[FIC] Thorki [ThorXLoki]#9 King of mind [END]

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

 อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

 

C : Thor O. X Loki L.

R : M

G : Romantic

L : Thai

W : Yujean Rasmason

 

********************************

 

 

“ข้าไม่เข้าใจเลยว่าฝ่าบาททรงคิดอะไรอยู่ ฝ่าบาททรงรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นและพระองค์จะปล่อยให้โลกิกลับไปไม่ได้”ธอร์หันมาตามน้ำเสียงที่มีแต่แววท้อใจและผิดหวัง เขามองตรงไปยังดวงตาสีสวยของผู้เป็นมารดาเขา ตอนนี่คนที่รู้เรื่องมีเพียงแค่แม่ของเขาและเหล่าเสนาที่ว่ายักษ์น้ำแข็งเป็นเรื่องของเด็กน้อยสองคน เขารู้ว่าเขาควรจะทำอะไรซักอย่างให้ทุกอย่างลงตัวที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาวางแผ่นจะออกไปประกาศต่อประชาชนว่ายักษ์นั่นเป็นเพียงแค่โจรขโมยที่พอจะร่ายเวทเป็น และตอนนี่โจรผู้นั่นถูกขังอยู่ใต้ดินของวัง เขายืนยันให้เปลี่ยนการเรียนเวทมนต์ทั้งหมดและให้นักเวทดูแลอย่างกวดขันเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี่อีก รวมทั้งการสร้างที่อยู่ให้เหล่าเด็กกำพร้าทั้งหลาย ให้การศึกษาและสอนงานให้พวกเขาเพื่อจะไม่มีใครคิดขโมยของอีก

 

แต่ตอนนี่หลังจากผ่านมาเกือบสามวันที่เขาไม่ได้กลับไปที่ห้องเพื่อเจอโลกิ เขามัวแต่ทำงานและแทบจะใช้เวลาครึ่งหนึ่งบังคับให้เด็กทั้งสองเรียน อาบน้ำ นอนกลางวัน มันทำให้เขารู้ว่าเขาเองอยู่กับเด็กๆได้อย่างมีความสุขดีเสียด้วย มันทำให้เขาอดนึกไม่ได้ว่าหากวันหนึ่งเขามีลูกขึ้นมาเขาคงจะมีความสุขมาก ชายหนุ่มหันหลังเดินตรงไปยังหน้าตางบานโต มองออกไปตรงไปยังเด็กสองคนที่กำลังนั่งเรียนเวทมนต์อยู่ใต้ต้นไม้กับอาจารย์คนหนึ่ง อีริคหัวไวเอามากๆยิ่งในเรื่องเวทก็ยิ่งเก่งกาจจนเขาเริ่มคิดว่าจะให้ชายหนุ่มอยู่ในวัง เมือโตขึ้นจะได้เป็นหนึ่งในคนที่สามารถช่วยงานเขาได้ อีริคมีความสามารถมาก และฮาลเองเขาไม่รู้ว่าจะหวังอะไรกับเด็กสิบขวบ แต่ยังดีที่เด็กตัวเล็กชอบอ่านหนังสือ เดินตามอีริคไปทุกที่ ซึ่งเขาคิดว่าคงไม่ลำบากอะไรมากนักหากจะให้ทั้งสองอยู่ในวังนานต่อไปอีกซักหน่อย ให้อย่างน้อยก็มีความรู้มากพอที่จะดูแลคนอื่นๆในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่กำลังสร้างอยู่

 

ธอร์เดินไปมาอย่างใช้ความคิด ตอนนี่ปัญหาเดียวของเขาคือเรื่องของโลกิ…เขาไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงในเรื่องนี่ เขายังไม่ได้บอกอีกฝ่ายว่าเกิดอะไรขึ้น และเขาจะบอกด้วยตัวเขาเอง ชายหนุ่มร่างสูงมั่นใจว่าหากเขาพูดเรื่องนี่จะต้องทะเลาะกับโลกิอีกแน่นอน เรื่องใหญ่มากถึงขั้นที่เขาอาจจะไม่มีวันได้เจอโลกิอีกตลอดชีวิต แค่คิดเรื่องนั่นเขาก็เจ็บขึ้นมาในหัวใจแล้ว เจ็บปวดจนเขายังแปลกใจกับความรู้สึกในตอนนี่ เขารู้ว่าเขาต้องคืนโลกิไปแต่ในหัวของเขา ในอกของเขา ส่วนลึกมันกำลังคำรามร้องห้ามและเสียงบางอย่างที่กำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ เขาไม่ต้องการปล่อยโลกิไปอีก…ไม่ว่าตอนนี่หรือในอนาคต

 

“ท่านจะปล่อยเขาไปไม่ได้”เขาเงยหน้าขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงท่านแม่ของเขาอีกครั้ง เธอเดินเข้ามาใกล้พร้อมแววขอร้องในดวงตาคู่สวย

 

“ถ้าท่านปล่อยเขาไป แล้วบุตรของท่านละท่านจะทำเช่นไรฝ่าบาท เขาไม่ใช่ยักษ์น้ำแข็งโดยแท้ เขาอาจจะอยู่ไม่ได้”เฟียสก้าพูดด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง ส่วนเขาเองก็ยังได้แต่เพียงเงียบ ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อจากนี่เพราะกำลังใช้ความคิด ดวงตาคมกริบสีฟ้ายังคงจ้องนิ่งไปยังดวงตาของท่านแม่ของเขา ธอร์เองก็กำลังคิดไม่ตก

