[FIC] Hiddlesworth [EricXHal]#9 In the wood [END]

 

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

C : Eric(Chris H.) X Hal(Tom H.)

R : T

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

 

********************************

 

ฮาลรีบเดินมาอย่างรีบร้อนหลังจากที่รู้ข่าวว่าท่านอาของเขากำลังกลับมาที่เมือง เขายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่แต่ตอนนี้เขากำลังจะบ้าตายอยู่แล้ว แถมตอนนี้เบนก็ไม่อยู่เพราะจู่ๆก็ออกไปต่างเมืองซึ่งเขาไม่รู้ว่าไปไหน และตอนนี้เขากำลังรีบร้อนไปหามาร์ตินที่บอกว่าจะมาเจอกับเขาที่ชายป่า และเขากลัวมากว่าหากท่านอาของเขารู้เข้าละก็จะทำอะไรๆไม่ดีกับเพื่อนๆของเขา รวมทั้งชาวเมืองของเขาด้วย มันทำให้เขากลัวและกังวลเอามากๆจนทำให้อดคิดถึงเรื่องร้ายแรงต่างๆไม่ได้ ชายหนุ่มมองดูโดยรอบเพื่อหาชายหนุ่มผมสีทองอ่อนตัวเล็กกว่าที่ควรจะต้องมารออยู่ตรงนี้ แต่ก็ยังไม่มาซักที บางอย่างมันก็ทำให้เขาใจเสียแต่เขาก็ยังคงยืนรออยู่ตรงนั่น

ดวงตากลมสีสวยหันไปมองทันทีเมื่อได้ยินเสียงใบไม้ขยับ แต่เขาก็พบเพียงความว่างเปล่าจนมือเรียวเอื่อมลงมายังมีดพกที่อยู่ตรงช่วงเอวช้าๆ เตรียมพร้อมในทุกอย่างหากว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก ฮาลสูดหายใจเฮือกใหญ่เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าจากทางด้านหลังทำให้เขาเหวี่ยงมีดลงไปที่สิ่งนั่นทันที แต่ชายหนุ่มก็ต้องพยายามเอี้ยวตัวหลบสุดชีวิตเมื่อสิ่งนั่นขยับหลบใบมีดเขาอย่างว่องไวตามด้วยท่อนแขนแข็งแรงรัดรอบตัวเขาไว้จนฮาลพยายามจะร้องออกมา แต่ก็ถูกมือหยาบของใครเอื่อมมาปิดริมฝีปากของเขาจนฮาลเกือบหายใจไม่ออก ทั้งยังถูกบังคับให้ใบหน้าเริดขึ้นจนชายหนุ่มเจ็บไปหมด

“ท่านขุนนาง…ในที่สุดก็เจอตัวท่านซักที”ดวงตาสีเขียวพยายามหันไปมองชายร่างใหญ่ที่ส่งกลิ่นตัวฉุนจนเขาอยากจะคลื้นไส้ ยิ่งลมหายใจร้อนที่อยู่บนตัวเขามันยิ่งทำให้เขารู้สึกแย่จนต้องพยายามดิ้นอีกครั้ง แต่ก็ถูกมือหยาบนั่นบีบแขนเขาแน่นบังคับให้ปล่อยมีดจากมือ

“นายข้าแทบเป็นบ้าแนะรู้ไหมที่จู่ๆท่านหายตัวไป ข้าละสงสัยใสจริงๆว่าทำไมเขาต้องรีบตามหาตัวท่านขนาดนี้ แปลกใจหรือเปล่าที่ทำไมข้าเจอตัวท่านไวขนาดนี้…สหายของท่านตอนนี้อยู่ในคฤหาสน์ของท่านในตอนนี้ ถูกนายข้าจับตัวไปตั้งแต่เมื่อเช้า”แล้วแทบจะน้ำตาเล็ดเมื่อได้ยินเสียงแหบของอีกฝ่ายพูดอยู่ข้างๆหู ทำให้เขาแทบจะร้องไห้ออกมากับแรงกัดเบาๆจากริมฝีปากอีกฝ่าย หัวใจเขาแทบจะกระตุกวูบเมื่อนึกถึงเพื่อนของเขาที่ถูกจับอย่างที่เขาคิด แถมตอนนี้สถานการณ์เขายังไม่สู้ดีเลยแม้แต่น้อย และเขามั่นใจว่าไม่มีคนมาช่วยเขาแน่ๆเพราะอีริคบอกเขาว่าจะขี้ม้าออกไปที่ชายป่า ก่อนหน้าที่เขาจะรู้เรื่องว่าท่านอาเขากลับมาเพียงแค่ไม่ถึงครึ่งชัวโมง

“ท่านคงไม่รู้หรอกว่าท่านน่ะน่าชมเชยแค่ไหนท่านขุนนาง ข้ารับรองว่าจะไม่บอกอะไรท่านอาของท่าแน่นอน”ชายหนุ่มได้ยินเสียงหัวเราะหื่นกระหายมาจากทางด้านหลัง ก่อนที่เขาจะถูกบังคับให้คุกเขาลงไปบนพื้นจนเขาเจ็บไปหมด ทั้งยังถูกเชือกที่มาจากไหนไม่รู้จับมือของเขามัดเอาไว้จนเขานิ่วหน้าเพราะความเจ็บ

“ข้าจะฆ่าเจ้า!”เขาขู่เสียงดังเมื่อถูกดันลงไปไปจนใบหน้าติดกับพื้นดิน ในระหว่างที่เขาดิ้นอย่างแรงแต่ก็ขยับไม่ได้แม้แต่น้อยเมื่อชายอีกคนที่เขาพึ่งเห็นใบหน้าชัดๆ ทำให้เขาเริ่มกลัวจริงๆขึ้นมาทุกทีเพราะสายตาที่มองมายังเขามันไม่มีความเมตตาเลยแม้แต่น้อย มีแต่เพียงแววหื่นกระหายจนหัวใจเขากระตุกวูบ ยิ่งพยายามขยับมากยิ่งขึ้นเมื่อถูกมือหยาบพยายามกระชากกางเกงเขาลงมาพร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างพอใจจนเขาแทบอยากจะร้องไห้ นึกเจ็บใจตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้มากไปว่าพยายามดินแบบนี้ แถมมือของมันยังคงกดที่ลำคอด้านหลังเขาไว้จนใบหน้าเขาแนบกับพื้นดินมากกว่าเดิม เขาหายใจไม่ออกเมื่อทหารรับจ้างไม่ยอมผ่อนแรงแม้แต่น้อย

