[FIC] Hiddlesworth [EricXHal]#1 In the wood

 

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

C : Eric(Chris H.) X Hal(Tom H.)

R : T

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

 

********************************

 

 

เมืองท่า แอคกาตช์

 

 

 

ชายหนุ่มกระดกเหล้าขึ้นจรดปากอีกครั้งก่อนจะมองดูหญิงสาวสวยที่ทำหน้าทีบริกรในร้านเหล้าเล็กๆในเมือง ที่เขาต้องมานั่งกินเหล้าย้อมใจแบบนี้ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาแพ้พนันให้กับชายคนหนึ่งในเมื่อง และดูเหมือนว่าเขาจะต้องไปทำงานแทนที่ชายคนนั่นอย่างเสียไม่ได้

ชายหนุมเสยผมสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ที่ตอนนี้ถุกมัดไว้ด้วยหนังอย่างไม่ใส่ใจนัก ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาทำให้ค่อยช้างถูกว่าจ้างไปในทางไม่ดีบ่อยๆ แต่ก็เป็นเพราะเขายึดอาชีพพราน ต้องเข้าป่าเจออันตราย และอีกมากมาย ทำให้ตัวเขาบึกบึนแบบนี้ มือหยาบแกร่งวางแก้วเหล้าลงอย่างไม่ค่อยใยดีนัก ก่อนที่เขาจะพาร่างกายของตัวเองออกไปจากร้านเหล้า เพื่อตรงกับไปยังที่พักชั่วคราวของตนเพื่อเตรียมตัวสำหรับงาน

“100เหรียนทอง สำหรับพาตัวคนๆนั้นกลับมา “เสียงขุนนางคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย่อหยิง ทำให้เขาและเพื่อนร่วมงานนามว่า นีค หันมามองหน้ากัน

“เงินขนาดนั่น เจ้าจะมีปัญญาจ่ายหรือ? “อีริค หรือนามของชายหนุ่มผมทองตาสีฟ้าถามขึ้น

“คนชั้นต่ำเช่นเจ้า แม้รับจ้างล่าสัตว์ตลอดชีวิตก็คงมิอาจฝันถึงเงินเยอะเช่นนั่น แต่สำหรับนายข้า เป็นเพียงแค่หยิบมือเดียวถ้าแลกกับชีวิตผู้ชายคนนั่น “เขาบอก ทำให้ชายหนุ่มสบทเบาๆ

“ข้าจะจ่ายให้เจ้าสองคนก่อน 30 ถ้าได้ผู้ชายคนนั่นมาแล้ว คนละ100 ถ้าจับเป็นมาได้ เพิ่มให้อีก20 “อีริคขำออกมากับจำนวนเงิน เงินขนาดนั่นเนี่ย พอสำหรับให้เขาอยู่เฉยๆและใช้ชีวิตเสเพลได้เกือบ5ปีเชียว แค่ค่าเช่านาซักผืนหนึ่ง ก็ยังเสียแค่1เหรียนทอง ต่อ3ปีเท่านั่น

“ท่านต้องการตัวเขาเมื่อไร “นีคถาม ทำให้ขุนนางขี้โอ่คนนั่นหันไปมอง

“เร็วที่สุดเท่าที่พวกเจ้าสามารถ นี่คือรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เขาหนีไปยังป่าทางเหนือ เมื่อสามวันที่แล้ว คนของข้าไม่เชี่ยวทางพอ..นี่เงินพวกเจ้า “เขาบอกพลางยื่นกระดาษและถุงเงินสองถุงให้ อีริครับมาก่อนจะเปิดดูในถุงเงิน

“ทำไมพวกเจ้าต้องการตัวเขา “เสียงทุ้มถามออกไป

“เขาเป็นคนไม่ดี เขาฆ่าคนไป3คน ขโมยแจกันทองคำ พยายามฆ่านายของข้า เขาต้องการตัวไอ้หมอนี้กลับมา แล้วก็…ถ้าพวกเจ้าเชิดเงินข้าละก็รับรองว่า ไม่ตายดีแน่ ”

