[FIC] Hiddlesworth [EricXHal]R. #Spe In the wood

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

C : Eric(Chris H.) X Hal(Tom H.)

R : T

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

********************************

ฮาลนั่งนิ่งอยู่ตรงโต๊ะหนังสือตัวยาวของเขา พยายามอย่างหนักเพื่อที่จะดึงสมาธิของตัวเองทั้งหมดให้มาจดจ่ออยู่กับงานที่เขาจะต้องทำ การรวบรวมบัญชีรายรับรายจ่ายของเมือง การส่งเสบียงไปยังเมืองหลวง ติดต่อค้าขายกับต่างเมือง รับเรื่องร้องทุกข์ของเหล่าชาวเมือง จัดการดูแลภายในเมือง ทุกอย่างต้องการให้เขาไปจัดการและมันเป็นไปไม่ได้เลยหากว่าเขายังคงจบความคิดตัวเองอยู่กับชายหนุ่มตัวสูงผมสีเข้ม ที่ป่านนี้อาจจะถึงเมืองหลวงแล้วก็ได้ ก็ในเมื่อมันผ่านมาเกือบจะสามวันแล้ว และเขาก็อดยอมรับไม่ได้ว่าเขาแย่ลงในทุกๆครั้งที่คิดถึงเรื่องของอีริค ยิ่งนับวันเขายิ่งมั่นใจมากขึ้นไปอีกว่าเขารักอีริคหมดหัวใจ และมันแทบจะทำให้เขาเป็นบ้าเมื่อคิดถึงสิ่งที่เขาทั้งคู่พูดกันก่อนจะจากกันไปแบบนี้อย่างน้อยเขาควรจะพูดดีกว่านี้ ควรจะบอกชายตัวสูงว่าเขารู้สึกยังไงและไม่อยากให้อีริคจากไปแค่ไหน และเขาก็ไม่ได้ทำมันจนกระทั้งเวลาผ่านมานานขนาดนี้

แล้วเขาจะทำยังไงได้เล่าในเมื่อเขาไม่อยากขัดขวางความสุขของอีริค คิดดูสิว่าชีวิตนายพรานคนหนึ่งได้มีโอกาสได้เป็นถึงทหารหลวงแบบนี้ มันไม่มีอะไรดีกว่านี้อีกแล้วและเขารู้ดีว่าเพราะเขารักอีริคมาก จึงอยากปล่อยให้อีกฝ่ายไป ฮาลพยายามกลอกตาขึ้นเพื่อให้น้ำตาที่เอ่อขึ้นมาอีกครั้งไหลกลับเข้าไป เพราะกลัวว่ามันจะหยดลงมาบนรายการบัญชีที่เขาต้องทำ เขาร้องไห้อีกแล้ว

“ท่านขุนนางค่ะ”ฮาลรีบสูดน้ำมูลเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูจากสาวใช่ของเขา นั่นทำให้เขาส่งเสียตอบรับเพื่อให้เธอเข้ามา

“มีอะไรแอนนา”เขาถามเสียงเบา แสร้งทำเป็นก้มลงทำงานต่อ นั่นทำให้สาวใช่เพียงเดินเข้ามาใกล้แล้วหยุดมองเขาอย่างเป็นห่วง

“คนครัวให้ดิฉันขึ้นมาถามว่านายท่านอยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าค่ะ”เขาหลับตาเล็กน้อยเพื่อตั้งสติในคำถามของหญิงสาว เพราะภาพของอีริคเข้ามาในหัวเขาอีกแล้ว และมันทำให้เขาจะร้องไห้ออกมาทุกครั้ง

“เอ่อ…ขอโทษน่ะ รบกวนช่วยไปบอกคนครัวด้วยว่าข้ายังไม่หิว”เขาพูดออกมาในที่สุดพร้อมกับรอยยิ้มให้หญิงสาวที่มองมายังเขาอย่างไม่สบายใจเลยแม้แต่น้อย

“นายท่านค่ะ ดิฉันไม่อยากจะทำตัวเสียมารยาท แต่ท่านไม่ได้ทานอะไรมาสองวันแล้วนะค่ะ”เขาหลุบตาลงต่ำเมื่อได้ยินนำเสียงเป็นห่วงของคนรับใช่ดังขึ้นมา

“ทุกคนเป็นห่วงกันมากค่ะ นับแต่ท่านไม่ยอมทานอะไรเลย ชาวเมืองก็เป็นห่วงนะค่ะ ที่ห้องอาหารด้านล่างเราได้รับขนมอบมากมายที่ทุกคนทำให้ท่าน”เธอรีบพูดต่อเมื่อเห็นว่าฮาลทำท่าจะใจอ่อน หวังว่าเจ้านายของเธอจะยอมลงไปทานอะไรบ้าง