“น่าท่านขุนนาง ให้คนจนๆอย่างข้ามีบุญซักครั้งเถอะ ข้ามั่นใจว่าท่านต้องหวานมากแน่ๆ”ฮาลอดคลื้นไส้ไม่ได้เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดขณะที่สายตาน่าขนลุกนั่นมองมายังสะโพกกลมของเขาที่ถูกแรงกระชากจนกางเกงลงไปกองอยู่ตรงช่วงต้นขา และอะไรหลายๆอย่างมันยิ่งแย่เข้าไปใหญ่เมื่อฮาลสังเกตเห็นว่ามือหยาบอีกข้างของมันกำลังพยายามปลดกางเกงอย่างรีบร้อน ซึ่งเขาเองต้องเบือนหน้าหนีทันทีในยามที่เห็นร่องรอยความต้องการที่แสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้เขาทั้งโกรธและเจ็บใจไปในคราวเดียวที่ไม่มีปัญญาแม้แต่จะดิ้นขัดขืนในยามนี้ มันทำให้เขาออกแรงถีบออกไปอย่างจังจนมันโดนเข้ากับหน้าท้องของอีกฝ่าย เรียกเสียงคำรามอย่างโกรธจัดมาจากคนที่กำลังพยายามลุกขึ้นอย่างงุ้งง้าน ตรงมายังเขาที่กำลังลุกขึ้นเพื่อหาทางหนี

“ร้ายนักน่ะ!”ฮาลถมน้ำลายใสอีกฝ่ายอย่างโกรธจัดเมื่อถูกแรงกระชากจนเขาเซกลับมา และมันเหมือนจะยิ่งทำให้อีกฝ่ายโกรธมากเข้าไปใหญ่ในยามที่กระแทกเขาให้นอนราบลงกับพื้นจนเขานิ้วหน้า ใช่มือหนึ่งดึงขาเขาออกจากกางเกงหนัง บังคับให้เขาอ้าขาออกกว่าเมื่อมันสอดตัวเขามาตรงกลางระหว่างตัวของเขา จนชายหนุ่มแยกเขี้ยวขู่อีกฝ่าย ทั้งกลัวและโกรธในเวลาเดียวกันเมื่ออยู่ในสภาพนี้แม้เขาจะดิ้นแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อย ทั้งยังพยายามไม่มองลงไปยังลำตัวของอีกฝ่าย

“เลิกดิ้นซักที!!!! ยอมข้าเถอะน่า ข้าละเบื่อจริงๆพวกขุนนางที่คิดว่าตัวเองสูงส่งจนคนธรรมดาแตะต้องไม่ได้”ฮาลอ้าปากค้างไว้ราวกับไม่มีเสียงในยามที่ถูกมือหยาบต่อยเข้าอย่างแรงจนเห็นรอยเลือดที่มุมปาก มันทำให้เขาเจ็บจนชาไปครึ่งหน้า แต่ที่ยิ่งกว่านั่นคือเสียงหัวเราะอย่างพออกพอใจกับมือหยาบทั้งสองที่เปลี่ยนเป็นจับขาของเขาให้อ้าออกจากกันมากยิ่งขึ้น

“หยุด…ได้โปรด…”เขาไม่รู้ว่าเขาพูดออกไปเพื่อเปลี่ยนใจอีกฝ่ายได้หรือไม่ แต่ตอนนี้เขาแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้วในยามที่รู้สึกถึงมือหยาบที่ทำให้เขารู้สึกแย่เอามากๆ และมันกำลังลูบอยู่ตรงต้นขาของเขาไล่ลงมาจนเขาต้องพยายามหดตัวหนี

“ข้าจะทำให้ท่านครางหวานๆเองท่า-“ฮาลร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อเห็นปลายมีดแหลมทะลุออกมาจากหน้าอกของอีกฝ่าย จนชายหนุ่มเผลอถอยตัวหนีอัตโนมัติเมื่อร่างของทหารรับจ้างทำท่าจะร่วงใส่เขาแต่ก็ถูกมือหนึ่งเอื่อมมาจิกผมอีกฝ่ายเอาไว้ ซึ่งนั่นทำให้ฮาลเห็นว่ามีชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ข้างหลังของอีกฝ่าย

“สวะชั้นต่ำแบบเจ้าไม่มีวันได้ยินเสียงของฮาลหรอก”ฮาลกลืนน้ำลายเฮือกเมื่อได้ยินเสียงทุ้มที่บงบอกแววอาฆาตอย่างชัดเจนจนเขาอดใจสั่นไม้ได้ กับใบหน้าคมทีเขาสาบานได้ว่าไม่เคยเห็นอีริคโมโหใครขนาดนี้มาก่อน สายตาคมกริบมองอีกฝายด้วยสายตารังเกียจอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะดึงมีดออกจากหัวใจของมันและเหวี่ยงร่างอีกฝ่ายทิ้งไม่ไม่ให้มีส่วนใดมาโดนร่างกายของชายหนุ่มผมสีอ่อนบนพื้นแม้แต่น้อย

“มันทำอะไรเจ้า”เขาสะดุ้งขึ้นมาอย่างตกใจเมื่อได้ยินเสียงทุ้มคำรามอย่างโกรธแค้น พร้อมกับคนร่างกายกำยำที่รีบปรี่เข้ามาใกล้เขาที่พยายามลุกขึ้น นึกอายที่ไม่สามารถปิดบังร่างกายตัวเองได้มากกว่าการนั่งชันเข่าเพราะถูกมัดมือไขว้หลังไว้แบบนี้

