[FIC] Hiddlesworth [ChrisXTom]#4 Trickster

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

 

 

 

 

C : Chris H. X Tom H.

R : M

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

 

********************************

 

 

 

คริสดูจะค่อนข้างอารมณ์ดีเป็นพิเศษในวันนี้ เขามั่นใจว่าเขาทำข้อสอบเทสในวันนี้ได้มากกว่า86เปอร์เซนแน่นอน แถมรายงานของเขาที่เขาเคยคิดว่าทอมเอางานเขาไปเขียนเล่น แต่ดันได้ชายหนุ่มช่วยเสียมากกว่า เขาพึ่งมาเห็นว่าทอมช่วยเขาทำงานไปจนเกือบเสร็จแล้ว เหลือแค่เขาที่ต้องไปพิมพ์ลงคอมอีกรอบก็เท่านั่น อดนึกขอบคุณชายหนุ่มอยู่ในใจไม่ได้ ทอมดูเป็นคนดีกว่าที่เขาคิด ถ้าไม่นับเรื่องที่พยายามแบล็กเมย์เขาละก็น่ะ ชายหนุ่มคิดขำๆหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบอกเพื่อนๆว่าเขาพึ่งสอบเสร็จและถามคนอื่นๆว่าอยู่ไหนกัน

 

ชายร่างสูงเดินเรื่อยๆมายังลานว่างของมหาลัย ที่ที่มีร้านกาแฟเล็กๆแต่ส่วนใหญ่จะเป็นที่ให้นักศึกษามานั่งอ่านหนังสือเสียมากกว่า เขาเห็นเพื่อนๆในชมรมอเมริกันฟุตบอลกำลังนั่งจับกลุ่มอยู่ที่มุมหนึ่ง สงเสียงเอะอะโวยวายเป็นธรรมดาอยู่แล้วและไม่มีใครกล้าที่จะบอกให้พวกเขาเงียบแน่นอน สายตาคมกริบกวาดตามองรอบๆทำให้เห็นชายหนุ่มตัวสูงผมตัดสั่นสีน้ำตาลอ่อนที่เขาค่อนข้างคุ้นหน้าคุ้นตา ทอมกำลังคุยกับใครอยู่ซักคนหนึ่งที่ท่าทางไม่ได้เรื่องเท่าไหรนัก เขาเผลอยันตัวขึ้นมาน้อยๆมองดูคนทั้งสองคน เป็นเวลาเดียวกับที่เพื่อนเขาสองคนที่ตามมาที่หลังเดินมาหาเขาพอดี และเขาเพียงแค่เดินเข้าไปใกล้ทอมจากด้านหลังเท่านั่น ไม่ได้เดินไปหา…แค่เดินเข้าไปใกล้ๆเพราะเขาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“…แต่มันส่งวันศุกร์นี้น่ะจอร์เดน นายบอกฉันผลัดฉันมาสามครั้งแล้วว่าจะส่งส่วนของนายมาให้ นี้มันรายงานคู่น่ะ แนก็อุสาทำส่วนของฉันเสร็จแล้วแต่ส่งไม่ได้ก็เพราะนายไม่ยอมส่งมันมา”เขาได้ยินทอมพูดอย่างไม่พอใจนัก เห็นชายหนุ่มผมสีทองท่าทางเหมือนพวกติดเกมชักสีหน้าใส่ทอมอย่างโกรธๆ

 

“ถ้ามันช้านายก็ทำไปสิ ฉันไม่ว่างเข้าใจไหมทอม ฉันต้องทำงานวิชาอื่นๆอีกน่ะ ไม่ใช่พวกที่จะมาเล่นดนตรีว่างๆเหมือนนาย”อีกฝ่ายบอก

 

“หมายความว่าไง แล้วฉันไม่ต้องเรียนวิชาอื่นหรือ?”ทอมร้องเบาๆ “นายต้องช่วยฉันทำงานน่ะ ไม่งั้นฉันจะส่งชื่อฉันและส่วนของฉันคนเดียวโดยไม่มีนาย ทั้งๆที่นายเป็นคนขออยู่ด้วยแท้ๆ”เขาขยับตัวเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่ชื่อจอร์เดนขยับเข้ามาใกล้ทอมเหมือนพวกพยายามหาเรื่อง ทำให้รู้สึกเหมือนพวกจนตรอกที่พยายามปล้นเงินเสียมากกว่า

 

“ถ้านายไม่อยากมีปัญหาน่ะ นายต้องทำเข้าใจไหมทอม! ทำส่วนของฉันแล้วก็ใส่ชื่อฉัน…เห็นใจกันมั่งสิ ฉันมีเรื่องอื่นๆอีกเยอะแยะน่ะ”เขาเดินเข้าไปใกล้ทั้งสองคนมากยิ่งขึ้น จับตามองดูชายหนุ่มผ่านไหล่ของทอมที่มันดูจะสั่นน้อยๆด้วยความโกรธ

