[FIC] Hiddlesworth (JamesXAdam) #7 Bloody body

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

C : James H. X Adam

R : M

G : Romantic ,

L : Thai

W : Yujean Rasmason

*****************************

เจมส์นึกเกลียดเจ้าตัวแสบขึ้นมาจับใจเมื่ออีกฝ่ายนอกจากจะไม่ยอมปล่อยเขา ยังสั่งให้คนรับใช้เข้ามาทำความสะอาดตัวเขาอีก เพียงไม่นานหลังจากคือนั้นอดัมก็หายไป ไม่ปล่อยให้เขาได้ถามว่าวันนี้เป็นวันอะไร รวมถึงเรื่องราวภายนอกด้วยที่ไม่มีใครบอกเขา ร่างสูงจึงทึกทักเอาเองว่าคงอีกเพียงไม่นานที่อดัมจะฆ่าเขา ร่างสูงแอบได้ยินชายหนุ่มคุยกับชาร์ลเรื่องนี้ที่ด้านนอก
“เฝ้าดูเจมส์ไว้จนกว่าจะถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงอีกครั้ง” เจมส์กลอกตาเมื่อนึกถึงคำพูดนี้ เป็นไปได้ไหมว่าอดัมจะเปลี่บนให้เขาเป็นปีศาจ… หรือบางทีอดัมอาจจะยอมรับเรื่องบางอย่าง กับเขา
เจมส์ยังจำได้ดีถึงข้อตกลงของอดัมที่เคยขอร้องเขาไว้ หากเจมส์ไม่ฆ่าอีกฝ่าย เจ้าตัวก็จะบอกเขาในเรื่องของแวมไพร์ตัวที่เปลี่ยนคนอื่น หากคิดในอีกแง่หนึ่ง ถ้าอดัมบริสุทธิ์และไอ้ตัวที่อยู่ข้างนอกนั้นเป็นฝ่ายทำแทนละก็ คงไม่ดีแน่หากเขาถูกยึดอยู่ติดกำแพงแบบนี้  เจมส์มองมือของตัวเองที่ถูกล็อกแขนเอาไว้ ร่างสูงหันกลับมายังหญิงสาวที่ยังคงเช็ดขาของเขา ชายหนุ่มมองเส้นผมท่าทางนุ่มมือ ประดับด้วยกิ๊บหนีบผมเล็กๆเพื่อให้มันมวยได้รูป
“ข้าคิดว่าเจ้าสวย เจ้ารู้ไหม”เจมส์กระซิบบอก เขายกมือขึ้นลูบเส้นผมของเธอ ทำให้เธอยิ่งประหม่าในการอยู่ใกล้เขา
“หากท่านพยายามทำให้ข้าไม่สบายใจ ข้าคิดว่าทำไม่สำเร็จแน่นอนคะ” น้ำเสียงของเธอสะท้านเมื่อปลายนิ้วเขาปัดผ่านบริเวณลำคอขาวเล็กแบบสตรี
“จริงหรือ? ข้าคิดว่าข้าสบายใจมากที่อยู่กับเจ้าสองต่อสองในคุกใต้ดินมืดๆ กลิ่นสตรีหอมกว่าที่ข้าเคยคิด” เจมส์ทำน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ระหว่างใช้สายตามองไปตามเรือนกายของหล่อน ซึ่งแทบไม่เสียเวลารวบรวมสิ่งของและกาวยาวๆเพียงไม่กี่ก้าวเธอก็จากไปพร้อมกับเสียงปิดประตูใหญ่ดังโครม
“หากเป็นเจ้านายเธอละก็…เขาจะไม่เดินหนี เขาจะมองข้าด้วยท่าทีเขินอาย แต่ก็ยังยอมให้ข้าจับต่อไป” เจมส์มองกิ๊บติดผมที่เขาฉวยหยิบมา “เขาชอบเวลาที่ข้าไล่มือไปตามร่างกายของเขา” ร่างสูงพึมพำกับตัวเองเบาๆ