“ข้า..ข้า..”เขาพยายามรวบรวมคำพูดเมื่อสายตายังคงค้างอยู่ที่ใบหน้าของทหารรับจ้างที่เปิกตาค้างไว้อยู่ แต่ก็ถูกมือหยาบอบอุ่นรั้งใบหน้าเขาให้กลับมาสบตา

“มันทำอะไรเจ้าฮาล! ข้าสาบาน บอกข้าว่ามัน-ทำ-อะไร”เขาแทบจะน้ำตาคลอออกมาเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำถามเขา แม้ว่ามันจะมีแต่แววโทษะแต่กลับเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและสับสน

“ม-ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีริค มันแค่พยายาม…พยายาม…จะ…”ฮาลรู้สึกราวกับว่าเสียงตัวเองหายไปเมื่อถูกท่อนแขนแข็งแรงรั้งเข้าไปสู่อ้อมกอดอบอุ่นอย่างหวงแหน

“ข้าสาบานฮาล ข้าจะฉีกมันเป็นชิ้นๆด้วยมือของข้าเอง หากว่ามันไม่ตายไปแล้ว ถ้าข้าทำได้ข้าจะให้มันฝื้นและฆ่ามันอีกเป็นพันๆครั้งที่บังอาจใช่มือสกปรกแตะต้องเจ้า”อีริคพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือราวกับระงับแรงอารมณ์ที่ประทุอยู่ในใจ ทั้งยังรอยจูบอบอุ่นที่พล้ำจูบลงบนต้นคอและหัวไหลของเขา ทั้งยังท่อนแขนและมือหยาบแข็งแรงที่กระชับตัวเขาให้แน่นขึ้นจนเขาต้องเริดใบหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อหายใจให้มากขึ้น

“ข้าไม่เป็นไรอีริค”เขากระซิบออกมาได้เพียงแค่เสียงแผ่วเบา เมื่อความรู้สึกในอกมันแทบจะให้เขาสำลักความสุขอยู่แล้ว ทั้งยังความโลงอกจนเขาเผลอของคุณพระเจ้าไม่รู้กี่ครั้งต่อที่ทำให้อีริคมาช่วยเขาทัน

“ข้าไม่อยากจะเชื่อจริงๆที่เจ้าถูกจับอีกแล้ว แล้วมันเกิดเรื่องบ้าอะไรเจ้าสวะนั่นถึงได้กล้าจับเจ้ามัดแบบนี้ แถมยังกล้าเห็นเจ้าในสถาพแบบนี้อีก”ชายหนุ่มแทบจะอดอุทานออกมาไม่ได้เมื่อถูกมือหยาบตะปบเข้าที่สะโพกกลมของเขา ทั้งยังอีกมือหนึ่งที่แกะเชือกที่ไขว้มือทั้งสองข้างของเขาอยู่ที่ด้านหลัง จนในที่สุดมือเขาก็เป็นอิสระ

“อ-อีริคเดียว ใจเย็น..ข้า..”ฮาลพยายามพูดทั้งยังเอื่อมมือออกไปคว้าไหลกว้างของอีริคในยามที่เขาถูกยกตัวขึ้น ส่วนมือหยาบก็กำลังวุ่นวายอยู่กับการใส่กางเกงหนังกลับคืนให้เขา

“เจ้าช่วยพูดอะไรให้ข้าใจเย็นกว่านี้ได้ไหม ก่อนที่ข้าจะลุกกลับไปฉีกศพของมันเป็นชิ้นๆ”อีริคขบฟันแน่นเมื่อเงยขึ้นมาเห็นรอยเลือดที่มุมปากของเขา พร้อมกับมือหยาบที่ค่อยๆเช็ดรอยเลือดออกอย่างแผ่วเบา

“ข้าอยากไปจากที่นี้อีริค…พาข้าออกไปที”เขาไม่รู้ว่าเขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเกินไปหรือเปล่า แต่ตอนนี้เขาแทบจะไม่มีแรงอยู่แล้ว เขากลัวมากและเขาจะต้องกลับไปช่วยมาร์ติน มันทำให้อีริคมองหน้าเขานิ่งราวกับใช่ความคิด

“ข้าจะไม่ยอมให้เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าอีก”เขาได้ยินเสียงอีริคพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ก่อนที่ท่อนแขนแข็งแรงจะรั้งให้เขาลุกขึ้นมาจนทำให้ฮาลรู้สึกว่าขาเขามีแรงน้อยกว่าที่คิด

/*/

“ข้าจะต้องกลับไปที่บ้านข้า มาร์ตินถูกจับไป ท่านอาข้ารู้แล้วว่าข้าอยู่ที่นี้และถ้าข้าไม่ไปละก็มาร์ตินต้องถูกฆ่าแน่”ฮาลพูดขึ้นมาในที่สุดหลังจากที่เขาทั้งคู่ออกมาจากชายป่า โดยที่ตอนนี้เขาเปลี่ยนมาอยู่ห่างออกจากตัวเมืองมากยิ่งขึ้นเพราะระหว่างทางอีริคบอกเขาว่า ในตอนที่ขี้ม้าออกไปเห็นทหารของท่านอาของเขา พอกลับมาที่บ้านของเบนก็เต็มไปด้วยทหารพวกนั่นแล้ว เขาจึงตัดสินใจตามหาฮาลที่เขาคิดว่าน่าจะหลบมาทางป่าแถมนั่น นับว่าโชคดีที่ชายตัวสูงไปเจอเขาพอดี

“เจ้ายังจะอยากตายอยู่หรือยังไงฮาล”ฮาลเงยหน้ามองร่างสูงใหญ่ที่สำรวจโดยรอบ แต่เขาไม่แคร์และเขาจะต้องเข้าไปช่วยมาร์ติน

