม จะว่าไปคริสก็ทำงานบริษัทเดินเรือเหมือนกันนิ บางทีคริสอาจจะชอบที่นี้ก็ได้..หรือไม่ก็ไม่ชอบเพราะอาจจะเป็นบริษัทคู่แข็ง น่าแปลกที่ว่าทำไมเขาถึงถูกบก.สั่งมาว่าอย่าหาข้อมูลอะไรเกกี่ยวกับคนคนนี้เด็ดขาด รวมทั้งชื่อด้วยเพื่อที่เขาจะได้ข้อมูลทุกอย่างจากปากของผุ้ชายคนนี้เอง เขาคิดว่าเหตุผลมันดู…ช่างเถอะ ถ้าบก.อยากได้แบบนี้ก็แบบนี้ อย่าไปคิดอะไรมากให้ปวดหัว

ทอมเอียงคอเล็กน้อยเมื่อแก้คำถามสุดท้ายเสร็จและเริ่มอ่านทวนคร่าวๆอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ประตูกระจกเปิดออกทำให้เขารีบปิดสมดบันทึกพร้อมกับยืนขึ้นทันที แล้วเขาก็แทบจะอ้าปากค้างขึ้นมาเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ราวกับนายแบบในปกนิตยาสารที่เดินเข้ามาในห้อง ช่างดูคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างประหลาดเอามากๆ และเขามั่นใจว่าน่าจะใช่คนคนเดียวกับที่ไล่ต้อนขอเป็นแฟนกับเขาเมื่อคืนนี้แน่นอน แต่ต่างกันตรงที่ว่าดวงตาคมสีฟ้าสวยที่มองมาที่เขามีแต่ความมั่นใจในตัวเองและมุ่งมั่นอย่างเต้มที่ และมันยิ่งทำให้คริสยิ่งดูดีขึ้นไปอีกกับท่าทางการวางตัวแบบชายหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จ ซึ่งเขาก็พยายามทำความเข้าใจกับเรื่องราวทั้งหมดอยู่จนอดอ้าปากเล็กน้อยพลางหลี่ตามองคนที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาไม่ได้ คริสยิ่งดูสูงและตัวใหญ่มากขึ้นไปอีกเมื่อใส่ชุดสูทดูดีแบบนี้(ไม่นับเมื่อวาน)

“สวัสดีครับ ผมคริสโตเฟอร์ครับ คริสโตเฟอร์ แฮมสเวิสท์”เสียงทุ้มต่ำพูดออกมาพลางยื้นมือออกมาทำให้เขายื่นมือออกไปจับอย่างงงๆ

“คริส…ผมเอ่อ…ทอมครับ ทอม ไฮเดสตัน”เขาพูดออกมาอย่างไม่แน่ใจ ซึ่งก้ได้รับเพียงแค่รอยยิ้มหล่อร้ายกาจนั่นกลับมาแทน จนเขาแทบไม่ได้สังเกตเลยว่ามีเลขาสาวสวยที่เดินตามหลังชายหนุ่มมา

“ลินดา คุณช่วยหาน้ำผลไม้สักแก้วมาให้คุณไฮเดสตันด้วย ส่วนของผมก็ขอเป็นชาซักแก้วแล้วกัน”ชายหนุ่มหันออกไปบอกหญิงสาวซึ่งเธอก็ตอบรับเบาๆก่อนจะขอตัวออกไปจากห้อง ทิ้งให้เขายืนมองใบหน้าหล่อๆที่ราวกับว่าไม่รู้ไม่ชี้ในเรื่องนี้อยู่

“คริส…”เขาเรียกออกไปขณะพยายามกลั้นยิ้มอย่างเต็มที่

“เรียกผมว่าคริสก็ได้ครับ ส่วนผมก็จะเรียกคุณว่าทอม…เชิญนั่งครับ”เขานั่งลงอย่างงงๆเมื่อได้ยินเสียงทุ้มบอก ตอนนี้เขามั่นใจว่าเขาไม่มีสมาธิเลย เขากำลังสับสน เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ในตอนนี้

“ผมดีใจมากน่ะครับที่ได้เจอคุณอย่างเป็นส่วนตัวซักที ผมไม่เคยอ่านงานเขียนของคุณก็จริง แต่ผมมั่นใจว่ามันจะต้องดีมากแน่ๆ ก็ในเมื่อคนเขียนช่างดุน่าค้นหาและน่าสนใจขนาดนี้”เขาอดยิ้มออกมาไม่ได้กับคนตัวสูงที่ตอนนี้นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขา

“คุณมาทำอะไรที่นี้ครับ ผมต้องทำงานน่ะ”เขาพูดออกมาเมื่อตั้งสติได้ ทำให้ชายหนุ่มอีกคนยิ้มออกมาเล็กๆ

“ทำงานไงครับ เรามีนัดสัมภาษณ์กันวันนี้ไม่ใช่หรือครับ? ไม่งั้นคุณจะมาหาผมถึงห้องทำงานทำไม หรือบางทีเราอาจจะพอแอบออกไปทานกลางวันกันซักมื้อได้น่ะครับ ถ้าคุณสนใจ”คริสขยิบตาใส่ชายหนุ่มฝั่งตรงข้าม ซึ่งทอมก้ทำได้เพียงหันหน้าหนีเล็กน้อย

