[FIC] Hiddlesworth (JamesXAdam) #9 Bloody body [END]

ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง

หรืออาจจะเป็นฟิคชั่นที่แปลมา

ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตัวละครเสื่อมเสียใดๆทั้งสิ้น

อ่านเพื่อความบันเทิง นะแจ๊ะ

My Tumblr : http://jrashiddlesworth.tumblr.com/

FB : https://www.facebook.com/yujean.rasmason

Twitter : https://twitter.com/YuJeanN

Exteen : http://rasmason2.exteen.com

Page : https://www.facebook.com/hiddlesworthfangirl?ref=hl

Wordpess : https://jrasmason.wordpress.com

C : James H. X Adam

R : M

G : Romantic ,

L : Thai

W : Yujean Rasmason

*****************************

อดัมเดินไปมาอยู่ในห้องอ่านหนังสืออย่างกระวนกระวายใจ ในยามกลางวันเขาไม่อาจจะหลับลงได้เมื่อได้ยินจากคนรับใช้ว่าจู่ๆที่หน้าปราสาทก็เกลื่อนไปด้วยเหล่าแกะและกวางตัวเล็กๆ ถูกฆ่าจนเลือดอาบไปทั้งลานด้านหน้า กลิ่นเลือดฉุนจมูกขึ้นมาจนถึงชั้นบน เขาสั่งให้เอาเหล่าซากสัตว์ไปฝั่งเพื่อป้องกันหมาป่าไม่ให้เข้ามาใกล้บริเวณหมู่บ้าน แต่ถึงอย่างนั้นอย่างเดียวที่ไม่อาจจะปฎิเสธได้คือมันคงเป็นสารเตือนจากแวมไพร์ตัวนั้น เตือนที่เขามีฮันเตอร์อยู่ในปราสาทหรือ? มันจะฆ่าลูกชายเขาหรือเปล่านะ
อดัมลูบใบหน้าแรงไม่อาจจะนอนหลับได้ เขาพบว่าเวลานอนของเขาเริ่มเปลี่ยนมาเป็นยามกลางคืนและตื่นตอนกลางวันอย่างช้าๆ มันไม่ดีเลยซักนิด ตราบใดที่เขายังคงต้องปกป้องลูกชายละก็ เขาจะต้องทำตัวให้สมกับเป็นแวมไพร์ เขาจะต้องทำตัวโดดเด่นเป็นเป้าหมายของฮันเตอร์เพื่อไม่ให้ใครพุ่งเป้าหมายเปลี่ยนจากตัวเขาเป็นคริส
ดวงตาสีอ่อนหลุบลงต่ำเมื่อตัดสินใจนั่งลงบนโซฟาตัวยาว เรื่องของเจมส์เขาตัดสินใจมาข้อนข้างนานแล้ว เขาคิดว่าเขาจะเลิกรั้งเจมส์เอาไว้ที่นี้ เพื่อทุกๆฝ่าย เพื่อเจมส์ที่ไม่ต้องการอยู่ เพื่อคริสที่จะปลอดภัยจากการที่ไม่มีนักล่าแวมไพร์อยู่ใกล้ๆ โดยไม่ต้องคำนึงถึงตัวเขา
เจมส์แสดงออกชัดเจนในสองสามวันมานี้ว่าต้องการฆ่าเขาให้ตายตามด้วยฆ่าคริสซะ แต่เพราะเหตุผลบางอย่างทำให้เจมส์ไม่ทำ จากคืนนั้นที่ผ่านมา เขาพบว่าเจมส์หายไปจากปราสาท เขาคดเข้าข้างตัวเองว่าร่างสูงตัดสินใจจากไป
จากไปในตอนที่เจ้าตัวอันตรายนั้นกลับมาใกล้ยิ่งขึ้น
อดัมอยากจะพักผ่อนแต่ก็ทำไม่ได้ เขาไม่กล้าพาคริสออกไปนอกปราสาทเลยซักนิด มีแต่อันตรายที่ทำให้เขากลัว อดัมเสียลูกชายคนเล็กไปแล้วและจะไม่ยอมเสียไปอีก
“ข้าคิดว่าเจ้ามีเรื่องต้องอธิบายข้า…”อดัมลืมตาขึ้นมาเมื่อประตูถูกเปิดออกพรวด เขาเห็นเจมส์ยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าคมดูตึงเครียดและใส่ชุดเต็มยศเต็มไปด้วยอาวุธเงิน
“เรื่องอะไร”ร่างสูงกระซิบถาม เขาเหนื่อยเกินกว่าจะต่อปากต่อคำกับเจมส์ตอนนี้
“เรื่องสัตว์ที่ตายอยู่ข้างล่างนั้น และข้าได้ยินว่าเจ้าสั่งให้เหล่าคนรับใช้กลับบ้านไปจนหมด ไม่เหลือแม้แต่คนเดียวหลังจากฝังพวกสัตว์ที่ตาย” เจมส์เดินเข้ามาในห้องด้วยฝีเท้าที่มั่นคง เขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่าอดัมไม่ได้นอนเต็มอิ่มนัก เรื่องไอ้ตัวดูดเลือดตัวนั้นคงจะรบกวนจนอีกฝ่ายไม่ได้นอน
“ใช่ เจ้าพูดถูกแล้ว…ข้าไล่ทุกคนออกไปจากปราสาทเพื่อความปลอดภัย ให้เหลือแค่ข้ากับคริส” อดัมลุกขึ้นมาจากโซฟาตัวยาว เดินเข้ามาหาร่างสูง พอใจเมื่อพบว่าในยามกลางวันเจมส์ยิ่งหล่อเหล่ายิ่งกว่ายามอยู่ใต้แสงเทียน เขาเพียงแค่มองสบดวงตาคมที่ไม่ไหวติง
“จะบอกว่าต้องการทำศึกเช่นแวมไพร์กับมันอย่างนั้นหรือ? ลืมไปหรือเปล่าว่ายังมีข้าอยู่”เจมส์ทำเสียงขึ้นจมูก เขายิ่งไม่พอใจเมื่ออดัมเริ่มทำตัวโง่เง่า
“เจ้าอยู่…หรือไม่อยู่ก็สิทธิของเจ้า ฮันเตอร์ขึ้นตรงกับศาสนจักร ไม่ได้ขึ้นตรงกับข้า”อดัมบอกระหว่างยกมือลูบแผ่นอกกว้างเบาๆ