“ข้าเสียใจที่ทำให้พวกเจ้าเป็นห่วง แต่ข้าไม่เป็นอะไรแอนนา ข้าแค่ทำงานหนักเท่านั่น”เขาพยายามยิ้มออกมาให้ดูน่าเชื่อถือที่สุด แต่มันเพียงแค่ทำให้สาวใช้ใบหน้าเศร้าลงเล็กน้อย

“อย่างน้อยๆก็รับอาหารว่างซักนิดนอกจากนมได้ไหมค่ะ คนครัวคงยินดีมากหากท่านจะเอ่ยปากอยากทานอะไรบ้าง”ฮาลอดตำหนิตัวเองไม่ได้ที่ทำให้เหล่าคนรับใช่เป็นห่วงขนาดนี้ นั่นทำให้เขาอ้าปากเพื่อพูดอะไรบางอย่างในขณะคิดไปด้วย

“ข้าขอเป็น…แซนวิชแล้วกัน แต่ตอนนี้ข้ากำลังทำงาน จะขอบคุณมากหากเจ้าบอกคนอื่นๆว่าอย่ารบกวนจนกว่าจะถึงช่วงอาหารเย็น ข้าจะลงไปเองไม่ต้องยกอาหารขึ้นมา”เขายิ้มให้หญิงสาวเมื่อเธอยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

“แน่นอนค่ะนายท่าน ข้าจะรีบยกแซนวิชพร้อมชาร้อนๆมาให้ท่าน โปรดรอซักคู่นะค่ะท่านขุนนาง”เธอยกตัวให้เขาก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้อง มันทำให้เขาถอนหายใจออกมายาวในยามที่ได้ยินเสียงปิดประตู เขาไม่มีสมาธิจริงๆด้วย เพราะแบบนี้มันทำให้เขาเริ่มคิดแล้วว่าจะมามัวทำตัวแบบนี้ไม่ได้ เขายังต้องดูแลคนอื่นๆอีก แล้วแบบนี้ชาวบ้านเขาจะว่ายังไงเล่าหากว่าเห็นท่านขุนนางมาทำตัวเฉยแฉะแบบนี้ มัวแต่พร้ำเพ้อเรื่องความรักที่ไม่สมหวัง

เชาพยายามดึงดันทำงานต่อไปอีกไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหนแล้ว แต่เขามั่นใจว่ามันคงจะผ่านมาไม่นานมากเท่าไหรเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดออกอย่างแผ่วเบา ทำให้เขารู้ว่าสาวใช้ของเขาเข้ามาเพื่อเอาของมาให้เขา และเขายังไม่มีสมาธิเลยที่จะแสร้งทำว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนนี้สภาพเขาแย่มากและเขารู้ดีว่าเธอคงจะพยายามให้เขาลงไปหาอะไรทานจริงๆจังๆเร็วขึ้นกว่าเดิม เขาจึงเอื่อมมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาอีกครั้ง พยายามให้เป็นปกติที่สุดแม้จะไม่ได้หันไปมองเธอ

“แอนนา วางแซนวิชไปตรงโต๊ะนั่นและ ขอบคุณมาก”เขาพูดขึ้นมาเสียงเบา ทั้งยังขยับเอกสารทั้งหมดให้ออกไปอีกฝั่งเพื่อเตรียมตัวเดินกลับไปทานอะไรบ้าง แม้ว่าเขาจะไม่หิวเลยแม้แต่น้อยก็ตาม เขาต้องกินอะไรบ้างเพื่อให้มีแรง นมแก้วเล็กๆคงจะไม่ทำให้เขาดีขึ้นเท่าไหร

มันทำให้เขายกมือขึ้นลูบใบหน้าของตัวเองแรงๆ พยายามบีบให้มีสมาธิกับชีวิตปัจจุบันหน่อย แต่เมื่อไม่ได้ผล เขาจึงตัดสินใจปิดหนังสือและลุกขึ้นยืน ทำให้เขารู้สึกตัวเองว่าร้อนวูบขึ้นมาจนถึงใบหน้ารวมทั้งภาพที่เบลอจนกลายเป็นสีดำ มันทำให้เขามั่นใจว่าตอนนี้เขาเริ่มแย่แล้วจริงๆ ชายหนุ่มเลยต้องเอื่อมมือออกมาเพื่อยันตัวเองเขาไว้กับโต๊ะไม้ตัวยาวที่เขาใช่เขียนงาน พยายามหลับตาแน่นและหายใจถี่ในยามที่เริ่มคิดว่าเขากำลังจะล้มลงไป นึกขอบคุณตัวเองอยู่บ้างที่ไม่แสดงอาการแบบนี้ต่อหน้าเหล่าคนรับใช้ ไม่งั้นเขาคงต้องถูกสั่งห้ามไม่ให้ทำงานและต้องนอนอยู่บนเตียงอย่างเดียวแน่ เขาถอนหายใจยาวขณะขยับมือไปอีกฝั่งเพื่อจะยันตัวเองไปกับขอบหน้าต่าง แต่เขาก็ต้องลืมตาขึ้นมาทันทีเมื่อขอบหน้าต่างที่ควรจะเป็นแค่ไม้แข็งๆกลับเป็นอุ้งมือใหญ่โตอบอุ่นที่ราวกับเอื่อมออกมาเพื่อช่วยพยุงเขาเสียมากกว่า

