[FIC] Hiddlesworth [EricXHal]#8 In the wood

 

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

C : Eric(Chris H.) X Hal(Tom H.)

R : T

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

 

********************************

 

 

อีริคกระพิบตาถี่เพื่อปรับแสงที่แยงเข้ามาในตา นึกไม่พอใจเล็กน้อยที่แสงแดนในยามเข้าแรงถึงขนาดที่ขัดขวางการนอนของเขา ชายตัวสูงคำรามต่ำอย่างขัดใจขณะหันหน้าหนี แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเลย ก็เลยตัดสินใจลืมตาขึ้นมาอย่างเต็มทีเพื่อดูว่าตอนนี้เช้ามากแค่ไหนแล้วถึงได้แดดแรงขนาดนี้ เจ้าของร่างกายกำยำสูงใหญ่ค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นนั่ง พยายามไม่ให้โดนแผลที่ไหลมากนั่น สายตาคมหันมองสำรวจไปโดยรอบทำให้เห็นว่าเขายังอยู่ในห้องนอนที่เขาและฮาลควรจะอยู่ด้วยกัน แต่ตอนนี้มีแค่เขาคนเดียวพร้อมกับแสงแดดที่แสดงให้เขารู้ว่านี้คงจะสายพอสมควร และนั่นทำให้เขารีบลุกขึ้นมาเพื่อเดินไปสำรวจดูยังหน้าต่างที่อยู่ใกล้ๆ มองหาคนขุนนางตัวสูงที่เขานึกไม่พอใจอยู่เล็กน้อยที่หายไปจากข้างกายเขาโดยไม่บอกกล่าวแบบนี้

อีริคขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อมองไม่เห็นชายหนุ่มเขาจึงเดินกลับมายังเสื้อผ้าของเขาที่แขวนอยู่…แต่มันไม่ใช่ชุดเดิม แม้ว่ามีดพกและอะไรๆจะอยู่ครบ แต่เสื้อผ้ากลับกลายเป็นชุดหนังสัตว์อย่างดีสีดำพร้อมกับกางเกงหนังสีดำเข้าชุดกัน เขาคิดว่ามันคงจะเป้นของดีน่าดูจนทำให้ไม่แน่ใจว่าจะใช่เสื้อผ้าของเขา แต่ชายหนุ่มก็หยิบมาใส่อย่างไม่ค่อยสนใจนัก และพบว่ามันค่อนข้างจะเบาและสบายกว่าชุดเสื้อผ้าราคาถูกที่เขาใส่มากอยู่พอสมควร หลังจากเตรียมของอะไรเรียบร้อย ชายหนุ่มก็ออกไปจากบ้านทันทีเพื่อตามหาชายหนุ่มผมสีอ่อนนุ่มมือ จนกระทั่งมาพบกับเจ้าตัวกำลังให้อาหารม้าของเขาอยู่ที่หลังบ้าน โดยที่ไม่ได้หันมามองเขาแม้แต่น้อยในยามที่เขาเดินเข้าใกล้

“เจ้าควรจะปลุกข้าเมื่อเจ้าตื่น ฮาล”ชายหนุ่มบอกขณะกอดอกมองสำรวจร่างกายสูงโปร่งในชุดรัดรูปราคาแพงอย่างพวกขุนนางทั่วไป นั่นทำให้ชายหนุ่มหันมาทางเขา

“ท่านควรจะ…”ฮาลนิ่งค้างไปเมื่อหันมาพบกับเขา ทำให้ร่างสูงใหญ่อดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อเห็นสายตาที่แทบไม่ปิดแววชื่นชมเลยเมื่อเห็นเขา ทำให้เขาเริ่มรู้สึกชอบเจ้าชุดใหม่ของเขาขึ้นมาตะหงิดๆ

“…ควรจะนอนพัก ท่านกำลังบาดเจ็บ”ฮาลพูดต่อในชั่วอึดใจ ขณะหันไปแปลงขนม้าต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้ว่าเขาจะสังเกตว่าใบหน้าหวานแดงขึ้นจางๆก็ตาม นั่นทำให้ขายาวพาตัวเองเข้าไปใกล้ขณะนั่งลงตรงขอนไม้แถวนั่น

“ข้าเห็นว่าชุดของข้ามันหายไป แทนที่ด้วยเสื้อผ้าพวกนี้ เจ้ารู้บ้างไหมฮาล”เขาแกล้งถามออกไปซึ่งสายตาคมสีสวยก็หันมามองเขาทันที

“ข้าเห็นเสื้อผ้าท่านขาดและเก่ามากแล้ว อย่างน้อยๆท่านอาจจะชอบเสื้อผ้าดีๆซักชุด ข้าวานเบเนดิคให้ช่วยหาช่างตัดเสื้อตัดชุดให้ท่านตามขนาดชุดเก่าท่าน ใช่ช่างตัดเสื้อถึงสองคนถึงเสร็จภายในคืนเดียว”ชายหนุ่มว่า

“แล้วเจ้าคิดว่ายังไง ให้ข้าใส่สีดำแบบนี้คงยิ่งกว่าพวกหมีในป่าเสียอีก”เขาทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจ ขณะมองลงมายังชุดที่เป็นคอวีลงมาจนเห็นแผ่นอกเขามากกว่าชุดเก่า และมันยิ่งทำให้เขาดูตัวใหญ่ขึ้นอีกฝนชุดสีดำแบบนี้ นั่นทำให้ฮาลมองเขาด้วยสายตาพินิจที่ทำให้เขารู้สึกร้อนขึ้นมายามที่เห็นดวงตาสีสวยมองสำรวจไปทั่วตัวเขาแบบนี้

“ข้าว่าท่านเหมาะกับสีดำอีริค มันทำให้ท่านดูสูงใหญ่และแข็งแรง ดูเหมือนเป็นทหารฝีมือดีหรือไม่ก็ทหารในวัง”เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยกับคำชมของอีกฝ่าย อะไรบางอย่างทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาเป็นอย่างมาก