“ข้าจะไปช่วยเพื่อนของข้า ข้าต้องทำอีริค เขาลำบากเพราะข้าและข้าปล่อยไปไม่ได้”

“ฟังให้ดีฮาล ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าไปเสี่ยงอันตรายที่ข้ามันใจว่ามันมีแน่ๆ เจ้าจะถูกจับทันทีที่เขาเห็นตัวเจ้า และความพยายามทั้งหมดจะเสียเปล่า เจ้าจำไอ้ระย่ำที่มันพยายามล่วงเกินเจ้าไม่ได้หรือ ถ้ามันรู้ว่าเจ้าอยู่ไหน คนอื่นต้องรู้และพยายามตามหาเจ้า”เขาสบตาคมกล้าของอีริคนิ่ง เขาเห็นแววเป็นห่วงปรากฏอยู่อย่างชัดเจนจนเขาใจอ่อนยวบ แต่เขาก็ไม่ขยับไปไหน

“ข้ามีแผนอีริค…ข้ารู้จักทางลัดเข้าไปในตัวปราสาท บ้านของข้าใหญ่มากและมีอยู่สองสามทางที่เชื่อมต่อกัน เชื่อข้าอีริค ท่านอาข้าไม่รู้เรื่องนี้ ข้ามันใจว่ามาร์ตินถูกจับอยู่ที่ไหนซักแห่งในนั่น ข้าจะช่วยเขาออกมาและพาเขาออกมาก่อนที่ใครๆจะรู้ตัว แล้วหลังจากนั่นเมื่อเบนกลับมาเราจะจัดการทุกอย่างต่อ”เขาพยายามพูดเมื่อเห็นสีหน้าของคนตัวสูงที่บึ้งลงอย่างเห็นได้ชัด

“เจ้ามันโง่มากฮาล!!! แผนของเจ้าจะไม่มีทางสำเร็จและเจ้าจะถูกฆ่าตาย”อีริคแยกเขี้ยวใส่เขา ซึ่งฮาลก็ทำได้เพียงแค่ยืนนิ่งๆมองสบดวงตาคมสีฟ้า

“ข้ามันใจว่าข้าจะไม่เป็นอะไร”ฮาลว่า”ถ้าท่านไปกับข้า ข้ามีอันตรายใดจะทำอะไรข้าได้”เขาพูดต่อ มือบางวางลงบนท่อนแขนของอีริคอย่างแผ่วเบา โดยที่ยังคงมองดวงตาคมกล้าด้วยแววขอร้อง อีริคยังคงนิ่งอยู่แบบนั่นมองใบหน้าหวานอย่างชั่งใจพลางหันหน้าไปทางอื่น

“เจ้ารู้ว่าไม่ว่ายังไงข้าจะต้องไปกับเจ้าอยู่แล้ว เพราะเจ้ารู้ว่าข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าไปเจอกับเรื่องอันตรายคนเดียว”อีริคพูดขึ้นมาในที่สุดหลังจากเงียบมานาน มันทำให้เขาอดอมยิ้มออกมาไม่ได้กับคำพูดของชายตัวสูง ที่ไม่รู้ว่าอีริคหมายความอะไรเป็นพิเศษไหม

/*/

ทั้งสองคนแอบลอบเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่ หลังจากที่อ้อมเมืองไปนานพอสมควร หลังจากที่ออกมาได้ไม่นาน อีริคก็จัดการจับทหารคนหนึ่งเพื่อมาคาดคั้นว่ามาร์ตินอยู่ไหน และได้ความว่าชายหนุ่มเพื่อนของเขาถูกขังเอาไว้ที่ห้องนอนของฮาล เพื่อจะใช้เป็นเหยื่อล้ออย่างที่อีริคพร้ำบอกเขามาตลอดทาง ซึ่งเขาก็ทำได้เพียงระวังเป็นพิเศษแค่นั่น ก็ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วจะไปทำอะไรได้มากนอกว่าทำสิ่งที่ทำอยู่ต่อไป เขาต้องพามาร์ตินออกมาให้ได้ ทั้งๆที่คิดอยู่แท้ๆว่าทำไมเบนถึงหายไปในตอนแบบนี้ บางอย่างทำให้เขาเริ่มคิดไปในแง่ร้ายมากยิ่งขึ้นว่าเพื่อนของเขาจะเป็นอะไรไหม ทำให้เขาร้อนใจมากขึ้นทุกทีเขาไม่อยากให้ทุกคนเป็นอันตรายเพราะเขา ไม่อยากให้ใครเป็นอะไรทั้งนั่น ยิ่งเพราะเขายิ่งไม่อยากเข้าไปใหญ่

ฮาลสูดหายใจเฮือกเมื่อออกมาถึงทางเดินยาวที่มีเพียงยามเฝ้าเพียงสองคนเท่านั่น และถัดไปก็เป็นห้องนอนของเขาเอง ที่มียามอีกสองคนยืนอยู่ การคุ้มกันแน่นหนาขนาดนี้เขาจะทำยังไงให้ผ่านไปได้น่ะ ชายหนุ่มคิดอย่างหนักแต่ก็แทบจะสมาธิหายไปเมื่อหันมาพบกับใบหน้าหล่อเหล่าที่อยู่ห่างจากเขาไม่มากนัก มันทำให้เขาเผลอหยุดหายใจไปพักหนึ่งเมื่ออีริคก้มลงมาใกล้

“ห้องเจ้าอยู่ตรงนั่นใช่ไหม ข้าเห็นทหารเต็มไปหมด”อีริคกระซิบเบาๆพลางมองสำรวจโดยรอบ

“จะทำยังไงถึงจะผ่านพวกทหารไปได้”เขาถอนหายใจยาวอย่างจนปัญญา แต่อีริคก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเจ้าหัวหันไปพบเชิงเทียนยาวที่วางอยู่ข้างๆ