 

“แอสการ์ตจะยิ่งแย่หากใครรู้เข้าว่าเราทำเรื่องผิดและไม่ยอมรับ ข้าตัดสินใจผิดพลาด ข้าพาตัวเขามา พากษัตริย์แห่งโยทันไฮน์มาเป็นเชลยในความผิดที่เหล่ายักษ์น้ำแข็งไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆเลยท่านแม่ ข้าจะต้องรับผิดชอบทุกอย่าง”ธอร์พูดอีก ทำให้เฟียสก้าถลาเข้ามาจับท่อนแขนของเขาไว้

 

“เจ้ารู้ดีธอร์..เจ้ารู้ดีว่าหากโลกิกลับไปเขาจะเป็นอันตรายใหญ่หลวง เด็กในท้องเขาไม่ใช่ลูกครึ่งระหว่างยักษ์น้ำแข็งเช่นโลกิ เขามีเลือดของยักษ์น้ำแข็งน้อยมากธอร์ แถมตอนนี่โลกิก็อยู่ในร่างมนุษย์มากกว่า บุตรของเจ้าจะตายในอากาศเช่นนั่น เหล่ายักษ์น้ำแข็งจะรังเกียจเขาและโลกิเองก็จะมีอันตรายไปด้วย”เขาขบกรามหันหน้าหนีดวงตาสีสวยที่คลอไปด้วยน้ำตา หญิงสาวพยายามพูดบอกเขาด้วยน้ำเสียงทั้งสั่นเครือด้วยความกลัวและความโกรธ

 

“แล้วจะให้ข้าทำเช่นไรกัน ในเมื่อเขาไร้ความผิดข้าก็มิอาจจะรั้งเขาไว้ได้ เขาอยู่ในดินแดนนี่เช่นเชลยศึก และในเมือเขาพ้นความผิดทุกอย่าง…ข้าก็จำเป็นต้องคืนกษัตริย์ให้โยทันไฮน์”เขาเห็นเฟรียสก้ามองเขาราวกับเขาเสียสติไปแล้ว เธอผละออกจากเขาอย่างรวดเร็ว มองเขาด้วยแววตาแข็งกร้าว

 

“อย่างน้อยถ้าฝ่าบาทไม่ทรงสนพระทัยในเรื่องชีวิตของโลกิก็ทรงสนพระทัยในบุตรของท่านบ้าง! นั่นคือลูกของท่าน หลานของข้า!! ท่านจะปล่อยให้ทั้งสองคนไปตกระกำรำบาก ถูกเกียจชังตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก ไม่มีใครแตะต้องเขาได้หากเพียงแค่ปลายก้อยเขาอาจจะตาย! ท่านจะปล่อยให้พวกเขาตายอย่างช้าๆเช่นนั่นหรือฝ่าบาท อย่างน้อยท่านก็ควรเห็นแก่ข้าบ้าง เห็นแก่หัวใจของข้าบ้างที่จะแตกสลายแค่ไหน”เธอตวาดใส่เขา

 

“นี่คือการตัดสินใจที่ดีที่สุดแล้วท่านแม่ ข้าจำเป็นต้องทำในฐานะกษัตริย์”ธอร์พูดอีก พยายามเดินไปหาท่านแม่ของเขาแต่เธอกลับสายหน้าและถ่ายหนีมากกว่าเดิม

 

“ข้าคิดว่าฝ่าบาทจะเลือกทางอื่นที่ทำให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี ทางที่จะทำให้พระองค์ทรงมีคนที่จะอยู่คู่บารมีและทางที่จะไม่ทำให้หลานของข้าต้องกำพร้า ไม่ว่าฝ่ายไหน”เธอพูดอีก พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา ปลายคางมนเชิดขึ้นสูงและเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้เขายืนอยู่ตรงนั่นเพื่อคิดอะไรต่อไปอีกคนเดียวว่าเขาจะตัดสินใจยังไง

 

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

โลกิสะดุ้งนิดๆและยันตัวขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเจกันทองหลนลงพื้น เขากำลังอ่านหนังสืออยู่ด้วยแววเหม่อๆจนไม่รู้ว่ามีคนเข้ามาในห้อง เขาเหม่อเพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องของธอร์ ชายหนุ่มตัวสูงที่เขาไม่ได้เจอหน้ามานานมากเกือบอาทิตย์ มีเพียงแค่ครั้งสองครั้งที่เขาพยายามเข้าไปหาคนตัวสูงธอร์ทำงานหนักและอยู่แต่กับห้องหนังสือ นอนที่นั่น กินที่นั่น บ่ายเมื่อวานเขาอาสายกอาหารมื้อกลางวันไปให้ธอร์เองกับมือ ใบหน้าคมที่เครียดลงไปมากจนเขาใจหาย ดวงตาสีฟ้าคมกริบชายแววคิดถึงและโหยหาในยามที่เงยหน้าขึ้นมาเจอเขา แต่คนตัวสูงก็ไม่พูดอะไรนอกจากก้มอ่านเอกสารต่อ

