[FIC] Hiddlesworth [EricXHal]#7 In the wood

 

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

C : Eric(Chris H.) X Hal(Tom H.)

R : T

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

 

********************************

 

 

ฮาลแอบพาอีริคลอบเข้ามาในเมืองโดยที่ไม่พยายามให้เป็นจุดสนใจ เขาไม่แน่ใจว่าคนของท่านอาเขามีกี่คนกันแน่ หรืออาจจะมีสายอยู่ทั่วไปหมด แต่อย่างน้อยๆเขาก็มั่นใจว่าตอนนี้ท่านอาของเขาไม่ได้อยู่ในเมืองแน่นอน อีกฝ่ายคงจะคิดไม่ถึงว่าเขาจะกลับมาที่นี้ แต่นั่นไม่ใช่ประเดนสำคัญเพราะเขารู้สึกว่าอีริคกำลังอ่อนแรงลงทุกที ถึงแม้จะไม่ได้มีเลือดไหลแล้วแต่ร่างสูงใหญ่ก็ต้องทำแผลที่โดนไฟนาบรวมทั้งเรื่องอื่นๆที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย เขาสามารถรักษาได้ จริงๆแล้วเขาทำได้หลายอย่างเลยทีเดียวแต่เพียงแค่ต้องมีเครื่องมือและสมุนไพรให้พร้อมเท่านั่น ตอนนี้เป็นช่วงมืดแล้วหลังจากที่พวกเขาขี่ม้ามาแทบจะไม่ได้พัก ขนาดเขายังเหนื่อยขนาดนี้ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าอีริคที่เจ็บแขนอยู่จะเป็นยังไงบ้าง เขาคิดว่าทุกอย่างน่าจะผ่านไปด้วยดีเมื่อตอนนี้เขามาอยู่ใกล้ๆกับบ้านของเพื่อนสนิทของเขาขณะที่พยายามพยุงอีริคลงมาจากม้าโดยที่แม้ชายตัวสูงจะทำเป็นแข็งแรงดีทุกอย่างแต่ว่าใบหน้าคมหล่อเหลากับซีดลงมาเล็กน้อย เมื่อเขาผูกม้าไว้ใกล้กับกองหญ้าและน้ำแล้ว เขาก็พาอีริคเดินมายังบ้านไม้ที่ไม่ได้ใหญ่อะไรมากแต่ก็มีที่พอสมควร เมืองเขาถือว่าค่อนข้างกว้างพอสมควรแต่ไม่ใช่เหมือนกับเมืองที่เขาและอีริคจากมา เมืองนั่นเป็นคล้ายๆกับทางฝ่านของหลายเมืองมากกว่าคนจึงเยอะและมีแต่ร้านเหล้า แต่ที่นี้ เมืองของเขาเป็นเมืองเกษตรกรรม ส่วนใหญ่เกือบๆทุกบ้านจะทำไร้และเลี้ยงสัตว์ และเราไม่ค่อยมีเรื่องกับใครเพราะเมืองของเขามีสัมพันธ์ที่ดีกับอีกเมืองใหญ่ที่แข็งแกร่งเอามากๆ คาดว่าทางฝั่งนั่นจะยังไม่รู้ข่าวว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี้บ้าง ไม่งันเขาคงเห็นทั้งทหารของอีกเมืองมากันเต็มไปหมดแล้ว

“อีริค…ตามข้ามาสิ”เขาหันไปพูดเสียงเบาเมื่อเห็นว่าคนตัวสูงไม่ยอมเดินตามมา เพราะมัวแต่มองสำรวจดูรอบๆที่ตอนนี้แม้จะมืดลงมากแล้วแต่ก็ยังมีคนอยู่ ส่วนใหญ่ไม่ได้วุ่นวายอะไรแบบเมืองอื่นๆหรอก แต่ก็มีดื่มเหล้าเล่นดนตรีกันบ้าง มันไม่ใช่เรื่องไม่ดีอะไรแค่บังเอิญว่าเขาไม่ต้องการเป็นจุดสนใจก็เท่านั่น เมื่อเห็นว่าอีริคไม่มีท่าทีจะสนใจเขาเลย เขาจึงตัดสินใจรั้งท่อนแขนของอีกคนเพื่อให้เดินตามเขามา ยังดีที่ตอนนี้เขาคลุมผ้าเอาไว้จนทำให้คนเดินผ่านไปมาไม่เห็น

