[FIC] Hiddlesworth [EricXHal]#6 In the wood

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

C : Eric(Chris H.) X Hal(Tom H.)

R : T

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

********************************

 

 

อีริคหยุดม้าในที่สุดหลังจากหนีมาไกลพอสมควร ตอนนี้เขาทั้งคู่อยู่ลึกเข้าไปในป่าทางด้านตะวันออกของเมือง เป็นป่าทึบที่ค่อนข้างเดินทางลำบาก แน่นอนว่าถ้าคนไม่ชินทางอาจจะหลงได้ง่าย และมั่นย่อมปลอดภัยสำหรับตอนนี้ เขาทั้งคู่มาหยุดอยู่ไม่ไกลจากทานน้ำสายเล็ก ที่พอจะมีที่ว่างๆให้เขาทั่งคู่ได้นั่งพัก โชคยังดีที่เขาไม่โดยธนูยิงมากกว่านี้ หรืออย่างน้อยฮาลก็ไม่ได้รับอันตราย นั่นทำให้เขาใจชื้นขึ้นมามาก สายตาคมกริบเหลือบมองดูคนที่ยังพูดคาดคั้นไม่หยุดว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่อีกฝ่ายก็แทบจะร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อเห็นธนูที่ปักอยู่ตรงช่วงไหลของเขา ร่างสูงใหญ่นึกดีใจขึ้นบ้างที่เห็นฮาลรีบวิ่งมาประคองเขาทันทีที่อีกฝ่ายปีนลงมาจากม้าได้ ก่อนที่เขาจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่งบนขอนไม้ที่อยู่แถวนั่น

“เจ้าถูกยิงแล้วทำไมถึงไม่บอกข้า!!!”เขาได้ยินฮาลพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ปิดบังแววเป็นห่วงขณะที่จับเบาๆอยู่ตรงช่วงไหลซ้ายของเขาอย่างเป็นห่วง

“ข้าไม่เป็นไร”เขาพูดออกมาเสียงเบาอย่างเหนื่อยๆ ซึ่งอีกฝ่ายเพียงแค่ตวัดสายตามามองอย่างไม่พอใจ

“เป็นแน่ ถ้าท่านยังเลือดไหลไม่หยุดแบบนี้!!”ฮาลแทบจะแยกเขี้ยวใส่เขาอยู่แล้วขณะที่ตรวจดูแผลของเขา ซึ่งเขาก็ทำได้เพียงแค่นั่งนิ่งๆอยู่แบบนั่น ไม่ต้องการขยับตัวอะไรมาก

“ข้าต้องทำอะไรซักอย่าง…ท่านต้องทำอะไรซักอย่าง บอกข้ามาว่าต้องทำอะไรบ้าง”เขาหันไปมองสบดวงตาสีเขียวสวยที่มีแต่แววกังวลกับน้ำเสียงออกคำสั่งของอีกฝ่ายแล้วหันหน้าหนี

“ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของข้า ตอนนี้เจ้าเป็นอิสระแล้ว…ไปซ่ะ”เขาพูดออกมาเสียงห้วน หันหน้าหนีเพื่อไม่ต้องการมองหน้าของอีกฝ่าย นั่นทำให้ฮาลรู้สึกแย่ลงมาเล็กน้อย ชายหนุ่มร่างสูงโปรงมองสำรวจแผลของอีกฝ่ายจากลูกธนูที่ยังคงปักอยู่ เลือดสีแดงสดที่ไหลย้อนออกมาจนเสื้อหนังเริ่มเข้มขึ้นอย่างน่ากลัว อีริคดูอ่อนแอลงมากและเขาสังเหตุได้ว่าคนตัวสูงใหญ่กำลังเจ็บหนัก แล้วจะยังไล่ให้เขาไปทั้งๆที่ตัวเองก็แย่แบบนี้น่ะหรือ? ฮาลตัดสินใจเพียงแค่เซี่ยววิเท่านั่นในการเลือกว่าจะอยู่ต่อหรือไม่ ซึ่งเขารู้คำบอกอยู่แล้ว

“ท่านไม่มีสิทธิมาสั่งข้า บอกมาว่าข้าต้องทำอะไรเลือดท่านถึงจะหยุดไหล”เขาพูดออกไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่ยังคงคุกเขาอยู่ข้างๆชายหนุ่มตัวสูง ซึ่งอีริคก็หันมามองเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

“ไป..”เขาได้ยินอีกฝ่ายคำรามออกมาเสียงต่ำอย่างน่ากลัว ซึ่งเขาไม่สนใจมันซักนิด

“ข้าจะไม่ทิ้งท่านไปทั้งแบบนี้ อีริค เลิกพยายามทำตัวน่ากลัวหยาบคายได้แล้ว ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั่น”เขาขู่กลับไปซึ่งอีริคก็ขยับเล็กน้อยอย่างไม่พอใจแต่เขาก็ไม่ขยับ

“เจ้ามันพวกจุ้นจ้านน่ารำคาณ!! ทำตัวแกะกะในเรื่องไม่เป็นเรื่อง ข้าดูแลตัวเองได้”เขายังคงทำเป็นใจแข็งเมื่อได้ยินเสียงขู่คำรามน่ากลัวของชายร่างใหญ่ เขายังคงสบดวงตาคมสีฟ้าแข็งกล้านั่นอย่างไม่ไหวติง และเขาจะไม่เปลี่ยนใจ

