[FIC] Bloodrush [JamesXAdam] #1 The Beast’s Dice

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

C : James H. X Adam

R : M

G : Romantic ,

L : Thai

W : Yujean Rasmason

*****************************

ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนวุ่นวายในยามราตรี เสียงเปียนโนหวานหูจากนักเปียนโนสาวกลางแกลอรี่เปิดตัวชุดภาพวาดของนักวาดภาพมีชื่อชาวฝรั่งเศส การเปิดตัวครั้งแรกในแผ่นดินอเมริกา ทั้งช่างภาพและนักเขียนข่าวบางท่านเท่านั้นที่ถูกรับเชิญ ซึ่งจะเน้นมากกว่าไปทางเหล่าแขกผู้ร่วมงาน บรรดานักการเมืองใหญ่รวมถึงนักธุรกิจที่อาศัยงานนี้เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องสำคัญ ความลับบางอย่างหรือเหตุผลของธุรกิจความเพลิดเพลินจากเสียงดนตรียังคงสะกดให้สายตาทุกคู่มองตรงไปยังหญิงสาวในชุดเดรสยาวสีแดงสั่งตัดพิเศษ เจ้าหล่อนยังคงมีรอยยิ้มพริมใจไม่ต่างจากเสียงเพลงที่หล่อนกำลังบรรเลงด้วยปลายนิ้วลงบนเปียนโน ตอนนี้เป็นเวลาเกือบๆ4ทุ่มก็ว่าได้ คืนวันเสาร์ที่แสนสงบเหมาะแก่การพักผ่อนรวมทั้งการได้มองหญิงสาวใต้เครื่องเพชรแสบตาเป็นอย่างยิ่ง

อุ้งมืออวบอ้วนสะบัดผ้าเช็ดหน้าราคาแพง เขายังคงตรวจเช็คความหล่อเหล่าบนใบหน้า ผมที่บางลงทุกทีในช่วง4-5ปีมานี้ แต่นั้นไม่ใช่ปัญหาเพราะเขายังคงสามารถหวีมันให้มาปิดบังศรีษะเขาได้ วันนี้…หากเพียงแค่ทำได้มากกว่านี้เขาคงจะมีรายได้มากขึ้น ส่วนต่างเล็กๆน้อยๆที่เขาขอแบ่งจากจิตรกรเป็นค่าน้ำร้อนน้ำชาในการยอมให้ใช้แกลรอรี่ส่วนตัวแสดงงาน เขานี่และที่เต็มไปด้วยอำนาจที่จะดลบันดาลสิ่งใดๆก็ได้ในเมืองๆนี้ แม้แต่ตำรวจใหญ่เองก็ยังคงต้องเกรงใจ ชายวัยกลางคนนามว่าดาร์วิงเชิดขึ้นกระชับสูทสีดำเพื่อให้พุงของเขายุบไปมากที่สุด หันกลับมายิ้มทักทายยามที่ชายสองคนเดินผ่าน เขาเก็บผ้าเช็ดหน้าลงกระเป๋าก่อนจะสาวเท้าก้าวตรงไปยังบานประตูที่ห่างออกไปจากนักเปียนโน แน่นอนว่าไม่มีใครแม้แต่คนเดียวจะสังเกตุเห็นว่าผู้ชายคนหนึ่งหายไปจากห้องจัดแสดง

ฝีเท้าแผ่นเบายังคงก้าวเดินตรงมายังห้องที่เขาหมายตา นัดสำคัญในวันนี้นอกจากการโกยเงินเข้ากระเป๋าก็คือการพูดคุยในเรื่องสำคัญกับนักธุรกิจคนหนึ่ง… ดาร์วิงบังเอิญเหลือเกิน ความบังเอิญที่แสนเป็นใจให้เมื่อเขาดันรู้ความลับของคนๆหนึ่งเข้า เขารู้ว่ามีการซื้อขายตู้ม้าที่ผิดกฎหมายเกิดขึ้นในแถบลาสเวกัส เมืองคนบาป… มันคงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตถ้าคนๆนั้นไม่ใช้เจ้าของโรงแรมและบ่อนสองแห่งที่กำลังรุ่ง เหล่าแขกจะคิดเช่นไรหากว่าพวกนั้นเสียเงินนับพันๆเหรียญไปกับตู้ม้าที่ตั้งโปรแกรมเอาไว้เพื่อให้โอกาสถูกรางวัลน้อยลงมากกว่า3เปอร์เซน เขาไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับบ่อน สิ่งผิดกฎหมายต่างๆ แต่ดาร์วิงรู้ว่าจะสามารถทำกำไรได้เล็กๆน้อยๆจากการบอกต่อเจ้าของบ่อน แบบตัวต่อตัวว่า เขาจะเก็บความลับไว้ให้พ้นจากตำรวจหรือแหล่งข่าวลือ ตราบเท่าที่เขาได้สวนแบ่งจากการปิดปากเงียบ