“เมืองเจ้าใหญ่มากน่ะ ถ้าดูจากสายตา”อีริคบอกออกมาเบาๆขณะมองสำรวจหญิงสาวคนที่หนึ่งยกเหล้าออกมาให้กับกลุ่มผู้ชายที่นั่งกินเหล้าร้องเพลงกันอยู่ห่างออกไป แต่เขาก็ต้องหันมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูและแรงรั้งจากมือนุ่มๆที่อยู่บนแขนของเขา เขาไม่รู้ว่าทอมพาเขามาทำอะไรที่นี้ เขาคิดว่าเจ้าตัวจะพาเขาไปที่บ้านของชายหนุ่มเองซะอีก เขามั่นใจว่าหลังนี้มันเล็กเกินกว่าที่จะเป็นบ้านของท่านขุนนางได้

“ข้ามาแล้วๆ..”เขาได้ยินเสียงชายหนุ่มทุ้มต่ำดังมาจากในบ้าน ซึ่งเขาก็รีบหันมามองทันทีเมื่อประตูเหวี่ยงเปิดออก ทำให้เขาเห็นชายหนุ่มตัวสูงผมหยิกเล็กน้อยตัดสั้นสำน้ำตาลกำลังมองมาที่เขาด้วยสีหน้าไม่แน่ใจว่าเขาเป็นใคร และเขาก็มองกลับไปอย่างไม่ละสายตาเหมือนกัน จนทำให้อีกฝ่ายเบี่ยงความสนใจมาเป็นร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ข้างเขา

“ขอโทษน่ะ ถ้าโรงพักแรมละก็อยู่ห่างจากที่นี้ไปอีก”เสียงทุ้มบอกออกมายิ้มๆ

“เบเนดิค..”เขาได้ยินเสียงหวานของฮาลพูดออกมาในขณะที่รั้งผ้าคลุมลงเพื่อให้อีกฝ่ายเห็นหน้าได้ชัดๆ และมันทำให้ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลแทบจะอ้าปากค้างออกมาเมื่อเห็นใบหน้าอีกฝ่ายราวกับไม่อยากจะเชื่อว่าเกิดอะไรขึ้น

“นายท่านฮา-“อีกฝ่ายแทบจะร้องออกมาแต่ก็ถูกมือเรียวของฮาลเอื่อมขึ้นมาปิดปากไว้ทัน จนเขาเผลอขยับตัวอย่างไม่พอใจ ทั้งยังหลี่ตามองอีกฝ่ายอย่างจับผิดในความสัมพันธ์ของอีกฝ่าย

“เบน อย่าเสียงดัง…ขอข้าและเพื่อนเข้าไปในบ้านก่อน”ฮาลพูดออกมาซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าเข้าใจทันที ขณะขยับให้ทั้งสองคนเข้าไปในบ้าน อีริคก้มหัวเพื่อหลบคานไม้เล็กน้อยขณะมองดูบ้านไม้ของอีกฝ่ายที่ตกแต่งอย่างง่ายๆเรียบๆ เหมือนบ้านธรรมดาทั่วไป ทั้งไม้กวาดยาว โต๊ะไม้ ถ้วยชาม เก้าอี้ มันทำให้เขาเบ้ปากออกมาเล็กน้อยเมื่อคิดว่าอาจจะเจออะไรที่มันดีกว่านี้ ก่อนที่เขาจะหันมามองฮาลที่ตอนนี้ถอดผ้าคลุมสีเข้มของเขาออกและวางไว้บนเก้าอี้ใกล้ๆ ทำให้เบนสาวท้าวเข้ามาใกล้อีกฝ่ายและดึงชายหนุ่มเข้าไปกอดอย่างที่ฮาลไม่ได้ตั้งตัว มันทำให้เขาแทบจะกระโจนเข้าไปแยกเจ้าหนุ่มตัวสูงออกจากฮาลเดียวนั่น ถ้าไม่ติดที่ว่าเขาระงับอารมณ์อยู่ละก็