 

“ไม่ทำ นายต้องช่วยสิ! พอแล้ว…ไปหาคู่คนอื่นแล้วกัน ฉันจะทำคนเดียว”เขาได้ยินเสียงหวานประกาศอย่างชัดเจนแล้วเก็บของที่อยู่ตรงนั่น กำลังจะหันหลังเป็นเวลาเดียวกับที่อีกฝ่ายเอื่อมมือมาหมายจะกระชากคอเสื้อของทอม แต่เพราะถูกมือของเขาที่ไม่รู้ว่ามันเอื่อมไปขวางเมื่อไรจับเอาไว้จนชายหนุ่มหันมามองเขาอย่างตื่นๆ พอๆกับทอมที่พึ่งสังเกตเห็นว่าเขาอยู่ตรงนั่น

 

“เฮ้พวก…มีปัญหาอะไรหรือ?”เขาถามยิ้มๆ “ฉันคริสยินดีที่ได้รู้จัก..พอดีฉันเดินมาจากกลุ่มตรงนั่น พอดีรู้สึกว่านายเสียงดังนิดหน่อย ฉันค่อนข้างรำคาญ”เขายิ้มออกมาอย่างเป็นมิตรและปล่อยมือออกจากแขนชายหนุ่ม เห็นจอร์เดนท่าทางไม่สบายใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด

 

“…ขอโทษทีคริส”อีกฝ่ายพึมพำเสียงเบา

 

“ฉันไม่อยากให้ใครทะเลาะกัน มีปัญหาอะไรให้ช่วยไหม?”เขายิ้มออกมาน้อยๆ ส่งเสียงตอบเพื่อนเขาให้ดังกว่าปกติเมื่อกลุ่มของเขาเรียกให้ไปรวมตัวกัน จงใจตะโกนตอบไปว่ามีปัญหา ทำให้เห็นว่าเพื่อนของเขาสองคนเดินตรงมาทางนี้ ท่าทางเอาเรื่องสุดๆจนเห็นว่าจอร์เดนก้มหน้าไปมากกว่าเดิม

 

“ฉันถามว่ามีปัญหาอะไรไหม?”เขาถามเสียงแข็งจนอีกฝ่ายกลืนน้ำลายเฮือก

 

“ไม่มี…ไม่มีแน่นอนคริส”เขาพยักหน้าน้อยๆ ให้ชายหนุ่มที่ตอนนี้ดูจะตัวรีบเล็กลงไปอีกเมื่อเพื่อนเขาจงใจมานั่งและยืนข้างๆราวกับกำลังหาเรื่องคน

 

“งั้นเอ่อ…ทอม นายมีปัญหาอะไรกับ…”เขาเงียบลงไปเล็กน้อย “..นายชื่ออะไรน่ะ?”

 

“จ..จอร์เดน”

 

“เค ทอมนายมีปัญหาอะไรกับจอร์เดนหรือเปล่า..”เขายังคงจ้องใบหน้าของชายหนุ่มในระหว่างถามออกไป รู้ว่าทอมยืนอยู่เยื้องไปทางข้างหลังเขา

 

“…เราแค่คุยเรื่องงานกันไม่รู้เรื่อง ฉันเลยอยากทำงานคนเดียว”เขาได้ยินเสียงหวานตอบ ทำให้เขาขยับตัวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มมากยิ่งขึ้น

 

“ทอมเขาอยากทำงานคนเดียว มีตรงไหนที่นายคุยกันไม่รู้เรื่องหรือจอร์เดน?”เขาถามเนิบๆ รู้สึกถึงชายหนุ่มที่เหงือออกอย่างเห็นได้ชัด

 

“นายรู้ว่าฉันเป็นใครใช่ไหม…นี่ฉันจะแนะนำให้รู้จัก คนนั่นชื่อเอียน..อารมณ์ร้อน ไม่ชอบคนพูดจาไม่รู้เรื่อง นี่ชื่อไมเคิล…ไม่ชอบคนเอาเปรียบคนอื่น รู้จักกันไว้สิเพื่อจะได้คุยกันวันหลัง”เขายกยิ้มอย่างเป็นมิตรสุดๆให้ชายหนุ่มที่ตอนนี้แทบจะเหลือตัวนิดเดียว

 

“ที่นี้บอกฉันสิว่า…ทอมเขาอยากทำงานคนเดียว นายจะทำยังไง?”