“และท่านก็ช่างทำตัวอย่างกับพวกหมีป่าขี้โมโห!! ดื้อรั้น เอาแต่ใจ! ข้าไม่รู้ว่าท่านเข้าใจไหม แต่สำหรับข้าท่านกำลังเลือดออกมากด้วยและถ้าไม่ทำบ้าอะไรซักอย่างกับเจ้าธนูนี้ ท่านจะแย่”เขาเห็นอีกฝ่ายเลิกคิ้วเล็กน้อยกับคำพูดของเขา แต่คนตัวสูงก็ไม่พูดอะไรต่อ แต่เขาเห็นในดวงตาคมกริบของอีกฝ่าย มันฉายแววดีใจออกมาแม้เพียงแวบเดียวก่อนที่อีริคจะหันหน้าหนี

“…เจ้าหาว่าข้าเหมือนหมี?”เขานึกแปลกใจเล็กๆกับคำถามของอีกฝ่าย ที่เขามั่นใจว่ามันควรจะเป็นประโยคขู่ฆ่ามากกว่า ทำให้เขานิ่งเล็กน้อยไม่แน่ใจว่าควรจะตอบยังไง

“ใช่…ก็เหมือนอยู่”เขาพูดออกมาเสียงเบาอย่างไม่แน่ใจ ทำให้เห็นรอยยิ้มของอีกฝ่ายปรากฏขึ้นมาเล็กๆกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอ ไม่ใช่เสียงหัวเราะเยาะหรือขันออกมาอย่างขื่นๆ แต่เป็นเสียงหัวเราะจริงๆที่เขาคิดว่ามันเหมาะกับคนตัวใหญ่และมันทำให้บรรยากาศดีขึ้นมากจากตอนแรก

“ถ้าเป็นปกติละก็ข้าคงจะหักคอเจ้าไปแล้ว”เขาพยายามพยักหน้าเขาใจอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก ว่าอีริคจะยังอยากหักคอเขาอยู่ไหม แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายถอนหายใจออกมายาวๆขณะหันหน้าไปอีกฝั่ง เขาก็คิดว่าคงจะไม่ถูกทำอะไร

“ให้ข้าช่วยท่าน…อย่างน้อยๆก็ทำอะไรกับเลือดนี้”เขาพูดออกมาอีกด้วยน้ำเสียงขอร้อง มองหน้าอีกฝ่ายนิ่งจนสายตาคมของอีริคหันมาเพื่อก้มลงมามองเขา

“…เอาธนูออก ช้าๆเพื่อจะได้ไม่มีอะไรหักอยู่ในเนื้อข้า”เขาได้ยินเสียงทุ้มต่ำพูดออกมาราวกับเป็นเรื่องปกติ แต่เขาสาบานว่ามันไม่ใช่!!! มันจะต้องเจ็บมากและดูเหมือนว่าคงจะมีเพียงวิธีเดียวที่จะทำอะไรวักอย่างกับธนูไม้นี้ เขาอ้าปากเล็กน้อยพยายามจะพูดอะไรซักอย่างแต่ก็เงียบลงไปเมื่อเห็นว่าอีริคกำลังสูดหายใจเพื่อเตรียมตัว

“ข้าขอเข็มขัดหนังเจ้าหน่อย”ร่างสูงใหญ่พูดเสียงต่ำ ซึ่งเขาก็รีบทำตามอย่างว่างาย ถอดเข็มขัดให้อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว จนในที่สุดเขาก็เห็นว่าอีริคกำลังกัดเข็มขัดหนังของเขาอยู่ ชายหนุ่มมองคนตัวสูงที่ตอนนี้จ้องเป้งไปปยังพื้นข้างหน้าเพื่อรวบรวมสมาธิ ขณะที่เขายันตัวขึ้นมามากกว่าเดิมมือทั้งสองว่างไว้อย่างเบามือที่สุดบนไหลกว้างแข็งแรงของอีริค สูดหายใจเข้าลึกๆเมื่อเอื่อมมือหนึ่งไปจับก้านธนูไม้เบาๆแต่ก็เห็นอีริคขยับตัวเล็กน้อยจนทำให้เขารู้ว่าอีริคยังเจ็บอยู่

“โอเค…โอเค…ท่านจะไม่เป็นไร…”เขาบอกเสียงเบาพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้อีริคดีขึ้นเมื่อเขาค่อยๆดึงธนูออกมาจากไหลของชายหนุ่ม เขาได้ยินเสียงคำรามต่ำดังออกมาแสดงถึงความเจ็บปวด นั่นทำให้เขาใจเสียเอามากๆเพราะไม่รู้ว่าธนูมันปักลึกไปแค่ไหน และเขาไม่ต้องการให้อีริคเจ็บไปมากกว่านี้ ทำให้ปากบางพล้ำพูดเสียงหวานต่ำอยู่ตลอดเวลาว่าทุกอย่างกับลังไปได้ด้วยดี และมันกำลังจะจบแล้ว จนในที่สุดเขาก็สามารถนำลูกธนูออกมาจากไหลของอีกฝ่ายได้ เขาจึงรีบเขวี่ยงมันทิ้งไป ใช่มือหนึ่งพยายามกดลงบนไหลแข็งแรงเพื่อห้ามเลือด อีกมือหนึ่งก็พยายามช้อนใบหน้าคมได้รูปให้หันมามองสบตาของเขาเอง เขาอยากมั่นใจว่าอีริคไม่เป็นอะไร