“หากเจ้าจะฆ่าข้าตอนนี้ หรือฆ่าข้าหลังจากนี้ หรือจะฆ่าลูกชายของข้าด้วยก็เป็นเรื่องของเจ้า แต่ข้าจะให้ทุกอย่างจบลงในครั้งนี้ ข้าเหนื่อยที่จะหลบซ้อน และข้าค้นพบว่าข้าไม่สามารถปกป้องคริสได้ตลอดไป”เจมส์ขบกรามเมื่อมองเห็นรอยยิ้มเล็กๆของอดัม
“หากเจ้ากำลังคิดว่าจะตายพร้อมลูกละก็เจ้าโง่มาก มายลอร์ด…มันจะไม่ฆ่าท่านแล้วเก็บคริสไว้ แต่มันจะฆ่าคริสและเก็บเจ้าเอาไว้ มนุษย์สามัญจะทำอะไรกับแวมไพร์ได้ เจ้าเคยสบตาพวกมันตรงๆหรือไม่? เคยเห็นมันกลายเป็นสีแดงและไม่อาจจะห้ามตัวเองไม่ให้เดินไปหามันได้หรือไม่?”เจมส์จับท่อนแขนให้อดัมเข้ามาใกล้เพื่อฟังเขาพูดให้ชัดเจน
“ที่ผ่านมาเจ้ารอดเพราะอยู่แต่ในปราสาทจนมันจากไป แต่ครั้งนี้มันพบว่าเจ้าอยู่กับข้า…กลิ่นฮันเตอร์อยู่บนตัวเจ้า มันโกรธที่เจ้ากลายเป็นของคนอื่น”เจมม์พึมพำบอกแต่ราวกับบอกตัวเขาเองมากกว่า อดัมกลายเป็นของเขา ในระหว่างที่เจ้าหมาล่าเนื้อเฝ้ามาหลายปีกลับไม่ได้แม้แต่จะเข้าใกล้ เขาเดาได้เลยว่ามันคงจะไม่ฆ่าอดัมแน่นอน
“เจ้าพูดเรื่องอะไร” อดัมขมวดคิ้วมองคนตัวสูงที่ดูเหมือนจะไม่ได้พูดในเรื่องที่เขาพยายามบอก
“เจ้าเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา บ้าจริง! เลิกทำตัวเหมือนเจ้าสู้กับมันหรือข้าได้ ไม่! เจ้าทำไม่ได้” อดัมทั้งแปลกใจและดีใจในเวลาเดียวกันอย่างบอกไม่ถูก เขาดีใจที่ในที่สุดเจมส์ก็รู้ว่าเขาไม่ใช่เเวมไพร์จริงๆ แต่ที่เขาแปลกใจคือทำไมเจมส์ใช้เวลานานมากขนาดนี้
“ข้า…ไม่ได้จะสู้กับมัน ข้าจะต้องจับมันให้คริสดูดเลือดมันซะ”อดัมว่า
“นี่เจ้าไม่ใช่เเวมไพร์จริงหรือ?”เจมส์เท้าเอวมองคนตัวเล็กกว่า เขาอยากจะบีบเจ้าตัวแสบแรงๆพอกับที่อยากกอดอดัมให้เต็มอ้อมกอด เขารู้สึกโล่งอกจนเกือบเผลอยิ้มออกมา ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาดูไม่ออก…หรือบางทีอาจจะดูออกชายหนุ่มจับใบหน้าอดัมให้เงยขึ้นและใช้นิ้วเปิดริมฝีปากบางเพื่อมองหาเขี้ยวเล็กๆคมๆ แต่เขาก็หาไม่เจอและได้รับเพียงแค่สายตาเคืองๆกับคนที่งับลงบนนิ้วของเขา
“เจ้ากัดข้า!?”
“เจ้าหยาบคายนะสิ กล้าดีเช่นไร”อดัมปิดปากทันที ใบหน้าแดงระเรือมองค้อนเขาแต่เพียงไม่นานชายหนุ่มก็แส่มองไปทางอื่น พวกเขาทั้งสองคนได้แต่เงียบอยู่อย่างนั้น ไม่มีใครพูดอะไรออกมาราวกับไม่รู้จะคุยกันเช่นไร
“แล้วเจ้าจะทำเช่นไร แผนการ”เจมส์กระแอม
“ข้าจะพาคริสหนีออกไป…”อดัมตอบ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรเหมือนกัน ชายหนุ่มหลุบตาลงต่ำและในที่สุดก็หันกลับมาหาเจมส์
“เจ้าจะช่วยข้าหรือไม่”
“….”เจมส์ไม่ได้ตอบเมื่ออดัมถาม เขาเพียงแค่จับมือนุ่มของชายหนุ่มขึ้นมา ตามจริงแล้วหน้าที่ของเขาคือการตรวจดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่เมืองนี้ แต่ในเมื่ออดัมไม่ใช่แวมไพร์และคริสไม่ใช่ตัวการที่โจมตีชาวเมือง เขาคิดว่าเขาสามารถกลับไปรายงานได้แล้ว แต่หากว่าเขากลับไป…เขาเองก็กลัวว่าจะเสียอดัมไปตลอดกาล
ช่วงระยะเวลาอันสั้นแต่เขากลับผูกพันธ์กับท่านขุนนาง ถึงแม้ส่วนมากเขาจะทำตัวไม่ดีก็เถอะ แต่หากเพียงแค่…ถ้าเขาอยู่ที่นี้อย่างน้อยเขาก็สามารถปกป้องอดัมได้ ครั้งนี้เขามีโอกาสที่จะปกป้องคนที่เขารัก
รักหรือ!?
“ข้าคิดว่า…ข้าน่าจะอยู่ฆ่าแวมไพร์ที่ฆ่าชาวบ้านในเมือง”เจมส์กระแอมไอ หัวใจเต้นรัวและใบหน้าร้อนเมื่อพบว่าความคิดตัวเองกับคำขอของรางวัลหลังจากนี้จะทำให้เขาพอใจที่จะอยู่ต่อแค่ไหน
“ข้ารู้ว่าเจ้าจะอยู่ทำงาน..ไม่อยู่เพื่อเหตุผลอื่น”อดัมใบหน้าหมองลงเมื่อได้ยินคำตอบที่แสนห่างไกลจากความคาดหวังลึกๆในใจ
“เขาจะพาตัวลูกข้าไป” อดัมพูดต่อ แต่เจมม์ก็เพียงแค่หัวเราะขึ้นจมูก ร่างสูงกอดอกจ้องคนตรงหน้า มองด้วยสายตาชวนสงสัย แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังสงสัยว่าเหตุใดอดัมถึงยังไม่ถูกฆ่าตายทั้งๆที่ยุ่งกับพวกแวมไพร์จนเป็นอันตรายขนาดนี้