/*/

อีริกนั่งอยู่หน้ากองไฟขณะที่ยังคงใช่ความคิดเกี่ยวกับงานที่เขากำลังทำอยู่ เขาก็ไม่ได้อยากจะเข้ามาในป่าแบบนี้นักหรอก แทนที่จะได้ไปพักอย่างมีความสุข ใช่ชีวิตเรื่อยเปือยไร้สาระไปวันๆหนึ่ง เมาเหล้าเจ้าจรดเย็น แอบหาเงินไปมั่วโสเพณี ดูแล้วคงเป็นชีวิตที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย..ปกติเขาก็อยู่แบบนั่นและ แต่อยู่ๆกลับได้รับจ้างให้มาจับคนๆหนึ่งกลับไปขาย? เขาไม่ได้สนใจอะไรในเรื่องนั่นแม้แต่นิด แต่มันติดตรงที่ว่าจำนวนเงินนี้สิ มันเยอะมากเกินกว่าที่เขาเคยได้รับ เยอะเกินไปจนไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้มันใช่การตามหาหัวขโมยกระจอกๆหรือเปล่า

“เจ้าคิดว่าไง “แขนแกร่งเอื่อมออกไปเพื่อหยิบเนื้อที่ย้างบนกองไฟมากิน นั่นทำให้เพื่อนร่วมทางของเขาเงยหน้าขึ้นมาจากเนื้อ

“เรื่อง? “นีคถาม ทำให้ไหล่หนายักเบาๆ ตอนนี้เขาอยุ่ที่กลางป่าทึบทางด้านเหนือ หลังจากออกเดินทางเพื่อแกะรอยชายหนุ่มตามรูปวาด ผู้ชายผมหยัก สั้น เขาก็ไม่แน่ใจนักหรอกว่าจะเจออะไรแบบนั่กลางป่ากลางเขาที่มีแต่ต้นไม้ใบหญ้า สัตว์ต่างๆ ดีไม่ดีผู้ชายคนนั่นอาจจะตายไปแล้วด้วยซ้ำ

“เรื่องคนที่เราตามหา เจ้าไม่แปลกใจหรือว่าทำไมมีคนจากต่างเมืองมาจ้างเรามากมายแบบนี้? “มือหนาเอื่อมขึ้นมาเช็ดปากของตัวเอง เคราสีอ่อนที่เริ่มขึ้นมาบ่งบอกว่าเขาควรจะไปล้างตัวเสียบ้างหลังจากบุกป่ามานานหลายต่อหลายวัน แต่เขาก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหรในเรื่องเนื้อตัว การอยู่ในป่าจะมามัวทำตัวให้สะอาดสะอ้านยังกับคนในวันคงจะค่อนข้างลำบากไม่ใช่น้อย

“เจ้ามาทำงานแทน เอียน ถือว่าโชคดีแล้วไม่ใช่หรือไง รีบหาคนต่างถิ่น จับไปคือเอาเงินมาใช้ ง่ายแบบนี้เจ้าไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก เรื่องของพวกขุนนางอย่าไปยุ่งเลย “นีคแบ้ปาก พลางกินต่ออย่างไม่ค่อยแคร์

ดวงตาสีฟ้าหลี่ลงมองกองไฟที่ยังคงลุกโชนอยู่ตรงหน้า บางทีเขาก็คงไม่ต้องคิดอะไรมากนั่นและดีแล้ว ชายหนุมบอกเพื่อนรวมทางว่าจะนอนพักเอาแรง เพราะพวกเขาจะออกเดินทางกันแต่เช้ามืด

/*/

“อีริค! ข้าเจอรอยเท้าตรงนี้ “เสียงนีคเรียก ทำให้เขารีบเดินมาดูรอยดินใหม่บนพื้น จากขนาดเท้าแล้วเห็นได้ชัดว่าเป็นชายตัวสูงทีเดียว อาจจะราวๆ6ฟุต เขากำธนูในมือแน่น ก่อนจะส่งสัญญากับเพื่อนรวมทาง เพื่อแยกกันหาเป็นสองทิศ เนื่องจากรอยเท้าหายไปหลังพุ้มไม้ น่าแปลกที่อย่างน้อยๆรอยเท้านี้ก็ดูใหม่และน่าจะยังไปได้ไม่ไกลมากนัก จนเขาแอบคิดอยู่ลึกๆไม่ได้ว่าคนคนนี้ก็คงจะเก่งพอตัวที่เอาชีวิตรอดในป่าได้ อย่างน้อยก็มากกว่าคนปกติทั่วไปที่ไม่เตรียมตัวมาเท่าไหรละน่ะ