 

“เรื่องนั่นได้แน่นอน ฉันจะไปคู่กับคนอื่น จะไม่ทำตัวเป็นปัญหา ฉันสัญญา”ชายหนุ่มรีบพูด ทำให้เขาเอื่อมมือออกไปตบไหลอีกฝ่ายน้อยๆ

 

“ดี…ดีมาก ฉันชอบที่เห็นคนอื่นๆคุยกันดีๆ แล้วก็ถ้าฉันรู้ว่านายพยายามจะทำร้ายใครอีก เอาเป็นว่าฉันรู้แน่ๆว่าจะหานายเจอได้ที่ไหน”เขาถอนหายใจน้อยๆขยับตัวออกห่างชายหนุ่มเพื่อเดินกลับไปยังกลุ่มของเขา แม้มองเพียงหางตาเขาก็ยังเห็นว่าทอมยืนอยู่ตรงนั่น หลบตาเขาเพียงเล็กน้อยแต่มือเรียวกับกอดหนังสือไว้แน่น เขาไม่ได้พูดอะไรกับทอมแม้แต่คำเดียว เพียงแค่มองและเดินจากไปก็เท่านั่น

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

วันนี้ทั้งวันเขาแทบจะเรียนไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว เหตุการ์ณเมื่อตอนกลางวันราวกับชัดเจนอยู่ในใจจนทำให้เขาสบทด่าตัวเองไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งว่าทำไมถึงหยุดคิดถึงคริสไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว นึกถึงแผ่นหลังกว้างที่แทบจะยืนขวางตัวเขากับเจ้าคนบ้าเกมนั่น น้ำเสียงแข็งกราวเย็นเฉียบที่มีแต่แววคุกคาม มันเหมือนกับคริสใช่มันเพื่อปกป้องเขาไม่ใช่หันมาใช่กับเขาเสียเอง มันทำให้เขารู้สึกดีมาก…ดีจนทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนอยู่ตรงนั่น มองสายตาคมกริบที่มองมาที่เขาแม้เพียงแวบเดียวแต่มันก็ทำให้เขารู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่คริสเข้ามาช่วย อย่างกับว่าชายหนุ่มจงใจเดินเข้ามาเสียอย่างนั่น มันทำให้เขาแทบจะประสาทเสียอยู่แล้วในตอนนี้ เลยลงความเห็นว้าขาไม่น่าจะมีสมาธิพอซักเท่าไร

 

เขารู้ว่าช่วงหลังๆมานี้ คริสเองก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด…นัก วันนั่นคริสยอมอ่านหนังสือจนจบ แถมรายงานที่คริสทำแม้เขาอ่านแค่ตัวร่างแต่เขาก็คิดว่ามันดีเอามากๆจนเขาเพียงแค่ช่วยนิดหน่อยเท่านั่น คริสเป็นคนฉลาด เก่งและหน้าตาดี แต่ใจร้อนไปหน่อยก็เท่านั่น มันเริ่มทำให้เขารู้สึกเกลียดชายหนุ่มน้อยลงเยอะ ถ้าไม่นับสายตาคมกริบที่มันค่อนข้างหาเรื่องอยู่บ้างละก็น่ะ

 

ในตอนเย็นระหว่างที่เขากลับมาจากการซ้อมดนตรี เขาเห็นคริสอยู่ตรงนั่นกำลังยืนคุยโทรศัพท์ท่าทางค่อนข้างเครียดเล็กน้อย ยืนอยู่โดยที่อีกฝั่งหนึ่งมีสาวนางหนึ่งที่เขาไม่แน่ใจนักว่าเธออยู่ที่มหาลัยเดียวกันนี้ บางอยากมันทำให้เขาค่อนข้างไม่พอใจนักและเดินเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว เขาเห็นคริสวางหูโทรศัพท์และคุยอะไรกับเธอซักอย่างทำให้สาวสวยดูจะออกอาการไม่พอใจน้อยๆ

 

“…นายสัญญาว่าจะพาฉันเข้าไปคลับนั่นน่ะ”เธอร้องเคื่องๆ “แล้วทำไมเรื่องถึงกลายเป็นนายต้องมีธุระด้วย นี้เห็นว่าฉันมันว่าสำหรับเรื่องตลกนักหรือไง”คริสเพียงแค่ถอนหายใจน้อยๆในยามที่เธอเดินเข้ามาควงแขนเขาเอาไว้

 

“ฉันไม่ว่างแล้ว”ชายหนุ่มบอก “ฉันมีธุระสำคัญและเธอ…รอก่อนน่ะ”เขาเห็นเธอพยายามพูดอะไรซักอย่างจึงรีบเข้าไปหาคริสทันที ยิ้มให้ทั้งสองคนอย่างเป็นมิตรสุดๆทำให้เห็นดวงตาคมกริบที่มองมามันเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ

 

“คริสนายมีนัดกับฉันนิ”เขาแกล้งบอกด้วยน้ำเสียงใสซื่อ “เราจะไปกันได้หรือยัง?”เขาว่า

 

“ล้อเล่นใช่ไหม!! คริส…นายต้องพาฉันไปที่คลับ!!”เธอแทบจะแยกเขี้ยวออกมา และชายหนุ่มเพียงแค่แกะแขนของเธอออกน้อยๆ

 

“เรามีนัดที่สำคัญกว่านั่น โทษทีน่ะ”คริสบอก

 

“นัดอะไร!”

