[FIC] Hiddlesworth (JamesXAdam) #2 Bloody body

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

C : James H. X Adam

R : M

G : Romantic ,

L : Thai

W : Yujean Rasmason

*****************************

“หมายความว่ายังไงที่ประตูปราสาทจะไม่เปิดก่อนมืด มีอะไรที่โดนแสงไม่ได้อยู่ข้างในหรือไง”เขาเลิกคิ้ว มองอีกฝ่าย พยายามคิดหาคำตอบแต่ในใจก็รู้อยู่แล้ว คงจะมีแค่เพียงเรื่องเดียวเท่านั้นที่เป็นไปได้
พวกปลิงสกปรกบางครั้งก็กลับกลายเป็นคนใหญ่คนโตได้อย่างน่าเหลือเชื่อ น่าสงสารแต่เพียงความความเป็นอยู่และมีตัวตนของพวกเขานั้น ทางการไม่ได้รับรู้…เรียกกันว่าเขาเป็นพวกใต้ดินเสียมากกว่า ทำตามคำบัญชาของพระผู้เป็นเจ้า กำจัดพวกตัวอันตราย
กำจัดในกรณีที่ว่า ต้องฆ่าและห้ามให้คนทั่วไปรู้เสียด้วยว่าถูกฆ่า… จะว่าง่ายๆเจมส์เองก็คือนักฆ่าดีๆนี่เอง เขาทำงานเพื่อเงิน เพื่อสวรรค์ เพื่อความถูกต้อง เพื่อตัวเอง ร่างสูงมีประสบการ์ณอย่างน้อยก็มากกว่า5ปี เขายังจำแวมไพร์ตัวแรกที่เขาฆ่าตายได้
ในตรอกเล็กๆระหว่างที่เขาเดินทางกลับมาจากการเล่นการพนัน ได้เงินมาอย่างน้อยๆก็เกือบ20เหรียญทอง พอที่จะซื้อหมูซักตัวเอามาเลี้ยงและขายเอากำไรในหน้าหนาวปลายปี รวมถึงเงินอีกนิดหน่อยที่จะซื้อสร้อยไข่มุกเล็กๆซักเส้นให้ภรรยาของเขา จนกระทั่งเขาหันไปเห็นบางอย่างในตรอก
มันหลบแสงไฟ ผิวที่ขาวซีด ดวงตาที่เป็นประกายสีแดงเมื่อได้ดื่มเลือดหญิงสาวที่โชคร้าย เมื่อแสงจันทร์ผ่านพ้นจากกลุ่มเมฆ มันทำให้เขาได้เห็นใบหน้าสวยงามที่แสนคุ้นเคย คู่ชีวิตของเขา เธอกำลังเงยหน้าอ้าปากค้างระหว่างที่สัตว์ตัวนั้นกำลังขย้ำคอเธอ เจมส์ยังจำดวงตาสีอ่อนสวยได้ดี
ในเวลาไม่นาน ร่างสูงรู้ตัวอีกครั้งเขาก็ใช้มีดที่พกมาปักเข้าใจกลางของแผ่นหลังชายคนนั้น เขาจำได้ว่ามันคงทะลุหัวใจ อีกฝ่ายเปร่งเสียงคำรามอย่างน่ารังเกียจ
เขาได้สบตาของเธอเป็นครั้งสุดท้าย แต่ช่างน่าเศร้าเมื่อเธอจากเขาไปตั้งแต่ก่อนหน้านั้น… เจมส์ได้รู้ข่าวที่หลังว่าหญิงสาวออกมาเพื่อตามหาสามีของเธอ