“ผมมีแฟนแล้วน่ะครับ…แล้วแฟนผมก็ขี้หึงด้วย”ทอมพูดออกมายิ้มๆทำให้คริสเลิกคิ้วขึ้นมาในเชิงถาม ก่อนจะเด้งตัวขึ้นมานั่งดีๆ

“งั้นแฟนคุณก็ควรจะเรียนรู้ซักหน่อยแล้วน่ะครับ ว่าไม่ควรปล่อยให้คุณอยู่คนเดียว เพราะบางทีอาจจะมีหมาป่าหนุ่มมาแอบฉกไปได้ ว่าไงครับสนใจจะไปทานกลางวันกับผมไหม?”คริสพูดขึ้นมาอีก

“คริส ผมจริงจังน่ะ…ไหนคุณบอกว่าเป็นพนักงานออฟฟิตธรรมดาไงครับ”ทอมพยายามพูดออกมาด้วยเสียงดุๆ แต่ก็ทำให้อีกคนแค่ขำออกมาเล็กน้อย

“ก็ทำงานในออฟฟิตจริงๆนิ”ชายหนุ่มยิ้มกว้าง ทำให้ทอมกุมขมับเล็กน้อยอย่างขำๆ

“มีอะไรที่ผมจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับคุณอีกไหมครับ?”ทอมถามออกมา ซึ่งคริสก็ทำเพียงแกล้งทำเป็นคิด

“อันที่จริง…ผมกำลังวางแผนว่าจะแย้งคุณมาจากแฟนคุณยังไงดี คนน่ารักๆแบบคุณผมไม่มีทางปล่อยให้ไปอยู่กับคนอื่นแน่ ต้องเก็บไว้เองดีที่สุด เริ่มจากการที่เราแอบหนีเลขาสาวของผมลงไปทางลิฟต์พนักงาน ลงไปยังชั้นจอดรถเพราะผมมีรถอยู่ พาคุณออกไปโดยที่ไม่มีใครจับได้ แล้วผมก็จะขังคุณเอาไว้ในบ้านของผมเพื่อที่จะได้เจอคุณทุกๆวัน ดีไหมครับ?”เสียงทุ้มพูดออกมา ทำให้ทอมยิ่งหน้าแดงเขาไปใหญ่

“อย่างที่บอก…แฟนผมขี้หึงน่ะครับ แล้วเขาก็ตัวใหญ่และแรงเยอะด้วย ผมไม่อยากให้คุณถูกต่อย”ทอมแกล้งถอนหายใจออกมา ซึ่งคริสก็เพียงแค่ยิ้มนิดๆกำบทละครของทั้งคู่

“งั้นแฟนคุณเป็นคนแบบไหนหรือครับ?” ร่างสูงถามออกไปอย่างเจ้าเล่ห์สุดๆ นึกพอใจกับใบหน้าของอีกฝ่ายที่แดงขึ้นมาเล็กน้อยกับคำถามของเขา พร้อมกับดวงตากลมโตที่มองมายังเขาอย่างพินิจและปนไปด้วยความท้าทายเล็กๆน่ารักที่เขาชอบ ทอมน่ารักขึ้นทุกทีจริงๆด้วยสิ…

“เอิม…เขาเป็นคนที่ตัวสูงเอามากๆแล้วก็ตัวใหญ่ด้วย ผมสีทองสวย มีไรเครานิดๆ เป็นคนที่ดูพึ่งพาได้ ฉลาด แล้วก็เจ้าเล่ห์ชอบฉวดโอกาส มือปลาหมึก ชอบแกล้งให้ผมอายบ่อยๆ แล้วก็ชอบใช้คำพูดที่ผมไม่รู้จะตั้งรับยังไง”ทอมพูดออกมาก่อนจะเอียงคอเล็กๆแล้วยิ้มให้เขา และเขาคิดว่านี้คือการยั่วแน่นอน!!

“ทอม…อย่าทำท่าทางแบบนั่นสิ”เขายิ้มกว้างให้อีกฝ่ายที่เหมือนจะรู้ตัว แต่ก็ไม่ยอมขยับทั้งยังส่งยิ้มหวานให้เขามากกว่าเดิมพร้อมกับแพขนตายาวที่จงใจกระพิบถี่ๆ แต่ไม่นานเจ้าตัวก็ขำออกมาแล้วยกมือขึ้นปิดใบหน้าของตนเพราะอายมวนไปแล้ว และมันก็ทิ้งผลกระทบทางใจใส่เขาไว้มากเหลือเกิน

“พอแล้ว…ผมต้องทำงานแล้วคริส”ทอมยังคงพยายามอมยิ้มอยู่แม้ว่าจะพูดแบบนั่นก็ตาม

“เราไปทานมือเที่ยงด้วยกันน่ะ”คริสพูดออกมาทำให้ทอมพยายามมองหน้าอีกฝ่ายอย่างดุๆ

“คริส!”

