[FIC] Hiddlesworth (JamesXAdam) #8 Bloody body

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

C : James H. X Adam

R : M

G : Romantic ,

L : Thai

W : Yujean Rasmason

*****************************

เจมส์นั่งอยู่มุมหนึ่งของห้องระหว่างกำลังคิดแผนการ์ณว่าจะทำเช่นไรดี อดัมยอมบอกเขาเรื่องลูกที่ปกปิดเขามานาน ด้วยเหตุผลที่ว่ากลัวว่าเขาจะฆ่าคริส หรือทำอะไรก็ตามแต่ นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เขาค้นพบ เรื่องที่ว่าอดัมเป็นพวกที่รักลูกมาก เเน่นอนว่าเจมส์ไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนั้นมันเป็นอย่างไร เขาไม่คิดจะสนใจมันด้วยซ้ำ ไม่เคยนึกถึงเรื่องที่ว่าหากจะมีครอบครัวจะเป็นเช่นไร เขาจะได้สอนบุตรชายของเขาใช้อาวุธหรือไม่
หรือบางทีอาจจะเป็นบุตรสาว เขาคงจะมีบุตรสาวที่คอยซ่อมกางเกงหนังให้ คอยทำอาหารยามที่เขาออกไปทำงานที่ไร่ เจมส์เลิกสนใจความคิดไร้สาระเมื่อรู้ตัวว่ากำลังจิตนาการไปในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เขารู้มาจากอดัมว่าคริสถูกสั่งให้อยู่แต่ในส่วนหนึ่งของปราสาท ยิ่งยามที่ฮันเตอร์เช่นเขามา คริสยิ่งไม่อาจออกจากห้องไปไหนได้เลย เด็กหนุ่มที่ทำได้เพียงแค่อ่านหนังสือ ใต้แสงเทียน…ไม่อาจเข้าใกล้แสงอาทิตย์ได้
เจมส์นึกถึงยามที่เขาเคยเป็นเพียงเด็กหนุ่ม ยังไม่มีกล้ามเนื้อแบบชายชาตรี เขาข้อนข้างลำบาก พ่อเขาสอนให้เขาใช้ขวานเป็นอาวุธ ใช้ธนูไม้บ้างในการล่าสัตว์ ส่วนการต่อสู้ เขาเรียนมาจากตอนที่เป็นทหารให้กับกษัตริย์ แต่เพียงไม่นานมากนักเขาก็ออกจากการเป็นทหาร น่าเสียดายแทนคริสเหลือเกิน อุสาเป็นถึงลูกขุนนาง แต่ไม่มีโอกาสจะได้เรียนการต่อสู้นัก
ดวงตาคมหลุบมองลงต่ำยังมือหยาบฟของตัวเอง เขาได้เพียงแต่นั่งนิ่งๆ ตอนนี้คริสถูกสั่งให้ไปพักผ่อนที่ห้อง ให้ห่างไกลจากเขา ระหว่างที่เจมส์ต้องมาอยู่ในห้องเก็บของ โดยมีอดัมรื้อของอยู่อีกฝั่งกับแสงตะเกียง ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรกันมานานพักใหญ่ๆ อาจจะร่วมชั่วโมงหนึ่ง มีเพียงแค่เสียงข้าวของที่เบียดกันไปมา เจมส์เฝ้าทวนคำถามอยู่ในใจอย่างไม่รู้ตัว เขาอาจจะต้องชวนคุยอะไรบางอย่าง
“คนรับใช้ในบ้านเจ้าดูไม่วุ่นวาย” เจมส์เริ่ม
“…ข้าสั่งให้พวกเขาห้ามเข้ามาในเขตนี้ หมายถึงบริเวณตั้งแต่ห้องสมุด ห้องทำงาน ไปจนถึงห้องนอนของคริส”อดัมว่า