ทุกอย่างเป็นความผิดเขา

และเจมส์เองก็ลอบสาบานว่าจะฆ่าพวกมันเพื่อเธอ
แต่เรื่องมันผ่านมาเกือบ5ปี ป่านนี้เธอคงจะนั่งร้องเพลงอย่างเริงร่าอยู่บนสวรรค์ และเขาก็เริ่มเปลี่ยนเป้าหมายจากการล่าเพื่อแก้แค้นมาเป็นล่าเพราะอย่างอื่น เขาค้นพบว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่เขาทำได้ดี
เหล่าฮันเตอร์มีจำนวนมากขึ้นในทุกๆวันนี้ งานของเขาน้อยลง น้อยลงมากจนเขาต้องหาอย่างอื่นทำ และหากกลับมาพบกับปัจจุบันแล้วละก็…งานของเขาเองก็คือ การหาทางเข้าไปในปราสาท หากได้ตรวจดูแม้เพียงครั้ง เขาคงจะรู้ว่าใครคือเป้าหมาย
แวมไพร์จะเรียกว่าดูง่ายก็คงง่าย จะเรียกว่ายากก็คงยาก พวกมันเหมือนกับมนุษย์ทั่วไปทุกอย่าง แต่ผิวจะซีดกว่า และไม่ถูกกับแสงแดดมากนัก… หากแต่จะดูง่ายที่สุดก็คงเป็นดวงตา ดวงตาที่จะวาววับด้วยประกายสีแดงสดดังเลือดเมื่อได้ดื่มเลือดมนุษย์ ร่างกายพวกมันจะอ่อนแอชั่วขณะที่ดื่มเลือด จะทำให้ฆ่าง่ายยิ่งขึ้น

เจมส์เองก็หวังว่าจะเจอแวมไพร์ในปราสาทที่เขาจะไปในคืนนี้
ราตรีมาถึงไวกว่าที่เขาได้คาดคิดเอาไว้ ร่างสูงใหญ่ใช้เวลาในช่วงกลางวันเพื่อขนของใส่เกวียน เขานั่งอยู่ด้านท้าย มีม้าค่อยลากเกวียนให้ไปตามถนนช้าๆ มีเพียงแสงไฟจากคบเพลิงทำให้พอเห็นทาง เขารู้ว่าเดินทางออกมาตามถนนกรวดในทางทิศเหนือ ผ่านสวนผลไม้ที่มองไม่ชัดนัก เลี้ยวสองถึงสามเลี้ยวก็มาถึงบริเวณโล่งกว้าง
เจมส์หันกลับไปดู จะเรียกว่าปราสาทก็คงจะไม่เชิง มันไม่ใช่ปราสาทที่ใหญ่มากนัก ถ้าเรียกว่าแมนชั่นขนาดใหญ่คงจะเหมาะสมมากกว่า ทั่วปราสาทเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ขึ้นสูงจนไม่เห็นแนวรั้วหิน มีทหารสองคนยืนเฝ้าอยู่ ดวงตาคมกริบเงยมองขึ้นไปยังตัวสิ่งก่อสร้าง บางห้องจุดตะเกียงเอาไว้ ระหว่างที่บางห้องก็มืดสนิท เขาเปลี่ยนมาสนใจเมื่อทหารเปิดประตูรั้วให้ เขาจะต้องหาทางเข้าทำงานในนี้ให้ได้
“สวัสดี” เจมส์หันมาทันทีเมื่อพบเห็นใครคนหนึ่ง ร่างสูงอยากจะกรอกตาเมื่อเป็นผู้ชายตัวสูงคนนั้น คนที่เคยบังคับม้าและเอาแส้ฟาดเขา ร่างสูงทำเป็นก้มหน้าก้มตาขนของต่อไปเพื่อให้อีริคเดินผ่านไปเช็คของแทน