เจมส์รอจนกระทั่งตกกลางคืน เขามั่นใจว่าเหล่าสาวใช้วุ่นวายออกไปหมดแล้ว และเขาอยุ่เพียงตัวคนเดียว เจมส์แอบแง้มประตูกรงขังออกช้าๆ ก่อนที่เขาจะออกไปตามล่าใครเขาจะต้องหาอาวุธของเขาให้เจอเสียก่อน
ที่เดียวที่เจมส์นึกถึงคือห้องของอดัม จะมีที่ไหนปลอดภัยไปกว่าห้องนั้นอีก? และการที่ร่างสูงนึกถึงอีกฝ่าย เขาพบว่ามันเป็นการยากลำบากที่เขาจะไม่นึกถึงเจ้าของห้องด้วย อดัมเป็นศัตรูของเขา ความจริงที่ว่าวันหนึ่งเจมส์คงต้องฆ่าอดัมทิ้งไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปได้ และสิ่งที่อดัมทำก็ต้องชดใช้เช่นเดียวกับแวมไพร์ตัวอื่นๆ
ความใคร่และบทรักร้อนแรงไม่อาจทำให้เจมส์เขว่ไปได้มากกว่านี้ กี่ครั้งแล้วที่เขาตั้งมั่นในใจว่าจะฆ่าชายหนุ่ม จะบีบคอขาวๆทิ้งเสียแต่ก็ไม่เคยทำได้เสียที อาจเป็นเพราะความรู้สึกผิด เป็นเพราะความผูกพัน หรือบางอย่างที่…ไม่เกินกว่านั้นแน่นอน เจมส์ไม่มีทางหลงใหล่ไปกับอะไรที่ไร้สาระนอกจากงาน เขารู้จักตัวเองดีมากพอ
ร่างสูงเริ่มต้นดับไฟตามทางเดินตามหลัง เขาตรงไปยังส่วนต้องห้ามทันที เขามาบ่อยแน่ละ…ก็ในเมื่อห้องนอนท่านขุนนางอยู่ทางนี้ ร่างสูงสังเกตุเงาบางอย่างทอดผ่านไปอีกห้องเล็กๆ และเมื่อเขาเริ่มเดินตามไป ชายหนุ่มก็ถูกดึงเข้าไปในห้องที่อยู่ติดๆกัน ปฎิกิริยาของเจมส์มีเพียงอย่างเดียวคือจับคอใครก็ตามที่เป็นเจ้าของมือนั้นและล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนา
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านต้องหลุดออกมา เจมส์” เขาเผลอคลายมือเมื่อพบว่าเป็นอดัม อีกฝ่ายมีสีหน้าที่แย่ลงมาก… ดวงตาดูเหม่อลอยราวกับอดนอน ผิวขาวที่ดูซีดลงไปมาก
“และข้ามีบัญชีจะจัดการเจ้า” เขาว่า
“ข้ามีข้อเสนอ… อีกเพียงไม่กี่วัน อีก…อีกไม่กี่วันจะถึงวันที่พระจันทร์เต็มดวง ปีศาจจะมาพาของสำคัญไปจากข้า ข้าเชื่อว่าท่านทำได้เจมส์ ข้าได้ยินเรื่องที่ท่านฆ่าแวมไพร์ในป่า” เจมส์หน้าบึ้งทันที
“ข้านี่และจะฆ่าเจ้าเสีย และเจ้ารู้ได้ยังไงเรื่องนั้น….ข้าลืมไป เจ้ามันคงรู้เรื่องพวกเดียวกัน”เขาทำเสียงเย้ยหยัน แต่อดัมกลับไม่แสดงท่าทีปฎิเสธเหมือนเมื่อก่อน
“ใช่ ถูกของท่านเจมส์ แวมไพร์ได้กลิ่น และท่านกลิ่นแรงมาก… มันทำให้แวมไพร์บางคนไม่พอใจ” อดัมน้ำเสียงสั่นเครือ “ท่านฆ่าลูกของเขา และมันทำให้เขาโกรธ เมื่อวานนี้ในหมู่บ้านที่ข้าดูแล…ผู้ชายหายไป ชายหนุ่มสองคนในหมู่บ้าน คนของฆ่าพบว่าเขาตายแล้ว ถูกดูดเลือดคนหนึ่งและถูกฆ่าอีกคนหนึ่ง มันเป็นการเตือนให้ท่านอย่ามายุ่งเรื่องนี้” เจมส์หรี่ตามองอีกฝ่ายที่น้ำตาคลอด้วยความเสียใจ