 

“เราจะไปเรียนกันน่ะสิ อ่านหนังสือหนังหา เตรียมตัวสอบ…เธอเองก็น่าจะทำน่ะ”เขาเห็นสาวสวยถลึงตาใส่เขา แต่ถูกคริสดันเธอออกไปและเปลี่ยนมารั้งตัวเขาให้ตามไปที่รถยนต์คันหรูที่จอดไว้ใกล้ๆตรงนั่น เขาเองก็ไม่ได้จะตั้งใจมากับคริสนักหรอก แค่มันทำอะไรไม่ได้แค่นั่นเอง ดูท่าชายหนุ่มตัวสูงจะไม่สนใจเธอที่กำลังพยายามเรียกให้พวกเขากลับไปแม้แต่น้อย

 

เวลาผ่านมาพักหนึ่งคริสเองก็ไม่ได้พูดอะไร เขาเองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเหมือนกัน เพียงแค่มองสำรวจรอบๆและเริ่มคิดอีกแล้วว่าอาจจะโดนหลอกพาไปทิ้งกลางทางอีกครั้ง เขาคิดว่าชายหนุ่มเจ้าของผมสีทองจะโกรธที่เขาโผลไปกวนประสาทแบบนั่นซะอีก แต่นี้ดันตามมาอย่างว่าง่าย และเขาคิดว่าคริสน่าจะมีแผนอยู่ในใจเสียมากกว่า

 

“จอดรถ ฉันจะลง”เขาตัดสินใจพูดออกไป แต่คริสเพียงแค่ยิ้มออกมาน้อยๆและหันมามองหน้าเขาเพียงแวบเดียว

 

“เป็นอะไร กลัวว่าฉันจะพาไปปล่อยทิ้งไว้อีกหรือไง”เสียงทุ้มพูดอย่างอารมณ์ดี

 

“ฉันเข้ามาเพื่อขัดความสุขของนาย ใครจะไปรู้ละว่าจะถูกลากมาด้วยแบบนี้ ฉันนึกว่านายจะโมโหซะอีกที่ฉันทำให้นายไม่ได้ไปกับผู้หญิงคนนั่น”ทอมบอกอย่างไม่พอใจสุดๆ

 

“หึงหรือไง?”เขาแทบจะรู้สึกราวกับหัวใจตัวเองถูกกระแทกแรงๆจนเผลอหยุดหายใจกับคำพูดนั่น ชายหนุ่มเพียงแค่หันไปมองอีกฝ่ายและพยายามรวบรวมสติที่สุด

 

“ไม่มีทาง!”เขาร้องออกมาเสียงแข็งกว่าปกติ จนเห็นว่าคริสแกล้งทำเสียงขึ้นจมูกอย่างดูถูกดูแคน มันทำให้เขาแทบจะรู้สึกอายขึ้นมามากกว่าเดิม

 

“จอดรถ!!”เขาบอกอีก แต่สิ่งที่ได้มาคือคริสที่ดูจะเร่งความเร็วรถไปมากกว่าเดิม

 

“นายนี่มันเรื่องมากเป็นบ้า อยากให้ฉันทำตามที่นายพูดไม่ใช่หรือไง? ฉันก็อุสาทำตัวว่าง่ายๆแล้วยังจะเอาอะไรอีก นายไม่ต้องการให้ฉันไปกับเธอ ฉันก็ไม่ไปแล้วไง”เขาอ้าปากน้อยๆ

 

“ก็เพราะนายมีจุดมุ่งหมายอยู่แล้วน่ะสิ!! ฉันแค่กะเวลาพลาดไปก็เท่านั่น”เขาแยกเขี้ยวออกมา

 

“ก็หึงฉันละสิน่ะ”เขามั่นใจว่ามันเป็นนำเสียงดูถูกแน่นอนล้านเปอร์เซน

 

“ไม่-ได้-หึง”เขาย้ำที่ละตัวอักษร คริสเพียงแค่หันมามองหน้าเขาเท่านั่น

 