“เพราะเจ้าเป็นแบบนี้ไง ข้าถึงต้องอยู่”เจมส์บอก
“แบบไหนกัน”
“แบบที่ว่าทำตัวกล้าหาญ ช่างปกป้องแต่ก็ไม่รู้อะไรเลยซักอย่าง ยังคิดอยู่อีกหรือว่าเป้าหมายของมันคือบุตรของเจ้า? นี่เจ้าเป็นตัวอะไรกันถึงทำเก่งขนาดนี้ แม่หมีหวงลูกหรือ?” อดัมสูดหายใจขึ้นลึกอย่างตกอกตกใจกับความหยาบคายของคนตัวสูง มันน่าอายและน่าขบขันจนเขาหน้าแดงขึ้นมา
“เจ้ากล้าว่าข้าเป็นแม่หมีหรือ? เจ้าช่างหยาบคาย ข้านี่และจะปกป้องบุตรของข้า!”อดัมขู่ฟ้อ ต่อยเข้าที่แผ่นอกคนตัวสูงแรงๆหลายต่อหลายครั้งแต่ถึงเช่นนั้นก็ยังถูกเจมส์ดึงเข้สไปกอด ร่างสูงได้แต่กอดเขาเอาไว้ในความเงียบเชียบจนเขาเลิกดิ้น แนบใบหน้ากับบ่ากว้าง เขาไม่เคยอยู่ใกล้ใครมานานมากเกินไปจนลืมความรู้สึกแบบนี้
“ข้าอยากทำข้อตกลง”เจมส์กระซิบ “ข้าจะช่วยเจ้าและคริส แลกกับการที่ปราสาทนี้ สมบัติของเจ้าทั้งหมดจะเป็นของข้า”อดัมตัวแข็งทื่อมองร่างสูง เขารู้สึกเจ็บแปรบในอกเมื่อพบว่าเจมส์ไม่ได้ช่วยเขาเพราะว่ารักอย่างที่เขาคาดหวัง แต่ถึงอย่างนั้นอดัมก็ไม่ได้กรนด่าออกไปอย่างที่อยากทำ เขาทำเพียงแค่กอดตอบร่างสูงเอาไว้ แนบมือกับแผ่นหลังกว้าง ซึมซับความอบอุ่นที่เขาพึงพอใจ
“ข้าตกลง..ทุกอย่างจะเป็นของเจ้าเท่าที่เจ้าต้องการ”เขากระซิบบอก
“แต่ก่อนจะถึงตอนนั้นข้าคิดว่าข้าต้องการมัดจำ” อดัมหรี่ตามองร่างสูง เขาอยากจะหัวเราะดังๆและตบใบหน้าคมแรงๆซักที แต่ก็ไม่ได้ทำแบบนั้น
“ข้าไม่มีอารมณ์จะทำตามใจเจ้าตอนนี้หรอกนะ”อดัมบอก ขืรตัวออกมาจากอ้อมกอดของคนตัวสูง
“ข้าคิดว่าข้าแก้ปัญหาการไม่มีอารมณ์ร่วมของข้าได้ หากเพียงเจ้าอนุญาติให้ข้าช่วย” อดัมอมยิ้มกับคนตัวสูงที่ทำตัวราวกับสุนัขตัวโตซักตัวที่เริ่มอ้อนขออาหาร เขากอดอกเชิดหน้าขึ้นมาเล็กน้อย
“เจ้า…จะทำยังไง”เขาใช้นิ้วจิ้มลงไปบนแผ่นอกกำยำ ไม่ขยับเมื่ออุ้งมือหยาบวางลงบนเอวของเขาทั้งสองมือ เขาเผลอสูดหายใจเข้าลึกเมื่อพบว่าเจมส์ก้มลงมาหาเขา
“ข้าจะใช้ความสามารถทุกอย่างที่ข้ามี” อดัมหลับตาเมื่อพบว่าริมฝีปากหยักแสนร้อนผ่าวแนบลงบนลำคอของเขา หากเพียงแค่จูบแผ่วเบาก็ทำให้เขาพอใจได้ ความร้อนในกายที่สูงขึ้นจนตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ที่เขาบอกตัวเองว่าจะยอมทุกอย่างที่เจมส์ต้องการ
“ข้า…ไม่อยาก…”
“แต่ข้าอยาก”อดัมไม่อาจโทษน้ำเสียงเอาแต่ใจนั้นได้ เจมส์รวบกายเขาขึ้นในอ้อมกอดและพาเขาตรงกลับไปที่เตียงนอนด้านหลัง
/*/
อดัมนั่งอยู่ปลายเตียงในยามที่ราตรีเคลื่อนกายเข้ามาใกล้ ลมเย็นแผ่วเบาและแสงจันทร์ที่ทอดกายไปทั่วห้องราวกับต้องการให้เขาเปิดเผยตัวเองต่อสายตาของแสงดาว อดัมยืนขึ้นช้าๆและเริ่มต้นปลดผ้าคลุมสีแดงออกให้พ้นตัว เขาวางมันไว้บนพื้นใกล้ๆก่อนจะนั่งลงแบบเดิม เขากำลังรอคอยโอกาส เสียงที่แสนเงียบสงบในยามกลางคืนของปราสาทที่เหลือเพียงแค่เขา มันช่างสงบเยือกเย็นและน่ากลัว
ชายหนุ่มลูบมือไปตามต้นขาและลูบขึ้นมาจนถึงลำคอ เขานวดเบาๆระหว่างควบคุมลมหายใจให้เป็นจังหวะสม่ำเสมอ นึกถึงใบหน้าคมของเจมส์ก็เพียงพอให้เขาได้ทำอย่างที่อยากทำโดยไม่ต้องกลัวใครจะเห็นยกเว้นแค่เพียงคนเดียวที่เขาอย่างให้มาอยู่ตรงนี้ เจ้าของมืออบอุ่นที่เคยกอดเขา
“ท่านควรจะรู้ไว้ว่าแม้แสงดาวแสงเดือนจะแข่งกันสาดแสงซักเพียงใดก็ไม่อาจจะงดงามเทียบได้กับตัวท่านเลย มายลอร์ด” อดัมลืมตาและหันกลับมามองยังระเบียง เขาสูดหายใจเข้าลึกเมื่อพบชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ อีกฝ่ายมองมาที่เขาด้วยสายตาเล้าโลมอย่างเปิดเผย ดวงตาสีแดงก่ำและรอยยิ้มน่าขนลุกที่สุดเท่าที่อดัมเคยเจอ
“ข้าพบว่าท่านช่างไร้มารยาทที่แอบดูข้าตอนนี้”อดัมกระซิบบอก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ปิดบังตัวเองจากสายตาของคนแปกลหน้า