“หลบอยู่ตรงนั่นก่อนฮาล ข้าจัดการเอง”เขาอยากจะรั้งอีริคเอาไว้แต่คนตัวสูงก็แอบย้องขยับไปอีกฝั่งอย่างรวดเร็วจนเขาคิดว่าอีกฝ่ายคงจะชำนานการพอสมควร ไม่นานนักเขาก็เห็นว่าอีริคหายไปแล้วและเขาแทบจะรีบขยับหลบแทบไม่ทันเมื่อเห็นทหารสองคนที่เฝ้าอยู่ตรงทางเดินวิ่งไปตามทางที่อีริคหายไป จนกระทั่งผ่านมาซักพักอีริคก็กลับมาโดยที่เขาตาโตขึ้นมาเล็กน้อยในยามที่เห็นชายหนุ่มหอบนิดๆ

“ท่านฆ่าทหารไม่ได้น่ะ”เขาร้องเสียงเบา

“ไม่ได้ฆ่าฮาล ข้าทำให้พวกนั่นสลบไป”ชายหนุ่มบอก”แต่อีกสองคนหน้าห้องนอนเจ้าฆ่าเลยได้ไหม”

“ไม่อีริค ยังไงเขาก็เป็นทหารของข้าน่ะ”อีริคหันมามองเขาด้วยสายตาไม่พอใจเล็กน้อย ก่อนจะเอื่อมมือออกไปหยิบเชิงเทียนยาวที่ว่างอยู่ใกล้ๆมาถือ ก่อนที่คนตัวสูงจะลุกขึ้นโดยที่รั้งเขาให้ขึ้นมาด้วย

“ทหารของเจ้าไงฮาล”อีริคยกยิ้มเพียงเซี่ยววิก่อนจะผลักให้ชายหนุ่มออกไปตรงทางเดินโลง ซึ่งฮาลแทบจะตาโตขึ้นมาเมื่อทหารสองนายหันมามองทางเขา และเริ่มวิ่งตรงมายังเขาพร้อมกับดาบยาวในมือ แต่ก่อนที่ทั้งหมดจะเข้ามาถึงตัวเขาอีริคก็ออกแรงพาดเชิงเทียนไปเต็มที่จนทั้งสองคนล้มลงไปทันที และเขาก็แทบจะถลาเข้าไปดูอาการว่าทหารที่น่าสงสารทั้งสองคนไม่เป็นอะไร

“ท่านใจร้ายมากอีริค”ฮาลร้องออกมาในขณะลูบใบหน้าของทหารหนุ่มทั้งสองอย่างเป็นห่วง ซึ่งนั่นทำให้อีริคคว้าแขนเขาไว้และรีบพาตัวเขาตรงไปยังห้องนอนของเขาเองทันที

หลังจากที่พยายามเปิดประตูแต่มันก็เปิดไม่ได้ จนทำให้อีริคอาศัยเล็กชิ้นเล็กขึ้นมาเสดากลอนประตู และมันก็ออกอย่างง่ายดายจนเขาอดหรี่ตามองอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ก็ปัดความคิดแปลกๆออกไปเมื่อทั้งสองคนเข้ามาในห้องนอนของเขาแล้ว ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ต่างกันตรงที่ว่ามีมาร์ตินเพื่อนของเขาถูกจับมัดอยู่บนเตียงกว้าง และเจ้าตัวก็แทบจะร้องออกมาเมื่อหันมาพบกับเขา ทำให้ชายหนุ่มรีบถลาเข้าไปกอดเพื่อนรักของเขาอย่างเต็มแรง

“เจ้ามาทีนี้ไม่ได้ฮาล อาของเจ้าเขาบ้าไปแล้ว เขาจะจับเจ้าไป เจ้าไม่ควรมาทีนี้”มาร์ตินพูดออกมาอย่างกังวลในยามที่เขาพยายามแกะเชือกที่มัดอยู่

“ข้าไม่เป็นไรมาร์ติน ข้าจะพาเจ้าออกไปจากที่นี้”เขาพูด

“แล้วเบนล่ะ เขาอยู่ไหน…โอ้ไม่…ข้าไปไม่ได้ฮาล อาเจ้าเขาบอกว่าถ้าข้าหายไปเขาจะเริ่มฆ่าชาวเมืองทีละคน ชาวเมืองของท่านฮาล เพื่อล่อให้ท่านออกมา”เขาใจกระตุกวูบลงมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงชายหนุ่มพูด นั่นทำให้เขาเผลอชะงักมือไปแปปหนึ่ง แต่เขาก็รีบลุกขึ้นมาทันทีเมื่ออีริคขยับตัวเข้ามาบังตัวเขาและมาร์ตินเอาไว้ พร้อมยกดาบเล่มยาวขึ้นมาในยามที่ประตูห้องถูกเหวี่ยงเปิดอีกครั้ง

“ฮาล..ฮาลของข้า”เขาแทบจะหายใจไม่ออกเมื่อปรากฏร่างของชายแก่ที่เป็นท่านอาของเขาเอง พร้อมกับทหารอีกห้านายที่ยืนอยู่ข้างหลัง บางอย่างทำให้อีริคขยับเข้าใกล้เขามากขึ้นแต่ก็ยังคงยกดาบในท่าเตรียมพร้อมราวกับจะไม่ยอมให้อะไรก็ตามเข้ามาทำอันตรายเขา

“คิดไม่ผิดจริงๆที่จับมาร์ตินผู้ช่วยงานตัวเล็กของเจ้าไว้และเจ้าจะมาช่วย น่าเสียดายที่เจ้านายทหารเบเนดิคของเจ้าไม่อยู่ บางทีมันอาจจะรู้ตัวก็ได้ว่าอยู่ไปก็คงจะมีปัญหา”ราฟาเอลว่า”แถมตอนนี้เจ้าก็มีคนชั้นต่ำคอยช่วยราวกับเป็นพวกสุนัขเดินตามเจ้าของ อยากจะรู้จริงๆว่าอะไรที่ทำให้มันทำงานให้กับเจ้าได้ฮาล”