“ท่านไม่เป็นอะไรน่ะ…โอเคไหม…ท่านโอเคใช่ไหม…มองข้าสิ..อีริค..”เขากระซิบเสียงเบาลูบไปบนแก้มสากระคายของชายหนุ่ม ซึ่งนั่นทำให้อีริคเงยขึ้นมาสบตากับเขาด้วยสายตาที่เขาอ่านไม่ออก แต่อะไรบางอย่างในนั่นมันทำให้เขาใจเต้นขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ทั้งกับลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่าลงมาบนใบหน้าของเขาอีก มันยิ่งทำให้เขาเริ่มสมองตื้อ

“ข้าไม่เป็นอะไร”อีริคตอบรับเบาๆ แต่ตอนนี้สิ่งที่เขากำลังสนใจมากกว่าก็คือดวงหน้าของอีกฝ่ายที่ตอนนี้อยู่ใกล้เพียงแค่ลมหายใจเท่านั่น ดวงตาสีเขียวสวยใต้ขนตางอนยาวตอนนี้มันกำลังมองเขาอยู่ด้วยแววเป็นห่วงอย่างเต็มที่ ทั้งยังมือนุ่มกับนิ้วเรียวยาวที่ลูบเบาๆอย่างเอาใจอยู่บนแก้มของเขาลงมาจนถึงช่วงกราม มันทำให้เขาอารมณ์เย็นขึ้น และหายใจเป็นปกติมากยิ่งขึ้นกลังจากความเจ็บปวดสุดทรมาณเมื่อกี่ผ่านพ้นไป เขาคิดว่ามันจะเจ็บกว่านี้ซะอีก ยังดีที่ฮาลมือเบาเอามากๆ ชายหนุ่มยังคงมองสำรวจใบหน้าอีกฝ่ายที่เขามั่นใจว่ามันขึ้นสีเล็กน้อย ก่อนที่ฮาลจะพยักหน้าเขาใจช้าๆและละมือออกจากใบหน้าของเขา แผ่วเบาจนเขาเกือบกดใจจะคว้าเข้าที่มือเรียวนั่นไม่ได้

“เจ้าก่อไฟได้ไหม…”อีริคถาม ซึ่งฮาลก็พยักหน้าเข้าใจอย่างว่าง่ายขณะที่ละไปจากตัวเขาเพื่อไปหาอุปกรณ์และสิ่งที่ต้องใช่ หลังจากนั่นไม่นาน กองไฟก็เริ่มติดและร้อนมากขึ้นกว่าตอนแรก เขาไม่ได้สนใจกองไฟนั่นเลย สิ่งที่เขากำลังสนใจตอนนี้ก็คือใบหน้าขาวเนียนกับจมูกโด่งรั้นของขุนนางที่อยู่ตรงหน้าเขา หลังจากที่ฮาลเห็นว่าเขาพยายามถอดเสื้อออกเจ้าตัวก็รีบรุดมาช่วยเขาทันที ทำให้เขาอดใจเต้นไม่ได้กับคนอยู่อยู่ห่างไปไม่มาก มือเรียวขยับอยู่เบาๆบนเสื้อหนังสัตว์ของเขา ค่อยๆถอดเชือกที่พูกเอาไว้อย่างเบามือ ตามด้วยกระดุมเม็ดเล็ก ค่อยๆปลดมันออกช้าๆซึ่งความคิดเจ้ากำของเขาก็ดันชอบเหลือเกินในการเห็นฮาลกำลังถอดเสื้อผ้าเขาแบบนี้ เขาชอบเหลือเกินยามที่เห็นสายตาของฮาลยามที่มองลงต่ำมายังแผ่นอกกว้างของเขา ปากเล็กๆสีสวยเผยออกเล็กน้อย มันยิ่งทำให้ฮาลดูน่าหลงใหลมากขึ้นอีกไม่รู้ต่อกี่เท่า ไม่รวมยามที่ฮาลกระซิบเบาๆบอกให้เขาขยับตัวตามที่อีกฝ่ายบอก หรือยามที่ฮาลช้อนตาขึ้นมองเขาในบางครั้งแค่ก็ก้มหน้าหลบไปตลอด

“…ช้าๆอีริค เดียวจะโดนแผล”เขาขยับแขนให้ช้าลงเมื่อได้ยินฮาลบอก แต่เขาแทบจะไม่มีสมาธิเลยเมื่อรู้สึกถึงมือทั้งสองของฮาลที่เคลื่อนผ่านไหลทั้งสองของเขาเพื่อจับชายเสื้อที่ด้านหลัง ทำให้ใบหน้าของอีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้เขามากยิ่งขึ้น เพียงแค่ชั่วอึดใจเขาก็จะได้สัมผัสริมฝีปากนุ่มสีสวย หากแต่ฮาลก็ขยับออกมาก่อนเมื่อเปลี่ยนมาถอดแขนเสื้อจากแขนซ้ายของเขาที่ต้องระวังเป็นพิเศษ และเขาก็ไม่ได้ท้วงอะไร เพียงแค่มองเลยไปยังกองไฟบนพื้นเท่านั่น แม้จะเป็นตอนกลางวันแต่เพราะเป็นป่าทึบจึงทำให้ดูมืดราวกับช่วงเย็น และฮาลก็ไม่ได้พูดอะไรต่อจนกระทั้งเอาเสื้อของเขาออกมาได้