“โอ้…ข้ารู้ว่าเจ้าชื่นชอบร่างกายของข้าฮาล เจ้าพิสูจน์ให้เห็นเมื่อคืนนี้”เขายกยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นแก้มนิ่มขึ้นสีมากกว่าเดิมแม้ว่าเจ้าตัวจะยังพยายามไม่หันมามองหน้าเขาก็ตาม ปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อคิดถึงบทรักร้อนแรงเมื่อคืนนี้ เขาคิดว่าเขาไม่สามารถดับความต้องการที่มีต่อฮาลได้ เขายังต้องการชายหนุ่มขุนนางตรงหน้าจนแทบจะคลั่งตายในหลายๆครั้ง ยิ่งได้ครอบครองเขาก็ยิ่งต้องการมากขึ้น จนนึกอยู่หลายครั้งที่จะจับฮาลมัดไว้กับเตียงเพื่อมอบความสุขให้เขาในทุกๆวัน แต่มันคงจะทำแบบนั่นไม่ได้ในเมื่อเจ้าตัวดูจะไม่อยากอยู่กับเขา หลังจากร่วมรักกันเสร็จ ฮาลก็แทบจะไม่ปิดบังความพยายามที่จะวิ่งลงมาจากเตียงนอน จนเขาต้องบังคับให้ตอนอยู่กับเขาจนถึงเจ้า เขาเหนื่อยใจจริงๆกับความดื้อรั้นของอีกฝ่าย แต่ก็นึกดีใจที่ฮาลพยศแบบนี้

“บางทีท่านอาจจะเบื่อที่ต้องมาอยู่เฉยๆแบบนี้ แต่ท่านกำลังบาดเจ็บ…ข้าอยากให้ท่านกลับไปนอนพักในห้อง”จู่ๆฮาลก็พูดขึ้นมาหลังจากที่ทั่งคู่เงียบอยู่พักหนึ่ง อีริคขมวดคิ้วไม่เข้าใจสิ่งที่คนตัวเล็กกว่าพยายามจะบอก เขาสาบานว่าเขาสบายดีมากๆ สบายดีสุดๆเลยด้วย เขาจึงไม่ค่อยพอใจนักเมื่อเห็นฮาลเก็บที่แปลงขนม้า และเริ่มหันไปหยิบตระกร้าไม้ไผ่ที่วางอยู่ไม่ไกลนัก

“เจ้าจะไปไหน”เขาถามออกไปเสียงแข็งอย่างวางอำนาจเล็กน้อย แต่ฮาลก็ไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย

“ข้าจะไปเยี่ยมคุณยายคนหนึ่งที่ชายไร่ฝั่งนู่น เบนบอกข้าว่าหลานชายของนางเข้าป่าไปล่าสัตว์ตั้งแต่เมื่อวานแต่ยังไม่กลับ ตอนนี้คนอื่นๆเลยออกไปตามหา…ข้าแค่อยากช่วย ก็เคยจะไปอยู่เป็นเพื่อนนาง”เขาแทบไม่ปกปิดสีหน้าไม่พอใจเลยยามที่ได้ยินฮาลพูด ซึ่งนั่นทำให้ขายาวๆที่ก้าวไปให้ทันอีกคนที่เดินไปหยิบมีดพกเล่มเล็กมาเสียบไว้ที่เข็มขัด

“งานของเจ้าคือควรจะคอยดูแลปรนนิบัติข้าน่ะฮาล”เขาแยกเขี้ยวออกมา

“ข้าเห็นว่าท่านเดินได้ดี แข็งแรง ไม่เห็นต้องมีข้าเลยนิอีริค ข้าแค่สงสารนาง นางเป็นเพียงแค่หญิงชราตัวคนเดียว”ฮาลบอก ถึงอย่างนั่นเขาก็ไม่พอใจอยู่ดี

“เจ้าไล่ให้ข้าอยู่เฝ้าบ้านคู่รักของเจ้า ระหว่างที่เจ้าออกไปเที่ยวสนุกอยู่ข้างนอกงั้นหรือฮาล? นั่นมันไม่ดูเห็นแก่ตัวไปหน่อยหรือไง”เขารู้ตัวว่าทำตัวไม่มีเหตุผล แต่เขาก็ไม่สนใจมันแม้ว่าฮาลจะมองเขาด้วยสายตาบ่งบอกว่าเหนื่อยใจเล็กน้อย

“ข้าไม่ใช่คู่รักของเบน แล้วข้าก็ไม่ได้ออกไปเที่ยวสนุกๆด้วย ข้าไปทำงานของข้าน่ะอีริค ข้ากำลังพยายามดูแลชาวบ้านของข้าอยู่ แม้ตอนนี้ข้าจะทำได้เพียงแค่แอบทำอยู่เงียบๆก็เถอะ”ฮาลเถียงกลับเสียงอ่อน เพราะไม่ต้องการทะเลาะกับอีริค

“งานของขุนนางเช่นพวกเจ้าไม่ใช่นั่งอยู่บนเก้าอี้กินองุ่น แล้วชี้นิ้วสั่งงานหรือไง”เขาอดไม่ได้ที่จะพูดจาเสียดสีอีกฝ่าย ทำให้เห็นว่าฮาลแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาแต่ก็หันหน้าหนีไปอีกฝั่งหนึ่งอย่างพยายามระงับอารมณ์ ขณะที่เดินมาใกล้เขามากยิ่งขึ้นจนชายตัวสูงแสร้งทำเป็นหันไปมองอย่างอื่น ไม่ยอมสนใจคนที่ตอนนี้หยุดอยู่ตรงหน้าเขา

“อีริค..ข้าเข้าใจว่าท่านเบื่อที่นี้ แต่ถ้าเพียงแต่ท่านอยากทำอะไรท่านก็ทำได้ ข้าแค่เพียงแนะนำให้ท่านไปนอนพัก ไม่จำเป็นที่ท่านต้องทำตามก็ได้ ท่านไม่จำเป็นต้องโมโหใส่ข้าก็ได้”เขาแทบจะใจอ่อนยวบเมื่อได้ยินเสียงหวานนุ่มหูที่จงใจพูดเพื่อให้เขาอารมณ์เย็น สายตาคมตวัดมามองคนตรงหน้าโดยที่ยังไม่พูดอะไร