/*/

อดัมละสายตาออกมาจากหน้าต่างบานสูงเพื่อให้แน่ใจว่าคนด้านล่างจะไม่มีทางเห็นเขา สายตาเมื่อกี้… คนๆนั้นอีกแล้ว ชายหนุ่มเจ้าของแววตาคมกล้าไม่กลัวเกรงต่อสิ่งใด ดวงตาสีฟ้าราวกับมองทะลุทุกๆอย่าง เมื่อกี้อีกฝ่ายมองขึ้นมาบนนี้…แล้วจะเห็นเขาไหมนะ หากเขาพบว่ามีคนมองจะทำเช่นไร
ชายหนุ่มแส่หน้าหนีหันหลังให้กระจกมากยิ่งขึ้น ขายาวพาตัวเองก้าวเดินอาดๆออกมาจากห้อง เดินลงมาตามทางเดินยาวยังชั้นล่างสุด เขายังคงใส่ชุดแบบตอนกลางวัน ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล เขาคงจะนอนอีกครั้งก็เมื่อยามรุ่งสาง มือขาวยกขึ้นลูบเส้นผมตัวเอง เขาพยักหน้าให้เมดคนหนึ่งและขอร้องให้เธอช่วยเปิดบานประตูด้านหน้าให้ เขาเดินออกมาตามทางเดินที่ปูด้วยอิฐ บอกตัวเองอีกหลายครั้งว่าอย่าเดินเร็วมากเกินไป จนในไม่ช้าเขาก็มาถึงยังที่ที่อีริคกำลังเช็กข้าวของอยู่
“สวัสดี” อดัมทักทาย มองทุกคนยกเว้นเพียงคนเดียว ปลายคางเชิดขึ้นอย่างวางตัวแม้ว่าจะรู้ถึงสายตาคมที่มองเขาอยู่
“นายท่าน ข้าดีใจยิ่งนักที่ท่านลงมาดูข้าวของของข้าด้วยตัวท่านเอง ครั้งนี้แป้งคุณภาพเยี่ยมยอด แถมยังมีเครืองเทศจากแดนไกลอีกด้วย” เขาพยักหน้าตอบรับ หันกลับมาเมื่ออีกฝ่ายขยับตัว
“ท่านจำข้าได้ไหม? ข้าเจมส์ ข้าอยากจะขอขอบคุณท่านอีกครั้งที่เมตตาให้ข้าติดรถม้ามาในวันนั้น” อดัมหัวใจเต้นเล็กน้อยเมื่อได้เห็นใบหน้าคมใกล้ๆ ใต้แสงจากคบเพลิง เจมส์ดูดีกว่าที่เขาเคยคิดไว้ แม้จะเต็มไปด้วยหนวดเคราก็ตามที
“ถอยไป” อีริคแยกเขี้ยวทันที
“ข้ามิเป็นไรอีริค…” อดัมพูด “…ข้าอดัม เรียกข้าว่านายท่านก็ได้” เขาแนะนำตัวพอประมาณ เมื่อพบว่าอีริคเลิกขวางทางเจมส์ เจ้าตัวก็เข้ามาใกล้เขาและก้มหัวลง เขารับรู้ถึงมืออันอบอุ่นที่จับมือของเขา ยกมันขึ้นก่อนจะจูบลงบนแหวนประจำตระกูลอย่างแผ่วเบา
“นายท่าน” อดัมขยับกายถอยหลังเมื่อเจมส์ยอมปล่อยมือของเขา เขาเพียงแต่หันกลับมาสนใจข้าวของโดยที่ทำเป็นว่าทุกอย่างคือเรื่องปกติ รอยจูบของอีกฝ่าย แม้เพียงได้สัมผัสแผ่วเบามันกลับทำให้เขาร้อนไปทั่วใบหน้า
“ข้าดีใจที่ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี ข้าจะขึ้นไปอ่านหนังสือต่อ ขอให้พวกเจ้าตั้งใจทำงาน เพื่อข้า” อดัมพูดต่อ เขาหันหลังเพื่อเตรียมเดินเข้าไปในปราสาท
“ช้าก่อนนายท่าน” อดัมหยุดอยู่ที่เดิมเมื่อได้ยินน้ำเสียงเข้มกังวาลของใครบางคน เขาหันกลับมามองตามเสียง
“ข้าอยากจะขอความเมตตาจากท่าน ข้าเดินทางมาไกล อย่างน้อยหากข้าจะตอบแทนบุญคุณท่านได้ ในปราสาทนี้คงมีงานใช้แรงเพื่อให้ข้าได้ทำบ้าง แลกกับที่ซุกหัวนอนและขนมปังเพื่อกิน” เจมส์เอ่ยอีกครั้ง
“เจ้ากล้าดีเช่นไร.. ข้าจะตบปากเจ้าจนกว่าจะเลือดออก” อีริคแยกเขี้ยว
“พอเถอะอีริค..” อดัมขัด “…งั้นข้าขอถามว่าเจ้าสามารถทำงานอะไรได้บ้าง” เขาเชิดหน้าขึ้นอย่างถือตัว มองร่างสูงใหญ่กำยำของเจมส์ อีกฝ่ายเสยผมเล็กน้อย แต่ถึงเช่นนั้นมันก็ตกลงมาปรกใบหน้าอีกครั้งอยุ่ดี
“ข้าเป็นเด็กเลี้ยงม้าก็ย่อมได้” อดัมสูดหายใจเข้าลึก ในไม่นานเขาก็ต้องหลบตาเจมส์เพราะอะไรบางอย่าง ความเร้าร้อนที่เขานึกถึง มันอาจจะมากกว่าที่เขานึกถึง..