“ข้าเสียใจที่มันเป็นแบบนี้…”เขาหันมามองคนที่อยู่ข้างๆเมื่อได้ยินฮาลพูด ตอนนี้ชายหนุ่มกำลังพยายามเช็ดเลือดออกจากตัวเขาด้วยมือนุ่มๆกับน้ำที่เจ้าตัวไปตักมา นั่นทำให้เขาเห็นใบหน้าของฮาลที่ดูจะหมองลงเล็กน้อย

“ท่านไม่ควรจะมาเจ็บตัวเพราะข้าเป็นต้นเหตุ แค่ท่านกรุณาพาข้าออกมาแล้วยังถูกธนูนี่อีก มันควรจะโดนข้ามากกว่า..”เขาแทบจะได้ยินน้ำเสียงที่โทษตัวเองดังออกมาจากปากของชายหนุ่ม ซึ่งนั่นทำให้เขาไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร

“มันไม่ใช่ความผิดเจ้า ไอ้แก่นั่นมันจะโกงข้า และมันจะทำร้ายข้า…อีกอย่างข้าก็ได้เงินมาจากมันแล้ว ข้าไม่จำเป็นต้องให้เจ้ากับมัน”เขาพูดขณะมองสบดวงตาของคนที่อยู่ไม่ไกลนัก เขาอดยอมรับไม่ได้ว่ารู้สึกดีมากจริงๆที่เห็นฮาลกำลังวางมือลงบนแผ่นอกเขาขณะที่อีกมือหนึ่งวางอยู่ตรงช่วงไหลของเขา และยังคุกเขาอยู่ข้างเขา มันทำให้เขารู้สึกปลอดภัยและรับรู้ว่าเขาสามารถปกป้องฮาลได้

“ไม่ว่ายังไงท่านก็ช่วยชีวิตข้า…สองครั้ง ท่านมีบุญคุณต่อข้ามาก”เขาไม่ค่อยแน่ใจว่าควรจะดีใจกับน้ำเสียงทราบซึ้งบุญคุณของฮาลไหม แต่เขาก็ไม่ได้รังเกียจมันเท่าไหร

“เลิกมองข้าด้วยสายตาราวกับว่าข้าจะตายซักที ข้าไม่ตายง่ายๆหรอก”เขาบอก “เอามีดพกของข้าไปวางที่กองไฟ”ฮาลขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ยอมทำตามเขาแต่โดยดี

“เมื่อมีดร้อนได้ที่แล้วเอามาทาบบนแผลที่ไหลข้า”ฮาลอ้าปากเล็กน้อยเมื่อได้ยินอีริคพูด นั่นทำให้เขาหันไปมองมีดพกที่ตอนนี้เขาก็พอจะรู้ว่ามันเริ่มร้อนแล้ว และหันมามองแผลที่ไหลของชายหนุ่มร่างสูง

“ท่านต้องล่อเล่นแน่”เขาว่า

“เลือดมันไหลไม่หยุดไม่ใช่หรือ นี้เป็นวิธีห้ามเลือดที่เร็วที่สุดแล้ว”ฮาลเม้มปากเล็กน้อยเมื่ออีริคพูดจบ เขาไม่อยากเห็นอีริคเจ็บอีกแล้ว ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เขาแค่ไม่อยากให้อีกฝ่ายเจ็บปวด แล้วยิ่งเขาต้องเป็นคนทำด้วยยิ่งแล้วใหญ่

“ท่านควรจะไปรักษา…ถ้าไปที่เมืองของข้าได้ ท่านจะได้ดีกว่านี้”เขาพูดเมื่อนึกถึงเมืองของเขาที่เขาจากมานานมาก แม้จะไม่แน่ใจว่าราฟาเอลจะอยู่ที่นั่นหรือไม่ แต่ก็เป็นที่เดียวที่เขามีอำนาจมากที่สุดและเขาสามารถให้ความช่วยเหลืออีริคได้ดีกว่านี้แน่นอน

“กว่าจะถึงตอนนั่นข้าคงเลือดหมดตัวพอดี เอามีดมาได้แล้วฮาล…”อีริคแทบจะไม่สนใจฟังเขาเลย ซึ่งฮาลก็ไม่ได้ขยับ

“ท่านต้องไปรักษา ถ้าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นจะทำยังไง”เขายังคงพูดต่อไปแม้จะเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย

“เจ้ากำลังหลอกให้ข้าพาไปส่งที่เมืองละสิ แยบยลมากแต่ข้าก็ยังรู้ทัน”เขาอดถลึงตาใส่อีกฝ่ายไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำพูด

“ข้าไม่ได้กำลังหลอกท่าน สิ่งที่ข้าต้องการก็แค่ให้ท่านได้รักษา มันอาจจะเกิดเรื่องร้ายแรงอย่างการติดเชื้อ ไม่จำเป็นต้องไปที่เมืองของข้าก็ได้แค่-“