“ข้าสมควรถูกควักลูกตาเมื่อได้เชยชมท่านเช่นนี้ หากเพียงท่านต้องการข้ารับใช้ซักคนในตอนนี้ บางทีข้าอาจจะเป็นตัวเลือกที่ท่านควรชายตามอง”อดัมมองอีกฝ่ายก่อนที่จะลุกขึ้นเดินไปยืนอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม เชิดหน้าขึ้นเมื่อเห็นสายตาของอีกฝ่ายที่มองตรงมาที่เขา
“เจ้าจะช่วยข้าได้อย่างไรบ้าง”อดัมยกยิ้มเล็กน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายมองตรงมาที่ดวงตาเขา
“ข้าเป็นแวมไพร์ที่แสนต่ำต่อย แต่ข้าเชื่อเหลือเกินว่ากลิ่นของข้าหากติดอยู่บนผิวกายของท่านจะดีกว่ากลิ่นสกปรกของฮันเตอร์เป็นไหนๆ…”อีกฝ่ายบอก นั้นทำให้เขาแทร้งถอนหายใจ
“ฮันเตอร์ผู้นั้นทิ้งข้าไปจากปราสาทแล้ว แต่กลิ่นของเขายังอยู่ในตัวข้า… เจ้าสามารถเอามันออกไปได้หรือไม่”อดัมกระซิบถาม เขายกยิ้มเมื่อพบแววกระหายในดวงตาคมสีแดงสด
“หากเพียงแค่ท่านอนุญาติให้ข้าเข้าไปในห้อง ข้าสาบานว่าข้าจะทำให้ท่านเห็นสิ่งที่สวยงามยิ่งกว่าดวงดาว หรือจะพาท่านเอื่อมถึงดวงจันทร์ก็ย่อมได้ อดัมช้อนตามองชายหนุ่มอย่างใช้ความคิด เขาทำเป็นเล่นตัวแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยอม
“สาบานว่าจะไม่กินข้าจนกว่าข้าจะอนุญาติ และข้าจะยอมให้เจ้าเข้ามา”อดัมยอมอนุญาติและทันทีที่เขาพูดจบ อีกฝ่ายก็รีบถลาเข้ามารวบตัวเขาขึ้นทันที อ้อมกอดแข็งแรงกับท่อนแขนกำยำรัดตัวเขาเอาไว้กอดจะกดกายเขาลงบนเตียงด้านหลัง อีกฝ่ายลากลิ้นไปทั้วผิวกายของเขาอย่างหิวกระหาย
“ฮันเตอร์อยู่ในตัวท่าน ข้าได้กลิ่นมันเต็มไปหมด..ในเลือดท่าน ท่านกลืนกินมันเข้าไป”อดัมยกยิ้มเล็กน้อย เขาอ้าขาเพื่อดึงความสนใจของอีกฝ่ายในสนใจเพียงแค่ตัวเขาเท่านั้น ซึ่งแวมไพร์หนุ่มก็ทำตามอย่างโดยดี อดัมหลับตาลงสูดหายใจเข้าลึกเมื่อรับรู้ถึงลิ้นอบอุ่นของชายหนุ่มอยู่บนต้นขาและลากลงมาถึงช่องทางของเขา
“ข้าอยากรู้ชื่อของเจ้า”อดัมครางแผ่ว ลืมตาเมื่อพบว่าริมฝีปากหยักดูดกลื่นกายของเขาอยู่จนอดัมทำได้แค่จิกที่นอนเอาไว้
“แซ็คเคอร์รี่” เขาครางออกมาเมื่ออีกฝ่ายเริ่มใช้นิ้วดุนดันไปตามช่องทางของเขา กัดริมฝีปากเล็กน้อย แวมไพร์หนุ่มเปลี่ยนมาคร่อมตัวเขาเอาไว้ ทั้งสองคนได้มองสบตากันอีกครั้ง
“เรียกชื่อข้าสิ”อีกฝ่ายสั่งเขา
“….สวัสดี แซ็คเคอร์รี่”อดัมสูดหายใจเข้าลึกเมื่อเลือดสีแดงไหลลงมาบนหน้าท้องของเขาตามด้วยคมดาบวาววับที่ปักทะลุที่นอนและเฉียดเอวของเขาไปไม่มากนัก ดวงตาคมแดงก่ำและเบิกโพลงอย่างตื่นตกใจ เจมส์อยู่บนหลังของแวมไพร์หนุ่มจากการกระโดดลงมาจากขื่อไม้ด้านบน หลังจากรอคอยอย่างเงียบเชียบตั้งแต่ต้น
แซ็คเคอร์รี่ก้มลงมองตัวเอง มือหยาบยกขึ้นมามองเงือดที่เปื้อนบนมือ ความร้อนทรมานจากดาบเงินทำให้มันหมดแรง เจมส์จิกเส้นผมสีเข้มและดึงให้อีกฝ่ายออกมาจากตัวอดัม
“สงสัยไหมว่าทำไมกลิ่นฮันเตอร์ถึงได้แรงนัก คงคิดว่าเพราะน้ำรักที่อดัมดื่มเข้าไปงั้นหรือ? โอ้ ไม่หรอก เพราะข้าอยู่ข้างบนมองดูเจ้าที่คลานเข้ามา จ้องกระหายจะครอบครองอดัมของข้ายังไงละ… เจ้าอยากรู้ไหมว่าเขาเป็นเช่นไร เขาช่างนุ่มเหมือนครีมสีขาวประดับด้วยเชอร์รี่เชื่อมสีแดง หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้ง อบอุ่นเหมือนแสงอาทิตย์ช่วงฤดูร้อน และเขาจะมีแค่ข้า กลิ่นของข้า และแกนกายของข้าในตัวเข้า”เจมส์เอ่ยคำรามเสียงเย็นจนอดัมต้องห่อกายเอาไว้อย่างตื่นๆ อีกฝ่ายทำราวกับอยากจะฉีกแวมไพร์ตนนั้นออกด้วยมือเดียวแต่เจมส์ไม่ได้ทำ ร่างสูงดึงดาบออกและแทงเข้าไปใหม่อีกครั้ง
“….”เจมส์หยุดตัวเองไม่ให้ฆ่าเจ้าปลิงนี้ทิ้งเพื่อคริสที่เปิดประตูห้องอาบน้ำออกมา แววตาของเด็กหนุ่มดูตื่นตระหนกแต่เขาที่สั่งให้เข้ามาใกล้
“ดูดเลือดไอ้แมลงนี้ซะก่อนที่ข้าจะฉีกตัวมันออกเป็นสองซีก!”เจมส์คำรามสั่งทันทีด้วยอารมณ์ที่ร้อนระอุ
/*/