“อีริค…”ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่แทบจะอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าของฮาลในยามที่หันมามองเขา ก่อนที่เจ้าตัวจะก้าวถอยหลังเล็กน้อยจนเกือบล้ม แต่เพราะท่อนแขนแข็งแรงของเขาที่เอื่อมออกไปรั้งเอวพอดีมือของอีกฝ่ายเอาไว้ ทำให้ฮาลเพียงแค่เซเข้ามาใกล้เขามากขึ้น ฮาลดูตัวเล็กลงมากและดูอ่อนแอจนเขาอดเป็นห่วงไม่ได้ แถมยังท่าทางราวกับจะล้มลงไปนี้อีก มันยิ่งทำให้เขารีบก้าวเข้ามาหาอีกฝ่ายหลังจากแอบเข้ามาในห้องแล้ว และเขาเองคิดถึงฮาลแทบบ้าหลังจากผ่านไปเพียงแค่3วันเท่านั่น

“เจ้า…เจ้าไม่ควรมาอยู่ที่นี้ ทหารหลวงออกจากวังมาโดยพละการไม่ได้”สายตาคมกริบก้มลงมองใบหน้าขาวที่ซีดลงไปอย่างเห็นได้ชัดอย่างพินิจ กับคำพูดที่ออกมาจากปากอีกฝ่ายมันยิ่งทำให้เขาไม่รู้ว่าควรจะดีใจที่ฮาลเป็นห่วง หรือจะไม่พอใจที่อีกฝ่ายไล่เขากลับไปดี แต่เขาก็ปัดความคิดนั่นไปเมื่อฮาลเงยหน้าขึ้นมามองสบตาของเขา ด้วยดวงตาคมสีแดงนิดๆเหมือนคนที่ผ่านการร้องไห้มา แม้มันจะดูน่าสงสารแต่มันกลับทำให้เลืดในกายของเขาพุ่งพรานขึ้นมาอย่างมากทีเดียว

“ทหารหลวงหรือ? ใครกันที่เจ้าพูดถึง”เขาพูดออกมาเสียงเบา ในขณะเอื่อมมือขึ้นมายังมือเรียวที่อยู่ตรงแผ่นอกของเขา กุมมันเอาไวคิดถึงความอบอุ่นของอีกฝ่ายที่เขาแทบจะบ้าตายในยามที่อยู่ห่างจากฮาล

“แต่ว่า…”เขายกยิ้มให้อีกฝ่ายเมื่อมองเห็นสีหน้าไม่สบายใจของฮาล ดวงตาสีเขียวอมฟ้ายังคงจ้องมองมาที่เขาเหมือนกับต้องการคำตอบ มันทำให้เขาหายใจยาวออกมา

“เป็นทหารหลวงไม่เห็นจะดีตรงไหนเลย เหนื่อยก็เหนื่อย แถมยังต้องไปคอยซ้อมรบกับพวกทหารกระจอกๆทั้งวัน อยู่แต่กับพวกผู้ชายตัวโตๆพูดมากขี้อวด สาวๆหรือนางในวังก็แทบจะไม่มีให้เห็น”เสียงทุ้มบอก

“ข้าไม่ชอบชีวิตแบบนั่น อึดอันเป็นบ้า สู้ข้ากลับมาข่มขู่เจ้ายังดีกว่าอีก อยู่ที่นี้ข้ามีทุกอย่างที่ข้าต้องการ บ้านหลังใหญ่ที่ถ้าข้าเป็นทหารก็คงไม่มีปัญญาซื้อ มีสาวใช้และเด็กรับใช้เต็มบ้าน ไปไหนมาไหนก็ได้ มีเงินมีทองใช้อยู่สุขสบาย แถมยังมีท่านขุนนางคอยให้ความอบอุ่นในตอนกลางคืนเสียด้วย”เขายกยิ้มเมื่อเห็นใบหน้าหวานที่แดงขึ้นเรื่อยๆของฮาล พร้อมกับชายหนุ่มที่พยายามดันตัวออกห่างจากเขา