“ก็สิ่งที่ไอ้แก่อย่างเจ้าพยายามให้ได้มันมาแต่ไม่สำเร็จไงล่ะ”เขาได้ยินอีริคพูดด้วยน้ำเสียงราวกับกุมชัยชนะเอาไว้ เขาไม่รู้ว่าอีริคหมายถึงอะไรแต่มันทำให้ใบหน้าของท่านอาเขาบึงลงอย่างเห็นได้ชัด

“ฆ่ามัน”เขาได้ยินราฟาเอลสั่งทหาร และทั้งหมดก็เตรียมท่าพร้อมจนเขานึกกลัวไม่ได้ เขาไม่ต้องการให้อีริคเป็นอันตรายเด็กขาด

“ไม่!!!!! อย่าทำเขา อย่าทำร้ายเพื่อนของข้า”เขาไม่รู้ตัวว่าตัวเองก้าวขึ้นมาขวางหน้าอีริคตั้งแต่เมื่อไร เขายังคงยืนอยู่ตรงนั่นหอบหายใจเล็กน้อยขณะมองดูทหาร5คนที่จ่อดาบมาที่เขา ขณะที่อีริคยืนคำรามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอยู่ที่ข้างหลัง และเขาไม่แคร์

“อย่าทำร้ายฮาล”เขานึกโล่งใจอยู่บ้างที่ได้ยินเสียงราฟาเอลสั่ง ทำให้ทหารลดดาบลงแต่ชายแก่กลับยกมีดขึ้นมาและเดินมาใกล้

“มานี้สิฮาล มาใกล้ข้าและข้าจะไม่ทำอะไรเพื่อนของเจ้า”เขากลืนน้ำลายเฮือกแต่ก็ยอมเดินเข้าไปใกล้ช้าๆ

“ข้าสาบานไอ้ลูกหมา ถ้าเจ้าแตะต้องฮาลละก็ ข้าจะฆ่าเจ้า”ฮาลได้ยินเสียงอีริคคำรามอย่างโกรธแค้นอยู่ที่ด้านหลังแต่ตอนนี้เขาแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เมื่อรู้สึกถึงมือหยาบของชายแกที่แตะลงมาบนต้นคอของเขาไล่ขึ้นสูงสู่ใบหน้าของเขาลูบเบาๆราวกับเขาเป็นงานศิลปะชั้นดี

“เจ้าไม่จำเป็นต้องหนีข้าอีกแล้วฮาล ยอมเสียเถอะ ข้าไม่เคยคิดอย่างทำร้ายเจ้าเลยฮาล ถ้าเจ้ายอมอยู่กับข้า ข้าจะให้ทุกอย่างที่เจ้าต้องการ ข้าจะดูแลทีนี้แทนเจ้า จะได้ทุบบ้านโสโครกนี้ที่ไม่เหมาะกับเจ้า ข้าจะสร้างปราสาทฮาล เอาให้ใหญ่ยิ่งกว่าที่อยู่ของกษัทริย์ เจ้ายิ่งดูงดงามแม้ว่าจะเคยผ่านสิ่งสกปรกมา แต่ข้าจะทำให้มันสะอาดด้วยตัวข้า”เขาไม่แน่ใจว่าเขาเข้าใจสิ่งที่ชายแก่พูดไหม แต่เขามั่นใจว่ามันต้องเกี่ยวกับอีริคแน่นอนจากสายตาที่ราฟาเอลมองกลับไปยังชายตัวสูงที่ด้านหลังของเขา

“ทำไมท่านไม่ฆ่าข้าเสียเลย อย่างที่ท่านทำกับพ่อแม่ของข้า”เขาเชิดหน้าขึ้นสูงในยามที่รู้สึกถึงมือหยาบของชายแกที่ไล่ลงบนผิวของเขาผ่านเนื้อผ้าสีขาว ยาวลงมาจนถึงเอวของเขา

“ข้าบอกแล้วว่าถ้าไม่มีพ่อของเจ้าเจ้าจะเป็นใหญ่ฮาล ข้าจะดูแลทีนี้และตัวเจ้าเอง เขาสมควรตายแล้วที่เป็นเพียงแค่น้องชายแต่ท่านพ่อกลับมอบอำนาจให้เขา ข้าควรจะได้เป็นฮาล และเจ้าคือรางวัลของข้า”ฮาลกระพิบตาถี่เมื่อเริ่มจะเข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายพูด เขาเคยสงสัยมาตลอดว่าในยามที่ท่านอาสัมผัสเขาทำไมเขาถึงรู้สึกไม่ดี และมันช่างดูต่างกับที่ท่านพ่อหรือท่านแม่ทำ

“ข้าจะไม่ยอมช่วยเหลือท่าน”เขาพูดออกมาในที่สุด แม้ว่าจะอดใจเสียกับมีดแหลมที่จ่ออยู่ที่คอไม่ได้ มันทำให้สีหน้าของราฟาเอลเปลี่ยนไปก่อนที่ชายแก่จะพยายามพูดอะไรบางอย่าง

“ถ้าเช่นนั่นก็คงเป็นเรื่องจริงสิน่ะสิ่งที่ข้าได้ยินว่าเจ้าวางแผนฆ่าน้องชายของเจ้า ราฟาเอล”ทั้งสองคนเงยหน้าอย่างตกใจเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำน่าเกรงขาม ทำให้เขาเห็นชายอีกคนหนึ่งที่รุ่นราวคราวเดียวกับพ่อของเขา ในชุดเครื่องแบบเต็มยศอย่างทหารในวัง พร้อมกับทหารหลวงอีกหลายคนที่เข้ามาในห้องด้วยจนทำให้ทหารของเขาลดดาบลงและนอนหมอบบนพื้นอย่างยอมจำนน ตามด้วยเบเนดิคที่เดินตามเข้ามาที่หลัง มันทำให้เขาอดใจชื้นไม่ได้