“ท่านปลอดภัย ขอบคุณพระเจ้าที่ท่านไม่เป็นอะไร ท่านรู้ไหมว่าทุกคนเป็นห่วงท่านมากหลังจากเรารู้เรื่องว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับท่านขุนนาง แล้วยังท่านที่หายตัวไปอีก ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม ท่านไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหม ข้าแทบจะกินนอนไม่ได้เมื่อท่านหายไปแบบนี้”เบนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยเต็มที่ขณะกุมมือนิ่มทั้งสองไว้แน่น ซึ่งอีริคยังคงมองตามมันด้วยสายตาคมกริบที่บ่งบอกความไม่พอใจอย่างชัดเจน

“หันมาขอบคุณข้าดีกว่ามั่ง หรือไม่ก็ให้ข้าออกไปรอข้างนอกระหว่างที่พวกเจ้าต้องการใช่เตียงเพื่อคุยกันหลังจากนี้”เขาไม่ปิดแววไม่พอใจในน้ำเสียงเลยแม้แต่น้อย ทำให้ทั้งคู่หันมามองเขาด้วยสายตาที่ไม่แน่ใจ ทำให้ฮาลขยับออกจากเบเนดิคมากยิ่งขึ้นแม้ชายหนุ่มร่างสูงจะยังกุมมือของขุนนางหนุ่มไม่แน่น

“ข้าขอถามได้ไหมว่าท่านเป็นใครกัน”เบนพุดด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจทำให้ฮาลขยับเล็กน้อย ขณะที่หันมามองใบหน้าเขา

“เขาชื่ออีริค เป็นคนที่ช่วยข้าไว้แล้วพาข้ากลับมา”เขานึกแปลกใจเล็กน้อยที่ฮาลพูดถึงเขียนเพียงแค่นั่น และดูเหมือนจะสรุปแต่สิ่งดีๆจนเขากระแอมไอออกมาเบาๆ มองตรงไปยังใบหน้าหวานที่ตอนนี้หลบตาเขาในยามที่เขามองงตรงไปอย่างมีความหมาย

“ท่านช่วยนายท่านเอาไว้งั้นหรือ? ท่านช่างเป็นผู้กล้ายิ่งนัก ข้าและชาวเมืองแทบจะไม่รู้จะขอบคุณท่านยังไง ท่านอีริค”เบนพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชมขณะที่พลักจากฮาลมาและเดินตรงมายังเขา ยกแขนขึ้นมาราวกับพยายามจะกอดเขาทำให้เขารีบขยับหนีทันที

“ขอบใจข้าอยู่ตรงนั่นก็ได้ ไม่ต้องขยับเข้ามาใกล้นัก”เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างไร้มารยาทเล็กน้อย ตามแบบฉบับของเขาก่อนที่ยะยกแขนขึ้นกอดอกมองดูใบหน้าคมของเบนที่เหวอเล็กน้อยอย่างไม่แน่ใจ ก่อนจะหันไปมองหน้าฮาล

“เขาเอ่อ…เขาไม่ค่อนคุ้นเคยกับการอยู่กับคนอื่นน่ะ เขาเป็นนักล่า”และอีกครั้งที่เขาหันไปมองใบหน้าของทอมเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดปกป้องเขาอีกครั้ง เขามั่นใจว่าท่าทางของฮาลดูจะแปลกไปมากๆ ไม่ใช่เหมือนในครั้งแรกที่ฮาลมองเขาด้วยสายตาดูถูก เชิดหน้าใส่เขา พยายามไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าเขาด้วยซ้ำ แต่เดียวนี้ราวกับฮาลแค่ไม่อยากเถียงกับเขา ไม่พูดจาแดกดัน แค่เขาคิดว่าฮาลดูน่ารักขึ้นมากๆจนเขาเริ่มจะอดใจเต้นทุกครั้งที่หันมาพบกับสายตาหวานที่ลอบมองเขาและหันหนีไปเมื่อเขามองกลับ มันทำให้ฮาลดูนิ่งสงบและน่าหลงใหลไปอีกแบบหนึ่ง ครั้งนี้ก้เช่นกันที่ฮาลไม่ได้มองเขาด้วยสายตาดุถูก เพียงแค่มองมาอย่างพยายามเข้าใจเขา