“เจ้า….เป็นแวมไพร์ และเจ้า…พูด เหมือนกับว่าเจ้า ‘ไม่’ ใช่แวมไพร์” อดัมเม้มริมฝีปากก่อนที่จะตบเข้าที่ใบหน้าคมจนเจมส์ตาโต แต่กว่าจะได้พูดอะไรอดัมก็ชิงพูดเสียก่อน
“ข้าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมท่านถึงเป็นฮันเตอร์ที่เก่งกาจทั้งที่ซื่อบื้อและสมองทึบเหมือนโซฟาไม้! ท่านไม่เข้าใจเลยเรื่องที่ข้ากำลังจะบอกท่าน ท่านไม่-“เจมส์หันกลับมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างในอีกห้องหนึ่ง ฝีเท้าที่ต่างออกไปที่เขาไม้เคยได้ยิน เขาเลิกสนใจอดัมที่ไม่มีอันตรายและออกไปนอกประตู ตรงไปยังอีกห้องหนึ่งโดยมีอดัมที่ตามมา
“ท่านกำลังทำอะไรเจมส์”
“ถอยไป”เขาสั่ง พยายามเปิดประตูแต่อดัมก็เข้ามาขวางทางเอาไว้
“ถอย-ไป” เจมส์ออกคำสั่งอีกครั้ง เขาดันอดัมออกให้พ้นทางและเปิดประตูพรวดเข้าไป เขามองไปรอบห้องทันที แต่สมาธิเขาก็ถูกขัดขวางเมื่ออดัมยังคงขวางหน้าเขาเอาไว้
“ข้าขอสั่งให้เจ้าออกไปนอกห้องเดี๋ยวนี้ ข้าขอสั่ง ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่ละเว้นชีวิตเจ้าอีก” อดัมรู้สึกกลัววาบขึ้นในอกเมื่อพบว่าเจมส์ยังคงไม่สนใจเขา ร่างสูงมองสำรวจไปทั่วห้องอย่างระมัดระวัง มันทำให้อดัมยิ่งจะประสาทแม้ว่าเขาจะต้องวางตัวเต็มที่
เจมส์เหมือนกับหมีป่าตัวผู้อันตราย ราวกับเจมส์ได้กลิ่นของลูกหมีที่ไม่ต้องการ มันทำให้อีกฝ่ายพยายามหาและฆ่าทิ้ง ใช่…ลูกหมีของเขา
อดัมไม่เคยประสบกับความประหม่าขนาดนี้มาก่อนในชีวิต เขาปล่อยให้ฮันเตอร์เข้ามาอยู่ในห้องกับเขาและลูกชาย เขาภาวนาขอให้เลือดเนื้อของเขาซ่อนจนกว่าเจมส์จะออกไปจากห้อง เขามีเหตุผลหลายอย่างในเรื่องนี้ เขาไม่ต้องการเล่าให้เจมส์ฟัง เขาต้องการใช้เจมส์เหมือนฮันเตอร์คนอื่นทำเรื่ิองที่เขาไม่อาจจะทำได้ด้วยตัวเอง เสนอทองคำ ชื่อเสียง และความสะดวกสบายเท่าที่ขุนนางคนหนึ่งจะให้ได้ แลกกับการที่ฆ่าแวมไพร์ตัวหนึ่งให้เขา
“มีบางคนอยู่ในห้อง” ร่างสูงพึมพำ เขามองและหรี่ตา มั่นใจว่ามีบางอย่างขยับอยู่แน่ๆ เขาเดินก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะอ่านหนังสือ แต่ก็ถูกอดัมรั้งแขนไว้และผลักเขาออกไปให้พ้นทาง ดวงตาคมเบิกกว้างอย่างไม่พอใจ