“เอามีดของเจ้าออกจากคอของฮาล ราฟาเอล ก่อนที่ข้าจะตัดหัวเจ้าทิ้งซ่ะ”เขาหายใจได้ทั่วท้องมากยิ่งขึ้นเมื่อนึกได้ว่าชายคนนั่นคือเพื่อนสนิทของท่านพ่อของเขา ในระหว่างที่เบนรีบเดินเขามารั้งตัวเขาให้ออกห่างจากชายแก่ที่ใบหน้าซีดขึ้นมา นั่นทำให้เขาเห็นว่าอีริครีบเดินมายังตัวเขาแม้จะยังไม่เก็บดาบ ส่วนเบนก็รีบถลาเข้าไปหามาร์ตินที่ยืนอยู่หลังสุด

“พวกในวังหลวงมาทำอะไรที่เมืองนี้ไม่ทราบ ทหารชั้นสูงเช่นเจ้าไม่มีงานหรืออย่างไร”ราฟาเอลว่า

“ทหารนายนั่นส่งข่าวไปบอกที่เมืองหลวงว่าเกิดเรื่องขึ้นที่นี้ กษัตริย์ทรงเป็นห่วงเลยส่งข้ามาดู และสิ่งที่ข้าเห็นคือเจ้ากำลังเอามีดจ่อคอหลานชายเจ้าเอง พร้อมกับคำสารภาพที่บอกว่าเจ้าวางแผนฆ่าน้องชายเจ้า ข้ามั่นใจว่ากษัตริย์ต้องอยากรู้แน่ๆว่าเกิดอะไรขึ้น และเจ้าก็ควรจะรู้ดีว่าพระองค์ทรงไม่โปรดการแย้งชิ่งอำนาจนักหรอก”

“มันไม่ใช่ข้าเลยซักนิด โปรดเชื่อข้า…เจ้าพรานป่าชั้นต่ำนั่นต่างหากที่เป็นคนวางแผนทั้งหมด”ราฟาเอลชี้ตรงมายังอีริคที่ยืนอยู่ข้างกายเขา นั่นทำให้นายทหารเหลือบตาขึ้นมามองอีริคอย่างจับผิด พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้เขาแต่ก็ถูกอีริคขยับเข้ามาใกล้เขาและยกดาบขึ้นเพื่อป้องกันเขาเองจนชายวัยกลางคนหยุด

“เจ้ายกดาบใส่ทหารหลวงเชี่ยวหรือ”

“ข้ายกดาบใส่ทุกคนที่กล้าเข้ามาทำอะไรฮาล”อีริคตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่กลัวเกรงแม้แต่น้อย แต่แทนที่เพื่อนของพ่อเขาจะแสดงความโกรธออกมา เขากลับยกยิ้มอย่างพอใจพร้อมกับหันมาทางเขา

“เขาเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นหรือเปล่าฮาล”เขาเหลือบตามองใบหน้าของท่านอาเขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันมาตอบโดยไร้ซึ่งความลังเล

“เขาเป็นคนช่วยชีวิตข้า”เขาพูดออกมา ซึ่งนั่นทำให้ราฟาเอลหน้าซีดลงไปอีกเมื่อนายทหารในวังหันไปสั่งให้ทหารหลวงจัดตัวทุกคนที่เกี่ยวข้องออกไป แต่เขายังคงยื่นอยู่ตรงนั่น มองเขาและอีริค

“ข้าเสียใจด้วยจริงๆฮาล เรื่องที่เกิดขึ้นมันแย่มาก และข้าดีใจที่เจ้ารอดมาได้…เขาเหมือนเป็นพี่น้องของข้าฮาล และข้ารู้ว่าเจ้าเข้มแข็งพอๆกับเขา”ฮาลพยักหน้าเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูด ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมนายทหารชั้นสูงขนาดนี้ถึงรีบมาทีเมืองของเขาเพียงแค่เบนไปบอกเรื่องราวทั้งหมดที่อาจจะไม่มีใครเชื่อก็ได้

“ข้าจะพยายามให้ดีที่สุด”เขาว่า

“กษัตริย์เป็นห่วงเจ้ามาก หากจบเรื่องทั้งหมดแล้วข้าอยากจะให้เจ้าช่วยไปที่เมืองหลวงเพื่อพบพระองค์หน่อย ตระกูลเจ้าเป็นตระกูลที่พักดีมานาน เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเลยทำให้ทรงเป็นห่วง แต่ข้าก็เบาใจเมื่อเห็นว่าเจ้ามีทหารประจำตัวที่ดูจะเป็นห่วงเจ้ามากขนาดนี้”เขาหันไปมองอีริคเพียงเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองชายวัยกลางคน

“เขาไม่ใช่ทหารของข้าหรอก เขาเป็นพรานป่าที่…ข้าจ้างมา”ฮาลพูดออกมาเสียงเบา ทำให้นายทหารมองเขาอย่างวิเคราะห์ ก่อนจะหันไปหาอีริค

“เจ้าถนัดการต่อสู้แบบไหนบ้าง”อีริคมองหน้าอีกฝ่าย ก่อนจะยกมือขึ้นกอดอก

“ถนัดน้อยที่สุดคือหอกกับกระบอง ข้าชอบต่อสู้ระยะประชิด”

“ลูกเมีย”

“ไม่มี”

ทั้งสองคนยังคงยืนจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ทำให้เขาเริ่มคิดว่าอีริคอาจจะมีปัญหาหากแสดงกริยาไร้มารยาทกับท่านทหารจากวังหลวง แต่ชายวัยกลางคนก็ขยับออกมาเล็กน้อย

“วังหลวงต้องการทหารฝีมือดี เจ้าหน่วยก้านดีมาก อยากจะเป็นทหารในวังดูไหมละ”ฮาลแทบจะใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินคำพูดนั่น แต่เขาก็ต้องรีบกลบตาเมื่อทหารหลวงหันมามองเขาเพื่อดูปฏิกิริยา เขาไม่อยากให้อีริคไป แต่เรื่องแบบนี้มันทำอะไรไม่ได้หากว่าชายร่างสูงจะสนใจ เป็นที่รู้กันดีว่าหากเป็นทหารหลวงจะได้ทำงานในวัง รับใช่กษัตริย์ และได้เงินเยอะกว่างานใดๆที่คนสามันสามารถทำได้ และแน่นอนว่าเป็นยากมากแน่ๆ แต่มันไม่ใช่ประเดน เพราะถ้าอีริคยอมรับละก็ เขาจะต้องไปจากทีนี้และมีแนวโน้มสูงมากที่จะไม่มีวันได้เจอกันอีก