เขาเพียงแค่ยืนรอ มองออกไปด้านนอกหน้าต่าง ดื่มดำกับบรรยากาศและค่ำคืนแห่งความสำเร็จ นี่เป็นห้องรับรองที่มีเพียงที่นั่ง ตู้และโต๊ะ ด้านหลังเป็นห้องของสตาฟที่จะต่อไปถึงทางหนีไฟ..แน่นอนว่าผนังคงจะหนาจนไม่มีใครได้ยินอยู่แล้ว ดาร์วิงเผลอยิ้มเมื่อได้ยินเสียงประตูที่ด้านหลัง เจ้าของร่างท้วมหันกลับมาเพื่อยิ้มทักผู้มาใหม่ ยื่นมือออกไปเพื่อหมายจะจับมือแต่ท่าทางและสายตาที่แสนเย็นชาทำให้เขายอมลดมือลงแบบเดิม

“เป็นเกียรติจริงๆที่ได้เจอตัวจริงของคุณเสียที” ดาร์วิงเชิดขึ้นพร้อมๆกับรอยยิ้มแสดงความจริงใจ อาจจะเรียกได้ว่าพยายามให้ตัวเองสูงทัดเทียบกับคนตรงหน้าก็ได้ อีกฝ่ายมองลงมาที่เขาด้วยสายตาคมกล้าไม่ไหวติงทำเอาเขาขนลุกไปชั่วครู่แต่ก็รักษาสีหน้าไว้

“คนของผมบอกว่าคุณมีเรื่องจะพูดด้วย” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมา “งั้นผมเองก็ควรจะบอกคุณก่อนว่าผมพอรู้ว่าคุณต้องการคุยกับผมเรื่องอะไรกันแน่มีสเตอร์ดาร์วิง การที่คุณเป็นนักการเมืองท้องถิ่นคงจะทำให้คุณมีคนมากมายและต่างก็คาบข่าวมาบอกคุณไปเสียหมดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง” เขายังคงรักษาสีหน้าให้ยิ้มตอบกลับไป ไม่ได้ตอบรับหรือปฎิเสธทั้งนั้นว่าเจ้าตัวคิดถูก เขามีอำนาจ

“ได้ยินข่าวว่าคุณกำลังไปได้ดีในธุรกิจการพนัน ที่เมืองนั้นใหญ่น่าดูและลูกค้าก็เปรียบเสมือนหนูตัวอ้วนๆสำหรับแมว หนูตัวใหญ่ที่แย่งกันกระโดดเข้าปากคุณถูกไหม?…” เขาหันหลังเพื่อเดินไปรินไวน์ชั้นดีใส่แก้วสองใบ

“ถ้าคุณต้องการแสดงความยินดีผมก็ขอน้อมรับไว้ ธุรกิจของผมแค่เพียงกำลังค่อยๆก้าวไปข้างหน้าเท่านั้น บ่อนสามที่และโรงแรมไม่ได้ทำให้ผมกลายเป็นอย่างแมวที่มีหนูจ้องกระโดดให้กิน”เขาหัวเราะเบาๆตอบรับมุขนั้น หันกลับมาเพื่อเดินมายืนตรงหน้าเจ้าตัว ยื้นไวน์ให้กับชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเขาราวรุ่นลูก

“ผมไม่ได้เพียงแค่มาเยินยอ… บังเอิญเหลือเกินที่ว่า มีคนเล่าให้ผมฟังถึงข่าวลือเรื่องที่คุณโกงเครื่องเล่นในคาซีโนของคุณ อาจจะยกตัวอย่างเช่น ตู้ม้า30ตู้? ผมไม่รู้ว่าคุณรู้ข่าวลือนี้ไหมแต่ไม่ต้องห่วง มีแค่ผมคนเดียวที่รู้ข่าวลือนี้… นักข่าวเองก็กำลังรอสัมภาษ์ณผมอยู่ที่ด้านนอกแต่ว่าผมสละเวลามาคุยกับคุณก่อน” ดาร์วิงยังคงยิ้มแม้จะสังเกตเห็นแววตาที่ดูแข็งกร้าวขึ้นมาก

“คุณกำลังจะแบล็กเมย์ผมหรือ มีสเตอร์ดาร์วิง”

“เกรงว่าใช่” เขาตอบกลับไปอย่างไม่ทุกข์ร้อน

“งั้นคุณก็ควรจะรู้ไว้ด้วยว่า ไม่ว่าเกมอะไรก็ตามที่คุณพยายามจะเล่นกับผม…มันโง่มาก มีสเตอร์ดาร์วิง ถ้าคิดว่าจะเอาเรื่องตู้ม้ามาขู่ผมละก็…ผมอาจจะเสียหายไม่กี่ล้านแต่ไม่นานจากเรื่องจริงก็จะกลายเป็นแค่ข่าวลือ แขกจะลืมแล้วจะเป็นยังไงถ้าผมจัดโปรโมชั่นเล็กๆเช่นการที่เพิ่มชิปให้สองเท่า? กลับไปคิดดูให้ดีก่อนดีกว่าไหมว่าถ้าไม่มีเรื่องนี้ คุณจะเอาอะไรรับรองชีวิตคุณจากมือผม” ดาร์วิงเผลอสูดหายใจเข้าลึก