“ข้าไม่ได้โมโหใส่เจ้า”เขาบอก

“งั้นบางทีท่านอาจจะอยากไปกับข้า ถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศดีไหม”เขาไม่แน่ใจว่าเขาชอบฮาลที่คอยถลึงตาใสเขาราวกับพวกราชสีย์หรือชอบที่ฮาลทำตัวราวกับแม่กวางป่ามากกว่ากัน เขาต้องยอมรับว่าตอนนี้เขาใจอ่อนยวบจนแทบจะขึ้นเสียงไม่เป็นในยามที่เห็นรอยยิ้มเล็กๆกับเสียงนุ่มหูที่พูดพยายามให้เขาใจเย็น และเขาก็ชอบมันซะด้วย

“ยังไงข้าก็ต้องตามติดเจ้าอยู่แล้ว คิดว่าจะตบตาข้าแล้วแอบหนีไปได้ง่ายๆหรือไง”เขาพยายามทำเสียงแข็งที่สุด ทำให้ฮาลยิ้มออกมาเพียงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงแฝ่งไปด้วยความเหนื่อยใจน้อยๆจนเขาขยับตัวนิดๆพร้อมเอาเรื่อง แต่ฮาลก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

/*/

หลังจากผ่านมาไม่นานพวกเขาก็มาถึงชายป่าระหว่างที่เดินอ้อมตัวเมืองไปยังบ้านของหญิงชรา ฮาลบอกเขาว่าเพราะตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างที่เบนกำลังติดต่อกับเมืองหลักและป้องกันไม่ให้ชาวเมืองแตกตื่น เขาจึงยังให้คนอื่นๆเจอตัวไม่ได้ ถ้าเรื่องนี้ก็คงไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะหญิงชราแก่มากแล้ว และถึงนางบอกว่าเจอฮาลก็คงไม่มีใครเชื่อว่านางเจอจริงๆ คงจะคิดว่าเจอเมื่อก่อนแล้วนำมาพูดใหม่มากกว่า แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจระบบพวกชนชั้นสูงมากนักแต่เขาก็รู้ว่ามันน่าจะลำบาก แต่ถึงอย่างนั่นแทนที่ฮาลจะเลือกซ้อนตัวอยู่ในบ้านเงียบๆแต่กลับออกมาเพื่อช่วยเหลือชาวเมืองเล็กๆน้อยๆแบบนี้ มันทำให้เขาชื่นชมชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย

“ข้าอยากจะเก็บแอปเปิ้ลไปฝากนาง ท่านนั่งรอที่นี้ก็ได้”เขาเงยหน้าขึ้นมาจากดงดอกไม้ป่าที่อยู่โดยรอบ มองดูชายตัวสูงทีบอกเขาพลางชี้ไปยังต้นแอปเปิ้ลที่อยู่ไม่ไกลนัก

“เจ้าจะให้ข้านั่งรอกลางทุ่งดวกไม้พวกนี้นะหรือ?”เขาถามอย่างจับผิด ซึ่งฮาลก็เพียงแค่มองมาเท่านั่น

“แล้วจะทำยังไงล่ะ ท่านไปนั่งทางนั่นก็ได้ แถวนั่นไม่มีดอกไม้”เขามองไปตามมือเรียว  ก่อนจะขมวดคิ้วขึ้นมา ตั้งท่าจะพูดต่อแต่เมื่อเห็นสายตาของฮาลที่ดูจะไม่อยากเถียงกับเขาแล้ว เขาจึงหยุดนึกแปลกใจตัวเองจริงๆที่ทำไมห้ามไม่ทำตัวหยาบคายกับฮาลไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจโบกมือไล่ให้ชายหนุ่มเดินไปทางต้นแอบเปิ้ลขณะเดินไปเขี่ยๆเอาดอกไม้ออกและนั่งลงไปบนพื้นหญ้า นึกไม่ค่อยสบายเล็กน้อยที่ต้องมาอยู่ท่ามกลางดอกไม้สีขาวและสีชมพูอ่อนแบบนี้

ฮาลเหลือบมองดูชายหนุ่มตัวสูงเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินห่างออกไปเพื่อเด็ดแอปเปิ้ลจากต้นไม้สูง เขาไม่เข้าใจจริงๆว่าอีริคจะตามเขามาทำไมทั้งที่ดูก็รู้ว่าเจ้าตัวไม่ชอบอะไรแบบนี้เลยด้วยซ้ำ แถมยังอารมณ์เสียใส่เขาแต่เช้าจนเขาต้องพยายามอย่างหนักเพื่อไม่เถียงกับคนตัวใหญ่เขา เขาไม่อยากให้อีริครำคาญเขาไปมากกว่านี้…นี่แค่ดูก็รู้แล้วว่าอีริค ไม่ชอบเขาเลย กลับกันที่เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะทำตัวดีและเป็นมิตรมากขึ้นไปอีก เริ่มมีความคิดแปลกๆอย่างที่ว่าอยากให้อีริครักเขาบ้าง…อย่างน้อยก็ขอให้ดีกว่าตอนนี้ บางทีมันอาจจะไม่ได้ผลก็ได้ ร่างสูงใหญ่ในตอนนี้กับเมื่อคืนนี้แทบจะเป็นคนละคน ทั้งๆที่เมื่อคืนทำให้เขารู้สึกราวกับเป็นคนพิเศษ แต่ตอนนี้ทำยักกับว่าไม่มีความสุขเลยที่ต้องมาอยู่กับเขาแบบนี้ มันทำให้อะไรบางอย่างทำให้เขาเจ็บขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาแค่พยายามให้อีริครักเขาบ้างแต่บางทีอาจจะไม่ได้ผล ฮาลหัวเราะตัวเองอย่างขืนๆอยู่ในใจ