“ทำไมเจ้าถึงจะต้องมาจุ้นจ้านในเรื่องของข้านัก ฮาล…เจ้าต้องการอะไรกันแน่ถึงต้องมาพยายามทำให้ข้าไม่ตาย อันที่จริงข้าคิดว่าจากสิ่งทั้งหลายที่ข้าทำกับเจ้า เจ้าควรจะเยาะเย้ยที่ข้าเป็นแบบนี้ แอบผลักข้าตกจากม้าและทิ้งให้ข้าอยู่ในป่านี้มากกว่ามาค่อยพยายามช่วยทำแผลให้ข้า”เขาเห็นอีริคแทบจะแยกเขี้ยวออกมายามที่ถามเสียงต่ำอย่างเอาเรื่อง สายตาคมกริบยังคงมองมาที่เขาอย่างค้นหาคำตอบจนทำให้ตอนนี้ใบหน้าคมอยู่ห่างออกไปไม่มากนัก อะไรบางอย่างทำให้เขาหลบตาอีกฝ่ายเป็นก้มหน้าลงมา ขณะที่มือเรียวก็กำแน่นอยู่บนแผ่นอกแน่นตึงมือของอีกฝ่าย เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เมื่อเช้านี้เขามั่นใจว่าคงจะอยากทำร้ายอีริค แต่เมื่อชายร่างสูงพาเขาไปหาท่านอา ที่เขาไม่แน่ใจว่ารู้สึกไปเองไหม แต่เขาคิดว่าท่านอาของเขาท่าทางเปลียนไป สายตาที่มองเขาก็เปลี่ยนไปจนเขานึกกลัวในยามที่มือของชายแก่เอื่อมออกมาจะจับตัวเขา

แต่ทุกครั้ง…อีริคจะดึงเขากลับมา ไม่ใช่กระชาก แต่เหมือนกับกำลังปกป้องเขาอยู่ แม้ว่าจะต่างกับสีหน้าเย็นชาและคำพูดดุดัน แต่อีริคไม่เคยปล่อยให้ใครทำอะไรเขาได้เลย ยิ่งคิดย้อนกลับไปตอนนี้อยู่บนม้าเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาเองต่างหากที่เป็นฝ่ายถูกอีริคช่วยอยู่ตลอด เขาไม่รู้ว่าอีริคถูกยิงตั้งแต่เมื่อไหร แต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยปล่อยแขนข้างซ้าย…ข้างที่เจ็บ ไม่เคยปล่อยมันออกจากตัวเขา แถมยังใช่ตัวเองบังเขาเอาไว้ตลอดอีกด้วย มันทำให้เขาโกรธคนตัวใหญ่ไม่ลงอีกแล้ว ยิ่งเมื่อเห็นอีริคเจ็บขนาดนี้เขายิ่งแทบจะเกลียดตัวเองขึ้นมาที่เคยคิดไม่ดีกับอีกฝ่าย ถึงแม้เรื่องเมื่อวานจะพออ้างได้ว่าเขาค่อนข้างถูกทำร้าย แต่เขามั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่น่าจะเรียกว่าการขืนใจได้เต็มปาก…อีริคสนใจว่าเขาจะรู้สึกยังไง เขาเจ็บหรือเปล่า…แม้มันจะเจ็บก็เถอะ เอาเป็นว่าเขาคิดไม่ดีกับอีกริคไม่ได้เท่าในตอนแรก และไม่ว่ายังไงก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเรื่องที่ว่าอีริคช่วยชีวิตของเขาเอาไว้…2ครั้ง

“ท่านช่วยชีวิตข้า…นั่นมากพอแล้วสำหรับเหตุผล”เขาบอก

“ข้าไม่ได้ช่วยชีวิตเจ้าเพราะอยากจะให้เจ้าหันมาทำตัวอย่างกับพวกลูกหมาตัวเล็กๆที่ถูกช่วยชีวิตเอาไว้”อีริคเบ้ปากเล็กน้อยอย่างดูถูก มันทำให้ฮาลค่อนข้างจะไม่พอใจอยู่มาก แต่ก็คิดเอาแค่ว่ามันเป็นนิสัยของชายหนุ่มอยู่แล้ว และมันอาจจะแก้ไม่หาย

“ท่านควรมองอะไรๆในแง่ดีบ้าง”เขาพูด ซึ่งอีริคก็แทบจะไม่ใส่ใจเขาเลยเมื่อยังคงบอกให้เขาหยิบมีดขึ้นมา ซึ่งเขาก็ทำตามโดยไม่อยากจะเถียงกับร่างสูงต่อ เขากลืนน้ำลายเฮือกเพื่อรวบรวมสติ โดยที่อีกมือหนึ่งก็วางไว้บนแผ่นอกของอีกฝ่าย เห็นคมมีดที่แทบจะมีไอขึ้นมาเพราะความร้อน เขามองแผลของอีกฝ่ายพยายามกะน้ำหนักของแรงที่ควรจะลง เป็นเวลาเดียวกับที่อีริคเอื่อมมือขึ้นมาจับมือของเขาเอาไว้เพื่อที่จะดันมือของเขาออกจากแผ่นอกของร่างสูงใหญ่ แต่เมื่อความร้อนจากมีดพกกดลงบนผิวเนื้อกลิ่นไหม้และเสียงคำรามของอีริคมันยิ่งทำให้เขาใจเสียมากยิ่งขึ้น แต่เขาก็ยังคงตั้งสติได้อยู่เพราะแรงบีบจากมือใหญ่ของอีกฝ่ายที่ทำเอาเขานิ่วหน้าเพราะความเจ็บที่เร่นขึ้นมา แต่ก็ทำได้เพียงพยายามบีบมืออีกฝ่ายตอบรับไปด้วยหวังให้อีริคเย็นลงบ้าง เมื่อผ่านไปซักพักเขาจึงเอามีดออกแทบจะเหวียงทิ้งไปขณะใช่อีกมือหนึ่งพยายามประครองอีริคให้นั่งดีๆแม้ว่าอีริคแทบจะหอบหายใจออกมาเพราะความเจ็บที่ผ่านพึ่งเกิดขึ้น