“อย่ากล้าดีมาแตะต้องของในห้องนี้ ข้าขอสั่งเจ้าให้ออกไปให้พ้น!!” เจมส์นึกแปลกใจกับน้ำเสียงแข็งกร้าวบ่งบอกความไม่พอใจของอดัม เป็นครั้งแรกของท่านขุนนางที่ตวาดใส่เขา ไหล่อีกฝ่ายผายและเชิดหน้าขึ้นราวกับพองตัว ขู่เขา… ข่มให้เขากลัวเท่าที่จะทำได้ ดวงตาสีเขียวอ่อนวาววับขึ้นด้วยประกายพร้อมจะต่อกร ราวกับแม่หมีป่าที่ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกของมัน เจมส์ชื่นชมและไม่พอใจในเวลาเดียวกัน
“มีอะไร” เจมส์ยอมหยุดตามที่อีกฝ่ายต้องการ
“ออกไปจากห้องนี้กันดีกว่า เราไปคุยกันอีกห้องหนึ่ง” อดัมพูดต่อ เจมส์จับได้และรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง เหงือที่ผุดขึ้นบริเวณหน้าผาก เขาพยักหน้ารับแต่ก็ไม่ได้จะทำตามจริงๆ
“ได้ ข้าจะไปอีกห้องหนึ่งแน่นอน หลังจากที่ข้าพบว่า…ข้ากำลังมองหาอะไร”เจมส์เอ่ยเสียงเรียบ เขาเดินผ่านอดัมไปทันทีเพื่อมองให้ชัดว่าอะไรอยู่หลังโต๊ะอ่านหนังสือ เขาเดินเข้าไปใกล้แต่ก็ต้องชะงักเมื่อบางอย่างกระโจนพรวดออกมา เงาดำพยายามผ่านหน้าเขาแต่เพียงไม่นานเมื่อเขารวบเอาไว้และกดของที่อยู่ในมือเขาลงพื้น
ได้ยินเสียงร้องของอดัมตามด้วยอีกฝ่ายที่รีบถลาเข้ามา เจมส์จ้องของที่เขามองอยู่นิ่ง เป็นเด็กหนุ่มผิวขาวละเอียด ผมทอง ตาสีฟ้าที่เป็นประกาย กำลังแยกเขี้ยวขู่เขาฟ้อเพื่อให้เขาปล่อย เล็บยาว เขี้ยวยาว…
“เจมส์ เจมส์ ได้โปรด อย่าทำอะไรเขา ได้โปรด..” อดัมน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความกลัว เขาเอาตัวเข้าบังเอาไว้เพื่อให้แต่ใจว่าเจมส์จะไม่แตะต้องลูกชายของเขา อดัมกอดเด็กหนุ่มเอาไว้แน่นไม่สนแม้เจมส์จะไม่ขยับ
“เจ้า….ปกป้องแวมไพร์?!” เจมส์สบทออกมาชุดใหญ่ระหว่างที่ยืนขึ้น เขายอมปล่อยทั้งสองคน เขามองอดัมดึงตัวเด็กหนุ่มเข้ามากอดเอาไว้แนบอกและซุกตัวติดกับโซฟาเพื่อให้ห่างไกลจากเขา จนเจมส์เจ็บไปหมดในอก เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกราวกับตัวเองทำผิดร้ายแรงบางอย่าง
“อย่าฆ่าเขา ข้าสาบาน ข้ายอมให้เจ้าเอาชีวิตข้าแค่ละเว้นเขา” เจมส์รู้สึกไม่พอใจวาบขึ้นในอกทันที
“เจ้ามีชู้รักเป็นแวมไพร์เช่นนั้นหรือ?! หรือข้าที่เป็นชู้รักเจ้ากันแน่ เจ้ากำลังเหยียดข้าเพราะข้าเป็นมนุษย์ใช่ไหม อดัม!!?” เจมส์ไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังพูดเรื่องอะไร เช่นเดียวกับที่ท่านขุนนางรู้สึก
“เขาคือบุตรชายข้า ละเว้นเข้า เขายังเป็นแค่เด็ก เขาอายุเพียง18” อดัมกอดลูกชายเอาไว้แน่นแนบอก  อย่างน้อยถ้าเจมส์ทำอะไรละก็ เขาจะมั่นใจว่าเขาไม่ยอมให้ลูกชายเขาเจ็บแน่