“บางส่วนทำงานที่นี้และนอนที่นี้ แต่ส่วนมาก…กลับบ้าน” เจมส์ยักไหล่กับคำตอบของชายหนุ่มที่ไม่แม้แต่จะหันมามองเขา เมื่อตอบจบ พวกเขาก็เงียบอีกครั้ง ไม่มีแม้แต่ใครจะพูดอีก ดวงตาคมสีฟ้ามองแผ่นหลังของขุนนางและเลียริมฝีปาก เขาอาจจะต้องลองอีกซักคำถาม หรือสองคำถาม
“เจ้ารู้เรื่องคนในหมู่บ้านใต้ปกครองของเจ้าที่ตายหรือไม่” เจมส์ว่า อดัมหยุดเล็กน้อยแต่เพียงไม่นานก็ทำกิจกรรมของตัวเองต่อไป
“ข้ารู้ แวมไพร์ตัวนั้นจะมาที่เมืองของข้าทุกๆปี… ฆ่าคน พยายามตามหาตัวคริส แต่เขาไม่มีทางหาเจอ เพียงไม่นานเขาจะจากไป และปีต่อมาเขาก็จะกลับมาอีก… ทางเดียวที่ข้าทำได้คือซ่อนตัวลูกของข้า จนกว่าเขาจะไป” อดัมตอบ ในน้ำเสียงเจือด้วยความเจ็บปวด
“แสดงว่าเจ้าจงใจให้คนของเจ้าตายเพื่อปกป้องลูกเจ้าจากชู้รักของเขา” เจมส์ทำเสียงขึ้นจมูก
“ข้าไม่ได้จงใจให้ใครตาย” อดัมสวนทันที “และข้าไม่ได้ปกป้องลูกชายข้าจากชู้รัก ข้าปกป้องเขาจากความผิดพลาด มีแค่พระเจ้าที่รู้ว่ามันจะทำอะไรกับลูกข้าหากว่าได้ตัวเขาไป” อดัมกระแทกหนังสือดังปึง ก้มหน้าเล็กน้อยอย่างเจ็บปวด
“เจ้าจะบอกว่าพวกฮันเตอร์ที่มาก่อนหน้าข้า กำลังตามล่าแวมไพร์ผิดตัวอย่างนั้นสิ? เจ้าจะให้ข้าเชื่อได้ยังไงว่าเป็นฝีมือแวมไพร์ที่เจ้าพูดถึง หรือบางทีความจริงคือ เจ้าปกป้องลูกชายเจ้าที่ฆ่าคนในหมู่บ้าน กุเรื่องขึ้นมาพยายามหลอกให้ข้าตายใจ” ครั้งนี้ทำให้เจมส์หยุดพูดเมื่ออดัมหันกลับมา ดวงตาสีอ่อนดูเข้มขึ้นจนเขารู้ตัวว่าหากอยู่ใกล้ๆอดัมคงบีบคอเขา หรือทุบเขาด้วยเชิงเทียนให้ตายไปเเล้ว
“ข้ามีโอกาสฆ่าเจ้ามากมาย ฮันเตอร์… แต่ข้าไม่ทำเพราะว่าข้า รู้ว่าเจ้าจะฆ่าแวมไพร์ตัวนั้นให้ข้า ข้าเชื่อว่าเจ้าจะช่วยเหลือข้า…” ทั้งสองคนสบตากันนิ่งอย่างไม่มีใครยอมใคร
“แล้วฆ่ามันแล้วจะมีประโยชน์เช่นไร นอกจากกำจัดแวมไพร์ไปตัวหนึ่ง”เจมส์ว่า
“ถ้าข้าฆ่าเจ้า ฆ่าลูกเจ้า และรอฆ่าแวมไพร์ตัวนั้น ฆ่าก็จะกำจัดได้สามตัว” เจมส์ยังคงทำเสียงอย่างไม่แคร์ แม้ตามจริงแล้วเขาจะอดยอมรับไม่ได้ว่ารู้สึกผิดเช่นกันเมื่อพบใบหน้าที่ดูราวกับผิดหวัง อดัมมองเขาด้วยสายตาที่’ผิดหวัง’ เจมส์ทำได้เพียงแค่มองสบตา แต่เพียงไม่นานเขาก็หลบตาและแส่มองทางอื่น
“เจ้ามองข้าว่าเป็นตัวอะไรหรือเจมส์…อ้อ ข้าลืมไปว่าข้าคงเหมือนตัวดูดเลือด อยากจะฆ่าให้ตายแต่ก็ยังทำไม่ได้เพราะข้ายังมีประโยชน์อยู่บ้าง” อดัมทำน้ำเสียงเฉยชา แม้ตามจริงจะปวดร้าวก็ตามที