อาจจะเป็นพวกขโมยจริงๆก็ได้ แต่ว่าโจรแบบไหนกันถึงได้ไม่ยอมซ้อนรอยเท้าของตัวเองแบบนี้ บางทีอาจจะจงใจ..อาจจะเป็นกับดักให้พวกเขาก็ได้ ชายหนุ่มคิดอย่างระแหวงบางทีอาจจะเตือนผู้ชายที่มากับเขาซักหน่อยว่าให้ระวังตัวให้มากยิ่งขึ้น เพราะทางที่อีกคนเดินไปมันอาจจะมีกับดัก หรือถ้าไม่ใช่ก็อาจจะเป็นขอบเหวซึ่งยิ่งลึกเข้าไปในป่า มันก็ยิ่งอันตราย แถมอีกฝ่ายยังดื่มเหล้าไปเยอะด้วยเมื่อคืนนี้

ร่างสูงใหญ่ในชุดผ้าขนสัตว์ที่ตัดมาหยาบๆค่อยๆย้องไปตามแนวไม้ เพื่อไม่ให้สิ่งที่อาจอยู่ใกล้ๆรู่สึกตัว เสื้อคลุมผ้าสีดำที่อยู่รอบตัวเขายิ่งช่วยพลางเป็นอย่างดีกับบรรยากาสรอบตัว ชายหนุ่มผมสีเข้มยาวที่ตอนนี้ถูกปล่อยผมลงมาจนเกือบถึงไหล เขากำลังเตรียมตัวและใช่สมาธิอย่างถึงที่สุดเพื่อมาสาเหตุที่จู่ๆบรรยากาสรอบตัวก็ดูเงียบลงไปแบบนี้ ไม่มีนก…หรือกระรอกส่งเสียง ร้อง

เขาก้มลงสำรวจดูแนวไม้ที่หักลงเล็กๆใกล้กับเท้าของเขา นั่นทำให้ดวงตาสีฟ้าใสมองอย่างระวังยิ่งขึ้น คนที่เขากำลังตามหาอยู่คือคนที่เป็นฆาตกรถึงสามศพ พยายามฆ่าอีกหนึ่งและขโมยอีก ยอมเป็นธรรมดาที่จะอันตรายมากกว่าปกติ สายตาคมหลี่ลงเล็กน้อยขณะที่ขายาวในรองเท้าบูตคู่ใหญ่ก็ค่อยๆเดินอย่างระวังมากยิ่งขึ้น ตรงไปยังรอยที่หายไป มันตรงลงไปทางใต้

ตอนนี้มีความเป็นไปได้สูงที่เขาอาจจะกำลังถูกสังเกตุหรือร้ายกว่าคือกำลังถูกจ้องเอาชีวิต ทั้งจากธนูหรือหน้าไม้ หรือดาบ ชายหนุ่มมองสำรวจลึกขึ้นเรื่อยๆ พลางจิตนาการถึงใบหน้าของชายผู้นั่น ที่จากในรูปวาดบอกไม่ได้มากนัก แต่ถือว่าจัดเป็นชายหนุ่มรูปงามทีเดียว

แกร้ก

ท่อนแขนแกร่งหันไปตามเสียงทันที แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า คันธนูยกขึ้นก่อนจะชี้ไปข้างหน้าอย่างระวังภัย จนกระทั้งทุกอย่างเงียบเป็นปกติอีกครั้งแต่เขายังไม่ลดธนูลง ตอนนี้เขากำลังรอ รอให้สิ่งนั่นปรากฏตัวอีกครั้ง เขาจะได้ปล่อยลูกธนูใส่อะไรก็ตามที่จะปรากฏตัวขึ้นมา ไม่มีอะไรจะหลบเขาพ้นแน่ๆไม่แม้แต่หมีตัวโตๆหรือหมาป่า

ฟุบ!!