“ใครบอกว่าท่านจะได้ของแบบนั่นกัน”เขายิ้มเมื่อฮาลหันหน้าหนีเขาอย่างจงใจ

“เจ้าเคยบอกข้าว่าถ้าข้าช่วยชีวิตเจ้า ข้าจะขออะไรก็ได้ทุกอย่างที่ข้าต้องการ…ข้าบอกไอ้เจ้าลุงงี่เง่านั่นไปว่าข้าจะกลับมาที่นี้เพื่อเป็นทหารคอยดูแลท่านขุนนาง เพราะฉะนั่นข้าจะคอยปกป้องชีวิตเจ้า แลกกับการที่ข้าจะต้องได้อยู่ในบ้านหลังโตๆนี้ แน่นอนว่ารวมทั้งตัวเจ้าก็ต้องเป็นของข้าด้วย”เขาเห็นฮาลขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ช้อนตาขึ้นมองเขาเพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม

“หมายถึง…ท่านอยากเป็นขุนนางแทนข้าหรือ?”เขาอดใจเต้นไม่ได้เมื่อเห็นท่าทางไม่แน่ใจของฮาล

“ไม่หรอก ข้ารู้ว่าพวกนั่นทำอะไรบ้างวันๆ…ไม่ละ ข้าดูแลเจ้าน่าจะเป็นงานที่สบายกว่า”เขายกยิ้มให้กับชายหนุ่มผมสีอ่อน ซึ่งฮาลก็เพียงแค่ยิ้มออกมาอายๆ

“ท่านกำลังบอกข้าเป็นนัยๆว่าท่านจะมาทวงบุญคุณสิน่ะ”เขายักไหล่ให้ชายหนุ่มอย่างไม่ค่อยใส่ใจ

“ข้าแค่ยังคิดไม่ออกว่าจะเอาอะไรดี เพราะงั้นข้ากำลังคิดว่าจะเกาะเจ้ากินไปชั่วชีวิต-“และเขาก็ต้องหยุดพูดไปเมื่อมือเรียวขาวทั้งสองดึงใบหน้าของเขาใกล้ลงมาใกล้อีกฝ่าย พร้อมกับริมฝีปากบางสีชมพูสวยจะกดจูบลงมาบนริมฝีปากของเขา เนินนานจนชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กๆ แต่ก็จูบตอบคนตัวเล็กกว่าไปอย่างว่าง่ายเมื่อฮาลอ้าปากเล็กน้อยเพื่อตอบรับลิ้นร้อนชื้นของเขา มันทำให้เขาเข้าใจว่าเขาต้องการฮาลมากแค่ไหน และคิดถึงอีกฝ่ายมากแค่ไหนเมื่อได้จูบกับฮาลอีกครั้ง ทั้งความหวานนุ่มที่เหมือนยิ่งเติมเท่าไหร่ก็ไม่เต็มมันทำให้เขาสมองขาวโผลนไปหมดในยามที่ฮาลครางแผ่วเบาเมื่อเขาไล่ต้อนมากยิ่งขึ้น ทั้งยังใช่จังหวะนั่นดึงแขนเรียวทั้งสองข้างขึ้นโอบรอบคอของเขา หลังจากนั่นจึงเปลี่ยนมาเป็นกระชับเอวของอีกฝ่ายให้เข้ามาบดเบียดเขามากยิ่งขึ้นได้ยินเสียงหัวใจของฮาลที่เต้นรัวพอๆกับของเขา

“เกิดอะไรขึ้นกับท่านขุนนางในช่วงที่ข้าไม่อยู่หรือเปล่า…”เขาถอนหายใจเบาๆในยามที่ถอนจูบออกมาแต่ยังคงเคลียริมฝีปากอยู่ใกล้ๆกับริมฝีปากนุ่มที่หอบหายใจเล็กๆอยู่ใกล้เขา พร้อมกับแพขนตายาวที่ปิดลงเล็กน้อยมันยิ่งทำให้เขาอยากจะจูบลงไปทั่วใบหน้าได้รูปนี้

“ข้า…ข้า…รักท่าน อีริค”เขาชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดเบาหวิวที่ออกมาจากริมฝีปากได้รูป พร้อมกับใบหน้าหวานที่แดงขึ้นมาในยามที่ฮาลช้อนตาขึ้นมองเขาอย่างไม่แน่ใจ มันทำให้หัวสมองเขาตื้อไปหมดโดยที่แทบจะทำอะไรไม่ถูกเมื่อราวกับหัวสมองยังคงได้ยินเสียงนั่นอยู่

“ข้า..ข้ารู้ว่าท่านอาจจะไม่ชอบ แต่ข้าจะไม่ให้มันเป็นปัญหากับท่านแน่นอน…”ฮาลหลบตาลงอย่างไม่แน่ใจแม้ว่าท่อนแขนเรียวจะโอบรอบคอเขามากกว่าเดิมราวกับกลัวว่าเขาจะพลักอีกฝ่ายออกไป