“คุณไม่กล้าทำอะไรผมแน่นอน อย่าลืมสิผมเป็นนักการเมือง”

“อย่าให้ผมลองทำก็แล้วกัน ถ้าคิดว่าทำได้ก็เอาเลย…เชิญแบล็กเมย์ผมได้เลย แต่คุณอย่าเผลอตัวจะดีกว่า” ดาร์วิงขบกรามแม้ว่าจะเหงือออกท่วมตัว เขาสาดไวน์แดงเข้าใส่ชายหนุ่มจนเปื้อนไปทั้งเสื้อเชิ้ตสีขาว ดวงตาคมตวัดขึ้นมองเขาราวกับหากบีบคอได้เขาคงจะตายไปแล้ว ดาร์วิงไม่ยอมแน่เพราะเขาจะเอาทุกอย่างให้เป็นเช่นที่ตัวเขาต้องการ

“กลับไปคิดดูแล้วกัน ผมจะรอคุณเสมอ” ดาร์วิงพูดอย่างมีชัยเหนือกว่า

“ไม่แน่นอน มีสเตอร์ดาร์วิง…คุณคงไม่ได้รอผมอีกแล้ว อย่างน้อยก็ไม่ใช่ที่นี่”

/*/

“นี่มันไม่ใช่ภาพวาดนิ นี่มันเป็นภาพถ่ายชัดๆ ภาพถ่ายราคาถูกที่แกเอามาหลอกขายฉัน ทำไมแกถึงทำแบบนี้ เอาไอ้ของแบบนี้มาขายเสียเป็น300เหรียญเลยหรือ แกต้องเอาเงินคืนฉันมาไม่งั้นฉันจะหักคอแก!”น้ำเสียงแข็งกร้าวพร้อมกับคนที่แกว่งหมัดไปมาบนอากาศคาดคั้นเอาคำตอบจากเขา อดัมนึกโทษตัวเองที่ไม่น่าเปิดประตูออกมาต้อนรับเลยซักนิด เขาพยายามปิดประตูกลับไปแต่ก็ถูกดันให้เปิดอีกครั้ง พยายามพูดภาษาสเปนบ่งบอกว่าเขาฟังภาษาอังกฤษไม่ถนัดหวังให้เจ้าโง่นี้เลิกลาและถอยกลับไป เรื่องอะไรเขาจะคืนเงินให้กับของที่ขายไปแล้ว ขายก็คือขายไปแล้ว ไม่รับเปลี่ยนคืน และไม่รับซื้อคืนด้วย เจ้าตัวยังคงด่าทอเขาอยู่พร้อมกับชูรูปภาพซึ่งเขามีอีกเป็นโหลอยู่ในบ้านแม้จะเที่ยวบอกว่าเป็นรูปที่เขาวาดเอง มีเพียงใบเดียวเท่านั้น แบบนั้นแบบนี้

“นี่ไม่ใช่ภาพถ่าย มันเป็นภาพวาดนายแหกตาดูสิ ซื้อไปแล้วจะมาเอาคืนได้ยังไง ฉันคืนเงินไม่ได้เพราะฉันเอาเงินไปซื้อสีกับผ้าใบหมดแล้ว” อดัมตอบกลับไปซึ่ง…เขาโกหก อดัมเอาเงินส่วนหนึ่งที่หลอกขายได้ไปเล่นพนัน แล้วอีกส่วนก็ซื้อหาอะไรกิน ไม่มีส่วนสำหรับการจ่ายหนี้ต่างๆ เขากำลังหาส่วนใช้หนี้อยู่ แค่เพียงต้องหลอกขายภาพให้นักท่องเที่ยวอีกหลายๆคนก็เท่านั้น นี่ละเหตุผลหลักที่เขาไม่น่าขายภาพให้พวกอเมริกันด้วยกันเลย เจ้าบ้าพวกนี้หน้าโง่แต่กลับฉลาดเสียสิ้นดี… เขาใช้วิธีเอาภาพถ่ายจากกล้อง หามุมหาแสงสวยๆ มาแต่งรูปแล้วก็ขยายปริ้นลงผ้าใบ เคลือบทับให้ดูวาวๆ…ห่อพลาสติกอีกชั้นหนึ่งและขายโดยอ้างว่าเขาเนี่ย เป็นจิตรกรน่าสงสาร เขาจะขายภาพให้ในราคาถูก มีเพียงภาพเดียวตลอดชีวิตของเขามา

อดัมพูดแบบนี้กับทุกคนที่ท่าทางสนใจภาพถ่ายที่เหมือนภาพวาดของเขา

ทุกๆคนต่างชื่นชมที่ว่าทำไมเขาถึงได้เก่งกาจและมีพรสวรรค์ถึงขนาดที่วาดภาพได้ราวกับภาพถ่ายจากกล้อง ชายหนุ่มผมสีดำยาวประบ่าทำอาชีพนี้ เขาเป็นจิตรกรที่แสนเก่งกาจ..เขาวาดรูปได้แน่ละ แต่ทำไมจะต้องเสียเวลาวาดในเมือลูกค้าต่างต้องการภาพที่ช่างดูเหมือนจริง!