 

และเขาก็ไม่พูดอะไร

 

โลกินึกโทษตัวเองที่ดันปากหนักจนไม่สามารถอ้าปากพูดได้ว่าเขาเสียใจแค่ไหน ราวกับพวกเขากำลังห่างกันมากขึ้นและเขาเองก็ยิ่งรู้สึกแย่มากขึ้นเช่นกัน เขารู้ว่าธอร์มีเรื่องต้องคิด หรือบางทีอาจจะเบื่อที่เขาเอาแต่ชวนทะเลาะและสร้างปัญหารำคาญใจให้ โลกิถอนหายใจอีกครั้งและปิดหนังสือลง

 

“ข้า…ข้าขออภัยที่เสียมารยาท แต่…แต่ข้าขอเก็บลูกบอลตรงนั่นได้หรือไม่”โลกิหันมาตามเสียงเรียกและยันตัวขึ้นนั่ง เด็กชายตัวเล็กเจ้าของผมสีน้ำตาลอ่อนและดวงตาสีฟ้าอมเขียว ปากบางสีชมพูกำลังเม้มเข้าหากันอย่างกลัวความผิดจนแก้มขาวนุ่มแดงระเรื่อ นั่นทำให้เขาลุกขึ้นมาและเดินไปหยิบลูกบอลที่อยู่ปลายเตียง

 

“เจ้าเข้ามาในนี่ได้อย่างไร?”เขาถามเสียงเบา เรียกให้เด็กน้อยที่อายุไม่น่าเกิน10ขวบเดินมาหา

 

“ข้าเสียใจ ข้าเห็นว่าห้องนี่ดูหรูกว่าห้องอื่นเลยลองเปิดประตูเข้ามา ข้าเผลอชนเจกันตรงนั่นทำให้ลูกบอลกลิ่งไป”โลกิพยายามยิ้มให้เด็กน้อยที่ราวกับจะร้องไห้ทุกเมื่อ

 

“ข้าไม่ว่าเจ้าหรอก มานี่สิ”เขาพึมพำตอบกลับไป ย่อตัวลงยื้นลูกบอลให้อีกฝ่ายหนึ่ง เด็กน้อยรับไปก่อนจะเอื่อมมือมาจับที่ท้องของเขา

 

“ท่านกำลังตั้งท้องหรือ”เด็กน้อยตาลุกวาว “หากว่าเขาเกิดมาข้าเล่นลูกบอลกับเขาได้ไหม ข้าจะสอบเป็นทหารมาอยู่ในวังนี่ ข้าจะช่วยงานฝ่าบาท ข้าจะเป็นนักรบ”เขากระพริบตามองด้วยความเอนดู

 

“หากเขาเกิดมาข้าจะให้เขาเล่นกับเจ้า แต่ข้ายังไม่รู้จักชื่อท่านเลย ท่านนักรบ”โลกิบอกยิ้มๆ

 

“ข้าชื่อเฮนรี่ แต่ข้าชอบท่าน ข้าจะให้ท่านเรียกข้าว่าฮาล”เขาแทบจะกลั้นยิ้มไม่ได้กับน้ำเสียงเล็กๆ “ข้ามีพี่ชายด้วยนะ เขาชื่ออีริค ตอนนี่เขาเรียนเวทมนต์อยู่ ข้าเลยเล่นบอลคนเดียว”โลกิเอื่อมมือไปจับไหล่ของเด็กน้อยที่แทบจะหงอลงไป จนฮาลเงยหน้าขึ้นมองเขา

 

“พี่ชายเจ้าเขายังไม่ว่างแต่ข้าเชือว่าเขาจะรีบมา เจ้ายังอยากมีเพื่อนเล่นอยู่ไหม ข้าจะเล่นเป็นเพื่อนเจ้าเอง”เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเรียกร้อยยิ้มกว้างจนเขาอดลูบแก้มนุ่มไม่ได้

 

“ข้าอยากเล่นกับท่าน”เขาหายใจยาว รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมากกว่าก่อนหน้านี่ ชายหนุ่มตัวสูงเพียงแค่เดินไปหยิบผ้าคลุมสีเขียวสวยมาคลุมเอาไว้เพื่อกันอากาศร้อนในช่วงเย็น ผ้าที่ยาวลงไปบนพื้นดูจะทำให้ฮาลสนใจไม่น้อย

 

“ท่านตัวสูงมาก”เขาเอื่อมมือไปจูงมืออีกคน และมือหนึ่งถือลูกบอลเอาไว้

 

“เราจะไปเล่นที่ไหนดี ฮาล”เขาถาม ซึ่งเด็กน้อยเพียงแค่หันมายิ้มกว้างให้เขา

 

“ความลับฮ่ะ”