“พูดอีกครั้งสิ ฮาล”เจ้าของร่างกายกำยำแทบจะกระซิบแผวเบา แต่นั่นก็มากพอจะทำให้ฮาลได้ยินอย่างชัดเจน

“ข้ารักท่า-“ฮาลครางออกมาแผ่วเบาเมื่ออีริคกดจูบลงมาอย่างเร้าร้อน พร้อมทั้งมือหยาบใหญ่โตที่เอื่อมขึ้นมารั้งท้ายทอยของเขาให้เงยหน้ารับสัมผัสมากกว่าเดิม อีริคนึกพอใจที่คนตรงหน้าจูบตอบเขาด้วยความต้องการที่ไม่แพ้กัน บางอย่างในใจเขาบีบตัวเขามาด้วยความสุขที่เขาไม่คิดว่าจะมีความสุขมากถึงขนาดนี้ เขาอยากจะได้ยินเสียงฮาลบอกรักเขาทุกวันนับจากนี้ และเขาจะบอกรักชายหนุ่มทุกวันเช่นกัน

“ข้าจะทำให้เจ้ารักข้ามากกว่านี้อีกฮาล”เขากระซิบแผ่วเบาในยามที่ถอนจูบออกมาเพียงเซี่ยววิก่อนจะกดลงมาใหม่ ซึ่งฮาลเองก็ยินดีที่จะจูบตอบเขาอย่างว่าง่าย

“แล้วท่านล่ะ…”ฮาลถามออกมาเบาๆเมื่อเขาถอนจูบออกมาอีกครั้ง ซึ่งเขาก็ได้แต่มองสบดวงตาสีสวยนั่นด้วยแววเจ้าเล่ห์จนฮาลหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย

“ข้าจะยอมบอกเจ้าก็ได้…แต่หลังจากที่เจ้ายอมให้ข้าได้ใช่เตียงใหญ่ๆของเจ้าทำประโยชน์ให้ข้าบ้าง ข้าอดมาถึง4วันกว่าแล้ว ข้าคิดถึงร่างกายของเจ้าใจจะขาด”เขากระซิบเสียงเบาลงบนใบหูนุ่ม ซึ่งนั่นทำให้เขาไม่เห็นว่าฮาลแสดงสีหน้ายังไง แต่แรงบีบเล็กๆที่คอเสื้อของเขาก็พอทำให้เขารู้อยู่บ้าง

“ท่านเจ้าเล่ห์ที่สุดเลย”

“ยอมข้าดีๆแล้วข้าจะบอกเจ้าทุกวันนับจากนี้ดีไหม”อีริคยกยิ้มขึ้นมาหลังจากจูบลงบนขมับของอีกฝ่าย ก่อนจะออกแรงช้อนตัวฮาลขึ้นมาจนได้ยินเสียงอุทานดังมาจากปากเรียว แต่ตอนนี้เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั่นรวมทั้งเรื่องของสาวใช้ที่อาจจะขึ้นมาเห็นพวกเขา ซึ่งนั่นก็ดูจะสร้างความตื่นเต้นไปอีกแบบหนึ่ง

/*/

อีริคจูบลงที่ขมับของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาในระหว่างที่วางร่างสูงโปร่งของฮาลลงบนเตียงขนาดใหญ่ของเจ้าตัว ซึ่งนิ่มกว่าเตียงถูกๆอย่างที่เขาเคยนอนมาไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า ร่วมทั้งกลิ่นหอมอ่อนๆมันยิ่งทำให้เขามีอารมณ์มากยิ่งขึ้น เขาไล่ริมฝีปากลงต่ำมายังจมูกโด่งรั้นที่ขึ้นสีชมพูเล็กน้อยอย่างคนที่ผ่านการร้องไห้มา ไล่ต่ำลงมายังริมฝีปากอิ่มที่เผยออกเล็กน้อยราวกับรอให้เขาประทับจูบลงไปลิ้นร้อนชื้นไล่ต้อนเอาความหวานจากโพร่งปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ และพบว่ามันยิ่งไม่พอเลยแม้แต่น้อย เขายังคงต้องการฮาลมากยิ่งขึ้นในทุกครั้งที่ได้จูบหรือสัมผัส เขาหอบหายใจเบาๆในขณะที่ไล่ริมฝีปากหยักลงมายังปลายคางของอีกฝ่าย จนฮาลต้องเริดหน้าขึ้นไปเล็กน้อยเพื่อให้เขามอบสัมผัสแผ่วเบามากยิ่งกว่าเดิม