“เสร็จแล้ว…ท่านเยี่ยมมาก…ท่านจะไม่เป็นไร”เขาพูดกระซิบเบาๆเป็นการเอาใจคนตัวสูงใหญ่ ขณะที่เอื่อมมือออกไปเช็ดเบาๆลงบนหน้าผากของอีริค หวังว่าจะช่วยให้ชายหนุ่มอาการดีขึ้น แม้ว่าอีริคจะคลายแรงที่กำลังกุมมือเขาอยู่เพียงแค่นิดเดียว เขาเจ็บจนชาไปหมดแต่ก็ไม่แม้แต่จะขยับมือออกแม้แต่นิด

“เห็นได้ชัดว่าเจ้ายังคิดจะฆ่าข้าอยู่”อีริคสูดหายใจยาวพยายามตั้งสติกับความเจ็บที่ยังปวดตุบๆอยู่ตรงช่วงไหลของเขา โดยที่เขาพึ่งสังเกตเห็นว่าตอนนี้กำลังกุมมือของชายหนุ่มเอาไว้แน่นเกินกว่าที่ควร และเขามั่นใจว่าก่อนหน้านี้เขาคงเผลอบีบมือของฮาลไปจนเกือบหักแน่ๆ นึกโกรธอีกคนที่ทำไมไม่ยอมชักมือหนีไป นั่นทำให้เขาค่อยๆคลายมือออกมาจนเป็นแค่การจับอย่างแผ่วเบาอยู่บนมือนั่น ก่อนจะเงยหน้ามาพบกับใบหน้าหวานที่กำลังยิ้มให้เขาอยู่ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆจนเขามั่นใจว่าเผลอหยุดหายใจไปแปปหนึ่งกับใบหน้าเปื้อนยิ้มของอีกฝ่าย เขารู้อยู่แล้วว่าฮาลดูดี แต่ไม่เคยรู้เลยว่ายามที่ฮาลยิ้มออกมา มันจะทำให้อีกฝ่ายดูน่าหลงใหลมากขนาดนี้ มันทำให้ดวงตาสีเขียวสวยเป็นประกายขึ้นมาจนเขาอดใจเต้นเร็วขึ้นไม่ได้

“ข้าไม่คิดจะฆ่าท่าน ท่านพรานป่า”ฮาลอมยิ้มนิดๆทำให้เขาเผลอตัวยิ้มออกมา แต่ก็รีบหุบยิ้มปั้นหน้าดุเหมือนเดิมเมื่อฮาลเงยหน้าขึ้นมองเขา ตอนนี้เขาเริ่มมีความคิดแปลกๆอย่างการที่ว่าอยากจะให้ฮาลยิ้มบ่อยๆ อยากจะให้อีกฝ่ายยิ้มและหัวเราะให้เขามากกว่านี้ และเขาก็ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาต้องคิดอะไรแบบนั่นด้วย ทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องอะไรที่เขาควรจะใส่ใจเลยแม้แต่น้อย อันที่จริงเขาควรจะพาฮาลไปปล่อยไว้ที่ไหนซักที และขี่ม้าไปเมืองอื่นเพื่อใช่เงินมากมายที่เขาหามาได้ ไปซื้อที่และลงหลักปักฐาน อาจจะทำไร้เล็กๆและล่าสัตว์ขาย นั่นคงเป็นชีวติที่เรียบง่ายและน่าเบื่อ แต่บางที่การใช่ชีวิตแบบนี้ก็ดูเหมาะกับวัยแบบเขาซึ่งนับวันเขาก็เริ่มเบื่ออยู่เหมือนกัน แถมยังเรื่องของฮาลอีกเล่า เขามั่นใจว่าเขาไม่ใช่พวกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน แค่เขาทิ้งฮาลไปไม่ได้ และก็ไม่อยากทิ้ง…ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ถ้าลองไปเที่ยวเมืองที่ชายหนุ่มอยู่ก็อาจจะลองเปลี่ยนบรรยากาศไปอีกแบบ

“เจ้ารู้ไหมว่าเมืองของเจ้าไปทางไหน”เขาถามออกมาในที่สุด ทำให้ฮาลดวงตาเป็นประกายขึ้นมาแต่ก็รีบเก็บอาการเอาไว้กลัวว่าจะทำให้เขาเห็น ก่อนที่มือเรียวจะเอื่อมไปหยิบกิ่งไม้เพื่อวาดแผนที่อย่างคร่าวๆลงบนดินตรงพื้น ซึ่งเขาก็มองภาพนั่นขณะฟังฮาลบรรยายไปด้วย

“ข้ารู้แค่จากทางมาที่เมืองนี้ แต่ตอนนี้ข้าไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนจึงบอกท่านไม่ได้มาก”เขาได้ยินเสียงฮาลดูหงอยลงเล็กน้อย ทำให้เขาหยิบกิ่งไม้จากอีกฝ่ายมาแล้วจิ้มลงไปบนดิน