/*/
เจมส์ไม่อาจละสายตาออกมาจากชายหนุ่มผิวขาวตรงนั้นได้ เขาคือคริส ไพน์… บุตรชายของอดัมที่หน้าตาราวกับเด็กอายุ15 อดัมเองก็ทำตัวเป็นแม่เป็ดน่าสงสารที่พยายามซ้อนตัวคริสเอาไว้ใต้ปีกตลอดเวลา และไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้คริสแม้เพียงสามก้าว
เขาไม่เคยคิดว่าจะต้องคุยกับแวมไพร์อยู่ในห้อง และมีน้ำชาอยู่บนโต๊ะ
“เล่ามาว่าเหตุใดข้าจึงไม่ควรหักคอเขา ข้าคือฮันเตอร์ ข้าเป็นคนของคริตส์จักร ข้าสมควรจะฆ่าแวมไพร์ทุกตัวที่เจอ… โดยเฉพาะแวมไพร์สองพ่อลูกที่เป็นขุนนาง” เจมส์กอดอก เขาได้รับเสื้อสีขาวมาใส่เอาไว้ ขนาดพอดีไปกับร่างกายแม้จะเผยช่วงแผ่นอกบ้าง ร่างสูงยังคงปล่อยเส้นผมและยืนพิงชั้นหนังสือขนาดใหญ่ด้านหลัง
“แต่ท่านพ่อมิใช่-“
“ไม่มีใครพูดกับเจ้า ลูกรัก” อดัมถลึงตาใส่เข้าทันที
“อย่าเรียกคริสว่าลูกรัก เขาเป็นลูกของข้าคนเดียว” เจมส์สูดหายใจเข้าลึกกับการปกป้องจนเกินเหตุของอดัม เขาทำได้เพียงแค่ลูบใบหน้าแรงๆและใช้ดวงตาคมมองทั้งสองคนนิ่ง ชายหนุ่มกำลังคิดและตัดสินใจ
“เจ้า…เล่ามาให้ข้าฟังว่าทำไมข้าจึงต้องฟังพวกเจ้า” เจมส์เริ่มทันที น้ำเสียงแข็งกร้าวอย่างจริงจัง เขาจะไม่ยอมให้บรรยากาศกลายเป็นการพูดคุยในครอบครัว อย่างหัวข้อที่ว่า คุณพ่อที่ดื้อรั้นไม่ยอมให้บุตรชายที่โตเต็มที่ไปหอนางโลม เขารักที่อดัมใช้น้ำเสียงออกคำสั่งพอๆกับที่อีกฝ่ายออกคำสั่งเขาบนเตียง แต่ไม่ใช่ในตอนนี้เขากำลังเครียดแบบตอนนี้
“เมื่อสามปีก่อน…คริสเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์ ครั้งแรกกับเพื่อนๆ ตอนนั้นเขาอายุเพียง16ปี ข้าพักอยู่ที่ปราสาทของท่านเอิร์ดคนหนึ่ง” อดัมหันกลับมาเมื่อคริสจับมือของเขา
“ข้าขอเล่าเองได้หรือไม่” เจมส์โบกมือปัดๆ
“ข้าอยู่บนหลังม้า ข้ากำลังตามไก่ป่าตัวหนึ่ง ข้าสาบานได้ว่าขนมันสวยกว่าตัวอื่นมาก อาจจะเป็นมีขาว.. ข้าไม่ทันสังเกตุจนกระทั่งข้าเข้ามาลึกขึ้น มันมืดและน่ากลัว ในตอนนั้นข้าได้พบกับชายคนหนึ่ง เขาอาสาจะพาข้ากลับไปที่ปราสาท หากแต่เขาแปลกกว่าคนอื่นๆ” คริสหลุบตาลงต่ำทำให้เจมส์หรี่ตามองทันที
“เขาพาข้าไป…ที่ปราสาท ด้านหลังของปราสาท เราได้คุยกันระหว่างทางบ้างนิดหน่อย ผ่านทะเลสาบ…หลังจากตอนนั้นเขาก็กัดข้าที่คอ” เจมส์ยกมือขึ้นขัดจังหวะ
“เจ้า…อะไรนะ”
“เขากัดข้าที่คอ”