ร่างกายใหญ่โตแต่กลับหลบคมมีดแหลมที่ลงมาอย่างฉับไวจากทางด้านหลังได้ทันท่วงที ชั่วขณะที่เขากำลังหลบอาสัยจังหวะนั่นเอี้ยวตัวกลับมา มือหนาจะกระแทกคันธนูไปยัง มือของชายที่ถือดาบ ออกแรงกระแทกจนดาบด้ามคมหลุดมือลงไปกองบนพื้นห่างอออกไปจากคนทั้งคู่ สายตาคมจ้องเป้งไปยังสิ่งนั่นราวกับนักล่าด้วยสายตากึ่งโกรธจัดเล็กน้อยกับคนที่มาลอบทำร้าย

ชายหนุ่มที่ลอบทำร้ายเหวี่ยงมัดออกไปหลังจากที่ถูกปลดอาวุทอย่างรวดเร็ว หมายจะอัดคนตรงหน้าให้คว่ำอย่างน้อยๆก็ทำให้เจ็บตัวได้บ้าง ทำให้มือหยาบแข็งแรงเอื่อมไปคว้าข้อมือนั้นไว้ แล้วล็อกคนตรงหน้าจากทางด้านหลังจนชายหนุ่มไม่อาจขยับได้ ได้แต่ดิ้นขัดขืนพยายามยื้อตัวเองออกจากการจับกุม

ดวงตาคมกริบสำรวจมองสิ่งที่เขากำลังรวบตัวไว้ ชายหนุ่มร่างสูงที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา ยังคงดิ้นขัดขืนอย่างพยศทำให้อีริคต้องออกแรงมากพอควรในการตรึงร่างสูงไว้ ลำคอยาวขาวเนียนราวกับอิสตรี บวกกับผมนุ่มสีน้ำตาลอ่อนที่เคลียอยู่ทีาปลายจมูกของเขา นั่นทำให้ชายหนุ่มถึงกับสับสนถึงแม้ว่าจะรู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อของอีกฝ่ายที่แม้จะไม่ได้ใหญ่โตและแข็งแรงเท่าเขา แต่ก็พอจะทำให้แยกออกได้ง่ายๆว่าเป็นบุรุษเพศเหมือนกัน

“ฆ่าข้าเลยสิ!!? “เสียงทุ่มต่ำหวานนุ่มตะคอกออกมาเสียงแข็งทำให้เขาตื่นจากผวัง  พยายามออกแรงดิ้นอีกครั้งจนอีริคต้องกดคนตรงหน้าลงกับพื้นดินเรียกเสียงร้องอย่างไม่พอใจให้ออกมาจากปากสีชมพูสวยของคนที่เนื้อตัวมอมแม่มอยู่ใต้ตัวเขา

“จะรออะไรในเมื่อเจ้าก็ได้ตัวข้าแล้ว!! “เสียงหวานตะคอกอีกครั้ง แต่คนตัวใหญ่ก็ทำได้เพียงเหลือบมองกรีบปากสีชมพูอ่อนเท่านั่น เพราะเขายังคงพยายามมัดข้อมือที่ไม่อาจบอกว่าเรียวบาง แต่ก็เล็กกว่าข้อมือของเขา มัดไว้ด้วยกันอย่างยากลำบาก เพราะคนข้างใต้ไม่ยอมแม้แต่จะอยู่นิ่งเพียงเซี่ยววิ ราวกับพวกหมาป่าที่ดิ้นรนเมื่อถูกมนุษย์จับ เขาออกแรงมากกว่าเดิมเพื่อให้อีกฝ่ายอยู่นิ่งจนเขาไดด้ยินเสียงร้องต่ำดังออกมาเบาๆทำให้เขารู้ว่าอาจจะทำให้อีกฝ่ายเจ็บมากเกินไปเลยผ่อนแรงลงเมื่อมัดแขนทั้งสองได้แล้ว ร่างกายกำยำออกแรงรั้งร่างโปร่งให้นอนหงายเพื่อสบตาเขา ดวงตาสีเขียวสวยยังคงจ้องมองเขาอย่างอวดดีและโกรธจัด

ดวงตาคมสีฟ้าใสมองดูดวงตากลมโตสีเขียวอมฟ้าสีแสนงดงาม มันถูกประดับไว้ด้วยขนตายาวสีน้ำตาล ที่ฉายแววอวดดี ดื้นรั้น แต่กลับแฝงด้วนความหวาดกลัวอย่างเด่นชัด แม้ว่าผิวขาวจะเปื้อนไปด้วยโคลนและรอยข่วนของเศษไม้ แต่ก็มิอาจทำลายความงามลงได้เลย ไม่ใช่ความงามแบบจะเปลี่ยบเทียบกับเหล่าสตรีตัวเล็กๆแต่มันเป้นความงามราวกับเขากำลังชื่นชมบุรุษชั้นสูงที่น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ไม่ใช่โจรกระจอกที่หนีเข้าป่าแบบนี้ มันทำให้เขาไม่แน่ใจในความคิดตัวเองเท่าไหรนัก