“แกหลอกขายภาพให้ฉัน เอาเงินคืนมาไม่งั้นแจ้งตำรวจแน่” อดัมทำเสียงขึ้นจมูก เขาตัดสินใจผลักเจ้าผู้ชายหยาบคายและค่อนข้างโง่แน่ๆออกจากหน้าประตูจนอีกฝ่ายล้มลงบนพื้น ชายหนุ่มอาศัยอยู่ในห้องเล็กๆกลางเมืองใหญ่… ค่าเช่าแสนถูก ห่างออกมาจากแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวเงินฟู่ฟ่าอยู่ไม่มากนัก เจ้าพวกนั้นยินดีหอบเงินจำนวนมากมาละลายที่เวกัส เสียเงินให้ตู้แมชชีน เสียให้กับลูกเต๋า เสียให้กับไพ่ แล้วมันผิดอะไรที่จะเสียให้จิตรกรน่าสงสารมีฝีมือที่กำลังจะอดตาย

“ฉันจะแจ้งจับนายที่บุกรุก ไปให้พ้นไป” อดัมไล้ตะเพิดอย่างไม่กลัวเกรง

“มีเรื่องอะไรกันครับ” อดัมเงียบปากลงทันทีเมื่อเงยหน้าขึ้นเจอรถตำรวจและหนุ่มผิวสีสองคนซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตรงมาทางเขา อดัมเพียงแค่กอดอกมองทางอื่นระหว่างที่เจ้าบ้านั้นรีบพลั่งพรูว่าเขาทำเรื่องอะไรไว้บ้างพร้อมกับโชว์ภาพวาดให้ดู วันนี้มันวันซวยจริงๆ เดาได้เลยว่าเจ้าของแมนชั่นคงแจ้งตำรวจที่ได้ยินเสียงโวยวาย หล่อนนะแจ้งตลอดเวลาที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้

“คุณหลอกลวงเขาหรือเปล่า มีสเตอร์…อดัม”เขากระชากไอดีการ์ดกลับมาทำเป็นไม่สนใจ

“มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดนะครับ ผมแค่ขาย…ภาพ และคุณคนนี้เป็นลูกค้า เขาไม่พอใจที่ผมไม่ยอมเปลี่ยนภาพให้”อดัมยิ้มพยายามอธิบายให้เข้าข้างตัวเอง

“ฉันไม่ได้พยายามจะเปลี่ยนรู้ แต่แกเอาภาพถ่ายมาขาย อ้างว่าเป็นภาพวาดที่แกใช้เวลาวาดเกือบ6เดือน ฉันเอามันไปเป็นของขวัญเจ้านายแล้วเขาแทบจะไล่ออกเพราะนี้มันภาพปลอม!!!” อดัมจ้องเขม็งมองลูกค้าเก่าของเขา อยากจะเข้าไปต่อยให้หน้าหงาย โง่จนถูกหลอกเองทำไมถึงต้องมาโยนความผิดให้เขาด้วย อดัมสายหน้าอย่างเอือมระอาเมื่อตำรวจกำลังจดคำพูดของเจ้าตัวและอีกคนกำลังวิทยุคุยกับใครซักคน มันเป็นชื่อเขาแน่ๆ

“ได้โปรดเถอะครับ ผมไม่ได้ทำอะไรผิด”อดัมพูดแต่ก็ยอมหยุดเมื่อคุณตำรวจยกมือให้เขาห้ามเดินเข้ามาใกล้

“หัวหน้าฉันบอกว่า…นายถูกแจ้งความโดยนักท่องเที่ยวประมาณ10คนได้ ถูกโยนออกมาจากคาซีโนสองครั้งเพราะพยายามโกงไพ่ ทะเลาะวิวาทในบาร์ หลอกแขกในบาร์ว่าเป็นอีตัวแล้วเชิดเงินเขา… ขโมยของ” อดัมอ้าปากค้างพยายามคิดหาคำปฎิเสธ

“ฉันไม่เคยขโมยของ ฉันคุยกับพวกนั้นแล้วว่าฉันไม่มีเงินกลับบ้าน ขอนาฬิกาหรือเศษเงินก็ได้ เขาให้ฉันมาเองฉันไม่ได้ขโมย” เขาร้องเมื่อถูกรวบแขนและใส่กุญแจมือทันที ตัวแข็งทื่อเมื่อถูกลากมาที่รถแล้วดันเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง พระเจ้าช่วย… ครั้งนี้มีหวังเขาได้เข้าซังเตจริงๆแน่ อดัมพยายามคิดหาทางเอาตัวรอดมองออกไปด้านนอก ตำรวจสองคนนั้นยังยืนคุยกันอยู่ ถ้าวิ่งหนีออกไปตอนนี้โดนยิงตายแน่นอนอดัม เขากลอกตากับความคิดตัวเอง