“ข้าหมายถึงคำว่า ‘หลังจากตอนนั้น’ เจ้าหมายถึงตอนไหน? เจ้าเจอกัน ไปที่ปราสาท และผ่านทะเลสาบ แล้วทำไมเขาถึงกัดคอเจ้าได้ยังไง”เจมส์พูดต่อ “หากเจ้าจะบอกว่าเขากระโดดใส่เจ้าบนหลังม้า แยกเขี้ยวและตั้งใจจะฆ่าเจ้า”
“เข้าไม่คิดจะฆ่าข้า เขา…แค่กัดข้า”คริสหลบตา
“ตอนไหน”
“ตอนที่เราอยู่บนพื้นนะสิ เขาไม่กระโจนใส่ข้า”
“งั้นแปลว่าเจ้าผ่านทะเลสาบ ลงจากหลังม้า ชื่นชมทะเลสาบ เขากัดเจ้า และก็ขี่ม้ากลับมาที่ปราสาทแบบที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น?” เจมส์มั่นใจว่าเห็นความผิดปกติของชายหนุ่ม และเขาห้ามอดัมด้วยสายตาให้เลิกให้ท้าย
“ฟังนะ ถ้าเจ้าไม่พูดความจริงทุกอย่างละก็…ข้าจะไม่ช่วยเจ้า ไม่ว่ายังไง ข้าจะเดินออกไปจากปราสาท ขี่ม้ากลับไปยังที่ที่ข้ามา ทิ้งเจ้าสองคนแม่ลูกไว้-“ เจมส์กระแอม “พ่อลูกไว้”
“เขาจูบข้า…ที่ทะเลสาบ และเราก็ทำในสิ่งที่เราอยากทำ เขาอ่อนหวานต่อข้า แต่หลังจากนั้น….เขาบอกว่า เขาต้องการให้ข้าอยู่กับเขาไปตลอดกาล ข้าตกลง..” เจมส์ทำเสียงขึ้นจมูกเมื่อในที่สุดคริสก็คายความลับออกมา
“เจ้าไม่เคยบอกข้าเรื่องนี้…”อดัมร้อง
“คำอนุญาติของเจ้ายังไงละ แวมไพร์จะเปลี่ยนใครไม่ได้หากไม่ได้รับคำยอมรับ มันคือข้อสัญญา ข้อสัญญาที่จะผูกพันธะพวกเจ้าไปตลอดกาล แวมไพร์ตัวนั้นต้องการเจ้าเป็นคู่ของมัน มันเปลี่ยนเจ้า เจ้าหนีออกมาไม่ยอมกลับไปหามัน ถูกหรือไม่” คริสพยักหน้าเบาๆ
“ข้าจะไม่ปล่อยเขาไปเจมส์… ข้าเสียเขาไปไม่ได้” อดัมว่า
“และเป็นเพราะคริส ทำให้มันกลับมาที่เมืองนี้เพื่อบีบให้เจ้าไปกับมัน โดยการฆ่าคนบริสุทธิ์ทุกคืนอย่างกับตกปลา!!!!!???” เจมส์คำรามลั่นห้อง จ้องเด็กหนุ่มอย่างเหลืออด
“อย่าพูดกับเขาแบบนั้นเจมส์” อดัมเตือน
“เพราะแบบนี้ไง ทางคริตส์ถึงได้เครียดนัก ปีละครั้งที่แถวนี้ถูกฆ่าบ่อยเป็นสองเท่าของลอนดอน ฮันเตอร์มากมายหายตัวไป” เขาบอกอย่างฉุนเฉียว
“พวกนั้นไม่แข็งแกร่งพอจะต่อสู้ด้วย พวกนั้นถูกฆ่าเพียงไม่นาน”
“มายลอร์ด เพราะเจ้าที่ล่อลวงพวกเขา เจ้าใช้มารยาของเจ้าล่อฮันเตอร์มา เพื่อใช้ให้ไปฆ่าแวมไพร์ตัวนั้น และทันทีที่พวกเขาทำพลาด ไม่เจ้าก็มันที่ฆ่าพวกเขาทิ้ง ฆ่าคนเพื่อปกป้องลูกชายปีศาจของเจ้า! เขาทำตัวเอง เขาอนุณาติปีศาจให้พาวิญญาณเขาไป!” เจมส์พูดอย่างไม่สนใจ เขาโกรธมากเกินกว่าจะทำอะไรได้นอกจากตวาด เขาไม่เคยมีครอบครัง และไม่รู้ว่าหากเป็นตัวเองจะทำเช่นไร ที่เขาไม่พอใจกว่านั้น คืออดัมหลอกเขาเช่นกัน ใช้ตัวเองเข้าแลกเพื่อให้เขาเชื่อฟัง ให้ตัวเขาเดินตามก้นเล็กๆนี่ ทำตัวเป็นสุนัขแสนเชื่อง