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

ธอร์เร่งจัดการงานทุกอย่างรวดทั้งพูดคุยกับอีริคด้วยเรื่องการลงโทษ เขาสั่งให้เด็กน้อยอายุ13ฝึกเวทเพื่อเล่าเป็นนิทานภาพฉายให้แก่ชาวบ้านดู ในเรื่องการผจนภัยของยักษ์น้ำแข็ง เปลี่ยนความคิดให้อย่างน้อยคนในเมืองก็จะได้ไม่ต้องรังเกียจยักษ์น้ำแข็งอย่างไม่มีสาเหตุอะไร เขารู้ว่าเพราะโลกิทำให้เขาเปลี่ยนไปมาก ทั้งความคิดและอารมณ์ เขาใจเย็นขิ้นและทะคอกคนอื่นน้อยลงมาก รู้จักฟังความคิดเห็นและใตร่ตรองทุกอย่างด้วยความรอบคอบ เขาไม่ได้คว้ำโต๊ะทานอาหารเลยตั้งแต่โลกิอยู่ที่นี่ เขาคิดว่าเขารู้อะไรบางอย่าง เขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในใจของเขา

 

ทุกครั้งที่มองดวงตาสีเขียวสวยมันทำให้เขาหัวใจพองโต มีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นทุกครั้งที่ชายหนุ่มยิ้มให้เขา อยู่ข้างเขา แม้ว่าพวกเขาจะเรียกว่าทะเลาะกันอยู่ในตอนนี่แต่เขาก็ไม่อยากให้มันนานมากกว่านี่ เขารู้ว่าความรู้สึกที่เขามีต่อโลกิมากเกินกว่าเพียงความใคร่ในร่างกาย ธอร์เองคิดเรื่องนี่มานานมาก ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาทั้งโหยหาต้องการความอบอุ่นจากร่างกายที่เขาลอบสาบานว่าจะดูแลปกป้องไปจนกว่าเขาจะทำไม่ได้

 

ธอร์รู้ว่าเขายอมตายแทนโลกิได้

 

เจ้าของร่างกายกำยำปิดหนังสือลงช้าๆ เพียงแค่นิ่งคิดอยู่แบบนั่นในคำถามที่เขายังคิดไม่ตกว่าควรจะทำเช่นไร หากเขาตัดสินใจรั้งโลกิไว้ เขาจะก่อปัญหาและสายตาดูถูกเหยียดหยามจะตกมาที่เขา กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่แต่กลับไม้กล้ารับหน้าในยามที่ตัวเองทำผิด เขากล่าวโทษโลกิในสิ่งที่ดลกิไม่ได้ทำ เขากล่าวว่าร้ายเผ่าพันธุ์ที่เขาเองก็มีเลือดไหล่เวียนอยู่ในกาย กลับอีกทางที่ถูกต้องและควรที่จะทำ เป็นสิ่งที่ถูกที่สุดและกษัตริย์แห่งแอสการ์ตจะต้องตัดสินใจ โดยแลกกับความสุขของเขาที่คงจะหายไปตลอดกาล

 

“ฝ่าบาทดูเครียดๆ”เขาเงยหน้าขึ้นมา เห็นอีริคยิ้มให้เขาจนเขานึกได้ว่ายังคุยกับเด็กหนุ่มอยู่

 

“เจ้าไปเล่นก็ได้ ข้าหมดเรื่องแล้ว”ธอร์ถอนหายใจนิดๆ

 

“ฝ่าบาทมีเรื่องอะไรหรือ? เรื่องที่ข้าก่อขึ้นใช่ไหม..จริงหรือเปล่าที่จะมีสงคราม”เขาเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าของเด็กน้อยที่ดูกังวลนิดๆ

 

“ข้า…มีเรื่องต้องคิด นี่มันไม่เกี่ยวกับเจ้า อย่าใส่ใจเลย”เขายกมือขึ้นโบกไปมา แต่อีริคก็ไม่ได้เดินไปไหน แถมยังลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าเขาอีกต่างหาก

 

“ท่านปรึกษาข้าได้ทุกเรื่อง ข้าช่วยท่านคิดได้”อีริคยักไหล่

 

“เรื่องนี่มันยากเกินกว่าการตัดสินใจของเจ้า หรือเกินกว่าจะให้เด็กเช่นเจ้ารับรู้ ปัญหามันใหญ่และข้าต้องจัดการ”เขาหลุบตาลงต่ำ แต่เด็กหนุ่มก็ไม่ยอม

 

“ลองดูสิ”เขาตวัดสายตามามองอีริคอย่างดุๆ แต่ก็ถอนหายใจออกมาในที่สุด เขาทั้งคู่เงียบอยู่นาน ก่อนในที่สุดเขาจะเริ่มพูดออกมา

 

“สมมุติว่าเจ้าทำเรื่องผิดพลาดไป เรื่องใหญ่มากอย่างการที่…เขากล่าวหาคนๆหนึ่ง ดูถูกเขา และจนถึงตอนนี่ความจริงที่ปรากฎกลายเป็นว่าเขาไม่ได้ผิดเลยแม้แต่นิด แต่เป็นเจ้าเองต่างหากที่ผิด ทางเลือกที่ดีที่สุดคือปล่อยเขาไปพร้อมคำขอโทษ”ธอร์พูดราวกับพูดกับตัวเอง “…แต่เจ้าไม่ต้องการให้เขาไป”

 

“หากท่านไม่ต้องการปล่อยเขาไปท่านก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อรั้งเขาไว้ ไม่เห็นมีอะไรยากเลย”เขาถอนหายใจ

 

“มันไม่ได้-“

 