/*/

“เจอกันอีกแล้วมีสเตอร์อดัม” ดวงตาสีอ่อนตวัดขึ้นมองเจ้าของน้ำเสียงทุ้มต่ำ แววตาที่บ่งบอกเป็นอย่างดีว่าอะไรก็ตามที่อยู่ในแฟมนั้นจะต้องทำให้เขาปางตายแน่ๆ อดัมยังคงถูกใส่กุญแจมือ ถูกบังคับให้นั่งอยู่ในห้องวางๆมีเพียงโต๊ะและเก้าอี้ น้ำเปล่าหนึ่งขวดเท่านั้นหลังจากถูกพาตัวมาที่นี่ อดัมยังคงจำได้ดีเพราะเขามาค่อนข้างบ่อยในช่วงหลังๆ ช่วงที่เขาอาจจะเรียกได้ว่าติดการพนันมากไปซักเล็กน้อย ชายหนุ่มยังคงไม่ตอบอะไรและหันหน้าไปทางอื่น เขาจำได้ว่าอีกฝ่ายเป็นตำรวจที่เคยจับเขามาสองสามครั้ง เป็นระดับหัวหน้าที่ปล่อยตัวอดัมเพราะหลักฐานน้อย ส่วนมากพวกที่มาแจ้งความก็จะได้รับคำอย่างว่า “ยินยอม” ใช่แล้ว… เจ้าพวกนั้นยินยอมเขาเอง ตกลงเอง ตำรวจถึงไม่เคยทำอะไรอดัมได้เลยซักนิด คงจะมีก็แต่ครั้งนี้

“นายทำผิดอีกแล้วรู้ไหม…และคราวนี้เสียใจที่บอกได้ว่า นายหนีไม่พ้นแน่” เขายอมหันกลับมา

“ฉันรอลงโทษอยู่สองปีคดีลักทรัพย์ นายจับฉันไม่ได้”อดัมเริ่ม “เจ้านักท่องเที่ยวนั่นยอมเอง เขายอมซื้อภาพไปจากฉันเอง ตกลงราคากันเองด้วยซ้ำไป มันก็เป็นการซื้อขายอย่างหนึ่ง จะมาบอกว่าฉันทำอะไรผิดงั้นหรือ? ไม่ ฉันไม่ผิดเพราะฉันแค่ขายของ เป็นแค่พ่อค้า”

“นาย..ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น” อีกฝ่ายยกยิ้ม เปิดภาพสองสามภาพยื่นให้เขาดู ดวงตาสีอ่อนมองลงต่ำเพื่อมองให้ชัดๆ มันเป็นแหวนทองคำที่ตรงกลางประดับด้วยอัญมณีสีเขียว เขาจำได้ทันทีว่านี้เป็นแหวนที่เขาได้มาเมื่อไม่นาน จากแขกที่คิดเอาเองว่าเขาขายตัวแล้วเอามันให้เขา ซึงอดัมก็เอาไปขายกินเรียบร้อยแล้ว

“..ก็..แหวน” เขายังคงตีหน้าซื่อ อีกฝ่ายจึงหยิบใบเสร็จรับเงินที่เป็นชื่อเขามาวาง พร้อมกับภาพในกล้องวงจรปิด

“..นายอาจจะไม่รู้ แหวนวงนี้ถูกขโมยมา… คนขโมยเขาซักทอดมาถึงนายว่านายเป็นคนบอกให้เขา ใช้ขวดเหล้าทุบหัวเจ้าของแหวนแล้วนายก็เอาแหวนไปขาย นายมีคดีอยู่แล้วอดัม ครั้งนี้เป็นทำร้ายร่างกายและเอาของไป นายมีหลักฐานว่าคุยกับเขา นายเอาแหวนไปขาย มีลายชื่อนายอยู่บนใบเสร็จรับเงิน แล้วไหนจะคดีเก่าๆของนายอีก นายคิดว่าพวกคณะลูกขุนจะคิดยังไง? อดัมที่แสนน่าสงสาร…ขโมยของ หลอกขายภาพวาดให้นักท่องเที่ยว เอาเงินมาใช้เล่นพนัน นายได้นอนในคุกแน่ๆอดัม” เขายิ่งหัวใจหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม รู้ตัวได้เลยว่าหน้าซีดเพียงใด ชายหนุ่มพยายามขยับตัวขึ้นมานั่งเพื่อรวบรวมสติให้ดีกว่านี้

“จอน ฟังฉันนะ..นายรู้ว่าฉันเป็นโจรกระจอก ฉันทำอะไรใครได้หรือ? มองหน้าฉันสิ มองฉันแล้วบอกว่าคนแบบฉันนะหรือจะสั่งให้ใครเอาขวดเบียร์ไปฟาดคนอื่นเพื่อแหวนวงเล็กๆนี้ ฉันสาบานเลยว่าฉันไม่รู้เรื่อง ฉันไม่รู้จักเจ้านั่นมากกว่าแค่…โอเค ฉันตั้งใจจะหลอกกินเงินเขาเพราะเขาบอกว่าชนะแข่งม้ามา ฉันไม่รู้เรื่องอะไรก็ตามที่มันเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น”อดัมพยายามพูดอย่างจริงจัง เขายิ่งเสียงสั่นเครือเมื่อตำรวจหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอนตัวไปพิงพนักจ้องเขานิ่ง

“ฉันช่วยอะไรนายไม่ได้อดัม”