“ได้…งั้นท่านพักอยู่ที่นี้ก่อน ข้าจะไปบอกคนอื่นๆในเมืองและให้ม้าเร็วส่งข่าวไปให้ท่านอาของท่านรู้ว่าท่านกลับมาที่นี้แล้ว”เบนพูดออกมาเร็วปรื่ขณะที่ก้าวขายาวๆกลับไปที่ประตูบ้านแต่ก็ถูกอฮาลรั้งเอาไว้

“ไม่เบน ฟังข้า เรื่องนี้จะให้ท่านอาข้ารู้ไม่ได้ รวมทั้งทุกคนที่ทำงานให้เขา ไม่งั้นมันจะต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆหากว่าท่านอาข้ารู้เข้า”ฮาลบอกออกมาเสียงเบาอย่างกังวล ซึ่งเบนก็เพียงขมวดคิ้วเท่านั่น

“อะไรน่ะ? ทำไมล่ะ? เขาเป็นห่วงท่านมากแถมยังกำชับชาวเมืองทุกคนให้รายงานเขาในเรื่องนี้หากว่าเจอตัวท่าน เกินอะไรขึ้นหรือ?”ชายหนุ่มร่างสูงถามออกมา ซึ่งฮาลก็เม้มปากเล็กน้อยเพื่อใช่ความคิด

“ข้าจะเล่าให้เจ้าฟัง หลังจากนั่นช่วยเจ้าไปบอกมาร์ตินให้ด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น”ฮาลบอก ซึ่งเบนก็พยักหน้าเข้าใจแต่โดยดี

/*/

หลังจากอธิบายเรื่องราวเสร็จแล้ว ดูเหมือนเบนจะยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหรแต่ก็ยอมรับฟังแต่โดยดี พร้อมกับรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไม่ยอมบอกใครเด็ดขาด หลังจากนั่นเบนก้เอาสมุนไพรและของจำเป็นทุกอย่างที่เขาต้องการมาให้และขอตัวออกไปหามาร์ติน โดยที่บอกเขาว่าให้เขาและอีริคใช่บ้านหลังนี้ได้ตามสบายเพราะเจ้าตัวจะไปนอนทาบ้านของเขา ที่ตอนนี้เขายังกลับไปไม่ได้เพราะว่าจะต้องจัดการเรื่องราวที่เกิดขึ้นเสียก่อน บางทีถ้าหากว่าเขาส่งข่าวไปบอกที่เมืองใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น ทูนกษัตริย์ว่าอาของเขาคิดไม่ซื่อและฆ่าพ่อของเขา บางทีอาจจะทำให้ท่านอาเขาไม่กล้าหรืออย่างดีที่สุดคือถูกทางการจับไป นั่นถือเป็นความคิดที่ดีในการแก้ปัญหานี้ เพียงแค่เขาต้องหาทางส่งข่าวที่ทำให้ทางการเชื่อว่าเขาไม่ได้โกหก บางทีอาจจะหาหลักฐานหรืออะไรแบบนั่น ชายหนุ่มคิดอย่างไม่ค่อยสบายใจ แต่ก็ปัดเรื่องนั่นทิ้งไปเมื่อหันมาพบกับชายหนุ่มตัวสูงที่ยืนกอดอกมองเขาอยู่ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก แต่ก็พอรู้ว่าไม่พอใจเท่าไหร

“มาไปรอข้าในห้องนอน ข้าจะเตรียมยาก่อน”เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงของร้องอย่างเต็มที่ ซึ่งอีริคก็ยอมเดิมไปยังห้องทางด้านหลังโดยไม่ยอมพูดอะไร

หลังจากเวลาผ่านไปไม่นาน ฮาลก็กลับเข้ามาในห้องที่ชายหนุ่มตัวโตนั่งอยู่บนเตียง เขายังคงมองการกระทำของมือเรียว ฮาลกำลังจัดยาและน้ำเปล่า ผ้าสะอาด และอะไรอีกมากมายโดยที่ไม่ยอมหันมามองเขาแม้แต่น้อย ทำให้เขาเริ่มคิดแล้วว่าจริงๆฮาลอาจจะแค่ลำบากใจที่เห็นเขาและคู่รักของตนยืนเผชิญหน้ากัน คงจะรู้สึกผิดสิน่ะแต่เขาไม่เลย…เขากลับรู้สึกยินดีด้วยซ้ำที่เห็นอีกคนเห็นเขาทั้งคู่มาด้วยกัน และดูๆแล้วถ้าสู้กันยังไงๆเขาก็ชนะใสอยู่แล้ว แล้วทำไมเขาถึงไม่ชอบเวลาเห็นชายหนุ่มอยู่กับชายอื่นก็ไม่รู้ อาการเขาคงจะหนักขึ้นทุกทีๆ