“ข้าอ่านหนังสือมา ตำราของแม่มดที่ข้าซื้อมา มันเขียนว่าจะคืนวิญญาณให้คริสได้ ถ้าเขาฆ่าแวมไพร์ที่กัดเขาด้วสตัวเอง ข้าคาดหวังให้เจ้าช่วยจับมันมา และให้คริสเป็นคนฆ่า”อดัมเริ่มพูดอีกครั้ง “ข้าสามารถให้ทุกอย่างที่เจ้าต้องการได้ เงินทอง อำนาจ ที่ดิน ข้ารับใช้ ขอเพียงเจ้าช่วยข้า จับมันมา…ข้าไม่เคยเจอแวมไพร์ฮันเตอร์ที่เก่งเท่าเจ้ามาก่อน”อดัมพยายามเพื่อให้เจมส์เข้าใจและเห็นใจ เขาเพียงแค่ต้องการให้เจมส์เมตตา ช่วยเหลือเขาและบุตรชายเท่านั้น
อดัมยินยอมที่จะแลกกับความเจ็บปวด กดทุกอย่างลงในใจเพื่อที่จะไม่แสดงออกมา เป็นการยากที่จะยอมรับว่าเขารักฮันเตอร์ที่เป็นอันตรายต่อคริส แม้ตามความเป็นจริงเจมส์จะเกลียด….พวกเขา เจมส์ยอมรับอย่างชัดเจนว่าเกลียดแวมไพร์ด้วยเรื่องบางอย่าง ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีความสัมพันธ์กัน มากกว่าเพียงแค่เจ้านายกับคนรับใช้ หรืออย่างอื่น ที่คงไม่ได้ดีนัก
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมยิ่งนับวันเจมส์ยิ่งพูดจาแย่กับเขา ใจจริงอดัมอยากจะกรีดร้องและไล่ตะเพิดผู้ชายคนนี้ไปให้พ้นหน้า หากไม่อยากอยู่กับเขา หรือถ้ามันทรมานนักก็ไปซะ… แต่เขาก็ทำไม่ได้ คงได้แต่ขอร้องให้เจมส์เห็นใจ ยอมรับฟังคำด่า คำดูถูกต่างๆนาๆที่มาจากริมฝีปากหยัก
“ถ้าข้าปฎิเสธเจ้าละ” อดัมรู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยเต็มทน หาเป็นฮันเตอร์คนอื่นๆเขาคงพยายามหว่านล้อมมากกว่านี้ หรือบางทีเขาอาจจะถอดเสื้อผ้า ยั่วยวนเพื่อให้เจมส์ยอมจำนน
“…ข้ามีอาวุธของเหล่าฮันเตอร์คนอื่นๆ อยู่ในกล่องพวกนั้น รวมทั้งของเจ้าด้วย” อดัมเอ่ยเสียงเรียบ เจมส์ยืดตัวขึ้นเล็กน้อยกับน้ำเสียงไม่คุ้นชิน ราวกับหัวใจกระตุกเมื่อพบว่าชายหนุ่มหันหลังให้เขาและเดินออกจากห้องไป
ร่างสูงทำได้เพียงแค่มองตามแผ่นหลังของอดัม หากเพียงไม่นานท่านขุนนางหนุ่มก็หายลับไปและไม่กลับมาอีก เหลือเพียงแค่เขากับบานประตูที่เปิดอ้าอยู่อย่างนั้น อดัมจะเจ็บปวดจริงหรือ? หรือเพียงแค่เป็นแผนการหนึ่ง หาก่าเขาไม่ช่วยแล้วอดัมจะทำยังไงต่อไป… เรื่องที่จะได้วิณญาณคืนมันเป็นเรื่องจริงงั้นหรือ?? เจมส์กำมือระหว่างที่ใช้ความคิด มองกองอาวุธที่อยู่ในหีบตรงหน้า จะเป็นเช่นไรหากเขาเลือกกริชดีๆซักเล่ม ก่อนจะเริ่มตามหาตัวท่านขุนนาง และฆ่าทั้งสองคน
เจมส์ไม่อาจปฎิเสธได้ว่าความคิดนั้นทำให้เขาโกรธตัวเองวาบ ได้ยินเสียงคำรามอยู่ในอกว่าไม่ต้องการทำ เขาจะฆ่าอดัมลงได้เช่นไรกัน ร่างสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่ อย่างน้อยที่สุดเขาก็อยากจะลองถามคำถามที่เขาคาใจ
เขาอยากรู้ว่าอดัมเป็นแวมไพร์ได้เช่นไร
/*/