หน้าอกบางกระเพื่อมหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ใต้ร่างใหญ่โตของเขา ใต้เสื้อเชิ้ตทรงขุนนางสีขาวที่ตัดเย็บอย่างดี กับกางเกงหนังสีดำอย่างดีเช่นกันแม้ว่ามันจะไม่ค่อยเหลือความสวยแล้วก็ตามเพราะว่ารอยดินโคล่นที่มันดูจะบันทอนราคาของสิ่งที่ชายหนุ่มใส่อยู่ จนไม่อาจบอกได้ว่าของดีหรือไม่

มองมุมไหนก็ไม่เห็นแววของฆาตกรต่อเนื่องแม้แต่นิด ถ้าบอกว่าเป็นขุนนางถูกปล้นกลางป่ายังดูน่าเชื่อกว่าอีกไม่รู้กี่เท่า อีริคนึกด่าตัวเองที่เผลอตัวชื่นชมบุรุษอยุ่นานสองนาน ก่อนที่เขาจะลุกออกไปจากร่างบางน่ากอด แล้วตามด้วยวงแขนแกร่งกระชากคนบนพื้นให้ลอยติดมือขึ่นมา

“ทำบ้าอะไร! “ชายหนุ่มโวยวายแต่ก็ยังคงถูกดันตัวให้เดินต่อไปข้างหน้าด้วยแรงของคนที่ตัวใหญ่กว่า พยายามขัดขืนอีกแต่ก็ไม่เป้นผลแม้แต่นิดเดียว ทำให้เขาทำได้เพียงแค่พยายามก้าวเท้าให้ทันอีกฝ่ายก็เท่านั่น แม้ว่ามันจะลำบากในการทรงตัวเพราะถูกมัดเอาไว้แถมยังถูกกระชากแบบนี้อีก

“อย่าคิดหนีดีกว่า เราจะพักที่นี้ รอจนเพื่อนข้ากลับมา “เสียงทุ้มต่ำพูดออกมาเป็นคำแรก

“ทำไมเจ้าไม่ฆ่าข้าซักที”เขาขู่ฟ้อออกมา แต่อีกคนก็ทำแต่เพียงกระชากแขนเขามากกว่าเดิมจนเขาเริ่มเจ็บกับแรงมหาศาลของอีกฝ่าย

“ข้าแน่ถ้าเจ้ายังไม่หุบปาก”เสียงทุ้มตอบออกมาเย็นเฉียบ บ่งบอกความตั้งใจอย่างแน่วแน่จนทำให้เขาเผลอเงียบลงไปเพราะความกลัวที่เกิดขึ้นในใจ เขาจึงเลือกที่จะเงียบไปก่อนเพราะเขาก็ไม่ค่อยอยากตายเท่าไหร อย่างน้อยถ้าตายก่อนหนีได้ก็ไม่มีประโยชน์

/*/

ไม่นานนักทั้งสองก็มาหยุดอยู่ที่ใกล้กับแม่น้ำ ห่างจากที่ที่เจอกันไกลพอควร ชายหนุ่มผมสีเข้มก้มลงมองดูดวงตาสีเขียวที่มองมาอย่างไม่เป็นมิตรนักซึ่งเขาก็ไม่ใส่ใจอะไรอยู่แล้ว จะเกลียดเขาก็ยิ่งดีจะได้ไม่ต้องมามีความเกี่ยวพันธ์กันมากนัก ฝ่ามือใหญ่ออกแรงดันอย่างไม่เบามือนักทำให้อีกคนหนึ่งแทบจะล้มลงไปบนพื้น แก้เชือกออกอย่างรวดเร็วทำให้ฮาลพยายามใช้จังหวะนั่นพยายามขัดขืนมากกว่าเดิม แต่ก็ถูกมือหยาบกร้านของอีกฝ่ายบีบข้อมือไว้แน่นจนเขาต้องหยุดเพราะความเจ็บปวด ฮาลจึงขัดขืนอะไรต่อไปไม่ได้นัก เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกว่าเลิกดิ้นมากแล้ว เขาก็อาศัยจังหวะนั่นเปลี่ยนมามัดมือเรียวบางไว้ข้างหน้าอย่างแน่นหนา ตามด้วยผูกเชือกไว้ใกล้กับต้นไม้ใหญ่เพื่อกันหนี