“ถอดเสื้อออก”เขาเงยหน้าขึ้นมาเมื่อได้ยินฮาลพูด แต่ก็ทำเพียงแค่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะอ้าแขนเล็กๆ

“ข้าเจ็บไหล”เขาพูดออกมา ซึ่งนั่นทำให้ชายหนุ่มช้อนตาขึ้นมองเขาอย่างไม่ค่อยพอใจเล็กน้อยแต่ก้ยอมเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเขาเพื่อปลดกระดุมเสื้อและเชือกออกจากเสื้อของเขา จนเขาอดมองตามมือเรียวไล่ขึ้นไปยังไหลมนและใบหน้าของอีกฝ่ายไม่ได้

“ข้าชอบจริงๆเวลาที่เจ้าสั่งให้ข้าถอดเสื้อผ้ายามที่เราอยู่ในห้องกันสองคนแบบนี้”เขาพูดออกมา ซึ่งก็ได้รับสายตาหวานที่ช้อนมามองอย่างงอนๆเล็กน้อย แต่ก็ไม่พูดอะไรต่อ

“บุรุษคนนั่น…คู่รักของเจ้าหรือ?”จู่ๆเขาก็ถามออกไปโดยที่ห้ามปากของตัวเองไม่ทัน จริงๆเขาก็ไม่ได้อยากรู้อะไรนักหรอกกับเรื่องแบบนี่ มันไม่สำคัญอะไรเลยแม้แต่น้อย แต่ความอยากรู้ก็ยิ่งมากขึ้นไปอย่างช่วยไม่ได้ยามที่เห็นอีกฝ่ายชะงักมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเขา

“ทำไมท่านถึงถามเช่นนั่น”ฮาลถามเสียงเบา ซึ่งเขาเพียงแค่แสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ

“ก็ถามๆดู เห็นสายตาที่พวกเจ้าสองคนมองกันแล้วมันทำให้ข้าอดอยากรู้ไม่ได้ นี่คู่รักเจ้าจะรู้ไหมว่าเราเคยแอบทำอะไรกัน”เขาไม่รู้ว่าจงใจพูดแบบนั่นให้ฮาลเจ็บหรือเพื่อเตือนตัวเองกันแน่ มันทำให้ฮาลเม้มปากแน่นแต่ก็ถอนหายใจยาวออกมา

“เขาเป็นเพียงเพื่อนของข้า…สหายสนิทที่เราเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก ข้าไม่มีคู่รัก”เขาอดดีใจไม่ได้เมื่อได้ยินฮาลพูด แต่ก็เก็บอารมณ์นั่นไว้อย่างมิดชิดในยามที่ฮาลเอี้ยวตัวเพื่อดึงเสื้อเขาออกช้าๆ และเปลี่ยนมานั่งลงข้างๆทางซ้ายของเขาเพื่อจัดการกับแผล

“ชีวิตเจ้านี่น่าสงสารจริงๆ คู่รักก็ไม่มี การร่วมรักก็ไม่เคยรู้จัก..”เขาพูดออกมาในขณะมองหน้าของอีกฝ่ายที่ห่างไปไม่มากนัก ไม่ใช่น้ำเสียงที่แสดงความเยาะเย้ย เขาเพียงแค่ถามอีกฝ่ายเท่านั่น

“ข้าไม่ได้ตกหลุมรักใครมานานมากแล้วจนกระทั้งตอนนี้ มากจนข้าลืมความรู้สึกนั่นไปแล้ว…ข้าแค่อยากจะทำตัวให้มีประโยชน์ต่อบ้านเมืองข้ามากกว่าเรื่องแบบนั่น”เขาได้ยินฮาลพูดออกมาเสียงเบาในยามที่อีกฝ่ายค่อยๆทำความสะอาดแผลของเขา