“ไหวไหม หรือว่าเจ้าต้องการน้ำอีก”อดัมลูบใบหน้าลูกชายอีกหลายต่อหลายครั้ง เขาทั้งเป็นห่วงและดีใจอย่างไม่อาจจะเปรียบเปรยได้ คริสดีขึ้นมากจากครั้งสุดท้ายถึงแม้จะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเช่นร่างกายที่อยู่ๆก็สูงขึ้นและริ้วรอยเล็กน้อย เสียที่พร่าขึ้นและเจ้าตัวทรุดฮวบลงไปร้อนถึงเขาที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยความเต็มใจ
คริสหลับไปเพราะอ่อนแรงอยู่สองวัน หมอที่เก่งที่สุดเท่าที่เขากาได้บอกว่าลูกชายที่แสนดีของเขาขาดสารอาหาร แต่จะดีขึ้นในไม่กี่วันแน่นอน เขายิ้มตอบรับยามทีาเด็กหนุ่มลืมตาขึ้นมาและพยักหน้าให้เขา อดัมหันซ้ายหันขวาสั่งให้เหล่าคนรับใช้ไปนำผลไม้คั้นหวานๆมาให้บุตรชายของเขา พร้อมกับขนมซักสองสามชนิด
“ข้าดีใจมากท่านพ่อ ข้ารู้สึกหิวและอยากกินขนมปัง ไม่ใช่เลือดวัว”คริสไหวไหล่ หันกลับไปมองออกไปยังนอกหน้าต่าง พ่อของเขาเปลี่ยนให้ปราสาทเต็มไปด้วยแสงอุ่นๆของอาทิตย์เท่าที่จะทำได้เพื่อให้คริสคุ้นชินกับแสงสว่าง ชายหนุ่มเองก็ดูจะพอใจไม่น้อยและชอบที่จะอ่านหนังสืออยู่ริมหน้าต่างต้นรับแสงอุ่นๆ
“ข้าอยากจะออกไปฝึกฟันดาบท่านพ่อ” อดัมอมยิ้มอย่างพออกพอใจ เขายอมพยักหน้ารับทันที ดูเหมือนว่าหลังจากแวมไพร์ตัวนั้นตายคริสจะได้วิญญาณทั้งหมดคืนกลับมา ชายหนุ่มดันให้เด็กหนุ่มนอนต่อไปดังเดิมและเขาที่ลุกขึ้นเพื่อจะไปหายามาให้ เป็นเครื่องดื่มที่จะทำให้คริสฝื้นตัวไวมากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ชะงักเมื่อพบกับฮันเตอร์หนุ่มที่เดินไปมาอยู่มุมห้อง ดวงตาคมยังคงจ้องเขาอยู่อย่างนั้น เจมส์ไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่มองอยู่อย่างนั้น ราวกับดวงตาของสุนัขป่าจนอดัมเผลอกระแอมไอเล็กน้อย
“เจ้าจะไม่ได้ออกไปข้างนอกจนกว่าจะหายดี และข้าจะพาเจ้าออกไปฝึกขี่ม้า และฟันดาบ”ชายหนุ่มบอกคริสด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ท่านพ่อ ให้ท่านเจมส์ช่วยสอนดาบข้าได้หรือไม่”คริสว่า เขานิ่งเงียบหันกลับมามองคนตัวสูง เจมส์ไม่ได้ตอบหรือปฎิเสธอะไรเขา
“ข้าจะลองถามเขาดู”ชายหนุ่มบอก จูบหน้าผากเจมส์ไปทีหนึ่งและลุกขึ้นจากเตียง หันกลับมามองคนตัวสูงที่ดูเหมือนกำลังรอเขาอยู่ จริงสิ…เขายังคงต้องคุยกับเจมส์เรื่องค่าตอบแทน
“ข้ามีเรื่องจะคุยกับท่าน”อดัมเดินไปหาคนตัวสูง เจมส์ทำเสียงหึขึ้นจมูกและเดินนำออกมาจากห้องนอนของบุตรชายเขาอย่างรวดเร็ว เขาเองก็เดินตามไปในทันที จริงที่ว่าตามที่เขาสัญญาเอาไว้ ตอนนี้เขาก็ไม่มีสิทธิในปราสาทและที่ดินนี้อีกแล้ว บางทีหากเจมส์จะกรุณา เขาอาจจะพอขอบ้านหลังเล็กๆเอาไว้อยู่กับคริส บุตรชายเขายังเด็กเกินกว่าจะลำบาก