ยิ่งคิดเจมส์ก็ยิ่งเดือดดาล
“ข้าไม่ได้ฆ่าฮันเตอร์หากเขาไม่แตะต้องลูกชายข้า! ข้าดูแลอย่างดีเยี่ยม ข้ารู้เรื่องแวมไพร์มากพอๆกับพวกเจ้า ข้า-รู้ ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ข้ารู้วิธีทำให้คริสเป็นคนเหมือนเดิม และข้าพยายามมาตลอดสามปีเพื่อคืนจันทร์เต็มดวงนี้” อดัมพยายามสูดหายใจเข้าลึก
“ข้าจะเริ่มจากการหากริชเงินของฆ่า และฆ่าพวกเจ้าทั้งสองคนเสีย” อดัมรู้ว่าตัวเองสั่นไปทั้งตัวด้วยความโกรธและเสียใจ  ดวงตากลมมองเจมส์นิ่งอย่างไม่ไหวติง เจมส์เป็นคนแรกที่เขายอมบอกเรื่องคริส ยอมเล่าทุกอย่างให้ฟัง และขอร้องอย่างที่พ่อคนหนึ่งจะทำได้ เขารักคริสมากและไม่ต้องการเสียอีกฝ่ายไป เขาเสียลูกชายคนเล็กไปและมันเจ็บเกินกว่าที่เขาจะทนได้อีก หากเจมส์ไม่ช่วยเขา มันก็ช่างน่าผิดหวังที่อดัมมอบความวาดหวังเอาไว้ผิดคน
เขาหลงคิดมาตลอดว่าสิ่งที่พวกเขามีต่อกันมันมากกว่าแค่การร่วมรัก
เจมส์ยอมรับเขาในแบบที่ไม่ใช่คำสั่ง ร่างสูงไม่เคยถามเรื่องค่าตอบแทน ปฎิบัติต่อเขาเช่นคนคนหนึ่ง มันช่างหยาบคายแต่ก็น่าตื่นเต้น เจมส์พูดกับเขาเหมือนคนสนิท แต่ถึงอย่างนั้นก็เคารพ ร่างสูงขู่เขาตลอดว่าจะฆ่าเขาเสีย จะหักคอเขาเสีย แต่เจมส์ไม่เคยทำอะไรที่รุนแรงต่อเขาเลย…นอกจากเรื่องนั้น เจมส์บอกว่ารักที่เขานอนหนุนท่อนแขนกำยำ หรือชอบที่เขาเล่าให้ฟังเรื่องหนังสือ
เจมส์ชอบให้เขาอ่านหนังสือให้ฟังเพราะอีกฝ่ายอ่านได้ไม่มากนัก เจมส์ชอบให้เขาเล่นดนตรีขณะที่เปลือเปล่า ร่างสูงมีโอกาสตลอดเวลาที่จะฆ่าเขา แม้กระทั่งตอนนี้
“หากเจ้าอยากจะฆ่าข้า ก็เชิญเลย” ชายหนุ่มกระซิบบอก เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่กลัวเกรง
“อย่าใช้น้ำเสียงเช่นนั้นกับข้า อดัม”เจมส์เตือนอย่างจริงจัง

เกี่ยวกับ jrasmason

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะค่ะ บล็อกนี้จีนจะลงเป็นFictionหรือว่าเป็นAUนะค่ะ คู่หลักก็จะเป็นHiddleswothและคู่อื่นๆอีกตามแต่อารมณ์ค่ะ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบและสนุกกับนิยายที่จีนเขียนนะค่่ะ ขอบคุณค่ะ //จุ๊บๆ
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Z All Fiction และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s