“เป็นพวกนักบุญหรือยังไงเจ้าน่ะ…แต่เมื่อกี่เจ้าบอกว่าจนกระทั่งตอนนี้ หมายความว่าเจ้ากำลังรักใครอยู่สิน่ะ”เสียงทุ่มถามอีก ทำให้เขารู้สึกถึงมือที่ชะงักไปของอีกฝ่าย แต่ก็เพียงแค่แวบเดียวเท่านั่น

“ข้า…มันไม่ควรเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ท่านรู้ไหม? หากการรักคนที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ท่านจะรู้สึกแค่ว่ามันไม่ควรและมันไม่มีทางสมหวังแน่นอน ข้าเองก็คิดเช่นนั่น มันเป็นเพราะความโง่เขล่าของข้าที่คิดอะไรไปเองคนเดียว…ท่านคงไม่รู้หรอกว่ามันรู้สึกยังไง”เขานิ่งเงียบมองใบหน้าหวานที่ฉายแววหมองลงเล็กน้อย ทั้งยังไม่เงยหน้ามามองเขาราวกับกำลังหลบตา

“ข้าเคยยมีภรรยาสาว…แต่นางตายไปนานแล้วในตอนที่มีบุตรให้ข้า ซึ่งเขาก็ตายไปด้วย” เขาไม่รู้ว่าเขาบอกเรื่องนี้ให้คนนอกอย่างฮาลรู้ทำไม แค่เขาอยากพูดออกไปก็เท่านั่น อยากให้ฮาลรับรู้เรื่องที่เขาปิดเงียบมาหลายปีมันทำให้เขาเห็นดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองเขาด้วยแววสำนึกผิดและเสียใจ

“ข้าเสียใจด้วย..”เขานึกสบายใจกับเสียงหวานแผ่วเบาของฮาลที่พูดออกมาอย่างปลอบกระโลม หวังให้เขาดีขึ้นซึ่งมันก็ทำให้รู้สึกสึกดีมากจริงๆในการพูดเรื่องแบบนี้ ระบายให้ใครซักคนฟัง

“ข้าไม่เสียใจแล้ว นางคงไม่มีความสุขเท่าไรหากว่าข้ามัวแต่ซึมเศร้าหานางและลูก”เขาพูดออกมา

“ท่านคงรักนางมาก”ฮาลยิ้มออกมาบางๆ ซึ่งเขาก็ไม่ได้พูดอะไรอยู่พักหนึ่ง

“ทำไมเจ้าไม่บอกให้คนที่เจ้าชอบรู้ละว่าเจ้าคิดอย่างไร”เขาพูดอีกซึงฮาลก็เพียงแค่ยิ้มออกมานิดๆในขณะที่เงยหน้าขึ้นมองสบตาเขา

“ข้าทำไม่ได้…ข้ารู้ว่าเขาเกลียดข้า มันจะทำให้ทุกอย่างแย่ลงหากข้าพูดอะไรแบบนั่นออกไป..”เขารู้สึกราวกับว่าในสายตาหวาน มันกำลังบอกอะไรเขาบางอย่างแต่อีกคนก็หลบตาเขาลงไปทำแผลต่อจนเขาไม่แน่ใจว่าเขาจะคิดเข้าข้างตัวเองได้ไหม ว่าฮาลอาจจะหมายถึงเขา…แต่มันจะเป็นไปได้หรือกับสิ่งที่เขาทำกับชายหนุ่มเอาไว้ มันร้ายแรงเกินกว่าจะใช่คำว่ารักได้ ความคิดนั่นทำให้เขากลืนน้ำลายเฮือกพลางหันหน้าหนีไปอีกฝั่งเพื่อรวบรวมสติ ทั้งคู่ไม่ได้พูดคุยอะไรอีกจนกระทั้งฮาลทำแผลเสร็จ

“…ทำไมเจ้าถึงไม่เกลียดข้า ฮาล..”เขาแทบจะไม่รู้ตัวว่าถามอะไรออกไปจนกระทั่งเห็นชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่ข้างเขาอย่างคิดคำตอบ