“ก็คิดสิ!! นายเป็นตำรวจ เป็นหัวหน้า อย่างน้อยก็…แค่เพียงอะไรก็ได้ ฉันจะเลิกหลอกขายภาพวาด จะหาเงินมาใช้คืน แค่…ฉันไม่ได้ทำ ฉันสาบานฉันไม่ได้ทำอะไรเลย” จอนไม่ตอบอะไรคำพูดของเขาแม้แต่คำเดียว ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลยังคงจ้องมาที่อดัมเหมือนกับกำลังใช้ความคิดบางอย่าง แต่เพียงไม่นานคุณตำรวจหนุ่มก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เจ้าตัวรวบแฟ้มแล้วเดินออกไปข้างนอกห้อง ไม่มีแม้แต่คำอธิบาย

เวลาไม่รู้ว่าผ่านมาเท่าไหร่แล้ว อาจจะหนึ่งชั่วโมง สองชั่วโมง หรืออาจจะแค่5นาทีนับแต่จอนออกไป ชายหนุ่มเหมือนตกเข้าสู่ห้วงความคิดของตัวเอง ทั้งกลัวและหวาดหวั่น อดัมไม่เคยต้องกังวลอะไรเท่าครั้งนี้มาก่อน หากเพียงย้อนกลับไปได้เขาคงจะไม่เฉียดเข้าใกล้ผู้ชายตัวเหม็นอย่างกับน้ำมันหมูคนนั้นแน่ๆ ไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเป็นของที่ขโมยมา เขาแค่คิดว่าโชคดีที่ขายแหวนได้ราคา เขาไม่รู้เลย…แล้วถ้าแบบนี้มีหวังเขาได้ขึ้นศาล คณะลูกขุนไม่เอาเขาไว้แน่เพราะคดีเก่าๆมันชี้เกินไปว่าวันหนึ่ง มีสเตอร์อดัมจะถึงขั้นทำร้ายและเอาของไป

วันนั้นมาถึงแล้วนี่ไง

เสียงประตูดังแผ่วๆก็เพียงพอให้อดัมตื่นจากความคิดได้ จอนเดินเข้ามาในห้องอีกครั้งพร้อมกับแฟ้มอีกแฟ้ม สีหน้าและท่าทางชายหนุ่มดูเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบเข้ากับใบหน้าคมคายกำลังมองมาที่เขา เจ้าตัวโยนแฟ้มลงบนโต๊ะ อดัมจึงหยิบมันมาดูอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีอ่อนเบิกกว้างในไม่กี่วิตามด้วยปิดแฟ้มลงแบบเดิม เขาพยายามใช้มือปิดปากไม่ให้อวกออกมา มันเป็นภาพถ่าย…ศพ เขามองได้ลางๆว่าเป็นชายวัยกลางคน อ้วนๆ…แต่ที่เด่นมากคือมีดที่ปักกลางอกกับเลือดสีแดงที่อาบไปทั่วเสื้อสีขาว จอนถอนหายใจเปิดแฟ้มเองแล้วหยิบอีกรูปขึ้นมาให้เขาดู เลือนมันมาตรงหน้า ภาพถ่ายของชายหนุ่มตัวสูงใบหน้าหล่อเหล่าคนหนึ่ง เส้นผมสีทองยาวกับดวงตาคมกริบน่าเกรงขามสีฟ้า เจ้าตัวดูสูงและตัวใหญ่มากแม้เพียงจากในรูปถ่าย

“..นี่คือเจมส์ ฮันท์ เขาเป็นเจ้าของคาซีโนชื่อ Let’s Hunt มีประมาณ3แห่ง เจ้าของโรงแรม J&H Paradise                 นายคงเคยได้ยินเพราะนายไปเล่นบ่อยนิ… สวนคนที่ตายคือดาร์วิง คอล์ล เขาเป็นนักการเมืองท้องถิ่นในตอนนี้ เขาตายแล้ว…และยังจับคนทำไม่ได้รายละเอียดคราวๆคือ เมื่อประมาณอาทิตย์ที่แล้ว มีการจัดแสดงภาพเขียนของจิตรกรชาวฝรั่งเศส คุณฮันท์เองก็ได้รับเชิญไป ต่อมาตอนเช้า คนทำความสะอาดไปพบศพคุณดาร์วิง ไม่มีใครรู้ใครเห็น มีเพียงพนักงานตอบรับที่บอกว่าเห็นคุณฮันท์ใส่เสื้อเปื้อนเลือดท่าทางรีบร้อนวิ่งออกไปทางประตูหน้า เราสงสัยว่าเขาเนี่ยและเป็นคนทำ” อดัมอ้าปากเหวอนั่งฟังเรื่องราวที่ไม่เกี่ยวกับเขาเลยซักนิด

“แล้ว…จับเขาสิ เอายัดตาราง” เขาเลิกคิ้วเมื่อจอนท่าทางอึกอัก

“มันมี…อะไรหลายอย่างที่ทำให้ยังไม่มีหลักฐานพอจะจับเขาได้ เราทำอะไรบุ่มบามไม่ได้อดัม หากเกิดอะไรขึ้นมามันเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว เขาเป็นคนน่ากลัวคนหนึ่ง” อดัมทำเสียงขึ้นจมูก