“ใช่นายหึง นายชอบฉัน นายพยายามบังคับให้ฉันคบกับนาย หรือมีเหตุผลอื่นนอกจากนี้”คริสพูด “แน่นอน..ฉันเจ้าชู้มาก และฉันไม่ชอบคนมาค่อยจุ้นจ้าน และฉันไม่รู้สึกผิดอะไรด้วย อย่ามาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ นายไม่ใช่…เราแกล้งเป็นแฟนกันโอเค? ให้นายคิดไปเองว่าได้ฉันเป็นแฟน เพราะงั้นอย่ามาหึงอะไรไร้สาระ ฉันไม่ชอบ”คริสบอกเสียงแข็งและมันทำให้เขาแทบจะปรี้ดออกมา

 

“ฉันไม่ได้หลงรักอะไรคนงี่เง่าแบบนายเลยรู้ไว้ซะด้วย!!! ฉันเองก็ทรมารที่จะต้องมาอยู่กับคนแบบนายเหมือนกันแค่เพราะอยากจะดัดนิสัยเสียๆของนายให้มันรู้จักแคร์คนอื่นเสียบ้างก็เท่านั่นเอง ซึ่งดูแล้วคงจะแก้ยากเพราะขนาดปากนายก็ยังเสียอยู่เหมือนเดิม”เขาแยกเขี้ยวพูดออกมา แต่คริสเพียงแค่ยิ้มก็เท่านั่น

 

“ระวังจะหลงรักคนปากเสียแบบนี้ก็แล้วกัน แม้นายเองจะปากเสียพอๆกับฉันก็เถอะ”เขาถลึงตาใส่ชายหนุ่มและอ้าปากเพื่อจะพูดอะไรตอกกลับเจ้าผู้ชายนิสัยเสียนี่จริงๆ แต่มือหยาบก็เอื่อมออกไปเปิดเพลงจนเสียงดังลั่นรถ มันทำให้เขาต้องตะโกนเล็กน้อยเพื่อให้ชายหนุ่มได้ยิน แต่คริสก็เร่งเสียงมากขึ้นไปอีกเขาจึงตัดสินใจหยุดพยายามและหันมานั่งกอดอกมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง ล้มเลิกความคิดบ้าๆทั้งหมดที่จะขอบคุณชายหนุ่มร่างสูงในเรื่องตอนกลางวัน

 

ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงบ้านหลังใหญ่ที่เขาคิดว่ามันสวยเอามากๆ ไม่ได้ใหญ่อลังการแต่ก็ถือว่าเป็นบ้านแบบพวกคนมีเงินทีเดียว เขามองสำรวจรอบๆอย่างชื่นชมสุดๆแม้ว่าตอนนี้จะเย็นจนเรียกได้ว่าอีกไม่เกินสิบห้านาทีท้องฟ้าน่าจะมืดจนหมด แต่มันก็ยังสวยมากชนิดที่ว่าทำให้เลือดในกายของพวกศิลปะสูงๆแบบเขาพุ่งพลานเลยทีเดียว คริสจอดรถตรงหน้าบ้านอย่างไม่เป็นระเบียบสุดๆ มันทำให้เขาเผลอพูดออกไปว่าให้จอดมันดีกว่านี้ พวกเขาจ้องหน้ากันอยู่พักหนึ่งอย่างไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายคริสก็ยอมขยับรถไปจอดอย่างเรียบร้อยอยู่ข้างๆบ้านแทน ก่อนที่เขาทั้งคู่จะลงมาจากรถและเขาเองก็เพียงแค่เดินตามคริสไปเงียบๆเท่านั่นเอง

 

“รออยู่นี้ อย่าคิดขโมยของอะไรเด็ดขาดน่ะ”เขาถลึงตาใส่ชายหนุ่มตัวสูงและสะบัดหน้าไปอีกทาง ไม่นานนักคริสก็เดินหายไปทิ้งให้เขายืนอยู่คนเดียวที่ทางเขาติดกับห้องนั่งเล่น เขามั่นใจว่าคริสมีแผนอะไรซักอย่างแน่นอนถึงพาเขามาที่แบบนี้ ในแง่ร้ายที่สุดคือ…นี่เป็นบ้านของคริส ถ้ามันเป็นแบบนั่นเขาคงจะกลายเป็นพวกอะไรซักอย่าง เพราะว่าเขาไม่ใช่เพื่อน ไม่ใช่คนรู้จัก ไม่ใช่แฟนจริงๆด้วย ถ้าหากว่าเกิดเรื่องอย่างการที่เขาต้องนั่งเผชิญหน้ากับอัยการรัฐและคุยกันเรื่องที่เขากำลังข่มขู่ลูกชายสุดหยาบคายของท่านอัยการอยู่ละก็ เขามั่นใจว่าเขาน่าจะซวยแน่นอน

 