“ข้าไม่รู้ว่าพวกขุนนางเลี้ยงลูกกันยังไง แต่คริสโตมากพอเกินกว่าที่เจ้าจะทำราวกับเขาเป็นทารก เขาอายุ20แล้ว และแก่มากพอจะแต่งงานหาที่ดินและปราสาทของตัวเอง” อดัมยิ่งไม่พอใจเมื่อเขาถูกเจมส์พามาที่ห้องว่างๆซักห้องหนึ่ง และเรื่องแรกที่พูดกับเขาคือตำหนิเรื่องที่เขาเลี้ยงดูคริส
“เขาเป็นบุตรชายของข้า เขายังอ่อนแอ เกินกว่าจะคิดเรื่องแต่งงานหรือหาที่อยู่ใหม่”อดัมกอดอก ยังคงเผชิญหน้ากับคนตัวสูงที่ยังดูฉุนเฉียว
“ข้าคาดหวังให้มีใครซักคนสอนดาบและการต่อสู้ที่ถูกต้องกับเขา เจ้าคงทำได้แค่สอนเรื่องอย่างนักปราช และการเขียนหนังสือ”อดัมอยากจะบีบคอคนตัวสูงให้เลิกพูดจาหยาบคายแต่ก็ห้ามตัวเองเอาไว้
“ถึงเจ้าจะหยาบคาย แต่ข้าก็อยากจะขอบคุณเจ้าที่ช่วยเหลือข้า… หากไม่มีเจ้า ข้ากับคริสอาจจะเอาวิญญาณคืนมาไม่ได้”อดัมพูดต่อแผ่วเบา เขามองตอบสายตาคมที่ตวัดกลับมามองเขา ชายหนุ่มเดาไม่ออกว่าเจมส์กำลังคิดอะไรอยู่
“ข้ามีเรื่องจะคิดบัญชีกับเจ้าด้วย มายลอร์ด”เจมส์ยกนิ้วขึ้นมาระหว่างเดินเข้าไปใกล้คนที่ใช้ดวงตาสีเขียวกลมโตจ้องมองเขา ชายหนุ่มเข้าไปใกล้จนกระทั้งอยู่ห่างกันไม่มากนัก เขานึกถึงเรื่องคืนนั้นก็ยิ่งไม่พอใจจนอยากจะเขยาตัวเจ้าขุนนางตัวแสบแรงๆ กล้าดีเช่นไรถึงได้ให้ไอ้สกปรกนั้นแตะต้องตัว ยิ่งคิดเจมส์ก็ยิ่งหน้าบึ้งกว่าเดิม
“ถ้าเรื่องปราสาท ข้ายินดีทำตามสัญญาที่ให้ท่านไว้ ท่านจะได้ทุกอย่างที่ท่านต้องการ…แต่ข้าขอเพียงที่ดินและบ้านหลังเล็กๆซักหลังให้ข้าและบุตรชายได้อยู่ซุกหัวนอน”เจมส์ยืนกอดอกมองเจ้าตัวแสบที่ไม่รู้ว่าพูดถึงเรื่องอะไร
“เจ้าให้มันแตะต้องเจ้า ข้างล่างนี้… ข้ากรุณามากแล้วที่ปล่อยให้เจ้าใช้เวลาดูแลบุตรของเจ้าจนเขาดีขึ้น ข้าต้องการลากเจ้าออกมาจากห้องใจจะขาด และข้าต้องการจะทำโทษเจ้า”เจมส์แยกเขี้ยว ทั้งสองคนได้แต่มองหน้ากันและนิ่งเงียบ
“ท่านพูดถึงเรื่องอะไรอยู่” อดัมถามขึ้นมาเป็นคนแรก
“ข้าพูดถึงตอนที่เจ้าเปลือยกายและอ้าขายั่วเจ้าแวมไพร์สวะที่ตายไปแล้วตัวนั้นยังไงละ! แถมยังให้มันแตะต้อง ข้าบอกเจ้าว่าเช่นไร? ข้าบอกให้เจ้าแต่งตัวและคุยกับมันห่างๆ เจ้ามันยั่วชายทุกคนเลยหรืออย่างไร แม้แต่ตอนกลางวันเจ้าก็ยังแต่งตัวยั่วข้า!!” อดัมเลิกคิ้วและก้มมองดูตัวเอง เขาใส่เสื้อสีครีมแขนยาวและโบว์สีแดง กับเสื้อกั๊กน้ำตาลเข้ม อดัมไม่รู้ว่านี้เรียกว่ายั่วได้อย่างไรกัน
“ข้ายั่วท่านหรือ?” อดัมพองตัวอย่างปกป้องตัวเอง
“ใช่เจ้าทำ” เจมส์ทำเสียงขึ้นจมูก
“ข้าเพียงแค่คิดว่าถ้าข้าเปลือยกาย เขาน่าจะตกหลุมได้มากกว่า ก็ท่านบอกเองว่าเขาพึงพอใจในตัวข้า” อดัมเถียงกลับ