“อีริคจะจัดการให้เจ้า คนเลี้ยงม้าก็สำคัญเช่นกัน” อดัมมองสบดวงตาคมนานกว่าที่เขาต้องการ เพียงไม่นานแพขนตายาวก็หลุบลงต่ำและอดัมที่หายเข้าไปในปราสาทอีกครั้งอย่างเงียบเชียบ
/*/

เจมส์นอนพลิกตัวไปมาอยู่บนกองฟาง ข้างๆเขาเป็นเหล่าม้าที่ตอนนี้คงหลับกันไปแล้ว จะมีบ้างที่ส่งเสียงพ้นลมให้เขาหันไปมอง ตัวปราสาทยังคงเต็มไปด้วยไฟสว่างแม้จะเลยเวลาจนเกือบถึงรุ่งเช้า ทำไมถึงไม่มีใครนอนในเวลาแบบนี้ แต่สิ่งหนึ่งเจมส์ก็พอจะเข้าใจ
ท่านขุนนาง คงเป็นตัวต้นเหตุ
อีกฝ่ายท่าทางดูเงียบขรึม ไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ว่าคิดอะไรอยู่กันแน่ ดวงตาสีอ่อนที่มองมาทางเขา เหมือนสนใจ? แต่ก็ดูไม่สนใจ ร่างสูงยันกายขึ้นมานั่ง หันกลับไปหาม้าข้างๆที่พ้นลมรับเมื่อเขาขยับตัว บางทีเขาควรจะหาทางงีบหลับ พรุ่งนี้เขาจะแอบเข้าไปด้านในตัวปราสาท

ตอนเช้าตรู่มาถึงไวกว่าที่เขาคาดคิดเอาไว้ เจมส์ลุกขึ้นนั่งทันทีเมื่อได้ยินเสียง ร่างสูงเองก็เริ่มคิดจริงๆแล้วว่าเขาจะถูกปล่อยให้นอนเฝ้าม้าแบบนี้ใช่ไหม? เขาขยี่เส้นผมแรงๆ ลุกขึ้นก่อนจะเดินไปตรงบ่อน้ำ เขาจัดการตักมันขึ้นมาและล้างหน้าล้างตา ก่อนจะหอบส่วนหนึ่งกลับมาที่คอกม้าเพื่อเติมน้ำให้เจ้าพวกนั้น
“คืนนี้ไม่ต้องเรียกกันทั้งคืนอีกนะ แยกกันนอน ข้าไม่กินฟางของพวกเจ้าหรอก หวงทำไมกัน” เจมส์ลูบๆจมูกของม้าตัวโตสีเข้ม มันเองก็ดันมือเขาเล็กน้อยเป็นการตอบรับ ร่างสูงหันกลับมา เดินกลับไปยังบ่อน้ำเพื่อเอาถังไม้ไปไว้ที่เดิม เขาสังเกตุเห็นสาวใช้สองคนยืนมองเขาอยู่ที่มุมหนึ่งของเสาหิน พวกเธอหลบตาเขาทันที
“สวัสดียามเช้าแม่นาง หากพวกท่านต้องการน้ำ ข้ายินดีดึงมันขึ้นมาให้ได้นะ” เจมส์ผ่ายมือ พวกเธอจึงยอมเข้ามาใกล้เล็กน้อย
“สวัสดีเจ้าคะ” พวกเธอย่อเข่า ร่างสูงจึงเอื่อมมือเพื่อตักน้ำให้อีกครั้งหนึ่ง
“เช้านี้อากาศดียิ่งนัก แต่เหตุใดแล้วท่านขุนนางยังไม่ตื่นอีก ข้านึกว่าท่านจะลงมาขี่ม้ารับแสงตะวัน”เจมส์ถามขึ้นมา ราวกับพูดลอยๆ พวกเธอมองหน้ากันอย่างฉงน
“เจ้าคงจะเข้ามาใหม่ นายท่านไม่ตื่นหรือออกไปไหนในยามกลางวัน” เธอบอก เขาขมวดคิ้วเพื่อให้เธอเล่าต่อ แต่เธอก็ไม่พูดอะไร
“แล้ว…พวกเจ้าต้องทำงานกลางคืนด้วยไหม?” เธอส่ายหน้า
“ยามกลางคืนมีเพียงทหารและหัวหน้าพ่อบ้าน ท่านอีริค… พวกข้าจะจัดเวรกันอยู่ในยามกลางคืน เพื่อดูแลนายท่านกับนายน้อย”เขายิ่งเลิกคิ้วมากขึ้นไปอีกกับคำว่านายน้อย
“ใช่แล้ว ถูกของเจ้า”เขาพยักหน้ารับ
“ห้ามใครรบกวนนายท่านเวลากลางวัน งานของพวกข้าจึงไม่ยุ่งเท่าช่วงกลางคืน” ร่างสูงนึกไปถึงโลงศพและอีกฝ่ายที่นอนอยู่ เพราะแบบนี้สินะถึงได้ห้ามให้ใครรบกวน บางทีเขาอาจจะเข้าไปหาอีกฝ่ายและเริ่มสำรวจทุกอย่าง และก็ฆ่าเสีย…
/*/