เขาเพียงแค่ยืนนิ่งๆไม่กล้าขยับไหน ไม่กล้าเดินไปนั่งบนโซฟาสวยๆนั่นด้วย เป็นครั้งแรกที่เขาอยากให้คริสกลับมาเร็วๆหรือไล่เขากลับไปก็ได้…หรือเขาจะกลับไปเลยดี? ไม่ได้ เดียวถูกหาว่ากลัวในตอนหลัง เขาไม่ยอมหรอก ชายหนุ่มยกมือขึ้นมาลูบท้ายทอยน้อยๆ กำสายกระเป๋าไว้แน่นอย่างใช่ความคิด ตวัดสายตากลับไปมองด้านหลังเมื่อได้ยินเสียงรถยนต์ แล้วก็แทบจะใจแป้วลงมาจนถึงตาตุ่มเมื่อเห็นผู้ชายคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถ ในชุดสูทท่าทางภูมิฐานอย่างสุดๆ ใบหน้าคมเหมือนกับคริสจนเขามั่นใจแน่ๆว่าเจอคนที่ไม่อยากเจอที่สุด เมื่อชายวัยกลางคนเดินเข้ามาใกล้ เขาเองก็แทบจะขยับตัวหนีสายตาที่มองมาอย่างสำรวจสุดๆ จนแทบจะเรียกได้ว่าประหม่ามาก

 

“สวัสดีครับ”เขาทักออกไปน้อยๆ ซึ่งอีกฝ่ายเองยังคงมองเขาด้วยความพินิจจนเขาแทบจะอยากร้องไห้

 

“สวัสดี..”อีกฝ่ายยื่นมือออกมาและเขาเองก็เอื่อมออกไปจับน้อยๆ

 

“นายมานัดกินข้าววันนี้หรือ?”เขาอ้าปากน้อยๆเมื่ออีกฝ่ายถาม และตอนนี้เขาตื่นตระหนกมาก

 

“ไม่ครับ ผมเอ่อ…ผมว่าผมกลับก่อนดีกว่า ขอโทษครับ”เขาตัดสินใจในท้ายที่สุดว่าควรจะรีบไปดีกว่า เขามีปัญหากับคริส แต่เขาทำตัวแย่ๆกับพวกผู้ใหญ่ไม่ได้ และเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าเขามาอยู่ที่นี้ทำไม

 

“ไม่…ไม่ ขอโทษทีฉันไม่ได้อยากจะหยาบคายแบบนั่น ฉันไม่ได้ปฏิเสธอะไรจริงๆน่ะ”เขาเงยหน้ามองคุณพ่อของคริส “อยู่ต่อเถอะนะ ฉันแค่ไม่แน่ใจเท่าไร”เขาเห็นอีกฝ่ายยิ้มให้

 

“ผมเอ่อ…ครับ ได้ครับ”

 

“โอ้ใช่ ฉันเครก เรียกฉันเครกก็ได้ ฉันเป็นพ่อของคริส”เขายิ้มตอบชายหนุ่มที่ดูจะเป็นมิตรมากในตอนนี้

 

“ผมทอมครับ”เขาตอบออกไปเบาๆ หลบสายตาคมกริบที่มองมาในที่สุด ก่อนที่ชายหนุ่มจะเผยมือไปทางโซฟา และมันทำให้เขาเดินตามไป

 

“…นายเรียนอะไรหรือ? ใช่เรียนเศรษฐศาสตร์แบบคริสหรือเปล่า?”เขาขยับนั่นตัวตรงโดยอัตโนมัติ รู้สึกเหมือนเครกกำลังสำรวจและดูเชิงเขามากเกินไปจนเขาไม่แน่ใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“ไม่ครับ ผมเรียนดนตรี…เอกไวโอลิน”เขาบอกเสียงเบาๆ เห็นอีกฝ่ายพิงพนักเล็กน้อยเพื่อมองเขา

 

“ดนตรีหรือ? เล่าให้ฟังหน่อยสิว่ามันเป็นยังไงบ้าง ที่นายเรียน”เขาหายใจเข้าน้อยๆรู้สึกจริงๆแล้วว่าถูกดูเชิงอยู่แน่ๆ นี่เขาต้องพยายามทำตัวให้พ่อแม่คริสชอบหรือเปล่าเนี่ย?