เจมส์ใช้เวลาในช่วงกลางวันอยู่ในป่า เพื่อตามหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตตัวอื่นๆ เขาพบศพของหญิงสาวที่หายไปพวกหล่อนถูกทิ้งอยู่ในป่าด้านหลังปราสาท แม้จะเป็นเรื่องที่น่าเศร้า แต่มันทำให้เจมส์มั่นใจว่าไม่มีแวมไพร์ตัวใหม่ และจะมีแค่เพียงเจ้าตัวนั้นที่กัดคริส แล้วจะมีตัวที่กัดอดัมหรือไม่
ร่างสูงยากที่จะยอมรับว่าอดัมเป็นแวมไพร์ที่ต่างจากตัวอื่นๆ ดูมีความเป็นมนุษย์มากกว่า ถึงแม้จะเปรียบเทียบกับคริส เจ้าหนุ่มคนนั้นมีความระวังอย่างสูงที่จำไม่เข้าใกล้เขา ไม่เข้าใกล้เงิน ไม่พยายามสนใจเลือด ขังตัวเองอยู่ในห้องกับกองหนังสือ และหงับสนิทในยามกลางวัน ไม่ลืมเขี้ยวเล็กๆกับเสียงขู่อย่างหวาดกลัวยามที่เขารวบลำคอขาวๆเอาไว้ตอนนั้น
เจมส์กลับเข้ามาที่ปราสาทในตอนมืด เขารอให้พระอาทิตย์ตกดิน เขาต้องการคุยกับอดัมเป็นการส่วนตัว อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อได้พูดคุย ร่างสูงรู้สึกราวกับจะขาดใจตายเมื่อนึกถึงสีหน้าของแวมไพร์ตัวน้อยของเขา อดัมจะยังเสียใจอยู่ไหมนะ หรือกำลังวางแผนจะกำจัดเขาออกไปกันแน่
“ข้าไม่เข้าใจเสียจริงว่าเหตุใดมายลอร์ดถึงยังได้ให้เจ้าอยู่ในปราสาท” เขาหันกลับมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงอีริค หรี่ตามองพ่อบ้านผมทองเล็กน้อย
“ข้ามีฐานะเหนือกว่าเจ้ามากอีริค” เจมส์ตอบปัดๆ เขาต้องการไปหาอดัม เขาต้องการเห็นหนังสือที่ชายหนุ่มบอกว่าพูดถึงเรื่องนี้ บางทีหากว่ามันเป็นความจริง เขาคงต้องหาวิธีจับเจ้าแวมไพร์ตัวนั้นให้ได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง การคิดที่จะช่วยอดัมเริ่มเข้ามาในหัวของเขามากขึ้นและมากขึ้น ไม่อาจจะปฎิเสธได้…อาจจะตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ แต่ปากเจ้ากรรมของเขาดูเหมือนจะไม่อาจบังคับให้พูดดีต่ออดัมได้เมื่ออยู่ใกล้ๆ
เขาเชื่อว่าอดัมล่อลองฮันเตอร์ทุกคนที่เข้ามา ด้วยร่างกาย
เขาเชื่อว่าอดัมเป็นต้สเหตุที่ทำให้คนบริสุทธิตาย
เขาเชื่อว่าอดัมเป็นแวมไพร์
จริงอยู่ที่อีกฝ่ายข้อนข้างเหมือนมนุษย์ธรรดาทั่วไป แต่มันไม่ได้แปลว่าเขาจะเชื่ออดัมได้ เจ้าตัวอาจจะวางแผนฆ่าเขา หรือฆ่าคนอื่นๆ เขาอยากจะเขย่าคออีกฝ่ายแรงๆให้บอกเขามาให้หมดถึงความจริง
แต่ลึกๆแล้วเจมส์รู้ว่าทุกอย่างมันมาจากตัวเขาตั้งแต่แรก หากในวันนั้นเขาตัดสินใจฆ่าอดัมทิ้งตั้งแต่ที่แม่น้ำ ทุกอย่างก็คงจบ ถ้าไม่มัวหลงใหลอยู่กับดวงตาสวยๆที่มองมาที่เขา ลึกลับ น่าค้นหา และสวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอ
ไหนเลยจะนิสัยของเจ้าตัว อดัมเป็นคนที่ดื้อรั้น ฉลาด แต่ดื้ออย่างหาใดเปรียบ เจ้าตัวมีความเชื่อมั่นใจตัวเองมากเกินไปจนเกือบจะเหมือนหัวโบราณ แต่จุดนั้นกลับทำให้เขาพบว่า.. ไม่อาจจะละสายตาจากท่านขุนนางได้
เขารักเวลาที่อดัมพยายามปกป้องคริส มันน่ารักและสวยงาม เหมือนเวลาที่เขานั่งดูแม่ไก่ตัวกลมๆสีขาวที่พยายามยืนบังลูกเจี๊ยบ บางครั้งก็ดูจะมากเกินไปจนเขาอยากจะจูบริมฝีปากเล็กๆให้เลิกพูด แต่จริงๆแล้วเจมส์รักยามที่อดัมพูดพอๆกับยามที่เงียบใส่เขา
เพราะแบบนี้เองเจมส์ถึงฆ่าอดัมไม่ลง ร่างสูงเดินมายังห้องของชายหนุ่ม เขาเปิดประตูเข้าไปอย่างคุ้นชิน ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะพูดให้รู้เรื่องในเรื่องของพวกเขา เจมส์จะบอกอดัมว่าเขายินดีจะช่วย แต่คิดอีกทีเขาอาจจะไม่บอก… ต่อให้เขาคิดเข้าข้างอดัมเช่นไร เจ้าตัวก็คือแวมไพร์ ฝั่งตรงข้ามกับเขาและพระเจ้า คือความชั่วร้ายที่เป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องทำให้ได้ แต่เมื่อไม่รู้จะทำเช่นไร เขาจะพูดเรื่องหนังสือก่อนแล้วกัน
แต่ทุกๆอย่างในใจของร่างสูงก็ต้องพับเก็บไป ดวงตาคมกำลังจ้องมองชายหนุ่มที่หลับใหลอยู่บนเตียง อดัมนอนหลับตาอยู่ใต้แสงเทียนพร้อมกับหนังสือที่เปิดค้างเอาไว้ เขาเดาว่าชายหนุ่มอาจจะกำลังเฝ้ารอเขาให้มาหา เจมส์พึงพอใจกับความคิดเข้าข้างตัวเอง
ไม่อาจห้ามตัวเองจากการไม่แตะต้องอดัมได้ เมื่อในที่สุดเขาก็มาหยุดอยู่ที่ข้างเตียง หย่นตัวลงนั่งอย่างแผ่วเบา ประทับจูบลงไปแรงๆบนหน้าผากมน และอีกหลายครั้งทั่วใบหน้าของอดัม เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขามีพันธะมากมายกับแวมไพร์ เขากำลังทำผิดกฎทุกอย่างในชีวิตที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้แข็งแกร่ง แต่อดัมต่างหากที่ทำให้เขาอ่อนแอ และกำแพงของเขาดูเหมือนจะละลายลงช้าๆ
ทุกคำพูดที่คิดจะปฎิเสธ เปลี่ยนให้เขาตอบตกลงในเวลาไม่นาน
“…งดงาม เจ้าว่าไหม?” เจมส์ชะงักเมื่อได้ยินเสียง ร่างสูงตวัดสายตาคมมองตรงไปยังระเบียงที่เปิดเอาไว้รับลมในยามราตรี เขาคว้ามีดพกออกมาทันที มองสบดวงตาคมสีแดงที่มองตรงมาที่เขา
“งาม งามที่สุดเท่าที่ข้าเคยเจอ… หากเพียงข้าเข้าไปได้ ข้าก็คงจะทำเหมือนเจ้า ประทับจูบแผ่วเบาที่หน้าผาก เพื่อให้เขาจดจำข้าตลอดไป” เจมส์จ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่ไหวติง เขาไม่พอใจกับน้ำเสียงอวดดีที่พูดราวกับเป็นเจ้าของ