“ท่านรู้ไหมว่าทุกคนทำผิดกันเสมอ ข้าเองเป็นขโมย แต่ตอนนี่ข้าได้เรียนและได้โอกาสใหม่จากท่านเอง ใช่ว่าเป็นกษัตริย์จะทำความผิดไม่ได้นิ ท่านใจดีและท่านให้อภัยข้า เขาคนนั่นก็จะให้อภัยท่านเชื่อข้าสิ ถ้าท่านไม่ต้องการให้เขาไป ก็บอกเขาอย่างที่ท่านคิด”ธอร์นิ่งเงียบกับคำพูดของเด็กตัวน้อยที่แทบจะไม่คิดอะไรยุ่งยาก พื้นฐานของทุกอย่างโดยปราสจากความคิดเห็นเรื่องอื่นๆ มันทำให้เขานิ่งและหลุบตาลงต่ำ

 

“ข้าขอถามอะไรเจ้าเป็นอย่างสุดท้าย”เขาเงยหน้าขึ้นพูดอีก

 

“แน่นนอนฝ่าบาท ข้ารับใช้ท่าน”อีริคพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น

 

 

 

 

/*/

 

 

 

 

 

 

โลกิขยับตัวมายืนดีๆและมองออกไปยังท้องฟ้าที่มืดลงไปมากแล้วในตอนนี่ ฮาลถูกแม่นมสองคนพาตัวไปทานอาหารเย็นและอาบน้ำ ส่วนเขาเองยังไม่อยากไปไหน ดวงตากลมสีเขียวสวยมองเหม่อไปยังเบื่องหน้า กระพริบตาช้าๆเก็บรายระเอียดของแสงดาวและแสงจันทร์ที่มองจากตรงนี่ดูจะสว่างชัดขึ้นมามากเหลือเกิน เขาอยู่ที่สวนของดอกกุหลาบสีขาวและสีชมพูของท่านแม่เฟียสก้า มันมีศาลาเล็กๆไว้นั่งดื่มชาในยามบ่าย แต่ฮาลก็พาเขามาเล่นลูกบอล แม้จะเล่นได้สิบนาทีกว่าๆเจ้าตัวก็หันมาสนใจเรียกร้องให้เขาร่ายเวทให้ดู เด็กน้อยตัวเล็กน่ารักมากและเขาเองก็มีความสุขเช่นกัน

 

ชายหนุ่มกระชับเสื้อมากยิ่งขึ้นและหันมาเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า แล้วเขาก็ตาโตขึ้นมาเมื่อพบว่าเป็นเจ้าของเรือนผมสีทองสวยที่เขาคิดถึง ดวงตาคมกริบสีฟ้ามองตรงมาที่เขาจนเขาต้องหลบตา รู้สึกใจเต้นแปลกๆ ทั้งกลัวแต่ก็ดีใจไปด้วย ธอร์อยู่ในชุดทหารเต็มยศรวมทั้งหมวกสีเงินด้วยทำให้เขาคิดว่าอีกคนอาจจะออกไปนอกวังอีก ความคิดนั่นทำให้เขารู้สึกแย่ลงบ้างเล็หน้อย

 

“ข้าได้ยินจากนางกำนัลว่าเจ้าอยู่ที่นี่”น้ำเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูพูดขึ้นมาเป็นประโยคแรก

 

“หากท่านไม่พอใจที่ข้าออกมา ข้าจะกลับไปที่ห้อง”เขาพึมพำตอบกลับไป และแทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ตายเมื่อเห็นสีหน้าของธอร์ที่แส่มองไปทางอื่นจนเขายิ่งรู้สึกแย่ที่ทำตัวแบบนี่อีกแล้ว

 

“ข้า…ข้าอยากจะขอโทษท่าน ที่ทำตัวไม่ดีเลยแม้แต่นิด”เขาเสี่ยงพูดออกมาอีก เห็นธอร์หันมามองเขาด้วยแววประหลาดใจและแววดีใจ กับรอยยิ้มหล่อเหล่าที่ฉายชัดขึ้นมาจนเขาอดชื่นชมไม่ได้

 

“ข้าเองก็เช่นกันโลกิ ข้าอยากจะขอโทษเจ้าที่ทำตัวไม่ดีเลย ข้าไม่ได้ดูแลเจ้าเลยแม้แต่นิด”เขาขยับตัวเข้าใกล้คนตัวสูงที่หลุบตาลงต่ำ เขาไม่อยากให้ธอร์ใช้น้ำเสียงแบบนี่มันทำให้เขารู้สึกแย่ขึ้นมา

 

“ไม่ ท่านดูแลข้าดีมากฝ่าบาท ท่านเพียงแค่เป็นในแบบของท่าน”เขาพูดด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม ยกมือขึ้นลูบแผ่นอกกว้างเบาๆจนธอร์หันมาสบตากับเขา ครั้งแรกที่พวกเขาได้มีโอกาสพูดด้วยกันดีๆ เป็นครั้งแรกที่เขามีความสุขมากกว่าทุกๆครั้ง ดวงตาคมยังฉายแววเศร้าสร้อยอยู่จนเขารู้สึกกลัวอะไรบางอย่าง

 

“ข้าอยากจะขอบใจเจ้าในทุกๆเรื่องโลกิ แม้ข้าจะแย่ต่อเจ้า เจ้าก็ยังทนอยู่กับข้า..หรือเจ้าอาจจะไม่ได้อยากทนแต่ข้าก็ยังอยากขอบคุณเจ้า จากใจข้า”ธอร์พูดอีก “..และข้ามีข่าวดีจะมาบอกเจ้า”เขากระพริบตามองอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจ

 

“เรื่องอะไรหรือ?”