เวลาผ่านไปไวในช่วงเช้า เขาต้องล้างคอกม้า แปลงขนพวกมัน พาไปเดินเล่นรอบๆ ตัวเขาจึงเต็มไปด้วยกลิ่นม้าและกลิ่นฟาง ร่างสูงเงยมองอากาศด้านบน เมฆสีเทาที่เริ่มตั้งเค้าอีกรอบ อาจจะเป็นเพราะนี้คือช่วงกำลังจะเปลี่ยนแปลงฤดูกาล หากว่าแดดล่มขนาดนี้ เจ้าของปราสาทจะออกมาด้านนอกหรือไม่นะ?
เจมส์เลือกที่จะเดินออกมาจากตรงนั้น เขาหยิบมีดเงินและกริชเงินติดมาด้วย ด้านหลังที่ห่างออกไปมีแม่น้ำอยู่ เขาน่าจะไปอาบน้ำในรอบสองสามวันเสียหน่อย บางทีอาจจะเลมเคราออกเพราะเขาไม่มีเวลามากมายนักสำหรับโกนหนวด ที่สำคัญ… เขาไม่มีใบมีดโกนดีๆซักอัน
เจมส์ลืมตาขึ้นมาเมื่อรู้สึกถึงเม็ดฝนเม็กเล็กๆหยดลงบนใบหน้าของเขา มันเป็นแค่เพียงระอองปอยๆ แต่ถึงอย่างนั้นเมฆกลับมืดสนิทราวกับพายุกำลังจะเข้า ร่างสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่เพราะต้องขึ้นจากแม่น้ำ เขาอุส่าเลือกมานั่งแช่อย่างสบายใกล้ๆกัน จะเรียกว่าแม่น้ำก็ไม่ถูกนัก เหมือนเป็นทางน้ำไหลที่ความลึกไม่เกินกว่าหน้าแข้งของเขาเอง
ร่างสูงลุกขึ้นยืน เสยผมไปด้านหลัง การล้างดินโคลนออกจากเส้นผมมันทำให้ผมเขาเบาขึ้นมาก คนตัวสูงลุกไปหยิบกางเกงหนังที่ตากเอาไว้ลวกๆบนก้อนหิน สะบัดมันแรงก่อนจะเริ่มต้นแต่งตัว เขาชะงักเล็กน้อยเมื่อพบว่ามีสายตสบางคู่จับจ้องเขาเอาไว้ เขาหยิบมีดและกริชเก็บอย่างมิดชิดและเริ่มมองหาตัวต้นเหตุของความรู้สึกนี้ ร่างสูงเลิกคิ้วเมื่อพบอีกฝ่าย
ท่านขุนนางยืนอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ มองมาทางเขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก อดัมหลุบตาลงต่ำเพื่อหลบตาเขา ทำให้เจมส์ได้มีโอกาสมองสำรวจชายหนุ่มเต็มที่ วันนี้อดัมอยู่ในชุดหนังแบบสุภาพบุรุษ กางเกงหนังพอดีตัวสีน้ำตาลเข้ม ถุงเท้ายาวและผ้าพันคอ เขายอมขึ้นจากฝั่งเดินไปหาอีกฝ่ายที่ยืนอยู่
“แปลกใจที่เจอท่านด้านนอกนี่…”เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแผ่วเบา ยังคงมองอีกฝ่ายไม่หลบตา อดัมหันกลับมามองตอบเขา