“เจ้าหมายถึงพวกดอกไม้พวกนี้หรือเปล่าที่เจ้าเคยพูดว่าหญิงสาวชอบดอกไม้”เขาหันมาตามเสียงเรียกเมื่อได้ยินอีริคพูด เขามองไปยังร่างสูงในชุดหนังสีดำอย่างดีจนเขาอดกลั้นหายใจทุกครั้งเวลาลอบมองอีกฝ่าย อีริคดูดีเอามากๆ…ทั้งแผ่นอกกว้างที่ผ่านคอเสื้อรูปตัววี กางเกงรัดรูปกับรองเท้าบูทคู่โต มันทำให้อีริคดูตัวใหญ่ขึ้นมาจริงๆหรือไม่ก็เป็นหุ่นของเจ้าตัวอยู่แล้วที่ใหญ่แบบนี้ตั้งแต่แรก บางครั้งเขาก็อดอิจฉาไม่ได้ที่ทำไมตัวเองถึงดูดีไม่ได้ครึ่งของอีกฝ่าย

“ดอกไม้พวกนั่นและ ที่ท่านกำลังเอามีดฟันมันให้ตายอยู่”เขาพูดพยายามรีบเก็บแอปเปิ้ลใส่ตะกร้าแล้วเดินกลับมายังคนตัวใหญ่ที่ตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่ากำลังเอามีดพกฟันดอกไม้สีสวยให้ตายลงเป็นบริเวณหนึ่ง ซึ่งอีริคก็หยุดมือเมื่อเขาลงมานั่งใกล้ๆ

“ข้าไม่เห็นจะเข้าใจเลยว่ามันสวยยังไง…ใช่มันก็สวย แต่ทำไมสาวๆชอบมันนัก”อีริคปักมีดลงบนดินอย่างน่ากลัวจนเขาไม่แน่ใจว่าถ้าพูดอะไรไม่ถูกใจไปจะถูกอีริคใช่มีดแทงหรือเปล่า

“แม่ข้าเคยบอกว่ามันให้กลิ่นหอมและเป็นความงามที่ธรรมชาติสร้างขึ้น และข้าคิดว่ามันเหมาะกับเหล่าสตรีน่ะ พวกนางงดงามเหมือนดอกไม้ที่สวยต่างกันออกไป”เขาพูดออกมายิ้มๆพลางหยิบดอกไม้สีขาวสวยที่กลีบเกือบขาดออกจากกันเพราะอีริค ทำให้เขาไม่เห็นสีหน้าของคนตัวสูง

“ถ้าในเมื่อพวกนางชอบมันนัก ทำไมไม่เข้าป่ามาหาเอง ทำไมจะต้องรอคอยให้ชายหนุ่มเอาดอกไม้ไปให้ทั้งๆที่พวกนางสามารถหาเองเท่าไหรก็ได้”เขามองอีริคแบ้ปากอย่างไม่ค่อยสนใจ บางอย่างทำให้เขายิ้มออกมาเมื่อคิดถึงว่าคนตัวสูงเคยจีบภรรยาสาวของตนยังไง บางทีเธออาจจะต้องคอยเข้าไปเก็บดอกไม้เองในป่า นั่นดูน่าเห็นใจจริงๆ

“ข้าคิดว่า…อาจจะเป็นเพราะคนให้ก็ได้ ข้ารู้แค่ว่าหญิงสาวชอบดอกไม้บางทีที่พวกนางรอคอยก็คงเป็นเพราะนางรักเรามากต่างหาก ถ้ามีคนให้ดอกไม้ข้าข้าก็คงดีใจไม่ใช่น้อย”เขาพูดยิ้มๆซึ่งทำให้อีริคยักไหล่และแส่หน้าไปทางอื่น ซึ่งเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรเพียงแค่หันไปหยิบดอกไม้สีขาวดอกเล็กๆขึ้นมาและใช่โอกาสที่อีริคกำลังเผลอทัดดอกไม้ดอกเล็กไปที่ใบหูของอีริค แม้ว่ามันจะไปติดอยู่ที่ผมสีเข้มของร่างสูงเสียมากกว่า และนั่นทำให้อีริคหันมาในทันทีและเอื่อมมือขึ้นหมายจะกระชากอะไรก็ตามที่เขาเอาไปติดอีกฝ่ายออก แต่เขาก็คว้าท่อนแขนแข็งแรงเอาไว้ขำๆ

“ตลกมากฮาล”เขาได้ยินคำขู่อย่างไม่จริงจังนักของชายตัวสูง ที่เขามั่นใจว่ามันทำให้ดอกไม้สีขาวดูเล็กลงไปเยอะมากๆ

“ท่านไม่เหมาะกับดอกไม้เท่าไหร ถ้าท่านยังทำหน้าดุแบบนี้”เขายอมปล่อยมืออีริคในที่สุด ทำให้ชายตัวสูงหยิบดอกไม้ที่ผมออกและมันก็แทบจะเละไปคามือใหญ่โตนั่นจนเขาอดสงสารมันไม่ได้ บางทีอาจจะต้องกันของพวกนี้ให้ออกห่างจากอีริคเสียหน่อยแล้ว

“ข้าไม่เหมาะกับดอกไม้อยุ่แล้วฮาล”เสียงทุ้มบอกขณะที่มองดอกไม้สีขาวในอุ้งมือ และเขาก็วางมันลงข้างๆในขณะเงยหน้ามองใบหน้าหวานของอีกฝ่าย ฮาลดูมีความสุขและดูผ่อนคลายเอามากๆจนทำให้เขาดูผ่อนคลายไปด้วย ดวงตาสีสวยกำลังมองไปทางอื่นยังดอกไม้ที่ไม่ถูกเขาทำลาย ก่อนที่มือเรียวขาวจะเริ่มเด็ดมันขึ้นมาอย่างเบามือจนเขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองดูหยาบคายเล็กน้อยในยามที่ใช้มีดฟันดอกไม้พวกนั่นแก้เบื่อ

“บางทีหญิงชราเธออาจจะชอบดอกไม้สดซักช่อหนึ่ง”เขาพยายามกลั้นยิ้มอย่างเต็มที่ยามที่ได้ยินเสียงทุ่มนุ่มของฮาลพูดออกมา ขณะที่เจ้าตัวยังคงพยายามรวบรวมดอกไม้มาไว้ในกำมือ และเขาก็เพียงแค่มองมันนิ่งๆ เขาคิดว่าฮาลดูเหมาะกันสีขาว หรือสีเขียวอย่างสีตาของชายหนุ่ม มันทำให้เขาเอื่อมมือออกไปเด็ดดอกไม้สีขาวที่เขาคิดว่ามันดูดีกว่าดอกอื่นๆขึ้นมาและเอื่อมตัวไปทัดไว้ที่ใบหูของชายหนุ่มผมสีอ่อนนุ่มมือ มันทำให้ฮาลชะงักมือและหันมามองเขาด้วยสีหน้าที่แปลกใจเล็กน้อย จนทำให้เขารู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไปแต่ก็ยังพยายามปั้นหน้าให้นิ่งเหมือนเดิม