“เจ้ามันคิดอะไรไม่เข้าท่า เจ้าจะยั่วทุกคนที่ผ่านมาใช่หรือไม่ แม้แต่ข้าหรือคนอื่นๆ ข้าจะทำโทษเจ้าเดี๋ยวนี้ละ”เจมส์ดึงอีกฝ่ายเข้ามาและกอดเอาไว้ ตามด้วยอุ้มและเดินตรงดิ่งไปยังโซฟาตัวยาวที่อยู่มุมห้อง
“เจ้าไม่อาจจิตนาการได้หรอกว่าข้าต้องทนนานแค่ไหนให้เจ้าเลี้ยงลูกนกของเจ้าก่อน ข้าใจดีมากพอแล้วสำหรับคริส ทีนี้ถึงตาข้าได้ตัวเจ้าบ้าง” อดัมถูกโยนลงบนโซฟาและคนตัวสูงที่ตามลงมา
“เรื่องปราสาท…ท่านจะจากไปหรือไม่” อดัมยันตัวเจมส์เอาไว้ก่อนให้ถอยออกไปเพื่อคุยกันให้รู้เรื่องก่อน ชายหนุ่มยังคงมองสบดวงตาคมหาคำตอบที่เขาเองก็คาดหวังเอาไว้ลึกๆในใจ เขาอยากจะอยู่กับเจมส์ต่อไปให้นานกว่านี้ แต่บางที…เขาอาจจะไม่อยู่ในฐานะที่เป็นฝ่ายเลือก
“ข้าจะเลือกอะไรก็ได้ไม่ใช่หรือ?”เขาทำเสียงขึ้นจมูก “ข้าจะเลือกเจ้า…และปราสาทนี้ด้วย ข้าจะกลับไปขอกษัตริย์ให้ปราสาทนี้และตัวเจ้ากับข้า”ชายหนุ่มยกยิ้มกับแผนการของตัวเอง ก้มลงไปหาริมฝีปากบางจูบปิดริมฝีปากนุ่มจนอดัมนิ่งค้างเอาไว้
“…หมายถึง เจ้าจะไม่ไปใช่ไหม”อดัมกระซิบ กอดคนตัวสูงเอาไว้
“ข้าจะขอเจ้ากับกษัตริย์และปราสาทนี้ เจ้าไม่เข้าใจตรงไหนกัน ข้าจะสอนคริสให้เป็นดังนักรบที่แท้จริง” คนตัวสูงบอกอีกครั้งอย่างจริงจัง เขาสบตากับอดัมที่ดูเหมือนยังคงมีบางอย่างอยู่ในใจแต่ไม่ยอมพูดออกมา เหมือนอดัมเพียงแค่รอฟังบางอย่างจากเขาเท่านั้น เจมส์ไม่รู้ว่ามันคืออะไรเขาจึงทำได้แค่ค้างกายอยู่อย่างนั้น
“แล้ว ทำไมเจ้าถึงอยากได้ตัวข้ากับปราสาทนี้” อดัมกระแอม เขาลองเปลี่ยนเชิงคำถามแม้ในใจจะเต้นโครมครามด้วยความคาดหวัง เจมส์จะรักเขาหรือเปล่านะ ต้องการเขาไว้ข้างกายไปชั่วชีวิต ได้อยู่กับเขาและดูแลคริสราวกับบุตรคนหนึ่ง เจมส์จะคิดแบบนั้นบ้างไหมนะ
อดัมรู้อย่างหมดใจมานานแล้วว่าเขามีใจให้กับท่านฮันเตอร์หนุ่ม ถึงบางครั้งเจมส์จะหยาบคายต่อเขาไปบ้างแต่อดัมเชื่อว่าชายหนุ่มไม่ได้ตั้งใจแน่นอน ดวงตาสีอ่อนมองสบชายหนุ่ม พยายามอย่างยิ่งที่จะสื่อออกไปว่าเขาเองก็หลงรักเช่นกัน รักข้าตอบได้หรือไม่….อดัมพยายามจะบอกคนตัวสูงด้วยสายตา
“ข้าอยากได้”เจมส์ยักไหล่
“….” อดัมกระพริบตาช้าๆมองชายหนุ่มที่ตอบกลับมาเหมือนจะไม่เข้าใจเขานัก…หรือ หรือว่าแท้จริงแล้วเจมส์จะไม่ได้คิดอะไรเลย ชายหนุ่มเม้มปากเล็กน้อย
“ท่านไม่ได้รักข้าเลยหรือ?” เขาเผลอถามออกมา
“แล้วเจ้ารักข้าไหมละ”เจมส์ถามกลับ เมื่อเห็นว่าอดัมไม่ยอมตอบเขาเลยทำเป็นไม่ใส่ใจ ยันกายขึ้นมาแต่ก็ถูกยึดตัวเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“ข้า-“
“เจ้าคิดยังไง ข้าคิดยังไงเจ้าดูไม่รู้หรือ? เอาเถอะ เรื่องของเจ้า เย็นนี้ข้าจะสอนคริสจับดาบก่อนจะถึงตอนนั้นข้าจะจัดการตัวเจ้า”เจมส์เปลี่ยนเรื่องทันที เขาอยากจะกินเจ้าตัวแสบตัวเล็กจะตายอยู่แล้ว