“หลังจากทำงานเสร็จไงครับ แล้วแต่เลย…”คริสยิ้มออกมาเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย ซึ่งทอมก็ได้แต่อมยิ้มและหันไปมองทางอื่นอย่างใช่ความคิดว่าจะทำยังไงดีถึงจะมีสมาธิมากกว่านี้ ยิ่งอีกฝ่ายเป็นร่างสูงเขาก้แทบจะหุบยิ้มไม่ได้แล้วด้วย แบบนี้เป้นแผนของคริสแน่ๆ ใช่แน่ๆ!!

“ทำงานก่อนน่ะครับ ไม่งั้นผมจะไม่ยอมไปไหนด้วยจริงๆด้วย”เขาขู่ออกไปและดูเหมือนจะได้ผลเมื่อคริสลุกขึ้นมานั่งดีๆอีกครั้ง

“ได้แน่นอนครับ ถามมาเลย”คริสพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำให้เขาหลี่ตามองอีกฝ่ายอย่างชั่งใจแปปหนึ่ง แต่เมื่อไม่เห้นแววเจ้าเล่ห์ในดวงตาคมนั่นเขาก้หยิบสมุดโน้ตออกมาเพื่อเตรียมจด

“…สำหรับธุรกิจการเดินเรือ กับเศษฐกิจในยุคปัจจุบันนี้ ในฐานะที่คุณถือเป้นคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม คุณคิดว่าธุรกิจนี้จะไปได้ไกลแค่ไหนครับ สำหรับตลาดสากลในอนาคต”ทอมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่แพ้กัน ขณะที่คริสยังคงมองจ้องดวงตากลมโตสีสวยตรงหน้า และทั้งคู่ก็ยังไม่ได้พูดอะไรทั้งนั่นจนกระทั้งคริสเริ่มอ้าปาก

“ผมคิดว่า…ดวงตาของคุณสวยมากและผมรักคุณเข้าแล้ว”ชายหนุ่มพูดขึ้นมาพร้อมกับอมยิ้มออกมาไม่ได้กับปฏิกริยาน่ารักๆของทอมที่คนตัวเล็กกว่าเลิกคิ้วขึ้นอย่างตกใจตามด้วยใบหน้าหวานที่แดงขึ้นมาอย่างชวนมอง

“คริส!! “ทอมนึกอยากจะหลบออกไปร้องไห้กับคำสารภาพรักแบบเต็มปากเต็มคำของอีกฝ่าย ตอนนี้เขาสติแตกกระเจิงไปแล้วและเขาไม่ต้องการอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มร่างสูงแล้วแน่ๆหากว่าเขายังต้องทำงานแต่มีคริสมานั่งด้วยแบบนี้ เขาไม่มีสมาธิเลย และคริสก็เท่ห์ขึ้นทุกทีๆจนหัวใจเขาแทบจะระเบิดอยู่แล้ว

“โทษที เพราะตานายมันน่าหลงใหลเกินไปต่างหาก ฉันเลยอดคิดเรื่องอื่นนอกจากนายไม่ได้ คำถามเมื่อกี่ได้ถามว่าคืนนี้เราจะไปดินเนอร์กันหรือเปล่าใช่ไหม?”คริสยังคงพูดออกมาได้หน้าตาเฉยราวกับเป็นเรื่องปกติ แต่ตอนนี้เขาใบหน้าร้อนขึ้นมาจนแทบจะไม่มีแรงพูดอยู่แล้ว ถ้าคริสไม่เลิกจีบเขาเป้นชุดๆแบบนี้ละก็ เขาคงกลายเป็นบ้าเพราะยิ้มคนเดียวทั้งวันแน่ๆ

“ฉันจะโกรธจริงๆน่ะถ้านายยังไร้สาระแบบนี้..”เขาพยายามพูดออกมาให้น่ากลัวที่สุดซึ่งมันก้ทำให้คริสหยุด แต่กลับยังมองตรงมาที่เขาด้วยสายตาที่รักใคร่จนเขามั่นใจว่าทำให้เขาในเต้นหนักกว่าเดิมอีก

“ฉันรักนายน่ะ…”ชายหนุ่มพูดออกมาในที่สุดทำให้ทอมยกมือทั้งสองขึ้นกุมใบหน้าของตัวเองเพราะมั่นใจว่าไม่อาจจะทนต่อไปได้แน่ๆ แล้วแบบนี้เขาจะทำยังไงกับหัวใจที่มันพ่องโตขนาดนี้ดีละเนี่ย

เกี่ยวกับ jrasmason

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะค่ะ บล็อกนี้จีนจะลงเป็นFictionหรือว่าเป็นAUนะค่ะ คู่หลักก็จะเป็นHiddleswothและคู่อื่นๆอีกตามแต่อารมณ์ค่ะ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบและสนุกกับนิยายที่จีนเขียนนะค่่ะ ขอบคุณค่ะ //จุ๊บๆ
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Travel Trip, Z All Fiction และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s