“ข้าว่า…เจ้าเหมาะกับดอกไม้น่ะฮาล”เขาอดใจเต้นไม่ได้ในยามที่เห็นใบหน้าของฮาลที่แดงขึ้นมาน้อยๆขณะที่อีกมือหนึ่งก็เอาดอกไม้ช่อนั่นวางลงบนตะกร้าแอปเปิ้ล ก่อนจะหันมามองสบตาเขาแต่ก็หลุบตาลงต่ำในที่สุด เขามันใจว่าฮาลดูดีจริงๆกับสีขาวแบบนี้ มันทำให้ผิวขาวๆอย่างพวกชนชั้นสูงดูขาวขึ้นไปอีก แถมยังขับสีตาสีฟ้าอมเขียวให้เด่นขึ้นมา ฮาลยังคงหลบตาเขาพร้อมกับยิ้มอายๆเล็กน้อยจนเขาเผลอยิ้มตามออกมา

“ท่านกำลังทำให้ข้าประหม่าน่ะอีริค”เขานึกยินดีที่ได้ยินฮาลพูดแบบนี้ทั้งยังเสียงหัวเราะหวานๆแก้เขินของอีกฝ่ายพร้อมกับดวงตากลมโตใต้ขนตายาวที่ช้อนขึ้นมามองเขามันยิ่งทำให้เขารู้สึกดีเข้าไปใหญ่ในยามที่คิดว่าฮาลดูมีความสุขในตอนที่เขาทำอะไรแบบนี้…การเกี้ยวพาหรือ? เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องแบบนี้มานานแล้ว ขนาดภรรยาสาวที่ตายไปแล้วของเขา นางก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรเลยจนเขาเริ่มคิดแล้วว่าบางทีนางอาจจะอยากให้เขาทำตัวดีๆราวกับบุรุษทั่วไป แต่แค่ไม่กล้าพูดขอเขาออกมา…เหมือนกับฮาลที่ไม่พูดเรียกร้องอะไร

“ข้ารู้ว่ามันเหมาะกับเจ้า เหมาะกับสีตาสวยๆของเจ้า”เขารู้สึกไม่แน่ใจว่าฮาลจะว่ายังไง ตอนที่เขาพูดสิ่งที่คิดออกมา แต่กลายเป็นว่าชายหนุ่มยิ่งหน้าแดงขึ้นไปใหญ่ขณะแทบจะกลั้นยิ้มไม่ได้ บางอย่างมันทำให้เขาได้ใจและเริ่มชอบจริงๆเมื่ออเห็นว่าฮาลกำลังเขินและประหม่าขนาดนี้มือเรียวขาวยกขึ้นมาเพื่อหยิบดอกไม้นั่นออกจากไรผมนุ่ม เอามือถือเอาไว้ด้วยความถนุถนอม อะไรบางอย่างในสายตานั่นแสดงความรักใคร่ออกมาอย่างเห็นได้ชัดในยามมองดอกไม้ในมือ

“ข้า…ข้าเก็บมันไว้ได้ไหม”เขาได้ยินเสียงหวานถามเบาๆราวกับกลัวว่าเขาจะบังคับให้ฮาลเขวี้ยงมันทิ้งไป แต่ถ้าฮาลมองเขาด้วยสายตาและน้ำเสียงแบบนี้ เขาสาบานว่าไม่มีทางทำได้ลงแน่นอน

“ข้าให้มันกับเจ้าแล้ว ถ้าอยากเก็บไว้ก็ได้”เชายิ่งยินดีเข้าไปใหญ่เมื่อทันทีที่ฮาลได้ยินว่าเขาให้มันแก่ชายหนุ่ม พวงแก้มนิ่มก็ดูจะแดงมากยิ่งขึ้นขณะที่รอยยิ้มหวานนั่นดูเหมือนจะยิ่งดึงดูดให้เขาไม่สามารถหายใจได้เป็นปกติ ฮาลดูน่ารักและอ่อนหวานมากจริงๆในตอนนี้และมันทำให้เขาใจสั่นจนแทบจะหายใจไม่ทัน

“ข้า…ข้าจะเก็บมันไว้อย่างดี มันสวยมากและ…”ชายหนุ่มเหมือนกับลืมคำพูดทุกอย่างไปในยามที่เขาเงยหน้าขึ้นมาจากดอกไม้ในมือและพบว่าอีริคกำลังโน้มตัวเข้ามาใกล้เขา พร้อมกับริมฝีปากหยักร้อนผ่าวที่ทาบลงมาบนริมฝีปากของเขาจนเขาแทบจะหยุดหายใจไปตรงนั่น มันไม่ใช่รสจูบร้อนแรงเรียกร้องอย่างที่ปกติอีริคแสดงออกมา แต่มันเหมือนกับแค่อีริคเพียงต้องการจูบเขาเท่านั่น ไม่มีการรุกล้ำเพียงแค่จูบแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยความรักใคร่จนฮาลอดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ ชายหนุ่มหลับตาลงช้าๆในขณะที่รับรู้ถึงริมฝีปากหยักร้อนผ่าวขยับช้าๆอยู่บนริมฝีปากของตน ไม่นานนักอีริคจึงค่อยๆขยับตัวออกห่างจากเขาแต่ก็ยังอยู่ห่างไปไม่มากนัก

“จริงๆข้าว่ากลางดงดอกไม้นี้ก็น่าสนใจเหมือนกันน่ะ”เขาแทบจะตาโตขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำพูดโดยไม่ปกปิดความนัยที่แฝงไว้แม้แต่น้อย นั่นทำให้เขารีบยันตัวออกห่างซึ่งอีริคก็เพียงแค่ยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เขา ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองโดนแกล้งอยู่แน่ๆ