“งั้นนายบอกเรื่องนี้ฉันทำไม ฉันไม่ควรรู้เรื่องด้วย”

“ข้อเสนอของนายไงอดัม…เมื่อสองวันก่อน คุณฮันท์ประกาศหาช่างวาดภาพในโอกาสที่เขาเปิดคาซีโนครบ3แห่งและรายได้ทะลุเป้า เขาจะจ้างคนคนหนึ่งซึ่งเราได้สลับเปลี่ยนตัวไปแล้ว นายจะไปเป็นช่างวาดภาพคนนั้น หาทางทำให้ได้อยู่ที่บ้านเขาแล้วหาหลักฐานมาว่าเขาฆ่าสส.ดาร์วิง” อดัมตาโตยิ่งกว่าเดิม ถ้าฟังไม่ผิด โดยรวมๆแล้วคือต้องการให้เขาไปอยู่ในรังของฆาตรกร คำตอบเดียวเลยที่อยู่ในหัวเขาคือ

“ไม่”

“ใช่ นายต้องทำอดัม” จอนเท้าโต๊ะ “นี่คือข้อเสนอ ถ้านายยอมทำ..ฉันจะยอมเงียบเรื่องคดีของนาย” เขาทำเสียงขึ้นจมูก

“นายกำลังจะส่งฉันไปตายเพื่อแลกกับการไม่เอาฉันเข้าซังเตงั้นหรือ? นี่ฉันยอมติดคุกจะปลอดภัยกว่าไหม นายบ้าหรือที่จะให้ฉันไปนั่งวาดรูปให้ฆาตรกรโรคจิตเอามีดปักอกชาวบ้าน ถ้าเขาเอามีดมาแทงฉันจะทำยังไง ใครจะช่วย?? นี่ถ้าเข้าไปในบ้านแล้วเขาจับได้ว่าฉันวาดรูปห่วย ติดพนัน ฉันไม่ถูกจับล่ามกับเสาบ้านหรอกหรือ?” อดัมทุบโต๊ะพยายามอธิบาย

“เขาไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกอดัม”

“แล้วเป็นคนแบบไหน??? ฆ่าคนแต่ตำรวจยังไม่มีปัญญาจับฉันควรกลัวไหม?” อดัมยังคงพยายาม

“ถ้านายไม่ทำฉันจะจับนายเข้าคุกเดี๋ยวนี้และ4ปี ขังเดี่ยว มีแต่คอห่านกับหน้าต่างที่อยู่สูง3เมตร ช่องใส่อาหารเล็กๆที่ประตูเหล็กหน้า3นิ้ว” จอนทุบโต๊ะเพื่อให้อดัมฟัง “นายวาดรูปได้เพียงแค่นายไม่ยอมวาด ฉันจัดการเรื่องทุกอย่างให้นายแล้ว ทั้งเสื้อผ้า โทรศัพท์ สัญญาณขอความช่วยเหลือ แค่เอาหลักฐานว่าเขาทำผิดมาแล้วพวกฉันจะเข้าไป แค่นั้น…นายก็จะเป็นอิสระทุกอย่าง ไม่มีคดี” อดัมกลืนน้ำลายเฮือก เขาพยายามกระพริบตาเพื่อใช้ความคิดว่าควรทำยังไง เขาไม่รู้ว่าจะตายหรือไม่หากถูกจับได้

“…สัญญาว่าจะมีตำรวจอยู่รอบ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเบาหวิว

“แน่นอนที่สุดอดัม”

“ดี…งั้นนายช่วยเล่าแผนของเราให้ฟังได้ไหม…ก่อนหน้านั้นฉันต้องการสัญญา ว่างานนี้ถ้าฉันรับทำแล้วเสร็จงานฉันเป็นอิสระ ไม่มีคุก” อดัมตกลงยื้นคำขาด เขาใช้มือลูบๆไปตามเส้นผมยามที่ตัวเองเริ่มเป็นกังวล เขาอาจจะต้องเลิกต้มตุ๋นไปซักพักใหญ่ๆ ล้างคดีแล้วเปลี่ยนไปหางานสุจริตทำ ดวงตาคมสีอ่อนหลุบลงต่ำเมื่อตำรวจหนุ่มยังคงจ้องมองเขา อีกฝ่ายยอมหยิบแผ่นกระดาษสองสามแผ่นออกมาให้เขาอ่าน

“ตามนี้” จอนว่า “ถ้านายทำงานนี้ จะล้างคดีให้แต่นายจะต้องจ่ายเงินคืนกับพวกลูกค้านายที่มาแจ้งความ แล้วเลิกทำตัวแบบนี้อีก”อดัมถอนหายใจเฮือกใหญ่

“แผนละ”

“หาหลักฐานว่าเจมส์คุยอะไรในคืนนั้นกับดาร์วิง หาเสื้อตัวที่เปื้อนเลือด” อดัมทำเสียงขึ้นจมูก