“ปล่อยข้า!! “ฮาลขู่ฟ้อแต่ก็ทำได้เพียงให้ชายหนุ่มยิ้มออกมา

“กลับมากล้าพูดแล้วหรือยังไง”เสียงทุ้มเอ่ยออกมาโดยปราศจากอารมณ์ขัน

“ปล่อยข้า…เจ้าโจรป่า”สายตาคมกล้าสีเขียวสวยมองสบคนตัวใหญ่อย่างไม่กลัวเกรงทำให้อีริคเงยหน้าจากมัดเชือกที่มันใจว่ามันแน่นแล้วมายังดวงตาของอีกฝ่าย

“ข้าดีใจที่เจ้าไม่เห็นว่าข้าเป็นพวกนักบวช งั้นคงทำความเข้าใจกันง่ายว่าเจ้าเป็นนักโทษของข้า”เสียงทุ้มต่ำพูดอย่างไม่กลัวเกรงแม้แต่น้อย ก่อนที่คนตัวใหญ่จะลุกขึ้นเพื่อออกไปหาเศษไม้เศษฟืนเพื่อกลับมาก่อกองไฟใช่สำหรับคืนนี้

ฮาลยังคงมองอีกฝ่ายอย่างจ้องจับผิดอย่างถึงที่สุด ร่างกายใหญ่โตกับดวงตาคมเข้มสีฟ้าน่ากลัวนั่นมันยิ่งทำให้เขาอดยอมรับไม่ได้ว่ารู้สึกเหมือนกำลังจะถูกฆ่าได้ทุกเมื่อ เขาไม่ใช่นักรบและเขากลัวมาก…เขาไม่เคยมาทำอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต เขาไม่เคยต้องหนีหัวซุกหัวซุนราวกับพวกโจรที่หนีความผิดแบบนี้ เขาเคยแต่เข้าป่าเพื่อล่าเป็นกีฬาสนุกๆในยามบ่าย ไม่ใช่อะไรแบบนี้ แถมยังคนตัวสูงใหญ่ท่าทางไม่เป็นมิตรนี้อีก ดูก็รู้จากผมยาวสีน้ำตาลเข้มเกือบดำยาวประบ่าราวกับขนของหมีตัวใหญ่น่าเกรงขาม ชุดเสื้อผ้าหนังกับท่าทางของอีกฝ่ายทำให้เขารู้ว่าน่าจะเป็นนักฆ่าที่ถูกจ้างมาจับเขา…หรือฆ่าเขา จนทำให้เขายิ่งรู้สึกท้อแท้มากเข้าไปใหญ่ เขาไม่อยากตายแม้แต่นิดเดียว แม้ว่าตอนนี้ความหวังในการมีชีวิตของเขาจะดูน้อยมากๆเมื่อถูกจับมัดไว้กับต้นไม้ราวกับพวกไก่ป่าแบบนี้ เขาไม่รู้เลยจริงๆว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรกับเขาบ้าง ขออย่างให้ฆ่าเขาก็เป็นพอ

“เฝ้ากองไฟไว้ให้ดีละหนุ่มน้อย ระวังอย่าถูกหมาป่ารุมซะละ “อีริคบอกเสียงต่ำ ทำให้ฮาลเห็นว่ากองไฟกำลังลุกโชนมากกว่าเดิมอยู่ห่างจากตัวเขาไปสองเมตรกว่า นั่นทำให้เขาพยายามยันตัวขึ้นมานั่งให้ดีที่สุดเท่าที่จำทำได้ แว้ว่าแขนเขาจะเกือบเรียกว่าถูกแขวนไว้เหนือหัวก็ตามทีในตอนนี้ ดวงตาสีสวยมองดูชายหนุ่มตัวสูงที่ขยับเข้ามาใกล้อย่างระวังตัวมากกว่าเดิม เพราะสายตาคมกริบสีฟากำลังมองสำรวจตัวเขาด้วยสายตาหยาบอันตรายจนเขารู้สึกได้ ชายหนุ่มยกยิ้มออกมาเล็กๆกับท่าทางหวาดระแวงของอีกฝ่ายก่อนจะถอดเสื้อออก เผยให้เห็นมัดกล้ามแข็งแรงแน่นตึงมือของคนตัวใหญ่กว่า