“ท่านช่วยชีวิตข้า..”เขาหันไปมองสบตาอีกฝ่ายจนฮาลเงียบลงไป

“ข้า…ขื่นใจเจ้า ข้าทำเจ้าเลือดออก ข้ามัดเจ้าราวกับเป็นไก่ป่าอย่างที่เจ้าว่า ข้าพูดจาหยาบคายกับเจ้า จับเจ้าไปขาย แล้วทำไมเจ้าถึงยังดูแลข้าอยู่ฮาล”เขาพูดออกมาขณะที่มองนิ่งไปยังดวงตาสีเขียวสวย มันไหววูบเพียงเล็กน้อยขณะที่หันหน้าหนีเขา

“ท่านช่วยชีวิตข้า นั่นคือทั่งหมดท่านพรานป่า…หลังจากท่านหายดีหรือเมื่อไหรที่ท่านพร้อมจะไป ขอเพียงแค่บอกข้า…สิ่งที่ท่านต้องการ บอกข้าและข้าจะหาให้ท่าน”เขาขมวดคิ้วพลางขมกรามแน่นเพราะเขามั่นใจว่าอีกฝ่ายกำลังเลี่ยงตอบคำถามของเขา

“ข้าต้องการเจ้า ฮาล..”เขาพูดออกมาเมื่อชายหนุ่มลุกขึ้นเพื่อเอาของไปเก็บ คำพูดของเขาทำให้อีกฝ่ายนิ่งก่อนจะหันมามองเขาด้วยสายตาที่เจ็บปวดจนเขารู้สึกได้

“ข้าไม่ใช่โสเพณีท่านนายพราน…ข้าปรนนิบัติท่านไม่ได้หรอก”ฮาลพูด

“ข้าไม่ได้บอกว่าต้องการโสเพณีฮาล!”เขาแทบจะคำรามออกมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าราวกับไม่ต้องการฟังเขา

“ท่านบอกว่าข้าเหมือนพวกโสเพณี นั่นคือสิ่งที่ท่านคิด!”

“ข้าพูดว่าเจ้า…ดีกว่าโสเพณีพวกนั่น ข้าไม่ได้พูดว่าเจ้าเป็น ฮาล…ข้าพูดว่าข้าต้องการ”เจ้า”ไม่ได้พูดแม้แต่คำเดียวว่าข้าต้องการโสเพณี”เขาลุกขึ้นมาเดินตรงไปยังอีกคนที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั่น ก่อนจะเอื่อมมือขึ้นมารั้งเอวของอีกฝ่ายให้เข้าใกล้มากยิ่งขึ้น จนแผ่นหลังของฮาลเข้ามาแนบชิดกับแผ่นอกกว้างเปลื่อยเปล่าของเขา รับรู้ความรู้สึกของหัวใจที่เต้นถี่เหมือนกับหัวใจของเขา

“สิ่งที่ข้าต้องการคือเจ้า ฮาล..”เขากระซิบแผ่วเบาข้างใบหูนิ่มของชายหนุ่มที่ยืนนิ่ง

“ท่านไม่รู้ตัวหรอกว่าพูดอะไรออกมา ข้าคงให้ความสุขกับท่านไม่เท่าเหล่าสตรีที่มอบลูกชายให้ท่านได้”ฮาลพูดออกมา ซึ่งทำให้ชายหนุ่มร่างสูงรั้งอีกคนให้หันหน้ามาเผชิญหน้ากับเขา มองสบดวงตาสีสวยที่คลอไปด้วยความหวังจนเขาอดใจเต้นไม่ได้ในยามที่คิดว่าบางทีคนที่ฮาลตกหลุมรักอาจจะเป็นเขาก็ได้

“ข้ามีลูกชาย และเขาก็จากข้าไปแล้ว ข้าไม่สนใจเรื่องนั่นอีกแล้วฮาล”เขาแทบจะไม่อยากเชื่อตัวเองว่าเขากำลังบอกเป็นนัยๆว่าเขาไม่สนใจเรื่องใดทั้งนั่น และเขากำลังเริ่มยอมรับกับตัวเองในเรื่องที่เขากังวลที่สุด…เขากำลังตกหลุมรักฮาล และมันเป็นเรื่องที่เขาสาบานว่ามันไม่ดีเลย และตอนนี้มันไม่ดีจริงๆเพราะดูท่าแล้วฮาลอาจจะไม่ต้องการอยู่กับเขา