“เจ้าเป็นอะไรฮาล คิดอะไรไม่ดีกับข้าอยู่หรือไง”เขาพยายามซ้อนใบหน้าแดงก่ำกับชายร่างสูงใหญ่ที่แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่ามีความสุขที่แกล้งเขาได้

“มีใครเคยบอกท่านไหมว่าท่านเป็นคนที่อันตรายมากๆ”เขาบอก

“ทุกคนบอกข้าแบบนั่น ท่านขุนนาง”ฮาลอดใจเต้นไม่ได้เมื่ออีริคขยิบตาให้เขา ทำให้เขาตัดสินใจหยิบตะกร้าแอบเปิ้ลและลุกขึ้นยืน พยายามระงับอาการแปลกๆที่เกิดขึ้นยามที่เห็นใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายยิ้มมาให้เขา และมันเป็นรอยยิ้มที่แสนร้ายกาจราวกับรอยยิ้มของพวกปีศาจที่ทำให้เขาหวันไหวและช่วงชิงความคิดของเขาไป มันทำให้ฮาลยิ่งพยายามตั้งสติมากยิ่งขึ้นเมื่อหันมาเจอแผงอกกว้างของอีริคที่เขาไม่แน่ใจว่าลุกตามเขามาตั้งแต่เมื่อไหร

“ข้าก็คิดอยากมีบ้านซักหลังและก็ที่ดินซักผืน  ที่นี้ทำให้ข้ายิ่งรู้สึกอยากจะลงหลักปักฐานจริงๆจังเสียที”จู่ๆอีริคก็พูดขึ้นมาทำให้เขาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมที่อยู่ห่างไปไม่มากนัก แต่อีริคไม่ได้กำลังมองมาที่เขา แต่กำลังมองไปที่อื่นราวกับว่ากำลังชื่นชมป่าโปร่งโดยรอบอยู่ บางอย่างมันทำให้เขาทั่งมีความหวังและก็หมดหวังไปพร้อมๆกัน

“ที่นี้มีที่ดินมากมาย มันไม่อยากเลยหากท่านอยากจะได้ที่ซักผืน..”เขาไม่รู้ว่าทำไมพูดแบบนั่นออกมา แต่เขาคิดจริงๆว่าไม่อยากให้อิริคไป แม้ในใจลึกๆเขาก็รู้ดีว่าชายหนุ่มจะจากไปไม่วันใดก็วันหนึ่ง

“ข้าไม่ได้หมายถึงว่าต้องการอยู่ที่นี้”เขาใจกระตุวูบเมื่อได้ยินคตอบของคนตัวสูง “ข้าแค่กังมีความคิดแบบนั่น ไม่ต้องห่วงหรอก ข้ามีเงินมากกว่าร้อยเหรียญทองในตอนนี้ ข้าสามารถซื้อบ้านดีๆบนที่ดินซักผืนกับคนรับใช่สองสามคนก็ย่อมได้”อีริคยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มที่เขาไม่รู้ว่าเขาควรจะยิ้มกับอีกฝ่ายด้วยไหม ตอนนี้เขายิ้มไม่ออกเท่าไหร เขาไม่ยินดีกับอีริคเลยหากอีกฝ่ายจะไปจากเขา…และในไม่ช้าอีริคก็จะไป มันทำให้เขาเพียงแค่ก้มหน้าหลบสายตาของอีกฝ่ายที่มองมา กำก้านดอกไม้สีขาวในมือไว้แน่นพยายามรักษาสีหน้าและท่าทางให้ปกติที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ในตอนนี้

/*/

ไม่นานนักหลังจากออกมาจากชายป่า เขาทั่งคู่ก็มาถึงยังบ้านไม้หลังเล็กที่ตั้งอยู่ห่างออกมา มันมีเล้าไก่และหมูแค่สองตัวเท่านั่น ซึ่งเขาต้องห้ามอีริคเป็นการใหญ่ให้เลิกพูดจาหยาบคายเกียวกับบ้านตรงหน้าซักที แม้ว่าเขาจะอดยอมรับไม่ได้ว่ามันดูโทรมมากและขาดการซ่อมแซม ทำให้เขาเริ่มคิดจริงๆแล้วว่าหลังจากเอาแอปเปิ้ลไปให้นางเขาจะออกมาซ้อมขอบหน้าต่างไม้ บานประตู และอุดรอยรั่วที่พนัง ถ้าหากยังพอมีเวลาและเราไม่เหนื่อยซะก่อนเขาจะปีนขึ้นไปตรวจดูหลังคาด้วยว่ามันจะรั่วในช่วงหน้าฝนหรือไม่ คิดได้ดังนั่นฮาลจึงรีบก้าวขาเข้าไปใกล้บ้านไม้ยิ่งขึ้นโดยที่มีอีริคที่เดินกัดแอปเปิ้ลตามมาก็เท่านั่น

ชายหนุ่มจัดการเคาะประตู้ไม้สองสามทีขณะบอกความจำนงว่าเขาเป็นเพื่อนของหลาชายเธอ พยายามให้อีริคทำหน้าตาให้ดูเป็นมิตรกว่านี้ เพราะมันคงไม่มีแน่หากเธอจะเข้าใจผิดคิดว่าผู้ชายตัวใหญ่สองคนกำลังจะปล้นหญิงชราตัวคนเดียว ไม่นานนักประตูก็เปิดออกพร้อมกับหญิงชราที่ผมเริ่มกลายเป็นสีเทาและขาว กำลังหลีตามองใบหน้าเขาอย่างคนที่สายตาไม่ดีเท่าไร ทำให้เขาก้มลงไปพยายามยิ้มอย่างเป็นมิตรที่สุด

“ข้าเป็นเพื่อนของหลานชายท่าน ฟิลลิป ข้าเก็บแอปเปิ้ลและดอกไม้มาฝากท่าน”เขาพูด ซึ่งเธอก็พยักหน้าขณะหันไปมองอีริคที่ยืนนิ่งอยู่ใกล้ๆเขา ซึ่งเจ้าตัวก็พยายามยิ้มออกมาแม้เพียงแวบเดียวก็เถอะ