“น่าสนใจทีเดียว”อีริคยิ้มรับออกมาแต่เขาแทบจะยิ้มไม่ออกอยู่แล้ว

“ดี…ข้ารับรองว่าเจ้าไปได้ไกลมากแน่ๆ”นายทหารยิ้มออกมา ก่อนที่เขาจะก้มหัวให้กับฮาลเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ตามด้วยเบนและมาร์ตินที่บอกว่าจะทิ้งให้เขาทั้งคู่คุยกันแต่ดูท่าแล้วยังไงๆก็อยากจะแอบหลบไปคุยกันสองคนชัดๆ มันทำให้เขาเงียบไม่ต่างกับร่างสูงใหญ่ของอีกคนที่ขยับไปรอบๆ

“ทหารหลวง”อีริคเบ้ปากเล็กน้อย นั่นทำให้เขาเงยหน้ามองอีกฝ่าย

“ข้ามั่นใจว่าท่านคงชอบ เงินดีมากแถมยังได้อยู่ในเมืองหลวง ที่นั่นราวกับสวรรค์”เขาไม่รู้ว่าพูดออกไปแบบนั่นได้ยังไง เขารู้เพียงแค่เขาไม่อยากให้อีริคไปก็เท่านั่น แต่…เขารั้งอีริคไว้ไม่ได้เหมือนกัน มันก้คงจะเหลือเพียงแค่ร่างสูงแล้วว่าจะเอายังไง

“ถ้าเป็นทหารข้าก็จะได้บ้านซักหลัง ได้ภรรยาอีกซักคนที่พร้อมจะเป็นเมียทหาร ได้ยศ ข้ารับรองว่าระดับข้าต้องขึ้นไปสูงถึงระดับแม่ทัพแน่ๆ”เขาไม่ได้มองหน้าของอีริคว่าอีกฝ่ายแสดงสีหน้าแบบไหนออกมา เขาเพียงแค่เดินไปนั่งลงบนเตียงของเขาอย่างเหนื่อยๆ

“ถ้าเช่นนั่นมันก็ดีแล้ว…ที่ท่านจะไป”เขาว่า ทำให้ทั้งห้องเงียบไปชั่วอึดใจ

“เจ้าคงจะมีความสุขเป็นบ้าเลยใช่ไหม หากคนแบบข้าไปให้พ้นๆเสียที”เขาไม่เข้าใจว่าทำไมอีริคถึงแสดงน้ำเสียงไม่พอใจออกมาขนาดนี้ ทั้งทีควรจะเป็นเขาเองมากกว่าที่ไม่พอใจ

“เดิมทีท่านก็ไม่คิดจะอยู่ที่นี้อยู่แล้ว ท่านเองต่างหากที่คงจะอยากไปเสียเต็มแก่”เขาแทบจะอยากกัดลิ้นตายเมื่อพูดออกไปแบบนั่น เขาไม่อยากพูดแบบนี้! เขาอยากจะบอกให้อีริคอยู่ แต่เขาทำไม่ได้ เขากลัว…กลัวว่าอีริคจะไม่อยู่และเขาจะรั้งอีกฝ่ายไว้ไม่ได้

“…ช้าอยากไปอยู่แล้วฮาล งั้นก็…โชคดีแล้วกันท่านขุนนางผู้สูงส่ง”ฮาลใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำพูดออกมา และเมื่อเขายืนขึ้นอีริคก็จากไปพร้อมกับเสียงประตูที่ปิดลงดังปัง มันทำให้น้ำตาที่เขาพยายามเก็บไว้ไหลออกมาโดยที่เขาไม่อาจจะทำอะไรได้มากกว่านี้ จนร่างสูงเองต้องยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาอย่างไม่แน่ใจว่าเขาร้องไห้ทำไม ทั้งพยายามบอกตัวเองว่ามันดีแค่ไหนแล้วที่อีริคไปตามทางที่ดีมากๆ และเขากับอีริคไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่านายจ้างและลูกจ้าง บางอย่างทำให้เขาแทบจะไม่มีแรงยืนจนต้องพยายามขยับไปใกล้เตียงมากยิ่งขึ้นและนั่งลงไปอย่างหมดแรง เขาไม่สนว่าเขาจะยังร้องไห้อยู่นานแค่ไหน และผ่านมานานแค่ไหนแล้วนับจากทีอีริคออกไปจากห้อง เขากำลังพยายามหายใจเมื่อรู้สึกถึงแรงบีบที่หน้าอก

“ข้ารักท่าน..อีริค”เขากระซิบออกมาอย่างแผ่วเบาในขณะที่ฟุบหน้าลงไปกับฝ่ามือตัวเอง ตอนนี้เขาไม่อยากทำอะไรทั้งนั่น เขาทำได้เพียงแค่บอกตัวเองว่า…เขาทำดีที่สุดแล้ว

เกี่ยวกับ jrasmason

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะค่ะ บล็อกนี้จีนจะลงเป็นFictionหรือว่าเป็นAUนะค่ะ คู่หลักก็จะเป็นHiddleswothและคู่อื่นๆอีกตามแต่อารมณ์ค่ะ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบและสนุกกับนิยายที่จีนเขียนนะค่่ะ ขอบคุณค่ะ //จุ๊บๆ
เรื่องนี้ถูกเขียนใน In The Wood, Z All Fiction และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

1 ตอบกลับที่ [FIC] Hiddlesworth [EricXHal]#9 In the wood [END]

  1. SpicY_SuGar พูดว่า:

    ท….ทำไมจบแบบนี้ งือ TwTท

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s