“เจ้าก็คงเป็นยาจกที่ไล่ตามขุนนางอยู่หลายปี เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าบุตรชายของท่านขุนนางไม่แยแสสุนัขป่าสกปรกเช่นเจ้า” เจมส์ลุกขึ้นเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย เขายังคงยืดตัวเพื่อปกป้องอดัมหากมีอะไรเกิดขึ้น
“ปากเจ้าหวานมาก” อีกฝ่ายดวงตาวาวโรดขึ้นเล็กน้อย
“สำหรับแมลงแล้วข้าข้อนข้างปากหวาน ไม่ทราบว่ามีใครเชิญเจ้าหรือไร หรือบางทีเจ้าอาจจะหิว ข้าสามารถหาเศษอาหารเหลือๆของม้าให้เจ้าได้ เจ้ากินฟางไหม? โทษทีที่ข้าไม่รู้ว่าสัตว์แบบเจ้ากินอะไร หรือจะกินแบบเห็บ? สุนัข??” เจมส์ทำน้ำเสียงเย้ยหยันอย่างเต็มที่ เขาพอใจยามที่เห็นใบหน้าที่ดูจะบึ้งตึงอย่าฝเห็นได้ชัด
“ข้าอยากจะเตือนเจ้าฮันเตอร์ปากจัดแบบเจ้าให้ระวังตัวเอาไว้ ข้าจะฆ่าเจ้าและพาของที่เจ้าปกป้องอยู่ไปให้ได้ ทั้งคริสและมนุษย์คนนั้น” อีกฝ่ายแยกเขี้ยว
“ข้าก็อยากจะเตือนเจ้าไว้บางนะเจ้าเห็บตาแดง ข้าฆ่าแวมไพร์ไปมากกว่าที่เจ้าจะจิตนาการ… ข้าจะไม่ให้เจ้าพาตัวใครไปทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นแวมไพร์ที่ถูกเจ้าทำสกปรกใส่ หรือมนุษย์คนนี้” เจมส์ทำเสียงขึ้นจมูก
“มนุษย์หรือ?” เขาทวนคำแผ่วเบา
“ข้าเห็นพวกเจ้ามามาก…ฮันเตอร์ มนุษย์ ต่ำต้อย พยายามจะทำตัวราวกับพวกสุนัขป่า ไล่ล่าเราที่เป็นเผ่าสูงกว่า ข้าฆ่าพวกมันเหมือนกับที่ข้าจะทำกับเจ้า” เจมส์ยกยิ้มเขาอยากจะฆ่าเจ้าปากดีตัวนี้แต่ทำไม่ได้ เขาต้องจับมัน เช่นไรดี
“ทำไมไม่นอนอยู่ตรงนั้นรอให้ข้าไปหาดีๆละ บางทีข้าอาจจะไว้ชีวิตน้อยๆของเจ้าด้วยการที่…ไม่เลาะสันหลังเจ้าออกมาแล้วให้ตะกายขอชีวิต” เจมส์ไม่สบายใจนักเมื่อนึกถึงเรื่องที่ว่าอีกฝ่ายดูจะไม่สนใจจะหาคริสเท่าไร ต่างกับสายตาที่มองมายังอดัมที่นอนหลับอยู่
“เจ้ารู้ว่าข้าสะกดจิตมนุษย์ได้ ถึงแม้จะไม่ได้ผลกับพวกฮันเตอร์… ระวังสมบัติของเจ้าไว้แล้วกัน หากเขาอนุญาติข้าเข้าไปในห้องนี้ ข้ารับรองว่าข้าจะได้เขาไปตลอดกาล” เจมส์ปามีดเงินเข้าใส่เจ้าปากเสียที่ทำให้เขาโมโหวาบ เสียงร้องของมันยามที่มีดปักลงที่แขนทำให้อดัมสะดุ้งตื่น
และเมื่อมันหนีไปสิ่งแรกที่คนบนเตียงได้รับรู้คือรสจูบของเขา

เกี่ยวกับ jrasmason

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะค่ะ บล็อกนี้จีนจะลงเป็นFictionหรือว่าเป็นAUนะค่ะ คู่หลักก็จะเป็นHiddleswothและคู่อื่นๆอีกตามแต่อารมณ์ค่ะ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบและสนุกกับนิยายที่จีนเขียนนะค่่ะ ขอบคุณค่ะ //จุ๊บๆ
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Z All Fiction และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s