“ฟิลลิปหรือ? เขาเข้าป่าตั้งแต่เมื่อวาน เขายังไม่กลับเจ้ารู้ไหมว่าเขาอยู่ไหน”คุณยายถามออกมาอย่างเป็นห่วง ซึ่งฮาลก็เพียงแค่ยิ้มออกมา

“เขากำลังมาเชื่อข้าเถอะ ทำไมท่านไม่ไปนั่งในบ้านล่ะ ตอนเข้ามาข้าเห็นบานประตูเริ่มมีเสียงไม่ค่อยดีเท่าไหร จะเป็นอะไรไหมหากว่าท่านจะให้ข้าซ่อมประตูให้ท่าน”เขาพูดอีก ซึ่งนางก็เปิดประตูออกกว้างเพื่อให้เขาเข้ามา ตามด้วยอีริคที่ก้มหัวลงมาเล็กน้อยกับคานบ้านที่ดูจะต่ำเกินไป

“เจ้าใจดีมากพอหนุ่ม ข้ากำลังคิดอยู่เชี่ยวว่าอยากจะซ้อมมัน เพียงแค่ข้าอาจจะเหนื่อยเกินไป…เจ้าชื่ออะไรน่ะ?”เธอหรี่ตาลงเล็กน้อยพยายามมองหน้าเขาอย่างพินิจ ทำให้เขากระแอมเล็กๆ

“ข้าชื่อ…โทมัส และนี้เขาชื่ออีริค”เขาพูดออกมาในที่สุด ซึ่งหญิงสาวก็เพียงแค่พยักหน้า

“เจ้ารู้ไหมว่าฟิลลิปอยากจะเป็นทหาร เขาอยากทำงานให้กับท่านขุนนาง เพราะเจ้าหน้าตาเหมือนลูกชายท่านขุนนางไม่มีผิดข้าถึงนึกขึ้นมาได้ เจ้าจะไปสอบทหารในต้นฤดูใบไม้ผลินี้ใช่ไหมจ้ะโทมัส”เขายิ้มออกมามากกว่าเดิมเมื่อเธอบอก

“แน่นอนครับ ผมจะไปสอบด้วยแน่นอน”หญิงชราขำออกมาอย่างมีความสุขขณะที่เริ่มพูดถึงดอกไม้สีขาวที่เธอพึ่งสังเกตเห็น บอกเขาว่ามันสวยแค่ไหนและทำให้เธอรู้สึกสาวขึ้นอีกหลายปี ซึ่งเขาก็ชวนคุยไปด้วยในขณะที่เดินอ้อมไปหยิบอุปกรณ์จำเป็นในการซ้อมหน้าต่างออกมาจากหีบไม้ที่วางเอาไว้ตามที่คุณยายบอกว่าเครื่องมืออยู่ไหน

“พวกเจ้าเก็บแอปเปิ้ลมาเยอะขนาดนี้ ข้าคิดว่าถ้าเอามาทำพายให้พวกเจ้ากินตอบแทนที่ช่วยซ้อมบ้านให้ข้าคงจะดี พวกเจ้าต้องชอบแน่ๆ”เขาหัวเราะเบาๆเมื่อได้ยินเธอบอกอย่างมีความสุข ในขณะที่เขากำลังเลือกแผ่นไม้และของจำเป็นอื่นๆ

“ข้าจะออกไปซ้อมหน้าต่าง ท่านช่วยอยู่ดูแลนางหน่อยได้ไหม บางทีนางอาจจะต้องการให้ท่านหยิบถ้วยให้”เขาหันไปบอกอีริคที่ได้แต่ยืนนิ่งๆอยู่ตรงประตู ซึ่งมันทำชายหนุ่มถลึงตาใสเขาทันที

“ใครจะอยากไปช่วยทำแอปเปิ้ลพายอย่างกับพวก….”และเสียงทุ้มต่ำก็หยุดพูดทันทีเมื่อหญิงชราเดินเข้ามาใกล้ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“ข้าขอแรงเจ้าคนหนึ่งมาช่วยข้าทำหน่อยได้ไหม ข้าจะสอนให้ทุกขั้นตอนเลย”เธอพูดออกมาอย่างมีความสุข ซึ่งอีริคก็เพียงแค่หันหน้าหนีเล็กน้อยปล่อยให้เป็นหน้าทีของฮาลในการพูด

“เขาจะช่วยท่านแน่นอน เขาจะตามท่านไปแน่ๆข้ารับรอง”ฮาลบอกซึ่งหญิงชราก็เดินกลับไปพร้อมกับฮัมเพลงสมัยที่เขายังเป็นเด็กๆ ต่างกับสีหน้าของอีริคที่แทบจะกัดคอเขาอยู่แล้ว

“ฮาล!”เสียงทุ้มต่ำคำรามออกมาอย่างน่ากลัว ซึ่งฮาลก็เพียงแค่แสร้งทำเป็นไม่สนใจ

“ท่านต้องมีมารยาทและความนุ่มนวลแก่เหล่าสตรีอีริค แถมนางยังแก่มากแล้วด้วย ท่านจะทำให้นางเสียใจได้ลงคอเชียวหรือ?”เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงกึงๆตัดพ้อ ซึ่งอีริคก็เพียงแค่ทำท่าเหมือนพยายามพูดอะไรบางอย่าง

“ข้า…ไม่ทำขนมฮาล ข้ากิน ข้าไม่ทำ….มันเป็นงานของเหล่าสตรีที่ต้องทำอาหาร ไม่ใช่ข้า!! เจ้าไปช่วยนางทำขนมข้าจะไปซ้อมประตู”เขาหรี่ตามองร่างสูงใหญ่ที่แทบจะแยกเขี้ยวอยู่ตลอดเวลา

“อย่างน้อยๆท่านก็ควรจะพูดจาดีกว่านี้ท่านทำอย่างกับจะบีบคอข้าในน้ำเสียงของท่าน”เขาบอก ซึ่งอีริคก็เพียงแค่หันหน้าหนีอย่างไม่พอใจ

“มันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั่นแน่นอนอีริค เชื่อข้าสิ ท่านแค่ไปยืนช่วยนางถือถ้วยหรือช่วยนางหยิบน้ำเชื่อม ข้ามั่นใจว่าแค่นี้ท่านก็สมชายชาตรีมากพอแล้วอีริค ช่วยเหล่าสตรีคืองานของบุรุษน่ะ”เขาพยายามพูดเสียงเบาอย่างโน้มน้าวสุดๆ แม้ว่าใบหน้าคมกำลังขบกรามแน่นก็ตาม เขาไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือว่าเห็นใจกันแน่ แต่เมื่อเห็นอีริคไม่พูดอะไรเขาจึงหยิบอุปกรณ์และหันหลังเพื่อเดินออกจากบ้าน แต่กลับถูกมือใหญ่แข็งแรงคว้าท่อนแขนเอาไว้ เขาจึงต้องหันมามองคนตัวสูงอีกครั้ง

“คนแบบเจ้ามันไม่มีปัญญาซ้อมแม้แต่ประตูหรอกฮาล พวกขุนนางควรจะไปทำอะไรหยุมหยิมเสียมากกว่า”เสียงทุ้มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงดูถูกเต็มที ทำให้เขาอ้าปากค้างเล็กน้อยแม้ว่าในสายตาของอีริคจะแทบเต็มไปด้วยแววขอร้อง

“อีริค…ข้าพูดจริงๆน่ะว่าท่านต้องอ่อนโยนให้มากกว่านี้ ถ้าท่านต้องการอะไรท่านควรจะใช่คำขอร้องไม่ใช่คำพูดราวกับจะขู่ฆ่าข้าแบบนี้”เขาขู่ออกมาแสดงให้อีกคนรู้อย่างชัดเจนว่าไม่พอใจ ซึ่งอีริคก็เพียงแค่ทำหน้าราวกับกลืนอะไรผิดสำแดงเข้าไป

“ข้าพยายามอยู่ไงเล่า…ข้ากำลังพยายามบอกให้เจ้าไปช่วยนาง ทำไมเจ้าถึงปัญหาเยอะนักน่ะ”อีริคพูดออกมาพลางถลึงตาใส่เขา ซึ่งนั่นทำให้เขาถอนหายใจยาวอย่างจนใจพลางแส่หน้าหนีไปอีกทาง เขายังไม่พูดอะไรแต่ก็ไม่ขยับไปไหนทั้งยังไม่ยอมมองหน้าชายตัวสูงด้วยซ้ำ ทำให้อีริคแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างใช่ความคิด

“ฮาล..”เสียงทุ้มพูดเบาๆ “…ข้าไม่เคยทำอาหารฮาล ข้าทำได้แค่แล่เนื้อและปิ้ง ย่าง หรืออะไรก็ตาม และข้าไม่แน่ใจว่าจะทำให้บ้านนี้ไฟไหม้หรือเปล่า ข้าสาบานฮาล…เจ้าไปช่วยนางและข้าจะไปซ้อมทุกอย่างที่มันควรจะต้องซ้อมแซม ข้าจะทำให้ทุกอย่างอยู่ทนทานไปอีกเป็นร้อยปี เพียงแค่เจ้าช่วยเดินไปหานางก่อนที่นางจะเดินมาลากข้าไปเอง”ชายหนุ่มนึกอดยิ้มอยู่ในใจกับน้ำเสียงราวกับไม่มีทางเลือกของอีริค นั่นทำให้เขาหันมามองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มนิดๆ อย่างน้อยๆนี้ก็เป็นครั้งแรกที่อีริคพูดออกมาในแนวขอร้อง? อย่างน้อยมันก็ใกล้เคียงอะไรแบบนั่นที่สุดแล้ว

“อย่างน้อยมันก็ใกล้เคียงกับคำว่าขอร้องใช่ไหม?”เขายิ้มออกมานิดๆ

“ขอร้องหรือ!!? คนอย่างข้า-“

“อีริค…ข้าไม่ได้ดูถูกท่าน ข้าแค่อยากจะบอกว่าข้าดีใจที่ท่านยอมพูดดีๆกับข้าบ้าง ก็เท่านั่น”ฮาลพูดออกมาเสียงเบาอย่างเอาใจ นั่นทำให้อีริคแค่หยุดมองสบตาเขาอยู่เนินนาน ราวกับต้องการพูดอะไรบางอย่างทีมีความหมายมากๆ แต่ปากหยักก็ปิดลงไป

“..ถึงยังไงข้าคงจะมารักสงบแบบเจ้าไม่ได้นักหรอกฮาล”เสียงทุ้มพูดออกมา

“เขาเรียกว่า…ความใจเย็น อีริค”ฮาลยิ้มออกมานิดๆเมื่อเห็นสายตาคมกริมที่มองกลับมายังตน

“ข้าว่ามันไม่เหมาะกับข้าแต่เหมาะกับเจ้ามากกว่า เหมือนพวกดอกไม้สีขาว”ร่างสูงว่าด้วยน้ำเสียงที่เขาบอกไม่ถูก แต่อะไรบางอย่างมันทำให้เขาขนลุกขึ้นมายามที่นิ้วเรียวแข็งแรงของฮาลจนใจลากผ่านมือของเขาไปในยามหยิบกล้องเครื่องมือทั้งหมดมาจากมือเขา ราวกับสื่อความหมายอะไรบางอย่างที่ทำให้เขานึกถึงความอ่อนโยนของอีริคเมื่อคืนนี้ มันทำให้เขาหน้าแดงขึ้นมาและรีบเดินกลับไปยังหญิงชราตัวเล็กเพื่อซ้อนใบหน้าของตัวเองเอาไว้

เกี่ยวกับ jrasmason

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะค่ะ บล็อกนี้จีนจะลงเป็นFictionหรือว่าเป็นAUนะค่ะ คู่หลักก็จะเป็นHiddleswothและคู่อื่นๆอีกตามแต่อารมณ์ค่ะ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบและสนุกกับนิยายที่จีนเขียนนะค่่ะ ขอบคุณค่ะ //จุ๊บๆ
เรื่องนี้ถูกเขียนใน In The Wood, Z All Fiction และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s