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

คริสหัวเราะน้อยๆกับคุณแม่ของเขาที่มันวุ่นวายอยู่ในครัว พูดไม่หยุดเรื่องที่ในที่สุดเขาก็ยอมพาสาวสวยนางหนึ่งที่เขาแกล้งบอกพ่อแม่เขาไปว่าเขามีแฟนแล้ว เขามีแฟนหลายคนและเลิกไปหมดแล้วด้วย แต่เขาบอกทั้งคู่ว่าคบกันดีมาสองปีแล้ว วันนี้ทั้งพ่อและแม่เหมือนนึกอะไรก็ไม่รู้ บังคับให้พาเธอที่ไม่มีตัวตนมาหา เขาจะทำไงได้เล่าในเมื่อถูกบังคับให้พามาไม่งั้นจะถูกยึดรถยนต์ ในตอนแรกเขาว่าจะพาสาวสวยคนนั่นมาแทนแต่เดียวในตอนหลังอาจจะแกะเธอไม่ออก หรือไม่เธอก็ไม่ยอมมาแน่ๆเพราะเขารู้ว่าเธอมีแฟนแล้ว ก็เหลือแค่มาตัวคนเดียวนี้และแล้วก็จะโดนยึดรถในที่สุด แต่แผนก็เปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึงเมื่อทอมดันโผล่มาได้เวลาพอดี ทีนี้และเขาจะได้ทำให้พ่อแม่เลิกยุ่งกับเขาเรื่องสาวๆซักที เพราะแฟนเขาเป็นชายหนุ่มแค่คิดก็สนุกแล้ว ร่างสูงใหญ่ยกยิ้มนิดๆหลังจากแม่เขาพูดอะไรซักอย่างแต่เขาไม่ได้ฟัง ตอนนี้เธอเดินนำออกมาจากห้องครัวเพื่อตรงไปยังห้องนั่งเล่น

 

เขาเห็นทอมนั่งอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าเหมือนพวกกำลังจะร้องไห้ อีกฝั่งเป็นคุณพ่อของเขาที่นั่งมองทอมนิ่ง ทั้งสองคนเห็นเขาเมื่อคุณแม่เขาร้องออกมาเบาๆ ราวกับเขาเห็นสีหน้าดีใจสุดๆเมื่อทอมเห็นเขา มันทำให้เขาเผลอตัวเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มอัตโนมัติ ทอมเองก็ลุกขึ้นและมองแม่เขาอย่างตื่นๆ เธอหันมามองหน้าเขาและหันไปมองหน้าทอมน้อยๆ

 

“ลูกเอ่อ…พาเพื่อนมาบ้านหรือจ้ะ”เขาแกล้งยักไหล่น้อยๆให้กับเธอ และหันมามองทอมที่ราวกับจะร้องไห้จริงๆ มันทำให้เขาเริ่มสงสารทอมขึ้นมานิดๆ

 

“ฉันเลนี แม่ของคริส”เธอขยับเข้าไปใกล้และมันทำให้ทอมรีบเข้ามาจับมือแม่เขา

 

“ผมทอมครับ”ชายหนุ่มบอก

 

“ตอนแรกแม่คิดว่าคริสจะพาแฟนมาซะอีก”แม่ของเขาพูด ทำให้เขาเห็นทอมเงยหน้าขึ้นมามองเขาที่ยืนอยู่ข้างเธอ เป็นสายตาที่เขามั่นใจว่ามีความเสียใจเล็กๆอยู่ในนั่น ก่อนที่ทอมจะหลบตาลงไป

 

“ผมก็ไม่แน่ใจครับ ผมว่าผม…ผมกลับดีกว่า”เขาเห็นแววสับสนอยู่ในดวงตาสีเขียวสวยในขณะที่ทอมก้มลงไปคว้ากระเป๋า ชายหนุ่มมองเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะรีบสาวเท้าออกไปจนเขาเผลอก้าวตามไปโดยไม่รู้ตัว เห็นจากหางตาว่าพ่อและแม่ของเขากำลังคุยกันเรื่องนี้อยู่ แต่ตอนนี้เขากำลังรีบตามชายหนุ่มที่แทบจะวิ่งออกมาจากบ้าน

 

“จะไปไหนทอม”เขาเรียกออกไปแต่อีกฝ่ายไม่หยุด เขาจึงรีบวิ่งไปคว้าท่อนแขนเรียวจนทำให้ทอมหันมาสบตากับเขา

 

“นายคิดบ้าอะไรคริส!! นี่มันไม่เกินไปหน่อยหรือ? พ่อแม่นายอยากจะเห็นแฟนนายไม่ใช่ฉัน นายพาฉันมาเจอครอบครัวทำไม”ทอมพยายามรั้งตัวออกไปแต่เขาเพียงแค่เพิ่มแรงให้มากยิ่งขึ้นจนทอมยอมหยุด

 

“ก็แค่ทานข้าวเย็น ก็นายขอตามมาเองไหนๆก็ไหนๆแล้วไม่เห็นเป็นอะไรเลย”เขาพยายามพูดอย่างใจเย็นที่สุด

 