 

“..เมื่อไม่นานมานี่ ข้าจับยักษ์น้ำแข็งที่มาขโมยของในเมืองได้แล้ว ไม่ได้เป็นคนของเจ้าแต่คือคนของข้าเอง เด็กทารกวัย13ที่เก่งเวทมนพอจะสร้างเงาจากหนังสือภาพและขโมยขนมปัง ในฐานะกษัตริย์แห่งแอสการ์ต ข้าอยากจะขอโทษท่าน ผู้เป็นกษัตริย์แห่งโยธันไฮน์จากก้นบึ้งของหัวใจ ข้าช่างโง่เขลาและขาดความคิดถึงขนาดที่ทำให้ท่านผู้สูงส่งต้องลำบาก อภัยให้ข้า”เขาแทบจะใจหลนวูบไปถึงตาตุ่มเมื่อธอร์คุกเข่าลงต่อหน้าเขา จนเขายิ่งรู้สึกงุนงงเข้าไปใหญ่

 

“ท่านกำลังทำอะไร”เขาแทบจะเค้นเสียงพูดออกมาไม่ได้

 

“ข้ากำลังขออภัยต่อท่าน ขอให้ท่านอภัยให้กับความหยาบช้าของข้า…และเมื่อท่านต้องการ ข้าจะจัดทัพพาท่านกลับสู่โยธันไฮน์อย่างสมเกียริพร้อมกับคำขอโทษจากข้า ท่านเป็นอิสระแล้วโลกิ  ท่านจะได้กลับบ้านและข้าจะไม่บังอาจย่างกรายไปให้ท่านเห็นหน้าอีกตลอดกาล”เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก รู้สึกปั่นป่วนในท้องเหมือนกับหัวใจของเขากำลังแตกสลาย เขาไม่อยากไปเขาไม่ต้องการไปจากที่นี่ เขายอมที่จะอยู่ในฐานะเชลยหรืออะไรก็ได้ ขอให้เขาได้เคียงข้างธอร์อีกครั้ง

 

 

เขารักธอร์จนสุดหัวใจ

 

 

“ได้โปรด ข้า…”เขาสายหน้า พยายามพูดอะไรบางอย่างแต่น้ำตาของเขาก็เอ่อขึ้นมาเสียก่อน ดีใจที่ตอนนี่ธอร์กำลังคุกเข่าและก้มหน้าจึงไม่เห็นว่าเขากำลังจะร้องไห้ ชายหนุ่มหันหลังให้อีกคนมองออกไปยังท้องฟ้าอันมืดสนิท รู้สึกโหวงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

 

“ข้า….ธอร์ ข้ารู้ว่า…ข้าแค่ยังไม่พร้อม ข้า…”เขาอ้าปากพยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่เขาก็เรียบเรียงคำพูดไม่ได้ว่าจะพูดอะไรดี ชายหนุ่มเม้มปากพยายามกลั้นน้ำตาที่ไหล่ออกมาแต่ก็ทำไม่ได้ เขาไม่อยากไปจากที่นี่เลย แค่คิดว่าเขาต้องไปก็เจ็บจนเขาหายใจไม่ออก ชายหนุ่มยกมือขึ้นปาดน้ำตาและตัดสินใจหันมาเผชิญหน้ากับธอร์

 

“ข้าไม่อยากไป…ท่านกำลังทำอะไรธอร์”เขาขมวดคิ้วด้วยความมึนงงเมื่อหมวกสีเงินของธอร์ถูกวางไว้ด้านข้างขณะที่มือหยาบแข็งแรงกำลังร่ายเวทปรากฎเป็นช่อดอกไม้สีสวยขึ้นตรงหน้าเขา พร้อมกับใบหน้าคมที่เงยขึ้นมา มองเขาด้วยแววตาที่เปรี่ยมไปด้วยความรักใคร่จนเขาหน้าแดง ขยับเข้าไปหาคนตัวสูงที่ยังคุกเข่าอยู่อย่างไม่รู้ตัว เอื่อมมือออกไปหามือหยาบข้างขวาที่กำลังกุมมือซ้ายของเขาเอาไว้

 

“ข้าธอร์ บุตรแห่งโอดิน ขอเอ่ยความในใจต่อฝ่าบาท โลกิบุตรแห่งราฟรี่ย์ กษัตริย์แห่งโยธันไฮน์…ข้ารู้ว่าข้าทำผิดต่อท่าน หลายเรื่องที่ร้ายแรงจนมิอาจอภัย แต่ข้าอยากจะขอร้องความเมตตาจากท่าน อภัยให้ข้าผู้โง่เขล่า…ข้ารู้ตัวเองตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอท่านว่าหัวใจของข้ามอบให้แต่เพียงท่าน แต่ความจองหองของข้าก็บดบังมันจนข้ามิอาจรู้ให้เร็วกว่านี่ว่าข้าหลงรักท่านเพียงใด ในตอนนี่ท่านเป็นอิสระจากข้า ท่านเลือกได้ว่าจะอยู่หรือไปจากข้า แต่ได้โปรดเถอะโลกิ…ให้โอกาศข้าอีกซักครั้ง อย่าไปจากข้า อย่าไปจากชีวิตของบุรุษน่าสงสารคนนี่ ท่านคือแสงสว่างเดียวที่ข้ามี ข้าอยากจะอ้อนวอนต่อท่านด้วยหัวใจทั้งหมดของข้า..”ธอร์พูดเสียงเบาแต่กลับจริงจัง ริมฝีปากหยักก้มลงจูบเบาๆลงบนหลังมือของเขา