“เจ้าหอมขึ้นหรือเปล่าฮาล”เขากระซิบข้างผิวเนียนตึงมือที่อยู่ใต้ลิ้นร้อนของเขา ในขณะที่มือหยาบทั้งสองกำลังปลดกระดุมเสื้อเม็ดเล็กยาวลงมาจนถึงช่วงเอวของฮาล เผยให้เห็นแผ่นอกบางที่เขาชอบ เขาจึงจัดการก้มต่ำลงมาดูดเม้มลงไปบนผิวขาวของอีกฝ่าย ไล่ต่ำลงมายังแผ่นอกและลงมาเรื่อยๆจนถึงเอวคอด

“อีริค…”ฮาลหอบเบาๆในยามที่เขาจงใจงับลงไปผ่านกางเกงหนังสีดำของคนข้างใต้ สายตาคมเหลือบมองใบหน้าหวานที่ยังคงหลับตาพริ้มราวกับสานตาของนักล่า ในขณะที่ใช้จังหวะนั่นรั้งกางเกงของฮาลออกในครั้งเดียวจนชายหนุ่มอุทานออกมาและลืมตามองเขาอย่างตื่นๆ

“เจ้าผอมลงไปเยอะน่ะฮาล”อีริคมองสำรวจทั่วท่อนขาเนียนขาวของขุนนางหนุ่ม ก่อนจะไล่สายตาขึ้นมาสบตากับคนที่มองเขาอยู่ด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“ข้า…ข้า..”ฮาลพยายามแก้ตัวบางอย่างแต่เขายังไม่ต้องการฟังเรื่องอื่นนอกจากเสียงครางหวานๆ เขารู้ว่าฮาลอ่อนแอลงมากและมันคงจะไม่ดีกับชายหนุ่มหากเขาจะทำตัวหยาบคายและรุนแรงเหมือนก่อนหน้านี้ ครั้งนี้เขาต้องอ่อนโยนให้มากเพื่อฮาลจะได้ไม่เจ็บ คิดได้ดังนั่นเขาจึงก้มหน้าลงไปเพื่อเลิกชายเสื้อขึ้นจากหน้าท้องแบนราบทีมีเพียงกล้ามเนื้อน้อยๆเท่านั่น จูบมันเบาๆและไล่ลิ้นยาวสากระคายลงมายังสิ่งที่น่าสนใจกว่า

“โอ-…อีริค…”เขาเห็นฮาลอ้าปากค้างเล็กน้อยในยามที่เขาไล่ลิ้นสากลงบนแกนกายของฮาล ดูดเม้มเบาๆจนคนข้างใต้แอ่นตัวรับ ก่อนจะขยับขึ้นลงเบาๆจนได้ยินเสียงครางหวานลอดออกมา ไม่นานนักเขาจึงขยับตัวออกมา เลียนิ้วยาวของตัวเองเร็วๆก่อนจะเอื่อมลงไปต่ำยังช่องทางสีสวยที่ฮาลอ้าขาออกกว้างโดยไม่ได้ตั้งใจ เขานวดคลึงเบาๆจนทำให้ขาขาวยกขึ้นมากกว่าเดิม ก่อนจะค่อยๆกดนิ้วยาวลงไปช้าๆ นึกตื่นเต้นกับแรงบีบรัดรอบนิ้วของเขาจนคนตัวใหญ่อดกลั้นหายใจไม่ได้ในยามที่เห็นสายตาหวานปรืตามองเขา

“อีริค..”ฮาลครางเสียงพร่าในยามที่เขาขยับนิ้วมากกว่าเดิม ไล่วนภายในกายของอีกฝ่ายจนทำให้ฮาลสะดุ้งขึ้นมาในบางครั้งเมื่อเขาจงใจสะกิดต่อมความรู้สึกภายในกายของฮาล ในขณะที่เขาใช่อีกมือหนึ่งขยับกายของอีกฝ่ายเพื่อเพิ่มความสุขให้ฮาลมากยิ่งขึ้นจนร่างเล็กหอบหายใจจนตัวโย้เมื่อเขาเพิ่มนิ้วที่สองเข้าไป และเขามั่นใจว่าฮาลดูจะเปิดรับเขาได้ง่ายกว่าครั้งก่อนๆ จนเขาอดก้มลงไปจูบริมฝีปากอิ่มนั่นไม่ได้ และมันยิ่งทำให้เขาแทบคลั้งเมื่อฮาลจูบตอบเขาอย่างร้อนแรงไม่แพ้กัน

“ต้องการข้าขนาดนั่นเลยหรือฮาล…ข้าชอบจริงๆที่เห็นเจ้าทรมาณเพราะต้องการข้าขนาดนี้”เขาเลียริมฝีปากตัวเองหลังจากถอนจูบออกมา พอใจกับใบหน้าหวานที่เริดขึ้นครางออกมาไม่เป็นศัพท์ในยามที่เขาจงใจกระแทกนิ้วให้เข้าไปลึกขึ้นและแรงขึ้น