“ข้าเห็นอากาศกำลังดี เลยออกมาเดินเล่น ข้าไม่ทันได้เห็นว่าเจ้าอาบน้ำอยู่” เจมส์แทรงแสดงหน้าใสซื่อราวกับไม่รู้เรื่องรู้ราว ร่างสูงรู้ว่าอดัมโกหก ตัวใหญ่ขนาดนี้จะไม่เห็นได้เช่นไร เขาพยักหน้าเข้าใจ ยังคงยืนอยู่ตรงที่เดิมไม่ขยับไปไหน
“เกรงว่าท่านจะไม่สบาย ฝนกำลังลงเม็ด หากไม่รังเกลียดข้าจะพาท่านไปส่งที่ด้านในปราสาท” เจมส์พูดต่ออย่างสุภาพที่สุด อดัมเงยหน้าขึ้นมองเขาดวงตาสีเขียวเหมือนจะวาววับด้วยประกายบางอย่าง ร่างสูงชอบเส้นผมสีดำเป็นลอนสวย มันถูกมัดเอาไว้ด้วยริบบิ้นสีเข้ม
“ข้าเห็นว่าเจ้าใส่กางเกงตัวเดิม รองเท้าหนังเก่าๆคู่เดิม” อดัมมองตามแผ่งอกของเขา เจมส์รู้สึกถึงมืออบอุ่นที่วางลงบนท่อนแขนของเขา เขาไม่ได้ว่าอะไร
“เสื้อของข้าตากอยู่ และข้ามีกางเกงตัวเดียว หากเพียงข้าไม่ใส่มัน สาวใช้คงจะตื่นตกใจ” เขาเห็นพวงแก้มนิ่มระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย อดัมตวัดสายตาขึ้นมองเขา อีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไร พวกเขานิ่งเงียบ ก่อนที่เจ้าตัวจะหันหลังให้เขา
“…ข้าอยากให้แน่ใจว่าม้าของข้าทุกตัวสุขภาพดี ข้าอยากให้เจ้ารายงานข้าในทุกวัน… ข้าจะอยู่ที่ห้องของข้า” อดัมสั่งแผ่วเบา เจมส์เลิกคิ้วแต่ก็อดยกยิ้มไม่ได้เมื่ออดัมไม่ได้มองอยู่
“แล้วข้าควรจะรายงานท่านในยามกลางวันหรือกลางคืน นายท่าน” เจมส์ถามซ้ำ เขารู้ดีว่าอดัมกำลังคิด อีกฝ่ายหันกลับมามองเขา ชั่วแวบเดียว เจมส์รู้สึกได้ว่าชายหนุ่มกำลังสื่อสารบางอย่างกับเขาด้วยสายตา แต่ก็เพียงไม่นาน
“กลางวันข้าจะนอน…แต่คนในปราสาทจะตื่น กลางคืนข้าจะตื่น…คนในปราสาทจะนอน”อดัมตอบเลี่ยงๆ เขาเองก็ทำได้เพียงก้มหัวให้เท่านั้น
“ข้าจะไปหาท่านแน่นอน นายท่าน”เขากระซิบอย่างแผ่วเบา

เกี่ยวกับ jrasmason

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะค่ะ บล็อกนี้จีนจะลงเป็นFictionหรือว่าเป็นAUนะค่ะ คู่หลักก็จะเป็นHiddleswothและคู่อื่นๆอีกตามแต่อารมณ์ค่ะ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบและสนุกกับนิยายที่จีนเขียนนะค่่ะ ขอบคุณค่ะ //จุ๊บๆ
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Z All Fiction และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s