“เป็นแน่นอนคริส นายไม่เห็นหรือว่าพวกท่านไม่ได้ชอบฉันเลย ฉันเป็นผู้ชายน่ะคริส นี่มันเรื่องใหญ่มาก! ฉันไม่ใช่เพื่อนนาย ฉันไม่ใช่แฟน ไม่ได้เป็นอะไรกับนายเลย แล้วฉันจะทำยังไง นี่มันเป็นการแก้แค้นที่ห่วยมากคริส ฉันทำไม่ได้ วันนี้ถือว่าเราหายกันโอเค? ฉันจะรีบไสหัวไปจากหน้านาย ฉันยกวันเป็นแฟนให้นายฟรีๆเลยห้าวันแค่ฉันพอแล้ว ฉันจะกลับ”เป็นครั้งแรกที่เขาค่อนข้างรู้สึกแย่เมื่อเห็นสายตาที่หมองลงไปแบบนี้ ทอมกำลังสับสนและรู้สึกแย่มากๆ ก็แน่ละมันเหมือนกับเขาพาทอมมาให้คนอื่นดูถูกเรื่องรสนิยมทางเพศแบบนี้ เขาเองไม่ได้คิดอะไรแต่เขาก็พอรู้ว่ามันไม่น่าจะดีเท่าไร

 

“ฉันจะไปส่ง ถ้านายไม่ชอบ…”เขาพูดออกมาเสียงเบา อีกฝ่ายเพียงแค่เงยหน้ามองเขาและพยักหน้าน้อยๆเท่านั่น ทอมไม่พูดอะไรต่อเพียงแค่เงียบลงไป มันยิ่งทำให้เขารู้สึกแปลกๆในใจเข้าไปใหญ่ มือหยาบเอื่อมออกไปรั้งมือเรียวของทอมขึ้นมา ลูบมันเบาๆด้วยนิ้วมือจนเห็นว่าดวงตาสีเขียวใต้ขนตายาวมันช้อนขึ้นมามองเขา

 

“ตั้งใจจะทำอะไร..”ทอมถามเสียงเบา ทำให้เขายกมือเรียวขึ้นมาจรดริมฝีปาก สายตาคมมองใบหน้าหวานนิ่งทำให้เห็นพวงแก้มนิ่มขึ้นสีจางๆ แม้ว่าจะมืดแต่เขามั่นใจแน่นอนว่ามันต้องมีผลอะไรบ้างกับชายหนุ่ม ทอมแส่หน้าไปทางอื่นและรีบรั้งมือออกไป

 

“ฉันรู้ว่านายชอบฉัน ถือว่าแทนคำขอโทษแล้วกัน”เขาตอบยิ้มๆและทอมไม่ตอบ ยังคงหลบหน้าเขาและเขาก็ไม่อยากปฏิเสธว่ามันก็น่ารักดี

 

“ทอม…ทอมจ้ะ…”เขาทั้งคู่หันไปมองตามต้นเสียง เห็นคุณแม่และคุณพ่อของเขาวิ่งออกมาจากบ้าน ยิ่งแม่เขายิ่งมีสีหน้าราวกับกำลังรู้สึกผิดสุดๆ เธอรั้งทอมเข้าไปกอดทันทีที่มาถึงจนเขาเห็นชายหนุ่มตัวแข็งทือลงไป

 

“แม่ไม่ได้อยากจะทำให้เธอรู้สึกแย่เลยน่ะจ้ะ แม่เป็นผู้ใหญ่ที่ใช่ไม่ได้จริงๆ อย่าพึ่งกลับเลยนะจ้ะ อยู่ทานดินเนอร์กันก่อนเถอะ นานๆที่คริสจะยอมพาแฟนมาที่บ้านแบบนี้ แม่ขอบอกว่าแม่รักเธอมากน่ะจ้ะ คริสรักใครแม่ก็รักด้วยนั่นและ มาเถอะๆ เราเข้าไปในครัวกันน่ะ”เขาเห็นทอมอ้าปากน้อยๆเพื่อจะปฏิเสธแต่ก็เงียบลงไปเมื่อเห็นสายตาของแม่เขา ทอมเพียงแค่พยักหน้าและเดินตามเข้าไปในบ้านด้วยก็เท่านั่น

 

เกี่ยวกับ jrasmason

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะค่ะ บล็อกนี้จีนจะลงเป็นFictionหรือว่าเป็นAUนะค่ะ คู่หลักก็จะเป็นHiddleswothและคู่อื่นๆอีกตามแต่อารมณ์ค่ะ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบและสนุกกับนิยายที่จีนเขียนนะค่่ะ ขอบคุณค่ะ //จุ๊บๆ
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Trickster, Z All Fiction และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

1 ตอบกลับที่ [FIC] Hiddlesworth [ChrisXTom]#4 Trickster

  1. maynuttawadee พูดว่า:

    แหมพี่คริสพามาหาพ่อแม่เลยนะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s