“ตอนนี้เราอยู่ตรงนี้…ผ่านป่าไปทางนั่นจะไปถึงทานน้ำเล็กๆ หมายความว่าถ้าหากขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ ก็จะถึงเมืองของเจ้าใช่ไหม?”เขาพูดอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ ซึ่งฮาลก็พยักหน้าเล็กน้อย

“ข้า…ไม่รู้จะพูดยังไงดี ท่านเป็นคนดีมากๆ”เขาหันไปหาคนที่นั่งอยู่ข้างๆเขาในขณะที่มองสบดวงตาสีสวยของฮาลที่มองตรงมายังเขาโดยไม่ปิดบังแววชื่นชม

“ข้าไม่ใช่คนดีฮาล ข้าแค่ทำงานของข้า…งานที่เจ้าจ้าง”ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยมองใบหน้าหล่อเหล่าของอีกฝ่ายอย่างไม่แน่ใจนักกับสิ่งที่อีริคพูด เขาค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ได้จ้างอะไรอีริคเลย ก็ในเมื่อเขาไม่มีเงินแม้แต่เหรียญเดียว อันที่จริงเขาคิดว่าอีริคกำลังช่วยเขาเสียอีก

“ตอนนี้ข้าไม่มีเงินให้ท่านหรอก”เขาพูด ซึ่งทำให้ชายหนุ่มขำออกมาเบาๆ และเขาก็ยิ่งไม่เข้าใจมากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็อดอุทานออกมาเบาๆไม่ได้เมื่อถูกท่อนแขนแข็งแรงของอีริครั้งตัวของเขาเพื่อให้เข้าใกล้อีกฝ่ายจนเขาต้องยกมือขึ้นกันแผ่นอกกว้างของอีริคเอาไว้ แต่สายตาก็ยังมองสบสายตาคมสีฟ้าไม่วางตา

“ข้ารับค่าจ้างข้ามาแล้วไงฮาล…จำไม่ได้หรือยามที่เจ้าตอบรับข้าอย่างอ่อนหวานยามที่ข้าฝังกายอยู่ในร่างกายเจ้า ข้าจ้างชั้นดีในการให้ข้าพาเจ้ากลับเมือง”เขาอดหน้าแดงขึ้นมาไม่ได้ยามที่ได้ยินเสียงกระซิบแผ่วของอีริคที่พูดอยู่ใกล้กับริมฝีปากของเขา จนเขาใจเต้นขึ้นมามากกว่าเดิมจนนึกแปลกใจตัวเองไม่ได้ ยิ่งคิดถึงเรื่องในตอนนั่นยิ่งราวกับเลือดสูบฉีดในกายมากกว่าเดิม แต่กว่าที่เขาจะตั้งสติได้ว่าอีริคกำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่ ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาบนกรีบปากของเขาที่อ้าค้างไว้เล็กน้อย นึกตกใจกับรสจูบหวานเร้าร้อนที่อีริคกำลังสร้างขึ้นมาจนเขาเผลอตัวไล่มือทั้งสองขึ้นไปยังแผ่นอกเปลื่อยเปล่า ขึ้นไปยังไหลลาดแข็งแรงโดยที่ยังระวังแผลของชายหนุ่มไปด้วย เขาถอนหายใจเบาๆเมื่ออีริคขยับไล่ลิ้นหยอกล้อกับเขาจนเรียวแรงแทบจะหายไปหมด ขณะที่ยังคงไล่เลมความหวานอย่างจาบจ้วง ขณะที่มือใหญ่แข็งแรงก็กระชับเอวเขาในถนัดมือยิ่งขึ้นจนฮาลอดครางแผ่วเบาในลำคอไม่ได้ เขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านมานานเท่าไหร รู้แค่ว่าเมื่ออีริคถอนจูบออกไปเขาก็แทบจะซบลงไปบนแผ่นอกกว้างอยู่แล้ว ทั้งยังอดหน้าแดงขึ้นมากับสายตาและรอยยิ้มของร่างสูงที่อยู่ใกล้ๆไม่ได้

“เจ้านี่หวานเป็นบ้ารู้ไหม..”อีริคบอกด้วยน้ำเสียงที่เขาไม่แน่ใจว่าเป็นคำชมหรือไม่ “…น่าสนใจกว่าพวกโสเพณีพวกนั่นไม่รู้กี่เท่า” ฮาลแทบจะรู้สึกราวกับใจหลนวูบเมื่อได้ยินคำพูดของอีริค แต่ก็พยายามรักษาสีหน้าเอาไว้ให้ปกติที่สุด