“เจ้าจะทำอะไร!! ” ฮาลร้องออกมาอย่างไม่ปกปิดความไม่พอใจแม้แต่น้อย เพราะคนที่เดินมาใกล้เขายิ่งขึ้นกับเสื้อหนังในมือและเสื้อคลุม มันทำให้เขาไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ยิ่งกับการเห็นสายตาโลมเลียของอีกฝ่ายแล้วด้วย

“เจ้าคิดอะไรของเจ้า? คิดว่าข้าจะขืนใจเจ้าหรือไง แม้ว่าใบหน้าเจ้าจะงาม แต่ข้าไม่อดอยากถึงขนาดต้องลงกับบุรุษน่าสงสารเช่นเจ้า “ชายหนุ่มหัวเราะเยาะออกมาอย่างพออกพอใจที่เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายแดงขึ้นเล็กน้อยจนถึงใบหู ไม่แน่ใจว่าเพราะความอายหรือโกรธจัดกันแน่ ในขณะที่เขาเอาเสื้อของตัวเองไปแขวนไว้ใกล้ๆกับกิ่งไม้ห่างจากตัวขอบบุรุษบนพื้นไม่มากนัก

“คนต่ำช้า! ” ชายหนุ่มผมสีเข้มหัวเราะออกมาอย่างพอใจกับคำพูดที่บ่งบอกแรงอารมณ์ของอีกฝ่ายอย่างเด่นชัด

“ใช่ ข้าต่ำช้ามากด้วย เพราะงั้นอย่าบังคับให้ข้าทำอะไรต่ำช้ากับเจ้าก็แล้วกัน”เขาพูดออกมา

“เพียงแค่ลมปากใครก็พูดได้ คนต่ำช้าแบบเจ้ามันก็ไม่ได้ต่างจากพวกทาสนอกรีดนักหรอก”เขาเดินกลับมายังคนที่นั่งอยู่บนพื้นด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูกนัก นั่นทำให้ฮาลขยับถอยหลังเล็กน้อยด้วยสัญชาติญาณป้องกันตัว เมื่อคนตัวใหญ่นั่งลงมายองๆตรงหน้าเขา เอื่อมมือหยาบกร้านออกมาคว้าเข้าที่ปลายคางของเขาจนฮาลอดร้องออกมาเบาๆไม่ได้เพราะถูกกระชากให้เงยหน้ามากขึ้นไปอีกเพื่อสบตาคมของคนที่อยู่ห่างไปไม่มากนัก

“ข้า…ไม่ใช่คนใจเย็นอะไร ข้ารับงานมาเพื่อจับเจ้าไปรู้ไหมว่าได้เท่าไหร…”อีริคคำรามออกมาลอดไรฟันใกล้กับใบหน้าหวานที่อยู่ห่างไปไม่กี่นิ้ว เพื่อตอกย้ำให้ฮาลได้ยินทุกคำที่เขาพูด ก่อนที่เขาจะใช่อีกมือหนึ่งเอื่อมออกไปจับมีพกเล่มยาวที่เหน็บไว้ตรงช่วงเอวขึ้นมาแล้วจ่อลงไปใต้คางของอีกฝ่าย ซึ่งแม้ว่าชายหนุ่มจะไม่พูดอะไรแต่แววตาที่ฉายแววหวาดกลัวออกมาอย่างเห้นได้ชัดมันก็บอกเขามากพอ

“…จับเป็นหรือจับตาย แม้ว่าถ้าจับเป็นไปจำทำให้ได้เงินเยอะกว่า แต่ถ้าเจ้ายังไม่เลิกปากดีกับข้า ข้าก็อาจจะยินดีได้เงินที่น้อยลงไปหน่อยเข้าใจไหม”เขากระซิบออกมาเสียงเบาพลางกดปลายมีดลงไปบนผิวเนื้อนุ่มเล็กน้อยจนเป็นรอยแดงแต่ฮาลก็ยังไม่หลบตาของเขาแม้ว่าดวงตาสีสวยจะคลอน้อยๆไปด้วยน้ำตา มันทำให้เขาอดชื่นชมออกมาไม่ได้