 

 

 

 

“..ได้โปรดให้เกียรติข้า แต่งงานกับข้าได้ไหม”

 

สินสุดน้ำเสียงทุ้มต่ำอ่อนโยนเขาแทบจะเข่าอ่อนลงไปกับความสุขที่โถมทับเข้ามาจนแทบจะหายใจไม่ออก ทุกถ่อยคำยังคงกังวานอยู่ในหัวของเขาซ้ำไปซ้ำมา ถ่อยคำที่ธอร์บอกรักเขา ยังไม่รวมคำขอแต่งงานที่ทำเอาเขาสติแทบจะหลุดลอย เขามองสบดวงตาคมที่มองมาที่เขาอย่างมีความหวัง มันทำให้เขานึกออกว่าควรจะพูดอะไรซักอย่าง แต่เขาก็ยังตัวแข็งทืออยู่แบบนั่น

 

“ข้า…ข้าควรจะ…”เขาอ้าปากค้างและเงียบลงไปอีก ยิ่งดวงตาและรอยยิ้มกรุ่มกริ่มที่มองมา เขายิ่งประหม่าเข้าไปใหญ่

 

“..ท่านควรจะตอบตกลง นั่นคือสิ่งที่ข้าหวัง”แก้มนิ่มขาวเนียนขึ้นสีแดงขึ้นมาจนถึงใบหูกับคำพูและรอยยิ้มขี้เล่นนั่น โลกิหันมองไปทางอื่นอย่างรวบรวมสติ เขาอายจนไม่รู้จะอายยังไงแล้ว เสียงหัวใจของเขาดังอื้อไปหมด

 

“ข้า…ตกลง”สิ้นสุดคำพูดเบาหวิวของเขา คนตัวสูงก็ลุกขึ้นมาด้วยรอยยิ้มหล่อเหล่า รอยยิ้มที่มีความสุขอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน มันกำลังมอบให้เขาแค่คนเดียวเท่านั่น และเขาก็ยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน

 

“เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้ามีความสุขแค่ไหน ข้าขาสั่นยิ่งกว่าตอนออกรบเสียอีก”เขาหัวเราะเบาๆ เงยหน้าขึ้นเมื่อมือหยาบอบอุ่นประคองหน้าเขาเอาไว้และกดจูบลงมา รสจูบอ่อนหวานแต่กลับร้อนแรง ขยับอยู่บนริมฝีปากของเขาอย่างหวงแหนและเขาเองก็จูบตอบอย่างรักใคร่เช่นกัน เสียงหัวใจของเขาทั้งคู่ยังคงเต้นแข่งกันจนไม่รู้ว่าของใครกันแน่ ชายหนุ่มครางเบาๆและยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแข็งแรง แม้จะถือช่อดอกไม้ไว้ด้วย

 

“หากเจ้ายอมแต่งงานกับข้า เจ้าก็จะไม่ต้องกลับโยธันไฮน์ เจ้าจะอยู่เคียงข้างข้า…แน่นอนว่าเจ้ากับข้าจะไปเยี่ยมดินแดนของเจ้าบ่อยๆ”เขาหัวเราะเบาๆกับริมฝีปากหยักที่กดจูบลงมาไม่หยุดบนใบหน้าของเขา

 

“ท่านจะทนหนาวได้หรือ? หมีป่าไม่ชอบอากาศหนาว”เขาพึมพำทำให้ธอร์หยุดจูบและมองหน้าเขาด้วยแววจับผิด

 

“ข้าล้อเล่น ไม่ว่าท่านอยู่ที่ใดข้าก็จะอยู่ด้วย”เขากระซิบเบาๆ เรียกรอยยิ้มจากใบหน้าคมและธอร์ที่เริ่มจูบเขาอีกครั้ง

 

“พูดไปเถอะ ยังไงข้าก็จะมีลูกหมีมาคอยสนับสนุนข้า…ในอีกไม่กี่เดือน”

 

 

[ E N D ]

*********************************

มีสเปเชียลอีก1ตอนนะคะ อิอิอิ

ขอบคุณที่ติดตามเรื่องนี่ค่ะ

เรื่องหน้าจะเป็นยังไง ติดตามด้วยนะคะ

จุบๆ

เกี่ยวกับ jrasmason

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะค่ะ บล็อกนี้จีนจะลงเป็นFictionหรือว่าเป็นAUนะค่ะ คู่หลักก็จะเป็นHiddleswothและคู่อื่นๆอีกตามแต่อารมณ์ค่ะ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบและสนุกกับนิยายที่จีนเขียนนะค่่ะ ขอบคุณค่ะ //จุ๊บๆ
เรื่องนี้ถูกเขียนใน King Of Mind, Z All Fiction และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