“ข้าไม่คิดว่าท่านจะอยากไปที่เมืองของข้า ที่นั่นไม่มีโสเพณีหรอก”เขาพูดออกมาโดยที่แทบจะปิดบังแววตัดพ้อไม่ได้ ทำให้เขาเห็นสายตาของอีริคเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“ข้าไม่ได้จะไปหาโสเพณีพวกนั่น ท่านขุนนาง…ท่านคงไม่รู้หรอกว่าตัวท่านนั่นทำให้เลือดในกายข้าร้อนผ่าวยิ่งกว่าหญิงใด อีกอย่างท่านก็เคยบอกไว้ไม่ใช่หรือว่าถ้าหากข้าพาท่านกลับเมืองได้ ไม่ว่าอะไรท่านก็จะให้ข้าทุกอย่าง”ฮาลแทบจะรู้สึกจุกขึ้นมาที่ลำคอจนแทบพูดอะไรไม่ออก เขาพยายามกระพริบตาไล่ความรู้สึกร้อนผ่าวที่ดวงตาราวกับเขากำลังจะร้องไห้ ชายหนุ่มกำมือแน่นพยายามระงับความรู้สึกที่เขาไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันเป็นความรู้สึกเจ็บขึ้นมาจนถึงกลางอกราวกับถูกบีบแน่นจนเขาแทบจะหันหน้าหนีอีริคเสียเดียวนั่น ถ้าไม่ติดที่ตอนนี้เขากำลังพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด เขากำลัง….เสียใจและผิดหวัง แถมยังหัวใจของเขาที่ตอนนี้บีบรัดจนเขาจุกไปหมด ความรู้สึกนี้ที่มันมากขึ้นๆทุกทีนับจากครั้งแรกที่เขาเห็นสายตาคมกล้าของอีกฝ่ายที่มองมายังเขามันมีทั้งแววชื่นชมและหลงใหลอยู่ไม่น้อย ในครั้งแรกที่เขาถูกอีริคจับ…เขาไม่รู้ว่าเสียใจเรื่องอะไรทั้งๆที่มันก็เป็นสิ่งที่เขาบอกอีริคในก่อนหน้านี้ ไม่มีทางเป็นอะไรอย่างอื่น ทำให้เขายิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว…เป็นรอยยิ้มที่เขากำลังนึกสงสารตัวเอง กับความคิดก่อนหน้านี้…เห็นได้ชัดว่าเขาคิดไปเองในเรื่องที่ว่าอีริคกำลังช่วยเขา ทุกๆอย่างรวมทั่งที่อีริคช่วยชีวิตเขาด้วย…แน่ละ เงิน100เหรียญทองกับ’ทุกอย่างที่ต้องการ’มันย่อมเทียบกันไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งคิดความรู้สึกบีบรัดที่หน้าอกก็ยิ่งมากขึ้นจนเขาต้องสูดหายใจเข้าลึกๆขณะที่หลบหน้าอีกฝ่าย

“ข้า…ข้า…มันจะเป็นแบบนั่นแน่นอน ท่านนายพราน ทุกอย่างที่ท่านต้องการ”อีริคแทบจะขบฟันแน่นไม่ได้เมื่อรู้สึกถึงมือเรียวที่กำแน่นและสั่นน้อยๆอยู่บนแผ่นอกของเขาราวกับฮาลกำลังระงับอารมณ์ แต่ที่มันยิ่งทำร้ายเขามากกว่าคือดวงตากลมที่คลอไปด้วยน้ำตาเพียงเล็กน้อย กับรอยยิ้มที่ราวกับฝืนยิ้มให้เขา เขารู้ดีว่าเขาจงใจพูดทำร้ายอีกฝ่ายไป แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าพูดออกไปแบบนั่นเพื่อหาข้ออ้างให้ตัวเองว่าทำไมเขาถึงอยากช่วยฮาล เขาเฝ้าหลอกตัวเองว่าเขาทำเพื่อเงินและเพื่อร่างกายของชายหนุ่ม แต่เมื่อเห็นสายตาของอีกฝ่ายที่มันมองมายังเขาด้วยสายตาที่ผิดหวัง มันทำให้เขาอยากจะเอ่ยออกไปว่าเขาเสียใจและเขาไม่ได้ทำเพื่อเรื่องบ้าๆแบบนั่น…แต่ทำไมเขาจะต้องพูดด้วยเมื่อมันเป็นสิ่งที่ควรจจะเป็นอยู่แล้ว อย่างมากก็แค่ลบภาพที่ฮาลเคยคิดว่าเขาเป็นคนดีทิ้งไปซ่ะ ทุกอย่างมันก็ถูกต้องแล้ว!!! แล้วทำไมไอ้ความรู้สึกบ้าบ่อนี้มันถึงไม่หายไปซักที

“ข้า…ข้าจะเอามีดของท่านไปล้างรอยเลือด รวมทั้งเสื้อของท่านด้วย”เขาแสร้งทำเป็นไม่สนใจยามที่มือเรียวของอีกฝ่ายขยับออกไปจากตัวเขา ตามด้วยเจ้าตัวที่ลุกออกไปแทบจะทันที…ตอนนี้เขาควรจะหันมาสนใจสิ่งที่ตัวเองคิดซะมากกว่า…มันไม่ดีเลยจริงๆที่เขาเริ่มจะมีสิ่งที่เรียกว่า’ความรู้สึก’กับคนชั้นสูงที่เป็นถึงระดับขุนนาง ถ้าเขาไม่พยายามหยุดตัวเองละก็ เขากลัวว่ามันอาจจะเป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่านี้ สิ่งที่มันอาจจะทำให้เขาไปจากฮาลไม่ได้

*****************

พยายามลงให้จบเร้วๆๆๆๆๆ

เกี่ยวกับ jrasmason

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะค่ะ บล็อกนี้จีนจะลงเป็นFictionหรือว่าเป็นAUนะค่ะ คู่หลักก็จะเป็นHiddleswothและคู่อื่นๆอีกตามแต่อารมณ์ค่ะ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบและสนุกกับนิยายที่จีนเขียนนะค่่ะ ขอบคุณค่ะ //จุ๊บๆ
เรื่องนี้ถูกเขียนใน In The Wood, Z All Fiction และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s