“อีริคได้โปรด…”ฮาลร้องออกมาเสียงเบาพร้อมกับท่อนขาเรียวที่อ้าออกกว้างมากกว่าเดิม และมันทำให้เขาแทบจะทนไม่ไหวเมื่อรู้สึกว่าฮาลช่างดูยั่วเหลือเกิน

“อะไรฮาล ได้โปรดอะไร?”เขาจงใจกระแทกจุดไวสัมผัสในกายนุ่มจนร่างเล็กแอนตัวขึ้นมา ทั้งยังแรงบีบจากมือเรียวที่อยู่รอบบ่าของเขามันยิ่งทำให้เขาได้ใจ

“อย่าทรมาณข้าอีริค..”เขายิ้มออกมาเมื่อฮาลหอบหายใจถี่ตามแรงขยับนิ้วของเขา โดยที่เจ้าตัวคงไม่รู้เลยว่าท่าทางแบบนี้มันยิ่งทำให้เขาใจเต้นถี่มากกว่าเดิม

“พูดสิฮาล พูดทุกอย่างที่เจ้าต้องการ แล้วข้าจะทำให้”เขาเอื่อมมือหนึ่งลงไปปลดกางเกงของตัวเองลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่อีกมือหนึ่งจงใจขยับช้าๆทำให้ฮาลบิดตัวเล็กน้อยราวกับต้องการให้เขาเร่งจังหวะ

“ข-ข้าต้องการท่าน อีริค..ก-กรุณาเข้ามา…ในตัวข้า…”เขายิ้มอย่างพอใจเมื่อได้ยินเสียงหวานพูดราวกับเสียงกระซิบ เขารู้ว่าฮาลอายมากแค่ไหนแค่เพียงแค่นี้มันก็ทำให้เขาแข็งขืนขึ้นมายิ่งกว่าพร้อมรบ ชายหนุ่มเลียริมฝีปากก่อนจะขยับนิ้วออกมาจากช่องทางเปียกชื้น มาเป็นปรนนิบัติตัวเขาเองเพื่อให้แข็งขืนพร้อมสำหรับการลุกล้ำเข้าไปในช่องทางอ่อนหวานที่เขาชอบเป็นพิเศษ มือหยาบทั้งสองเปลี่ยนมาจับขาของฮาลให้อ้าออกจากกัน ชันมันขึ้นเล็กน้อยในขณะแทรกตัวเองเข้ามาระหว่างขาเรียวขาว ทำให้ฮาลสะท้านเบาๆในยามที่ร่างกายเขาปัดผ่านช่องทางนุ่ม

“อ๊า…อ่า…”ฮาลครางเสียงหวานเมื่อเขากดตัวเองลงบนช่องทางนุ่มอุ่น บังคับตัวเองให้ค่อยๆเป็นค่อยๆไปมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นึกพอใจกับความร้อนที่ตอบรับเขาเป็นจังหวะจนชายหนุ่มร่างกายกำยำเพลอหยุดหายใจไปชัวขณะเพราะความสูขที่โถมเข้ามา อีริคคำรามต่ำในลำคอพลางเริ่มขยับตัวทีละน้อยเพื่อให้ฮาลชินกับร่างกายใหญ่โตของเขา ซึ่งนั่นทำให้ฮาลขยับมือโอบรอบบ่าแข็งแรงของเขามากยิ่งขึ้น

“ฮาล..ฮาล…เจ้าแน่นมาก..เจ้าดีเหลือเกิน”เขาพรมจูบลงไปทั่วใบหน้าของชายหนุ่มในยามที่เอวแข็งแรงขยับเร่งจังหวะเรื่อยๆ พยายามให้โดนจุดไวสัมผัสของฮาลให้มากที่สุดจนร่างเล็กแอนตัวขึ้นมากกว่าเดิม

“แรงอีกอีริค..ข้าต้องการท่านมากกว่านี้”เขานึกยินดีเมื่อได้ยินเสียงหวานพูดออกมาอย่างพอใจ และเขาก็แทบไม่ต้องใช่ความพยายามให้กระแทกตัวเองกับร่างกายขาวผ่องมากกว่าเดิม และมากขึ้นเรื่อยๆในทุกครั้งที่ได้ยินฮาลร้องเรียกชื่อเขา

ฮาลเริดหน้าไปทางด้านหลังพยายามควบคุมการหายใจ แต่เขาไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั่นเมื่อจงใจกระแทกตัวสองสามครั้งจนฮาลกรี้ดร้องชื่อเขาออกมา และเปลี่ยนเป็นจังหวะช้าเนิบนาบจนฮาลบิดเร้าเพราะความต้องการที่มากขึ้น เขาอยากกอดฮาลให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