“เขาจะฆ่าฉันตายก่อนนะสิไม่ว่า ใครที่ไหนจะยอมให้คนไม่รู้จักค้นบ้านตัวเอง เขาจ้างฉันไปวาดรูปแล้วถ้าเขารู้ว่าฉันวาดรูปไม่ได้ละ” ชายหนุ่มพยายามยื้อเวลา การที่ตัวเองเรียนจบศิลปะมาย่อมบอกอยู่แล้วเรื่องที่เขาประกาศป่าวๆว่าวาดรูปไม่ได้นะโกหก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้จับพูกันจริงๆมานานมาก จอนตบโต๊ะอีกเพื่อให้เขาฟังที่ชายหนุ่มจะพูด

“นายก็ทำตัวให้สนิทกับเขาไว้สิ สนิทจนเจมส์ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้น เล่าให้นายฟังทุกอย่าง อัดเสียงมา” จอนพูดราวกับเป็นเรื่องง่ายแต่สำหรับเขานี้มันบ้ามาก แค่เอาชีวิตให้รอดมันก็ยากแล้วและจะไปทำได้ยังไง

*********************************

สวัสดีคะ จีนหายไปพักนึงเลย ไม่นานๆ//อุ

เรื่องนี่ เป็นคู่ระหว่างอดัมคนสวยและเจมส์นะคะ แต่อดัมไม่ใช่แวมไพร์ เจมส์ก็ไม่ได้แข่งรถด้วย

เรียกว่าเป็นคู่ของ “โจรกระจอก” กับ “มาเฟียเจ้าของคาซิโน” ก็น่าจะดี 55555555555

ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ

ขอบคุณคะ

เกี่ยวกับ jrasmason

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะค่ะ บล็อกนี้จีนจะลงเป็นFictionหรือว่าเป็นAUนะค่ะ คู่หลักก็จะเป็นHiddleswothและคู่อื่นๆอีกตามแต่อารมณ์ค่ะ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบและสนุกกับนิยายที่จีนเขียนนะค่่ะ ขอบคุณค่ะ //จุ๊บๆ
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Z All Fiction และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

10 ตอบกลับที่ [FIC] Bloodrush [JamesXAdam] #1 The Beast’s Dice

  1. Kpy'Bunny พูดว่า:

    อดัมชีวิตดูรันทดมากเลย 55555555555
    ส่วนจอนนี่แบบจะทำไม่ทำห้ะ!! / จอนจะทุบโต๊ะทำไมมมเจ๊กลัวนะ
    รอตอนต่อเลยคะ มันต้องสนุกมากแน่ๆเลย ><

  2. shinjang พูดว่า:

    โอ้ววว พี่จีนน ในที่สุดตอนใหม่ก็คลอดแล้วนะเค๊อะ น้องปลื้มปริ่มเหลือเกินน มาแบบเจมส์อดัมโด้ย ฮรืออๆ อยากได้คู่นี้มานาน Y v Y
    อดัมจะเข้าไปอยู่กะเจมส์แล้ว!!จะเป็นอะไรรึปล่าวหนอ ติดตามต่อไปฮาฟฟฟ❤❤

  3. Pingback: [FIC] Bloodrush [JamesXAdam] #1 The Beast’s Dice | YuJean Rasmason [Hiddlesworth][All Fiction]

  4. wiki พูดว่า:

    สนุกอ้าาาาาาาาาาาาาา
    ทำไมอดัมเป็นที้นิสัยแย่แบบนี้ล่ะ แต่ก็นะ ทุกคนย่อมมีวิถีเอาตัวรอดกันทั้งนั้น เบียดเบียนเอาเปรียบใครบ้างไม่แคร์ แค่ให้อยู่รอดต่อไป แต่มาเจอ…ข้อแม้ตำรวจแบบนี้ ชีวิตโคตรเครียดเยยยยยย อดัมเอ๋ย

    เจมส์จะทำไรไงบ้างนะ เจอเมียกากๆ เอ้ยยย ศิลปินไส้แห้งเข้าไปเนี่ย อิ๊ย์..

  5. wiki พูดว่า:

    Reblogged this on wiki and commented:
    จุ๊จุ๊ หนูจะบุกเข้าบ้านแมวแล้ว แมวตะปบกินหรือฆ่าทิ้งกันล่ะเนี่ย..อิ๊ย์

  6. jokirito พูดว่า:

    เจมส์อาจจะเสื้อเปื้อนไวน์เฉยๆ ไม่ใช่เลือดหรอก เจมส์อาจจะไม่ใช่คนฆ่าอิ สส ก็ได้ ถึงจะฆ่า เรื่องอะไรพี่แกจะลงมือเอง แล้ว สส นิสัยแบบนั้น อาจจะโดนคนอื่นที่ไปขู่ไว้ก่อนหน้าฆ่าเอามากกว่า

    แต่ถ้าเป็นงั้นแล้วอดัมจะเข้าไปหาอะไรในบ้านเจมส์นั่นล่ะ อ่ะคึ อ่ะคึ ได้อะไรดีๆๆๆๆๆแน่เลย

    ปล ในตอนที่2เราเม้นไม่ได้อ่ะค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s