“ข้าไม่กลัวเจ้า…”ชายหนุ่มผมสีอ่อนพูดออกมาเสียงเบาหวิว นั่นเหมือนจะทำให้อีริครู้สึกเหมือนๆจะฉุนขาดกับความอวดดีของอีกฝ่าย แต่ก็ปนไปด้วยความชื่นชมอยู่ข้างใน

“ดี!! ข้าก็ไม่อยากทำให้เจ้ากลัว ข้าก็ไม่ได้อยากฆ่าเจ้าหรอก…ข้าเสียดายผิวเนียนๆแบบนี้ หรือบางทีคืนนี้ร่างกายเจ้าอาจจะพอให้ความอบอุ่นแก่ข้าได้”เขาพูดออกไปด้วยน้ำเสียงหื่นกระหาย จงใจลากใบมีดเย็นเฉียบลงบนผิวเนื้อขาวๆของอีกฝ่ายจนลงมาถึงลำคอขาวผ่องของอีกฝ่าย

แม้ว่าฮาลจะค่อนข้างใจเสียลงไปมากๆกับคำพูดทุ้มต่ำของชายตัวใหญ่ แต่เขาก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่แสดงอะไรออกมา ยังคงเชิดหน้าขึ้นมองจ้องไปยังดวงตาคมของพรานป่าแต่ไม่นานเขาก็แส่หน้าหนีอีกฝ่ายไปในที่สุด อีริคมองอย่างชั่งใจอยู่แวบหนึ่งกับความรู้สึกผิดที่เร่นวาบเข้ามาในอก ราวกับว่าเขาทำเรื่องไม่ดีออกไป แต่เขาก้ปัดความคิดนั่นออกจากหัวอย่างรวดเร็วเพราะเขามันใจว่าเขาไม่ค่อยพอใจในบุรุษด้วยกันซักเท่าไหร จากที่ลองๆมาเขาว่าสตรีนุ่มน่ากอดกว่าเยอะ และแม้เขาจะทำงานผิดกฎหมายบ่อยแต่เขาไม่ใช่โจรขมขืน ชายหนุ่มมองอีกฝ่ายเป็นครั้งสุดท้าย นึกยินดีเล็กน้อยที่คำขู่ของเขาพอจะได้ผลอยู่บ้าง ร่างสูงใหญ่ยืนขึ้นเต็มความสูงเก็บมีดลงไปที่ข้างเอว เดินไปยังทานน้ำเย็นเพื่อจับปลามาเป็นอาหารสำหรับคนสองคนในคืนนี้

*****************************************************

เรื่องใหม่นี่หวังว่าจะชอบกันนะค่ะ รับรองสนุก

และอีริคเอสด้วย 555

ขอบคุณค่ะ

เกี่ยวกับ jrasmason

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะค่ะ บล็อกนี้จีนจะลงเป็นFictionหรือว่าเป็นAUนะค่ะ คู่หลักก็จะเป็นHiddleswothและคู่อื่นๆอีกตามแต่อารมณ์ค่ะ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบและสนุกกับนิยายที่จีนเขียนนะค่่ะ ขอบคุณค่ะ //จุ๊บๆ
เรื่องนี้ถูกเขียนใน In The Wood, Z All Fiction และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

3 ตอบกลับที่ [FIC] Hiddlesworth [EricXHal]#1 In the wood

  1. runchita26 พูดว่า:

    ติดตามมาตั้งแต่อยู่บอร์ด exteen คะ ปลื้มวิธีการเขียนนิยายมากเลย มาลงอีกเร็วๆนะคะ
    ปล.ยินดีที่ได้รู้จัก ชื่อเดียร์ค่ะ ^___^

  2. cestzenvie พูดว่า:

    สนุกมากเลยค่ะ น่าติดตามพรานป่ากับเจ้าชายน้อยย xD

  3. weeptvxq พูดว่า:

    น่าตื่นเต้นๆ..!
    อ่านเรื่องก่อนจบแล้วมาต่อเรื่องนี้เลย
    ภาษาไหลลื่น…ชิบมากๆเลยค่าาา
    o(^^o)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s