20 ตอบกลับที่ [FIC] Thorki [ThorXLoki]#9 King of mind [END]

  1. Pui Thaniya พูดว่า:

    อร๊ายยยยยยยยยยยยย เขิลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล

    กว่าจะบอกรักได้ นี่ต้องขอคำปรึกษาจากเด็กทารกเลยหรอนี่ 55

    ในที่สุดก็แฮปปี้้้้้้้้้้้้้้เอนดิ้ง ฝ่าบาทใจกล้าขอแต่งานด้วย ลุ้นแทบแย่

    อีกไม่กี่เดือน ลูกหมีจะออกมาหนับหนุนใครแน่หว่า ^_^

  2. wikinaga พูดว่า:

    อย๊ากกกกกกกกกกกกกกก…. อยากจะเปนลม
    หาของหวานทาน.. มาอ่านนี่ น้ำตาลขึ้น เปนเบาหวานไปหลาย ๆ ที เลยจีนเอ๊ยยย

    แม้งงง… น้ำตาจะไหลตามกิ ที่ไหนได้ แม้งงง…ขอแต่งงานซะ ชริ๊งงงงงงง~~`
    ไรวะ อีริคนี่มันไม่ธรรมดาจริง ๆ ท่านเทพเสกดอกไม้ได้ 555555 สุดยอด!!

    ขอโทษเหอะ อีริคฮาล….มันน่า.. จะได้อยู่นะ แอบคิด วร้ายย…

    ข้ารักเจ้า ยูวจีนของขร้าาาาาาา คาราวะหมดเหยือก แม่นางปากหนา อุต๊ะะะ…รักจริงเลยหยอกเล่นน่ะ *ขยิบตา*

    รอสเปนะ มันคงจะเปไปอีกมุมแหง ๆ *กำมัด*

  3. 123321 พูดว่า:

    วันดีๆ นิยายมาต่อ แอร๊ยย
    เด็กน้อยทั้งสองเป็นสายใยรักเลยอ้ะ

  4. mummorujang พูดว่า:

    น่ารักไปแล้วน่ารักไปแล้ว กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด >W/////W<

  5. TawanOrcustian พูดว่า:

    พระเจ้า!!! ในที่สุด พี่หมีก็ตัดสินใจได้เข้าท่า!
    ลูกหมีท่าทางจะน่ารักได้ใจ น้องหมีขาว กลมๆ น่ากอดๆ
    ตอนนี้ที่อยากเห็นที่สุด ท่านพ่อตาราฟฟี่จะจัดหนักลูกเขยแสบยังไง วะ ฮะ ฮ่ะะะะะะ

  6. Pui Thaniya พูดว่า:

    เขิลเบย วุ้ยยยยยยยยย

  7. peperpepe พูดว่า:

    ลูกหมี (-///w///-) คงน่ารักมุ้งมิ้งมากแน่ๆ

  8. jokirito พูดว่า:

    หูยยยย ลุ้นแทบแย่

  9. สุดท้าย..ราชาก็สยบศิโรราบคาบแก้ว…กะราชินีของเรา..คริ คริ…

    อยากเห็นน้องหมีอ่ะ..คุณจีน คงจะขาวกรุบกริบ…หน้าแบ๊วๆ ขนฟู ๆ นึกถึงภาพลูกหมีขั้วโลกตอนเกิดใหม่ ๆคงน่ารักมั่กมั่ก…

    รอ spe นะค้า…

  10. mimi พูดว่า:

    อร๊ายยย ในที่สุดก็จบแบบแฮปปี้ >< (เคลิ้มเลย~)
    ยังมีต่อชิมิ๊ เค้าจะรอน๊าาาา สู้ๆค่ะ

  11. Palantear พูดว่า:

    กรี๊สสส
    น่ารักโฮกกกก
    [ทึงหมอนด้วยความฟิน]

  12. 3 พูดว่า:

    ขอตอนต่อด่วนๆค่า

  13. amiten พูดว่า:

    เฮือกกกกก แอบอ่านในคาบพรีเซนต์งาน
    ยากมากที่จะไม่กรีดร้องงงงง
    ตอนจบฮะมุ้งฮะมิ้งมากคร่าาาา
    ตอนจบพี่ท่อพูดจาได้น่ารักมว๊ากก
    ขอโทดน๊าที่ไม่ได้เม้นตอนที่แล้ว
    แบบว่าพรีเซนต์งานไปนั่งเม้นไป /ฮา
    รอสเปค่าาาา
    ปล.อีริคกับฮาลน่ารักเฟ่อออออออ บอกเลอ

  14. Peem_kakeru พูดว่า:

    เรียกได้ว่า มีอีริคกับฮาลมาให้ฝึกเลี้ยง ถถถถถถถถถถ
    เป็นพ่อแม่ฝึกหัดสินะ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

  15. monster siz พูดว่า:

    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด พ่อหมีตอนนี้น่ารักสุดๆ! อร๊ายยยยย ลูกหมี ลูกหมี! *O*

  16. LemonNighT พูดว่า:

    เป็นหนีขั้วโลกก็ได้นะ

  17. eveep พูดว่า:

    โอ้ยยยย family หมีพาเพลิน 55555อยากให้มี ตอนต่อไปจัง อยากให้ถึงรุ่นลูกเลยอ่า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s