“ถ้าเช่นนั้นท่านก็ตอบข้ามาก่อนสิ”อดัมยังคงไม่ยอมง่าย เขาคาดหวังเอาไว้มากและมั่นใจว่าจะต้องได้รับคำตอบดีๆซักอย่าง เรื่องวุ่นวายทุกอย่างจบแล้ว เขาได้ลูกชายกลับคืนมาแล้ว อย่างน้อยๆก็อยากจะทำอย่างที่อยากทำบ้าง อดัมยังคงจ้องร่างสูงพยายามสื่อออกมาว่าเขาจริงจังแค่ไหน ใช้มือทั้งสองวางลงบนแผ่นอกอีกฝ่าย
“ท่าน…ทำไมท่านถึงอยากอยู่ที่นี้ หากไม่ใช่เพราะท่านหลงรักข้ายังมีเหตุผลอื่นอีกหรือ”เขากระแอมบอก หลุบตาลงต่ำแทร้งมองไปทางอื่นเพื่อไม่ให้เจมส์รู้ตัว นี้เขาบอกใบ้ถึงขนาดนี้แล้วจะยังไม่รู้ตัวอีกหรือไร อดัใคิดเข้าข้างตัวเอง แต่ก็ยิ่งใจแป้วเมื่อคนตัวสูงไม่ยอมตอบอะไรเขา
“ข้ายังคงไม่เสร็จงานที่เมืองนี้ ข้ายังต้องตรวจดูให้แน่ใจว่าฆ่าแวมไพร์ทุกตัวแล้ว…หลังจากนั้นชาวบ้านจะได้ปลอดภัย อาจจะต้องใช้เวลาถึงอาทิตย์สองอาทิตย์”เจมม์ตอบ “ส่วนเรื่องของเจ้า…ก็เจ้าบอกข้าเองว่าข้าอยากได้สิ่งใดเจ้าก็จะให้ข้า ข้าตั้งใจจะอยู่นี้นี้ไปพักหนึ่ง ระหว่างนี้จะช่วยเจ้าสอนสิ่งที่จำเป็นกับคริส เขาเองก็เปรียบเสมือนบุตรของข้าคนหนึ่ง”อดัมสูดหายใจเข้าลึกเมื่อได้ยินคำพูดของร่างสูง
“อาทิตย์หรือ…ถ้าท่านเสร็จงานก็จะจากข้าไปหรือ?”อดัมไม่อาจจะซ้อนแววผิดหวังในน้ำเสียงได้เลย เขายึดตัวเจมส์เอาไว้แน่นมากยิ่งขึ้น
“ข้าคาดหวังว่าท่านจะไม่จากข้าไป…ข้ายกปราสาทนี้ให้ท่าน หน้าที่ของท่านคืออยู่ที่นี่เพื่อคอยดูแลปราสาทและหมู่บ้านโดยรอบ ในฐานะเจ้าของที่ดิน หากท่านจากไปมันจะเหมือนกับท่านละทิ้งหน้าที่ ท่านจะทำเช่นนั้นไม่ได้”อดัมยังคงยืนกราน เขาไม่ต้องการปล่อยเจมส์ไปและไม่สนใจสีหน้าลำบากใจของคนตัวสูง
“แล้วเจ้าจะให้ข้าทำเช่นไร”เจมส์เลิกคิ้ว
“ท่านก็ต้องอยู่ที่นี่สิ!”อดัมขู่ฟ้อ
“เจ้าพูดเรื่องอะไรของเจ้ามาตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว มายลอร์ด ข้าคิดว่าข้าตามท่านไม่ทัน”เจมส์หัวเราะเบาๆกับท่าทีร้อนอกร้อนใจของอดัม ราวกับเด็กน้อยที่รู้ตัวว่าจะถูกปล่อยให้เฝ้าบ้านจึงหาเหตุผลร้อยแปดให้พาไปด้วย เขาก้มลงจูบริมฝีปากนุ่มแรงๆไปครั้งหนึ่ง ดวงตาคมยังคงจ้องชายหนุ่มนิ่ง
“ข้า…เพราะข้ารักท่าน” อดัมพูดออกมาในที่สุด “และข้ามีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะได้อยู่เคียงข้างท่าน อย่างที่ท่านบอกไง เราจะเลี้ยงคริสไปด้วยกัน หากว่าคริสเปรียบเหมือนบุตรของท่านแล้วท่านจะปล่อยให้ข้าเลี้ยงดูเขาเพียงคนเดียวเช่นนั้นหรือ?”อดัมพยายามอธิบาย
“เหตุผลน่าฟังมาก.,..แต่ถ้าข้าปฎิเสธเจ้าจะทำอย่างไร”เจมส์ตีหน้าเครียดแม้จะใจอ่อนยวบเพราะความดีใจ หัวใจเขาเต้นรัวจนเจ็บไปหมด ราวกับมันกำลังพองโตเพราะคำบอกรักหวานหูของชายหนุ่มตัวเล็กกว่า อดัมดูจะนิ่งเงียบลงไปคิดไม่ตกว่าควรจะทำเช่นไรต่อไปดี
“ข้าจะจับท่านไปที่เมืองหลวง…ขอให้องค์เหนือหัวมีรับสั่งให้เราแต่งงานกัน “อดัมบอกอีกครั้ง เจมส์อดไม่ได้อีกต่อไปที่จะก้มลงจูบริมฝีปากบางยั่วยวน
“งั้นข้ายอมรับข้อเสนอนี้…ไปในเมือง ทันทีที่คริสหายดี แต่งงานกับข้านะ มายลอร์ด”เจมส์กระซิบด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง แต่กว่าอีกฝ่ายจะได้ตอบเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะ
“มายลอร์ด คุณหนูคริสต้องการพบขอรับ ดูเหมือนกับว่าคุณหนูจะอยากลงไปสูดอากาศที่สวนด้านล่าง”เจมส์กรอกตากับเสียงของอีริคที่ดังลอดเข้ามา
“ข้าเบื่อพ่อบ้านเจ้า เข้าเกะกะข้าตั้งแต่วันแรกที่เราพบกัน”เขาคำรามต่ำ
“ข้าตอบตกลง ข้าจะแต่งงานกับท่าน แต่ตอนนี้ข้าและท่านจะไปหาคริสด้วยกัน…ส่วนเรื่องของเราไว้คุยกันคืนนี้?”อดัมอมยิ้มอย่างมีความสุข เขามองเจมส์ด้วยแววตารักใคร่และอีกฝ่ายก็มองตอบเขาด้วยแววตาเช่นเดียวกัน
“ข้าจะไม่ลืมทำโทษเจ้าก่อน”เจมส์กำชับ แต่ถึงอย่างนั้นพงกเขาทั้งสองคนก็ลุกขึ้นจากโซฟาตัวยาวในห้อง เดินไปที่ประตูด้วยกันเพื่อไปหาคริสและจะใช้เวลายามบ่ายใต้แสงอาทิตย์ด้วยกัน

เกี่ยวกับ jrasmason

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันนะค่ะ บล็อกนี้จีนจะลงเป็นFictionหรือว่าเป็นAUนะค่ะ คู่หลักก็จะเป็นHiddleswothและคู่อื่นๆอีกตามแต่อารมณ์ค่ะ ฮ่าๆ หวังว่าจะชอบและสนุกกับนิยายที่จีนเขียนนะค่่ะ ขอบคุณค่ะ //จุ๊บๆ
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Z All Fiction และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

1 ตอบกลับที่ [FIC] Hiddlesworth (JamesXAdam) #9 Bloody body [END]

  1. roni พูดว่า:

    เหมือนมันขึ้นไม่ครบหรือเปล่าคะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s