“อีริค เลิกแกล้งข้าซักที”เขายินดีกับเสียงหวานที่ดุออกมาอย่างไม่จริงจังนักเมื่อเขายังคงจังหวะช้าเข้าออกจนฮาลขยับสะโพกสวนกลับมา และนั่นก็ทำให้เขาเร่งจังหวะมากขึ้นจนฮาลที่อ้าปากราวกับจะพูดอะไรบางอย่างต้องกลืนคำพูดนั่นลงคอเหมือนเดิม เปลี่ยนมาเป็นเสียงครางหวานที่เรียกชื่อเขาแทน

อีริคขยับกายเข้าออกเร็วและแรงขึ้น โดยที่สายคมคมไม่ละไปจากใบหน้าหวานที่มีเม็ดเหงือผุดขึ้นมาแม้แต่น้อย เขาต้องการเห็นทุกๆอย่างที่ปรากฏออกมาบนใบหน้าของฮาล และมันทำให้เขายันตัวขึ้นมานิดหนึ่งเพื่อเร่งจังหวะให้มากขึ้นจนฮาลเผลอจิกเล็บลงบนบ่าของเขา และเขามั่นใจว่าฮาลกำลังจะถึงฝั่งฝันโดยที่เจ้าตัวไม่ได้แตะต้องแกนกายของตัวเองเลย บางอย่างทำให้เขายิ่งมุ่งมั่นมากยิ่งขึ้นในขณะที่ขยับแกนกายวนภายในร่างกายอบอุ่น ทำให้ฮาลลมหายใจขาดห้วงขณะเร่งจังหวะเข้าออกให้หนักหน่วงในทุกการเครื่อนไหวเมื่อฮาลจิกเล็บแรงขึ้นและแทบจะหอบหายใจไม่ทันเมื่อร่างกายบาบบางเกร่งตัวราวกับไม่อาจจะทนไหวอีกต่อไป

“อีริค…อ่า…อีริค…”ฮาลหอบหายใจถี่เมื่อตัวเองปลดปล่อยออกมา และนั่นทำให้เขาเปลี่ยนมาจับขาทั้งสองของชายหนุ่มให้อ้าออกกว้างยิ่งขึ้น และกระแทกตัวเองอย่างหนักหน่วงเพื่อเร่งให้เขาตามชายหนุ่มไป ในไม่ช้าอีริคก็คำรามออกมาในลำคำเมื่อไม่อาจทนความสุขที่โถมเข้ามาได้อีกต่อไป ก่อนที่เขาจะปล่อยเชื้อพันธุ์เข้าสู่ร่างกายที่มอบความสุขให้แก่เขา พร้อมกับขยับตัวช้าลงในขณะที่ก้มลงมาจูบริมฝีปากของคนที่ให้ความสุขกับเขามากมายขนาดนี้

“ข้ารักเจ้าฮาล…”เขาพูดออกมาในยามที่จูบเบาๆลงบนขมับชื้นเหงือของอีกฝ่าย พร้อมกับของใจที่พ่องโตมากยิ่งขึ้นกับคำพูดของตัวเอง

“ข้าก็รักท่าน”เขาเห็นฮาลยิ้มออกมาอย่างมีความสุขแม้เจ้าตัวจะยังลืมตาไม่ขึ้นก็ตาม มันทำให้เขาค่อยๆขยับตัวออกจากช่องทางหวาน

“เจ้าแทบจะลืมตาไม่ขึ้นแล้ว แบบนี้ข้าจะต่อยกสองได้ยังไง”เขาแกล้งพูดแต่ก็ลุกขึ้นมาพร้อมกับขยับตัวฮาลให้ดีๆ เอื่อมมือออกไปคว้าผ้าห่มผืนโตมาคลุมร่างเล็กที่กึ่งเปลือย

“ข้าคงไม่ไหวแน่ๆอีริค..”เขาก้มลงจูบริมฝีปากบางเพื่อให้ฮาลหยุดพูด ขณะที่มือก็เอื่อมลงไปใส่กางเกงให้ดีๆ

“งั้นข้าจะนอนรอข้างๆเจ้าเนี่ยและ รอเจ้าตื่นขึ้นมาแล้วข้าจะได้ชื่นชมรางวัลของข้าต่อ”

เกี่ยวกับ jrasmason

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะค่ะ บล็อกนี้จีนจะลงเป็นFictionหรือว่าเป็นAUนะค่ะ คู่หลักก็จะเป็นHiddleswothและคู่อื่นๆอีกตามแต่อารมณ์ค่ะ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบและสนุกกับนิยายที่จีนเขียนนะค่่ะ ขอบคุณค่ะ //จุ๊บๆ
เรื่องนี้ถูกเขียนใน In The Wood, Z All Fiction และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s