“ทำไมท่านถึงอยากอยู่กับข้า อีริค?”เขาได้ยินฮาลถอยหายใจยาวออกมาพลางมองตามริมฝีปากของเขายามที่เขาก้มลงมาหากลีบปากสีชมพูสดของคนที่ไม่แม้แต่จะขยับหนีเขาแม้แต่น้อย

“เพราะข้าหลงใหลเจ้าน่ะสิ…และเจ้าก็คือรางวัลของข้าไง”ฮาลหลับตาลงรับสัมผัสแผ่วเบาของชายร่างสูงที่จูบลงมาบนริมฝีปากของเขา พยายามซ่อนความผิดหวังเอาไว้เมื่อได้ยินคำตอบของชายหนุ่ม เขายังคงไร้สาระถึงขนาดที่หวังลมๆแร้งๆขนาดที่อยากจะได้ยินคำบอกรักจากปากหยัก ซึ่งนั่นมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่อีริคจะรักเขาอย่างที่เขารู้สึกกับคนตัวสูง ฮาลถอยหายใจยาวเมื่ออีกฝ่ายรุกหนักมากกว่าเดิมพลางไล่แขนทั้งสองขึ้นไปยังไหลหนาแข็งแรงของชายหนุ่ม โอบรอบมันราวกับที่ยึดเหนี่ยวขณะที่อ้าปากเล็กน้อยเพื่อหายใจก่อนจะจูบตอบคนตัวใหญ่ในยามที่อีริคกดจูบเรียกร้องลงมาบนริมฝีปากของเขาอีกครั้ง แต่ก็ต้องคว้าคอของอีกคนไว้เมื่อรู้สึกถึงท่อนแขนแข็งแรงของอีกคนที่ช้อนตัวเขาขึ้นมาจากพื้นทั้งที่ยังคงไม่ถอนจูบเร้าร้อนออกจากริมฝีปากของเขา ขายาวพาเขาตรงไปยังเตียงนอนที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทั้งยังไล่ลิ้นร้อนหยอกล้อกับเขาจนทำให้ชายหนุ่มไม่รู้ว่าถูกวางลงบนเตียงเมื่อไหร เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขารักอีริคเหลือเกิน เขามั่นใจในความรู้สึกในทุกๆครั้งที่เวลาผ่านไป แต่อีริคไม่ได้รักเขา คนตัวสูงใหญ่คิดกับเขาเพียงแค่รางวัลก็เท่านั่น ก็แค่คนที่สามารถหาประโยชน์ในเรื่องนี้ได้…แค่คู่หลับนอน ไม่ใช่คู่รัก

“แผลท่าน….”เขาครางออกมาเสียงเบาเมื่ออีริคถอนจูบออกไปในที่สุด

“ไม่มีอะไรต้องห่วง แผลแค่นี้หยุดข้าไม่ได้หรอกฮาล”ร่างสูงใหญ่ยกยิ้มขึ้นมาในขณะก้มลงไปจูบลงบนริมฝีปากบางนุ่มของคนที่อยู่ข้างใต้อีกครั้ง โดยไม่รู้เลยว่ารสจูบนั่นแผ่งไปด้วยความรักใคร่จนทำให้ฮาลในสั่นขึ้นมา กับความรู้สึกที่ถ่ายทอดผ่านริมฝีปากหยัก บางอย่างทำให้เขาคิดว่าบางทีอาจจะมีสิทธิพอมีหวังอยู่บ้างที่อีริคอาจจะรักเขาบ้าง..

เกี่ยวกับ jrasmason

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะค่ะ บล็อกนี้จีนจะลงเป็นFictionหรือว่าเป็นAUนะค่ะ คู่หลักก็จะเป็นHiddleswothและคู่อื่นๆอีกตามแต่อารมณ์ค่ะ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบและสนุกกับนิยายที่จีนเขียนนะค่่ะ ขอบคุณค่ะ //จุ๊บๆ
เรื่องนี้ถูกเขียนใน In The Wood, Z All Fiction และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s